เสรี สุวรรณภานนท์ หารือการปฏิรูประบบการปกครองท้องถิ่น โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการทบทวนบทบาทและอายุเกษียณของกำนันผู้ใหญ่บ้าน เพื่อป้องกันการใช้อำนาจในทางที่ผิด และเรียกร้องให้สมาชิกสภาพิจารณาข้อเสนออย่างรอบด้านโดยคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก พร้อมผลักดันให้มีผู้ปฏิบัติงานที่โปร่งใส ไม่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย เพื่อให้การบริหารราชการเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม นายเสรี สุวรรณภานนท์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ต้องขอบพระคุณท่านสมาชิกที่ได้อภิปรายเสนอความเห็นทุกท่านนะครับ ก่อนอื่นต้องกราบเรียนว่าคำถามของท่านประธานก็ดูเหมือนจะเป็นความหวังดี แต่ผม ไม่แน่ใจว่าเป็นอย่างที่ท่านกษิตพูดหรือเปล่า เพราะว่าคำถามที่ถามก็มีคำตอบชัดเจนอยู่แล้ว เดี๋ยวผมจะตอบท่านประธาน แต่สิ่งที่ผมจะกราบเรียนท่านสมาชิกที่เคารพทุกท่านว่า สิ่งที่กรรมาธิการได้เสนอรายงานดังกล่าวนี้ ถ้าท่านได้พิจารณาดูแล้วจะต้องคิด จะต้องพิจารณาว่าสิ่งที่กรรมาธิการเสนอนั้นเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนมากน้อยแค่ไหน หรือเป็นประโยชน์กับฝ่ายการเมืองอย่างที่พูดถึง ในการทำหน้าที่วันนี้ผมคิดว่าแต่ละท่าน คงต้องตัดสินใจในการที่รายงานนี้จะได้รับการพิจารณาจากท่านสมาชิก โดยกรรมาธิการ ได้พิจารณาเรื่องนี้หลายรอบ จนกระทั่งรายงานสุดท้ายนี้ถือว่าเป็นความละเอียดรอบคอบ ที่กรรมาธิการตั้งใจเสนอแบบนี้ แต่ข้อเสนอข้อพิจารณาดังกล่าวนี้ของท่านสมาชิกทุกท่าน ผมว่าวันนี้ก็เป็นสิ่งที่จะสะท้อนการทำหน้าที่หรือการทำงานของ สปท. ในช่วงสุดท้ายว่า เราในฐานะสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศได้เข้ามาทำหน้าที่แทนพี่น้องประชาชน ทั้งประเทศ เราต้องถอดหัวโขน เราต้องถอดหมวกเดิมออก เราต้องทำหน้าที่ในการตัดสินใจ แทนประชาชนทั้งประเทศว่าการจะปฏิรูปในคราวนี้เราจะเอาอย่างไร เราคงจะต้องพิจารณา ตัดสินเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ส่วนงดออกเสียงนั้นแม้จะเป็นสิทธิของสมาชิกทุกท่าน แต่ผมกราบเรียนว่าอย่างมติที่ท่านสมาชิกได้ยกขึ้นเป็นตัวอย่างนั้นว่าจะมีอยู่ช่วงหนึ่งที่มี การงดออกเสียงจำนวนมาก ซึ่งในคราวนี้ผมคิดว่าไม่น่าจะเป็นอย่างนั้น ผมเดาเอานะครับ ผมคิดว่าเราคงต้องตัดสินใจของพวกเราในฐานะตัวแทนของคนทั้งประเทศในการที่จะเลือก ว่าสิ่งใดเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เป็นประโยชน์ที่สุด เหมาะสมที่สุดกับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ นี่คือภารกิจสำคัญครับ มันจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าสิ่งที่ท่านสมาชิกและสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศของเราได้ทำหน้าที่ดังกล่าวนี้ได้ปกป้องผลประโยชน์หรือนำพา ซึ่งผลประโยชน์ให้กับคนทั้งประเทศหรือไม่ จะเป็นภาพสะท้อนครับ ส่วนจะตัดสิน เป็นอย่างไรนั้นกรรมาธิการยอมรับในผลที่จะออกมา แต่นั่นหมายความว่าเป็นเรื่องที่พวกเรา ก็คงทำหน้าที่ทั้งสภา ต้องขอบคุณ แล้วก็เห็นว่าสิ่งที่ท่านอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดหลายท่าน ขอบพระคุณอย่างยิ่งที่เสนอมุมมองในแนวทางที่ท่านได้ประสบพบมา แต่ก็คือส่วนหนึ่ง ของกระทรวงมหาดไทย เราจะปฏิรูปประเทศคราวนี้ถ้าเรายังติดขัดไปด้วยกระบวนการ ซึ่งไม่ยอมเปลี่ยนแปลง คิดยึดหลักแนวคิดเดิมโดยที่การปฏิรูปนั้นควรจะต้องมีทิศทางใหม่เกิดขึ้น ถ้าหากว่าเรายังไม่ยอมที่จะเปลี่ยนแปลงเราก็จะติดขัดแต่ปัญหา ถ้าเราไปกระทบกับ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงมหาดไทยจะไม่เห็นด้วยแล้วเราก็ปฏิรูปไม่ได้ ถ้าเราไปพูดถึง ตำรวจ ตำรวจไม่เห็นด้วยเราก็ปฏิรูปไม่ได้ ถ้าเราไปพูดถึงหน่วยงานราชการ หน่วยงานราชการ ไม่เห็นด้วยเราก็ปฏิรูปไม่ได้ ผมว่าในวันนี้เราต้องถอดในเรื่องเหล่านั้นออกแล้วมาพูดกัน ด้วยเหตุผลว่าสิ่งที่กรรมาธิการคณะขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมืองก็ดี หรือทุก ๆ คณะก็ดี ได้นำมาเสนอนี้มีเหตุผลเพียงพอ มีเหตุผลพอที่จะรับไปปฏิรูปต่อหรือไม่ ต้องกราบเรียนตรงนี้ครับ อย่ามองแต่มุมเดียวว่าสิ่งที่หน่วยงานหรือท่านสมาชิกที่เกี่ยวข้องอยู่ในเรื่องนั้นแล้วไม่เห็นด้วย จะกลายเป็นเรื่องถูกต้องทั้งหมด หรือกรรมาธิการเสนอมาแล้วจะเป็นเรื่องถูกต้องทั้งหมด ก็ไม่ใช่ แต่เป็นเรื่องสมาชิกพวกเราต้องมาพิจารณาดู ท่านสมาชิกลองคิดง่าย ๆ นะครับ ลองนึกดูว่าถ้าเกิดท่านสมาชิกมีบ้านอยู่ในตำบลหนึ่งแล้วในตำบลดังกล่าวนั้นมีลูกหลานเรา มีพ่อแม่พี่น้องเราอยู่ในตำบลนั้น แล้วเราก็ผ่านกระบวนการที่ว่าคนที่จะดูแลพี่น้องประชาชน ในตำบลนั้นเป็นกำนัน ซึ่งดำรงตำแหน่งตั้งแต่อายุ ๒๕ ปี จนถึง ๖๐ ปี ท่านลองเอาความคิด ของพวกเราไปนั่งในหัวใจของพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เหล่านั้นว่าเขาจะต้องประสบ พบอะไรครับ พบว่ามีอยู่คนหนึ่งที่เป็นผู้นำสังคมมีตำแหน่งที่กฎหมายรองรับว่าดูแล พื้นที่ดังกล่าวแล้วตั้งแต่อายุ ๒๕ ปี ถึงอายุ ๖๐ ปี ทีนี้ถ้าหากเราห่วงว่าคนที่มีอายุ ๒๕-๖๐ ปี อยู่ในตำแหน่งกำนันแล้วจะเป็นคนดี เป็นคนที่มีความกล้าหาญ เป็นคนที่รู้พื้นที่ มีการรอบรู้ มีเรื่องต่าง ๆ เหมาะสมอย่างที่ท่านว่า แต่อีกด้านหนึ่งล่ะครับ ถ้าเกิดว่าคนที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวนั้น เป็นคนมีอิทธิพล