อลงกรณ์ แจงความคืบหน้าร่าง พรบ.การศึกษาแห่งชาติ ชี้เข้าข่ายปฏิรูปขั้นที่ 1

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๘ · ๑๐ เมษายน ๒๕๖๐

อลงกรณ์ พลบุตร ชี้แจงความคืบหน้าการปฏิรูปการศึกษาภายใต้โรดแมปปฏิรูปประเทศ พร้อมเน้นความสำคัญของร่าง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติที่อยู่ในวาระเร่งด่วน รวมถึงการสานต่องานสู่กรรมการอิสระตามรัฐธรรมนูญมาตรา 258 จ. และมาตรา 261 ที่กำหนดให้ตั้งคณะกรรมการภายใน 60 วัน เพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาอย่างต่อเนื่องและลดความเหลื่อมล้ำด้วยกองทุนที่ระบุในรัฐธรรมนูญ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง

ขอบคุณท่านชูศิลป์ครับ มีสมาชิกจะแสดงความจำนงในการอภิปรายไหมครับ มีประเด็นที่ท่านชูศิลป์พูดเมื่อสักครู่นี้ แล้วในการอภิปรายช่วงต้น ๆ รวมทั้งการนำเสนอ ในเรื่องของร่าง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ ที่บอกว่าเป็นเรื่องที่มีผลกระทบสูงอยู่ในประเภทที่ ๑ ของวาระการปฏิรูปที่ทาง ป.ย.ป. ได้แบ่งออกเป็น ๓ ประเภท ความหมายก็คือว่าในตัวร่าง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติจัดอยู่ในประเภทที่ ๑ ก็คือจะต้องเข้าสู่กรรมการ ป.ย.ป. ชุดใหญ่ครับ ส่วนถ้าเป็นประเภทที่ ๓ ประเภทควิกวิน (Quick Win) ปฏิรูปเร็วได้ เรียกว่าประเภทที่ ๓ ส่วนประเภทที่ ๒ คือวาระปฏิรูปที่ ป.ย.ป. กำหนดประเภทไว้ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงต่าง ๆ คือข้ามกระทรวง เพราะฉะนั้นก็ให้อยู่ในการดูแลของ กขป. คือคณะกรรมการขับเคลื่อน การปฏิรูปและการบริหารราชการแผ่นดิน ๖ คณะที่มีรองนายกรัฐมนตรีแต่ละกลุ่มงาน เป็นผู้ดูแล ตอนนี้เราอยู่ในโรดแมป (Roadmap) การปฏิรูประยะที่ ๒ ภายใต้การขับเคลื่อน ของ ป.ย.ป. คือ กรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง ดังนั้นในวาระการประชุมของ สปท. ตั้งแต่ ๒ สัปดาห์ ๓ สัปดาห์ที่ผ่านมาจึงนำเอา ๒๗ วาระเร่งด่วน ๔๒ เรื่อง ๕ ด้าน มาเข้าสู่การพิจารณา เพื่อที่จะมารายงานถึงความก้าวหน้า คืบหน้า ตลอดจนปัญหาและอุปสรรค เพื่อให้สมาชิก สปท. เราได้นำเสนอข้อมูลที่ก้าวหน้าอัปเดต (Update) เช่นเดียวกัน ไม่ใช่เป็นการพิจารณาวาระที่ ๑ ตอนที่เรามีการพิจารณารายงานปฏิรูปซึ่งนำเสนอไปแล้วถึง ๑๐ รายงานด้วยกัน แต่ครั้งนี้ เป็นการเสนอรายงานการปฏิรูปการศึกษาทั้งหมดที่มีความคืบหน้าขณะนี้และไปทำงาน ประสานกระทรวงข้อมูลเป็นอย่างไร ถึงได้บอกว่าตัวรายงานนี้ท่านประธานได้ขอแก้ไข เพราะบางครั้งพิมพ์เมื่อ ๒ อาทิตย์ที่แล้ว แต่วันนี้การเดินหน้าในเรื่องนั้นไปไกลกว่านั้นแล้ว ก็ขอแก้ไขทำให้ตัวอักษรรายงานของเราอัปเดต (Update) มากที่สุด แล้วตรงนี้ก็จะเข้าสู่ กรรมการเตรียมการปฏิรูป ซึ่งทางท่านประธานก็มอบหมายให้ผมเป็นกรรมการอยู่ในชุดนี้ ด้วยและอยู่ภายใต้ ป.