วัธน เสนอปฏิรูปการศึกษาปฐมวัย ปรับกฎหมาย-จัดตั้งหน่วยงานกลาง

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๘ · ๑๐ เมษายน ๒๕๖๐

วัธน มณีนัย หารือปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการปฏิรูปการประกันคุณภาพการศึกษาและการพัฒนาการศึกษาปฐมวัย โดยเสนอให้มีการปรับปรุงระบบการประเมินให้มีประสิทธิภาพ ลดภาระงานและงบประมาณที่ไม่จำเป็น พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งปรับแก้กฎหมาย จัดตั้งหน่วยงานกลาง และติดตามความคืบหน้าของมาตรการต่าง ๆ เพื่อให้การปฏิรูปการศึกษาเกิดผลเป็นรูปธรรมตามกรอบการปฏิรูปประเทศ รัฐธรรมนูญ และยุทธศาสตร์ชาติภายในปี 2560

พลอากาศเอก วัธน มณีนัย กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ และท่านสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่เคารพ ในส่วนของผมซึ่งเป็นรองประธานกรรมาธิการ คนที่สาม แล้วก็เป็นประธานอนุกรรมาธิการ ขับเคลื่อนการปฏิรูประบบมาตรฐานและการประกันคุณภาพการศึกษา รับผิดชอบอยู่ ๒ เรื่องด้วยกันครับ เรื่องเกี่ยวกับการประกันคุณภาพการศึกษา กับเรื่องของการจัดการดูแล พัฒนาและจัดการศึกษาปฐมวัยให้มีมาตรฐานและเอกภาพ ก็เป็นสิ่งที่น่าดีใจที่ ทางผู้หลักผู้ใหญ่ อย่างที่ท่านประธานได้พูดเมื่อสักครู่นี้ให้ความสำคัญในเรื่องของการศึกษา โดยเฉพาะควิกวิน (Quick Win) ผมจะเรียนให้ที่ประชุมทราบสั้น ๆ ใน ๔ หัวข้อที่ได้รับโจทย์มา ก็คือแนวคิดความคืบหน้า ปัญหา อุปสรรค แล้วก็ข้อเสนอแนะ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน (Presentation))

ในเรื่องแรกครับ ขอสไลด์ (Slide) ที่ ๓๖ นะครับ ก็คือเรื่องของการประกันคุณภาพการศึกษา ก็ขอสรุปหลักการสั้น ๆ นะครับ หลักการของการประกันคุณภาพการศึกษานั้นก็เพื่อที่จะมุ่งเน้นการบริหารคุณภาพ เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าผลผลิตจะเป็นไปตามเป้าประสงค์ แต่เรากลับพบว่ามุ่งเน้น ในเรื่องของคุณภาพการศึกษานั้นมีปัญหานะครับอีกทั้งการประเมินคุณภาพที่ดำเนินอยู่ ปัจจุบันนั้นสะท้อนคุณภาพการศึกษาที่แท้จริง แต่กลับสร้างปัญหาในการดำเนินการของ สถานศึกษา สร้างภาระงานเกินความจำเป็นให้กับคณาจารย์ เป็นการใช้งบประมาณที่ไม่คุ้มค่า อันนี้คือแนวคิดที่ได้ศึกษาแล้วก็ค้นพบมานะครับ ในการปฏิรูปการประกันคุณภาพการศึกษา ทั้งระบบ เราเสนอกรอบแนวคิดการประกันคุณภาพการศึกษาที่ถูกต้อง ปรับปรุงระบบ การประกันคุณภาพการศึกษา โดยมีหัวข้อในเรื่องของเกณฑ์คุณภาพ วิธีการประเมิน และเครื่องมือการประเมิน ผู้ประเมิน การนำผลการประเมินไปใช้ประโยชน์ บทบาทและหน้าที่ ของหน่วยงานต้นสังกัด และหน่วยงานภายนอกคือ สมศ. หรือที่เรารับทราบคือสำนักงาน รับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) ปรับปรุงเป้าหมาย ขอบเขต และวิธีการทำงานของ สทศ. เพื่อให้การประกันคุณภาพการศึกษานั้นเกิดการพัฒนา คุณภาพการศึกษาอย่างแท้จริง อันนั้นก็คือการปฏิรูปที่เราเสนอหลักการไป ความคืบหน้า จนถึงปัจจุบันนี้นะครับ เมื่อวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๕๙ ที่ประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศได้มีมติเห็นชอบในรายงาน วันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๕๙ ประธานสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศนำส่งรายงานต่อคณะรัฐมนตรี คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ใช้มาตรา ๔๔ ให้ผู้อำนวยการ สมศ. ระงับการปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราว สำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สพฐ. ได้ทำหนังสือแจ้งผู้อำนวยการสำนักงานเขต พื้นที่การศึกษาทุกเขตพื้นที่ให้ชะลอการประเมินการศึกษาไปจนกว่าการปฏิรูป การประเมินและประกันคุณภาพการศึกษาจะแล้วเสร็จ รวมทั้งมีหนังสือจาก สมศ. ถึงประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาเรื่องการชะลอ การประเมินภายนอก รอบที่ ๔ ตอนนี้ชะลออยู่นะครับ ต่อไปก็คือคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เรื่อง การปฏิบัติหน้าที่ของผู้อำนวยการ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (เพิ่มเติม) ให้ผู้อำนวยการ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษาพ้นจากตำแหน่งผู้อำนวยการ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา นับแต่วันที่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับ โดยไม่มีความผิด มีการประสานและติดตามความคืบหน้ากับกระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยที่เกี่ยวข้อง อยู่ระหว่างการพิจารณาของกระทรวงศึกษาธิการในการปรับแก้ไข กฎกระทรวงเกี่ยวกับการประกันคุณภาพการศึกษาทั้งระบบให้เป็นไปตามหลักการ ที่เราเสนอ ในส่วนนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้ออกกฎกระทรวงจาก ๓๕ หน้า เหลือประมาณ ๔ หน้า ก็คงจะออกเร็ว ๆ นี้ เดี๋ยวจะติดตามต่อไป ประการสุดท้าย การประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนเร่งรัดดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล กขร. ซึ่งประธาน ได้เรียนเมื่อสักครู่ กระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดให้การปฏิรูปกฎหมายการศึกษา และร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติเป็นงานปฏิรูปประเภทที่ ๑ คือประเด็นปฏิรูป ที่มีผลกระทบสูง ไฮอิมแพกต์ (High Impact) อันนี้ก็เป็นความคืบหน้าจนถึงปัจจุบันนี้

ปัญหาอุปสรรคในการขับเคลื่อน หลักการประกันคุณภาพการศึกษา ที่คณะกรรมาธิการเสนอ อยู่ระหว่างการพิจารณาของเจ้ากระทรวงแล้วก็หน่วยเกี่ยวข้อง ข้อเสนอแนะในการขับเคลื่อนเร่งด่วนภายใน ๑ ปี ซึ่งสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ และยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เนื่องจากการประกันคุณภาพ การศึกษาเป็นเรื่องสำคัญต่อการปฏิรูปคุณภาพการศึกษาทั้งระบบ ดังนั้นจึงขอเสนอแนะ ฝากท่านสมาชิกเผื่อจะได้พูดคุยกับผู้หลักผู้ใหญ่นะครับ ให้รัฐบาลเร่งดำเนินการปรับแก้ไข การประกันคุณภาพการศึกษาและกฎหมายที่เกี่ยวข้องภายในปี ๒๕๖๐ ทั้งนี้ เพื่อจะได้เป็นกรอบ สำหรับการปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบและส่งผลให้การปฏิรูปการศึกษาสัมฤทธิผล อย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็วต่อไป อันนั้นคือเรื่องแรกที่คณะอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูป ระบบมาตรฐานและการประกันคุณภาพการศึกษาซึ่งผมรับผิดชอบอยู่

เรื่องที่ ๒ เป็นการปฏิรูปการปฐมวัยแห่งชาติ ซึ่งได้นำเข้าสภาแห่งนี้ เมื่อวันจันทร์ที่ ๓ สัปดาห์ที่แล้ว แนวคิดผมก็จะมาย่อจากที่ได้เรียนให้ที่ประชุมสภานี้ ได้รับทราบดังนี้ แนวคิดก็คือการศึกษางานวิจัยทั่วโลก ชี้ให้เห็นว่าช่วงปฐมวัยเป็นช่วงวัย ที่มีความสำคัญสูงสุดต่อการพัฒนาสมอง อุปนิสัย และทักษะสำคัญของชีวิต สถานการณ์โลก และสังคมในศตวรรษใหม่เรียกร้องให้เด็กรุ่นใหม่ต้องมีทักษะใหม่ซึ่งต้องได้รับการฝึกฝน ตั้งแต่ช่วงปฐมวัยที่จะไปต่อในช่วงอื่น ๆ สภาพปัญหาในช่วงปฐมวัยพบว่าการพัฒนาล่าช้า มีความพิการประเภทต่าง ๆ เพิ่มขึ้น สภาพปัญหาดังกล่าวส่งผลต่อเนื่องไปถึงเด็ก และเยาวชนในช่วงวัยต่อไป การพัฒนาเด็กปฐมวัยยังไม่เป็นไปตามหลักวิชาการ การบริหารจัดการที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาปฐมวัยยังไม่เป็นไปตามหลักวิชาการ การบริหารจัดการที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาปฐมวัยในประเทศยังขาดเอกภาพและประสิทธิภาพ เป็นครั้งแรกที่รัฐธรรมนูญบัญญัติชัดเจนเกี่ยวกับการดูแลเด็กเล็ก ดังในมาตรา ๕๔ วรรคหนึ่ง และวรรคสอง ที่ว่า รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลาสิบสองปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียน จนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพ แผนการปฏิรูปจัดการดูแล พัฒนา และจัดการศึกษาปฐมวัยให้มีมาตรฐานและเอกภาพ เพื่อวางหลักการปฏิรูป ปฐมวัยของชาติทั้งระบบ ความคืบหน้า เรียนให้ที่ประชุมทราบว่าวันจันทร์ที่ ๓ ได้ผ่านมติ ที่สภาแห่งนี้ซึ่งท่านวิวัฒน์ได้ขอบคุณท่านสมาชิก ผมก็ขอกราบขอบคุณอีกครั้งหนึ่งที่ได้ลงมติ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เลยนะครับ เท่าที่ดูในช่วงนี้หน่วยงานระดับปฏิบัติการก็ได้เริ่มขับเคลื่อนมากขึ้น อย่างเช่นมหาวิทยาลัยมหิดล ก็จะจัดการสัมมนาวิชาการพัฒนาเด็ก เยาวชน ครอบครัวระดับชาติในเดือนหน้า วันพฤหัสบดีที่ ๒๕ ก็เชิญเราไปปาฐกถาด้วย เราก็ยินดีที่จะไปเติมตรงนั้นให้ ปัญหาอุปสรรคในการขับเคลื่อน ซึ่งเป็นปัญหาที่สำคัญในเรื่องของการบูรณาการงานของหลายหน่วยงานเข้าด้วยกัน ซึ่งจะต้องกระทบบทบาท หน้าที่ และกฎหมายจำนวนหลายฉบับ รวมทั้งแนวทาง การดำเนินงานของหน่วยงานเดิม ดังนั้นการขับเคลื่อนจึงจำเป็นจะต้องได้รับการยอมรับจาก ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง สิ่งที่สำคัญก็คือการสร้างความเข้าใจและความร่วมมือระหว่าง หน่วยงานจึงจะสามารถดำเนินการไปได้ด้วยดี ข้อเสนอแนะเร่งด่วนภายใน ๑ ปี อย่างที่เรียนแล้วว่า เป็นเรื่องที่สำคัญแล้วก็มีความเร่งด่วนต่อการปฏิรูปทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ เนื่องจาก คนเป็นฐานสำคัญต่อการปฏิรูปประเทศและการปฏิรูปคุณภาพการศึกษาทั้งระบบ จึงมีข้อเสนอแนะเร่งด่วนภายในระยะเวลา ๑ ปี ดังนี้ ก็คือกำหนดนโยบายให้ชัดเจนเกี่ยวกับ การปฏิรูปปฐมวัย กำหนดให้มีหน่วยงานกลางดำเนินการปรับแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งระบบให้สอดคล้องกับหลักการที่คณะกรรมาธิการนำเสนอ หรือมีกฎหมายว่าด้วย การปฐมวัยแห่งชาติเป็นการเฉพาะ เพื่อที่จะได้กรอบสำหรับการปฏิรูปการปฐมวัยทั้งระบบ และส่งผลให้การปฏิรูปการปฐมวัยสัมฤทธิผลอย่างเป็นรูปธรรมและโดยเร็วต่อไป อันนี้ เป็นข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ซึ่งเราก็จะติดตาม ความคืบหน้าที่กระทรวงศึกษาธิการ แล้วก็หน่วยเกี่ยวข้องต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอต่อไป ผมมีเรื่องเรียนให้ที่ประชุมรับทราบเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