เป็นคนที่ค้ายาเสพติด เป็นคนที่เอาแต่พวก ไม่ดูแลประชาชน ใครอยู่คนละฝั่ง ก็ไม่ใส่ใจ ไม่สนใจ ยิ่งอยู่ไปนาน ๆ ตำแหน่งอย่างไรก็ค้ำเป็นหลักประกันอยู่แล้วยิ่งไม่สนใจ พี่น้องประชาชนทั้งหมดเลย ท่านสมาชิกลองคิดดูนะครับ ถ้ามีมุมนี้เกิดขึ้นแล้วประชาชน ที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวนี้แล้วได้กำนันแบบนี้เราจะทำอย่างไร เป็นปัญหาใหญ่ที่จะต้องได้รับ การแก้ไขใช่ไหมครับ ดังนั้นสิ่งที่กรรมาธิการเสนอเราก็หวังและคิดว่าถ้าหากพี่น้องประชาชน อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวแล้วได้รับการดูแลจากคนที่เรียกว่ากำนันแล้วมีวาระระยะเวลา ให้ประชาชนนั้นตรวจสอบได้ มีโอกาสเปลี่ยนแปลงได้ คนที่ดำรงตำแหน่งกำนันก็จะต้อง ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ เพราะวาระ ๕ ปีสามารถจะต้องเลือกครั้งหนึ่ง ท่านสมาชิกครับ ท่านประธานครับ ก่อนที่จะรายงานผมก็คิดอย่างท่านสมาชิกหลายท่าน แต่ผมพยายามถามครับ หาข้อมูลว่าผลดี ผลเสียระหว่างคนที่อยู่ในตำแหน่งนาน ๆ จนถึง ๖๐ ปี กับวาระให้มี ๕ ปี อันไหนจะดีกว่ากัน ในกรุงเทพมหานครเคยมีกำนัน ตอนนี้ไม่มีแล้ว ผมก็ไปถามกำนันเหล่านั้น ที่เคยอยู่ในตำแหน่งเพราะเขาไม่มีส่วนได้เสีย ผมถามเขาว่าถามจริง ๆ เถอะครับ ถ้าหากกำนัน ที่มีอายุ ๒๕ ปี ถึง ๖๐ ปี กับกำนันที่อยู่ในวาระตำแหน่ง ๕ ปี อันไหนดีกว่ากัน ผมก็ถามตรง ๆ ได้รับคำตอบว่าคนที่อยู่ในวาระ ๕ ปีจะมีความกระตือรือร้นมากกว่า จะต้องตั้งใจขยันทำงาน ทำหน้าที่ให้กับประชาชน เพราะว่าถ้าอยู่ในวาระแล้วไม่ขยัน ไม่ดูแล ไม่ใส่ใจ ไม่ทำงาน ประชาชนเขาจะไม่เลือกเข้ามาอีก เป็นผลดีกว่าไหมครับ ผมว่านี่ละครับคือผลดีที่มุมมองหนึ่ง ผมก็ได้รับข้อมูลเหล่านี้มา แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นห่วงเป็นใยว่าในส่วนของกำนันเองถ้าอยู่ในตำแหน่ง แล้วไม่รู้พื้นที่ผมว่ากำนันนั้นก็มาจากผู้ใหญ่บ้านครับ มาจากคนที่อยู่ในพื้นที่นั้นเอง เพียงแต่เราสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป ถ้าหากว่าเป็นคนที่ประชาชนเขาเห็นด้วย ประชาชนเขาเห็นชอบ ประชาชนเขารู้สึกอบอุ่น ได้รับการช่วยเหลือจากคนที่อยู่ในตำแหน่งเหล่านี้ แล้วก็จะทำให้เป็นประโยชน์มากกว่า อันนี้ก็คือสิ่งที่กรรมาธิการต้องกราบเรียนท่านที่เคารพว่า ข้อเสนอดังกล่าวนี้เป็นเรื่องที่กรรมาธิการได้พิจารณาแล้วนะครับ ส่วนที่ท่านประธานกรุณาถามว่าเป็นการเมืองไหม ต้องตอบเลยว่าไม่ใช่การเมืองครับ การเลือกตั้งคือการเมือง แต่ถ้าดูรายงานเราใช้คำว่า เลือก แต่การเลือกดังกล่าวนี้ก็คือ การประเมินอย่างหนึ่ง เพราะว่าตามรายงานหรือแนวทางระเบียบของกระทรวงมหาดไทย มีระบบการประเมินอยู่แล้ว แต่เป็นการประเมินโดยมีคณะกรรมการที่นายอำเภอเป็นคนตั้ง แต่ถามว่าถ้าไปเจอคนดีประเมินดีก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าไปเจอคนประเมินที่ไม่ดีแล้วคนที่ชี้ขาด คือนายอำเภอ มีข้อขัดแย้ง มีการอยู่ร่วมกันไม่ได้ ขัดผลประโยชน์ การประเมินก็จะไม่เป็นธรรม เช่นเดียวกัน แต่ถ้าหากให้พี่น้องประชาชนได้มีโอกาสในการที่จะตัดสินเลือกคนที่จะมา ทำหน้าที่ต่อไปเมื่อครบวาระ ๕ ปีแล้ว นี่คือการประเมินอย่างหนึ่ง น่าจะเป็นเรื่องดีกว่าที่จะให้ ระบบราชการเองเป็นคนประเมิน ดังนั้นแนวทางที่คณะกรรมาธิการได้เสนอดังกล่าวนี้ ผมกราบเรียนว่าเป็นเรื่องที่กรรมาธิการก็คิดอยู่หลายรอบแล้วก็ตระหนักอยู่ตลอด มองข้อดี ข้อเสีย ถ้าท่านดูรายงานท่านจะเห็นว่าเราคำนึงถึงว่าข้อดีเป็นอย่างไร ข้อเสีย เป็นอย่างไร อันนี้ก็เปรียบเทียบให้เห็น เราก็ทำแบบใจกว้าง ๆ เราไม่ได้ทำแบบตั้งธงว่า ควรจะออกมาอย่างไร แต่สุดท้ายเราคิดว่าผลที่จะออกมานั้นมันน่าจะได้รับประโยชน์กับ พี่น้องประชาชนมากกว่า อาจจะมีข้อดีข้อเสียครับ ผมไม่เถียง แต่เราต้องชั่งน้ำหนัก และการชั่งน้ำหนักดังกล่าวนี้ก็ขึ้นอยู่ว่าให้ประชาชนตัดสินใจ ต้องเรียนอีกครั้งหนึ่งครับว่า สิ่งที่เราไปบอกว่าการเมืองจะมาแทรกแซง ผมกราบเรียนว่าในโลกของความเป็นจริงแม้กระทั่ง กฎหมายจะบอกว่าให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านวางตัวเป็นกลางในทางการเมือง แต่ในความเป็นจริง ในยุคปัจจุบันเรากล้าจะพูดความจริงไหม มันเป็นกลางไหมครับ ตอนนี้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นกลางถึงขนาดไม่ยุ่งกับการเมืองเลยไหม กำนัน ผู้ใหญ่บ้านเป็นหัวคะแนนไหม เป็นทั้งนั้นละครับ นี่คือความเป็นจริงครับ แต่เราปฏิเสธเรื่องเหล่านี้ได้ไหม เราปฏิเสธไม่ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่จะกราบเรียนได้ ก็คือการเมืองไม่ใช่เรื่องเลวร้าย การเมืองเป็นเรื่องดี เป็นเรื่องที่ประชาชนมีส่วนร่วม เป็นเรื่องที่ ประชาชนจะต้องเลือกตัวแทนเข้าไปทำหน้าที่ เราไปเห็นแต่เรื่องการเมืองเป็นเรื่องเลวร้าย อันนั้นเป็นเรื่องของคนครับ คนคือนักการเมือง ที่บ้านเมืองของเรามีปัญหาในทางการเมือง มันอยู่ที่คน อยู่ที่นักการเมือง แต่ไม่ได้ทำให้คนที่จะเป็นกำนันแล้วได้รับการกลั่นกรอง ได้รับเลือกจากประชาชนกลายเป็นนักการเมืองไปด้วย ไม่ใช่ครับ ต้องแยกเหล่านี้ เพราะฉะนั้น ข้อ ๑ ที่ผมตอบท่านประธานไปว่าข้อเสนอดังกล่าวนั้นไม่ใช่การเมืองครับ
ข้อ ๒ การสร้างราชการส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น ก็เป็นอย่างระบบเดิม ในระบบเดิมข้อเสนอตามรายงานดังกล่าวนี้การทำหน้าที่ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นลักษณะ แบบเดิมไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร คงช่วยงานคงช่วยเหลือนายอำเภอ เป็นตัวแทนในส่วนของ ท้องถิ่น การปกครองท้องถิ่น แต่สิ่งที่เราบอกว่าถ้าต้องการให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านอยู่จนถึง ๖๐ ปี โดยยึดหลักว่าจะรู้พื้นที่ จะสามารถมีความกล้าหาญ จะปราบโจรผู้ร้าย และจะไม่มีอิทธิพล จริง ๆ อย่างที่บอก แล้วถ้ากลับกันเป็นกำนันที่มีอิทธิพลค้ายาเสพติดอะไรทั้งหลาย แต่สิ่งที่ ต้องพิจารณาคืออะไรครับ ทำไมเรามองว่ากำนันจะต้องอยู่ถึง ๖๐ ปี แล้วจะสามารถทำงาน ได้ดี แต่ในความเป็นจริงนายอำเภอก็ดี ผู้ว่าราชการจังหวัดก็ดี พอเกษียณก็ย้ายกันทุกปี รู้จักมักจี่อะไรกับกำนันหรือที่ต้องทำงานด้วยกันตลอดไป เพราะฉะนั้นสิ่งที่เรากำหนดภารกิจ หน้าที่เป็นเรื่องประโยชน์ของประชาชน ไม่ใช่ว่าใครจะนั่งอยู่นานหรือไม่นาน ถ้าประชาชน ได้ประโยชน์จากการมีการกลั่นกรอง ได้คนดีมาทำหน้าที่ก็จะเป็นอานิสงส์ เพราะฉะนั้น รายงานดังกล่าวนี้ก็เป็นส่วนหนึ่ง อีกอันหนึ่งบอกว่าการเมืองมีการเลือกตั้ง แต่ผมบอกแล้วว่าเป็นเรื่องเลือก แล้วท่านก็บอกว่า การเลือกตั้งทำให้สังคมแตกแยก ทำให้ประชาชนแตกแยก ต้องขอตอบว่าการเลือก ไม่ใช่เรื่องของการแตกแยก หรือจะเลือกตั้งก็ตาม แต่เพิ่งมาในยุคนี้เท่านั้นเองที่การเมือง แบ่งประชาชนออกเป็นฝ่าย แต่ถ้าเป็นการเมืองโดยปกติเวลาเขาเลือกอาจจะเลือกคนละฝั่ง การเลือก เลือกแล้วต้องจบ เลือกแล้วคนที่รับประโยชน์ต้องเป็นนักการเมืองที่ใจกว้าง ต้องดูแลทุกคนจะไม่มีความแตกแยก เพราะฉะนั้นกำนันก็เช่นเดียวกัน ถ้าเลือกไปแล้วก็จะ ทำหน้าที่ในฐานะผู้ปกครองดูแลพี่น้องประชาชนทั้งตำบล ถ้าหากว่าเป็นกำนันที่แบ่งฝักแบ่ง ฝ่ายทำให้เห็นได้ชัดว่าแค่เลือกยังยอมแบ่งฝักแบ่งฝ่ายแล้วจะทำหน้าที่ได้อย่างไร ดังนั้น ในข้อเสนอของกรรมาธิการก็จะมีความชัดเจน ส่วนที่ท่านประธานว่า ๒๕ ปีแล้ว กำนัน ผู้ช่วยนายอำเภอ อยู่ที่คะแนนเสียงหรือศรัทธา ผมว่าจริง ๆ แล้วต้องยอมรับว่าอยู่ที่เราเลือก ว่าเราจะเลือกทิศทางไหน ถ้าหากว่าจะเป็นในรูปแบบใดก็ตามผลที่ออกมามีทั้งคะแนน มีทั้งความศรัทธา ถ้าคนเรามีความศรัทธาไม่มีคะแนนก็ไม่ได้รับเลือก ถ้าคนเรามีแต่คะแนน ไม่มีความศรัทธาก็ไม่ได้รับเลือก ดังนั้นมันมีทั้ง ๒ อย่างต้องมีทั้งพระเดช พระคุณ ส่วนแต่ละท่าน ผมขอกราบเรียนว่าเดี๋ยวให้ท่านวิทยาหรือท่านกรรมาธิการที่จะตอบให้ตรงประเด็น กับที่ท่านได้ถามได้กรุณาใช้ช่วงสุดท้าย แต่อย่างไรก็ตามหวังว่าท่านสมาชิกในฐานะสมาชิก สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศคงจะต้องตัดสินปัญหาเหล่านี้ด้วยเหตุผล ด้วยมุมมองว่า ประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนอยู่ในจุดใด ขอบพระคุณครับ