ย.ป. – แล้วก็แบ่งเรื่องเร่งด่วนเป็น ๒๗ วาระ ท่านประธานกับอาจารย์ดอกเตอร์ทินพันธุ์ นาคะตะ ท่านก็ได้กำหนดแนวทางโดยวิป (Whip) ในการวางวาระการประชุมล่วงหน้าใน ๕ ด้าน เราผ่านไปแล้ว ๒ ด้าน ก็คือ เรื่องของการปฏิรูปเครื่องมือพัฒนาฐานรากแล้ว ๒ สัปดาห์ ที่ผ่านมา แล้วก็ผ่านเรื่องของการปฏิรูปเศรษฐกิจอนาคต คือเศรษฐกิจโมเดล (Model) ใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ เศรษฐกิจดิจิทัล และการปฏิรูป การท่องเที่ยวแบบยั่งยืน ตอนนี้ก็คือก็เข้าสู่การปฏิรูปคน เราจะพบกรรมาธิการ ด้านการศึกษาครั้งนี้อีกครั้งเดียวครับ เว้นแต่จะเอาการปฏิรูปแผนสุดท้ายคืออุดมศึกษา ที่จะเข้ามา เพราะฉะนั้นจึงมีความสำคัญมากสำหรับชุดนี้ ผมก็ฝากไว้เล็กน้อยว่า ตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ฉบับถาวรนั้นได้กำหนดไว้ในมาตรา ๒๕๘ จ. เรื่องการปฏิรูป การศึกษา แล้วก็มาตรา ๒๖๑ จะมีผลพวงของรัฐธรรมนูญที่จะเกิดขึ้นเร็วที่สุดคือกรรมการอิสระ ที่จะดูเรื่องร่างกฎหมายปฏิรูปการศึกษา จะจัดตั้งภายใน ๖๐ วัน รัฐบาลต้องตั้งภายใน ๖๐ วัน หลังจากรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ ดังนั้นก็จะทำให้งานที่เรานำเสนอวันนี้ไปส่งมอบต่อให้กับ กรรมการอิสระเพื่อไปใช้ในการพิจารณาต่อยอดต่อไป ๒. ก็คือว่าภายใต้ยุทธศาสตร์ การปฏิรูปการศึกษานี้ต้องเรียนว่าเราเริ่มมา ๑๘ ปีแล้วนะครับ ทศวรรษที่ ๑ ของการปฏิรูป การศึกษาเมื่อเรามีพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ปี ๒๕๔๒ ผ่านทศวรรษแรกมา ๑๐ ปี ถูกประเมินว่าล้มเหลวไม่ก้าวหน้า ความจริงก็ก้าวหน้าไปเยอะ เป็นการปฏิรูปในเชิงโครงสร้าง จากกรมทำเป็นแท่ง นี่จากแท่งจะกลับมากรมอีกแล้ว ผ่านทศวรรษที่ ๒ การปฏิรูปการศึกษา อีกหลายปีครับ จากปี ๒๕๕๒ เป็นต้นมานี่ก็ ๘ ปีแล้ว ก็ถึงยุคของการปฏิรูปการศึกษาถึงขั้นที่ว่า ต้องบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญเลยครับ ในรัฐธรรมนูญจะมีการกำหนดกรรมการอิสระในเรื่องของ การจัดทำร่างกฎหมาย ข้อเสนอแนะการปฏิรูปการศึกษาแล้วต้องตั้งใน ๖๐ วัน แล้วต้องทำ เรื่องเหล่านั้นให้แล้วเสร็จใน ๒ ปี ขณะเดียวกันให้มีกองทุนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำของโอกาส ทางการศึกษา อันนี้เป็นกองทุนแรกที่มีการระบุชัดเจนไว้ในรัฐธรรมนูญทีเดียวนะครับ ดังนั้น ทางกรรมาธิการก็ต้องดูว่าทางรัฐบาลโดยคณะรัฐมนตรีจะมีการแต่งตั้งกรรมการอิสระ เราจะนำงานของเราไปต่อยอด ต่อเติม สานต่อ และทำงานร่วมกันต่อไปได้อย่างไร ไม่มี การนับ ก ใหม่นะครับ ส่วนที่ ๒ ก็คือเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งได้มีการกำหนดในเรื่องของ โมเดล (Model) เศรษฐกิจใหม่ แล้วก็มีเรื่องของเฟิสต์เอสเคิร์ฟ (First S-curve) นิวเอสเคิร์ฟ (New S-curve) คือ ๕ เดิม เติม ๕ ใหม่ ในตรงนี้หมายถึงอาชีพ เพราะว่าขณะนี้ได้มี การส่งเสริมการลงทุนก็ดีทั้งในและต่างประเทศ แล้วก็ปรับทิศทางการศึกษามาสู่ การตอบสนองเป้าหมายด้านบุคลากรของชาติให้ตรงเฟิสต์เอสเคิร์ฟ (First S-curve) และนิวเอสเคิร์ฟ (New S-curve) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ อุตสาหกรรม อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ การท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดี และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การเกษตร และเทคโนโลยีชีวภาพ อุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร อันนี้คือสหภาพเดิมที่แข่งขันได้ของเรา เรียกว่าเฟิสต์เอสเคิร์ฟ (First S-curve) ถ้าหากว่าการศึกษาของเรานี้ตอบสนอง โดยการปฏิรูปสถาบันการศึกษาทั้งหลายตั้งแต่ชั้นอาชีวศึกษามายังอุดมศึกษาแล้วต่อยอด ตรงนี้จบมามีงานทำ มีรายได้สูง และตรงต่อความต้องการของประเทศ ส่วนนิวเอสเคิร์ฟ (New S-curve) ใหม่นี้ก็คืออุตสาหกรรมหุ่นยนต์ อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ (Logistics) อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ อุตสาหกรรมดิจิทัล อุตสาหกรรม การแพทย์ครบวงจร ตรงนี้เราต้องการบุคลากรเพื่อรองรับการเติบโต แม้แต่เรื่องอีอีซี (EEC) ท่านจะเห็นว่าอู่ตะเภาก็ได้รับการยกระดับอัปเกรด (Upgrade) ให้เป็นสนามบินนานาชาติ เป็นศูนย์ซ่อมอากาศยาน และยังเป็นโลจิสติกส์ฮับ (Logistics Hub) ทางด้านอากาศยานอีก เพราะฉะนั้นมันต้องการบุคลากรเหล่านี้ หรือหุ่นยนต์เราก็ต้องการเทคโนโลยีวิศวกร ด้านหุ่นยนต์ เราแชมป์ (Champ) โลกหุ่นยนต์มา ๗ ปีซ้อนแล้วนะครับ ชนะทุกชาติในโลกนี้ และหุ่นยนต์เราดินสอมินิ (Dinsow Mini) ขายเข้าไปในญี่ปุ่นเป็นพันเป็นหมื่นตัวแล้ว ก็แสดงว่าสิ่งเหล่านี้เป็นนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่เกิดจากการวิจัย พัฒนา เพราะฉะนั้นการศึกษา ก็ต้องมุ่งยุทธศาสตร์ชาติแล้วก็เป้าหมายใหม่แห่งอนาคตของประเทศ อยากเห็นมหาวิทยาลัย อาหาร อยากเห็นมหาวิทยาลัยหุ่นยนต์ เอากันให้ชัด ๆ อย่างนั้นเลยไม่ต้องมาเปิดคณะวิชา สาขาวิชาแบบเชิงพาณิชย์เพื่อเลี้ยงตัวเองแล้วก็จบมาอย่างที่สนองความต้องการตัวบุคคล แต่ประเทศชาติแทบจะไม่ได้ใช้ประโยชน์ในมาตรฐานและคุณภาพ วันนี้ผมก็เลยขอถือโอกาส ฝากไว้ในเรื่องดังกล่าวนะครับ มีท่านสมาชิกยังแสดงความสนใจที่จะอภิปรายใช่ไหมครับ มีไหมครับ เมื่อสักครู่เห็นระหว่างที่ผมได้ฝากประเด็นให้กรรมาธิการด้านการศึกษา ถ้าไม่มี ก็ขอปิดการอภิปรายนะครับ ต่อไปขอเชิญท่านประธานกรรมาธิการและท่านกรรมาธิการ ได้ตอบข้อซักถามของสมาชิกครับ ท่าน พลเอก พอพล มณีรินทร์ ขอเชิญครับ