สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๘ · ๑๐ เมษายน ๒๕๖๐

พอพล มณีรินทร์ พูดถึงการปรับปรุงการเรียนรู้ในประเทศไทย โดยเน้นการเรียนรู้แบบคิดวิเคราะห์หรือแอ็กทิฟเลิร์นนิง (Active Learning) เพื่อพัฒนาศักยภาพของสมอง และสอดคล้องกับการประเมินผลแบบสากล

พลเอก พอพล มณีรินทร์ กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกทุกท่านครับ ผมขออนุญาตท่านประธานกรรมาธิการที่จะเพิ่มเติมนะครับ ในกรณีนี้ท่านประธานสภาได้กล่าวถึงเรื่องการผลิตคนเพื่อรองรับการผลิตนวัตกรรม ของประเทศไทย เมื่อสักครู่ผมเรียนให้ทราบแล้วว่าในคณะอนุกรรมาธิการด้านการจัดการศึกษานั้น ได้มีการจัดการศึกษาระบบอาชีวศึกษาสู่ระบบทวิภาคี ซึ่งมีท่านอาจารย์ประยูร เชี่ยววัฒนา เป็นผู้รับผิดชอบอยู่ อีกเรื่องหนึ่งที่ผมไม่ได้กล่าวถึงก็คือเรื่องในตอนนี้ซึ่งยังไม่แล้วเสร็จ เป็นการจัดการศึกษาระบบอาชีวะศึกษาที่เหมาะสมกับพื้นที่ นั่นหมายความว่าเราแบ่ง ประเทศไทยออกเป็น ๑๔ กลุ่มคลัสเตอร์ (Cluster) ต่าง ๆ และตามระบบเศรษฐกิจ ซึ่งเราจะจับตรงนั้นมา ในคลัสเตอร์ (Cluster) ก็มีอยู่ ๓ จังหวัดบ้าง ๔ จังหวัดบ้าง เพื่อที่จะ มาดูว่าจะจัดการศึกษาระบบอาชีวศึกษาให้เหมาะสมกับพื้นที่เพื่อมีงานทำแล้วก็รองรับ ในพื้นที่กันอย่างไร ซึ่งในเรื่องนี้ท่านอาจารย์ประยูร เชี่ยววัฒนา กับท่านอาจารย์สุชาติ นวกวงษ์ กำลังดำเนินการอยู่ยังไม่แล้วเสร็จนะครับ ท่านสมาชิกครับ ผมขออนุญาต กราบเรียนเพิ่มเติมว่าสิ่งที่ท่านสมาชิกได้อภิปรายนั้นเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ผมอยากจะ กราบเรียนเพิ่มเติมอย่างนี้ว่าในการที่ผมบอกว่าจะพัฒนาครูเพื่อปรับเปลี่ยนการเรียนการสอน จากเดิมแบบท่องจำมาเป็นการคิดวิเคราะห์หรือแอ็กทิฟ (Active) นั้น จริง ๆ แล้วการท่องจำ ยังจำเป็นอยู่ครับ ไม่ว่าจะเป็นสูตรคูณ ยังเป็นอาขยาน ซึ่งในเรื่องนี้อยากจะเรียนว่าเพื่อนครู ไม่ต้องตกใจว่าเรามาเปลี่ยนวิธีการเรียนการสอน คือใช้แบบเดิมแต่เพิ่มเติมแบบใหม่เข้าไป ซึ่งเราเชื่อว่าสิ่งนี้จะเกิดประโยชน์ เพราะฉะนั้นการท่องจำก็จะเป็นประโยชน์แต่ว่าบังเอิญ การท่องจำไม่ได้เสริมสร้างสิ่งที่จะต้องอยู่ในอนาคตต่อไปได้อย่างสะดวกสบายหรืออย่างสง่างาม ผมขออนุญาตท่านประธานครับ ผมขออนุญาตที่จะเพิ่มเติมตามที่เมื่อเช้าผมได้กราบเรียน เรื่องการสอนแบบคิดวิเคราะห์หรือแอ็กทิฟเลิร์นนิง (Active Learning) ผมขออนุญาตเพิ่มเติม ว่าลักษณะเด่นของการสอนแบบคิดวิเคราะห์หรือแอ็กทิฟเลิร์นนิง (Active Learning) พบว่า เป็นการเรียนรู้ที่มุ่งพัฒนาศักยภาพของสมอง เบรน เบส เลิร์นนิง (Brain based Learning) ที่เน้นการทำงานของสมองด้วยการคิด การแก้ปัญหา การนำความรู้มาประยุกต์ใช้ ด้วยการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ซึ่งเน้นทักษะการคิดชั้นสูง โดยให้ผู้เรียนเป็นผู้สร้างความรู้และจัดระบบการเรียนรู้ด้วยตนเองด้วยการใช้หลักการพหุปัญญา อันนี้คือลักษณะเด่นของการเรียนแบบคิดวิเคราะห์ ต่อไปก็คือจะสอดคล้องกับการประเมิน สากลอย่างไร ผมอยากจะกราบเรียนว่าถ้าแบบทดสอบใช้การทดสอบแบบจำเนื้อหา แล้วไปสอบผมว่าผลการสอบสูงแน่นอน หรือการสอบแบบท่องจำสูงแน่นอน เพราะว่าอะไร เพราะการสอบแบบท่องจำก็เข้ามหาวิทยาลัยได้แล้วก็ได้เกียรตินิยมกันมากมาย แต่บังเอิญ เราไปใช้ข้อสอบสากลซึ่งเป็นการสอบแบบคิดรวบยอดจึงทำข้อสอบไม่ได้ เพราะฉะนั้น ผมบอกว่าความสอดคล้องของการสอนแบบคิดวิเคราะห์หรือแอ็กทิฟเลิร์นนิง (Active Learning) กับการวัดและประเมินผลแบบสากลเป็นอย่างไรครับ การสอนแบบคิดวิเคราะห์ แอ็กทิฟเลิร์นนิง (Active Learning) มีความสอดคล้องกับการวัดและการประเมินผล แบบสากลคือการวัดและการประเมินผลตามสภาพจริงออเทนติกแอสเซสเมนต์ (Authentic Assessment) โดยการประเมินผลการเรียนรู้แท้ของผู้เรียนออเทนติกเลิร์นนิง (Authentic Learning) อีกทั้งเป็นการประเมินเพื่อการพัฒนาการเรียนรู้ คุณค่าของการสอนแบบคิดวิเคราะห์ หรือแอ็กทิฟเลิร์นนิง (Active Learning) เป็นคุณค่าที่มีมากกว่าการเรียนรู้เพื่อตอบสนอง การวัดและการประเมินผลในห้องเรียนครับ คือเราจะต้องประเมินผลตามสภาพความเป็นจริง แล้วแบบปรนัย อัตนัยที่เรามีใช้อยู่ปัจจุบันนี้สอบครึ่งเทอมครั้งหนึ่ง ปลายเทอมครั้งหนึ่ง ไม่ได้ผลครับ ได้ผลครับแต่เป็นการวัดที่หยาบเกินไป ตามที่ผมเคยกราบเรียนแล้ว เพราะฉะนั้นการวัดตามสภาพความเป็นจริงจะต้องวัดทุกเวลาทุกขณะครับ เพราะฉะนั้น เมื่อเราวัดได้ว่าสามารถวัดความรู้จริงได้แล้วก็จะเป็นคุณค่าแล้วก็นำความรู้ไปใช้ในการ แก้ปัญหาในชีวิตจริงได้จริงครับ อันนี้ขออนุญาตเพิ่มเติมว่าข้อดีลักษณะเด่นของการเรียน การสอนแบบแอ็กทิฟเลิร์นนิง (Active Learning) หรือการคิดวิเคราะห์ครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน