ธวัชชัย ฟักอังกูร แสดงความเห็นคัดค้านข้อเสนอให้ผู้ใหญ่บ้านมีวาระการเลือกตั้งทุก 5 ปี โดยชี้ว่าการกำหนดวาระตามอายุ 60 ปีตามกฎหมายปี 2551 สอดคล้องกับบทบาทผู้ใหญ่บ้านในระบบราชการบริหารส่วนภูมิภาคและหลีกเลี่ยงความขัดแย้งจากการเมืองท้องถิ่น
กราบเรียนท่านประธานและเพื่อนสมาชิก สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่เคารพทุกท่านครับ กระผม นายธวัชชัย ฟักอังกูร สมาชิก สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ หมายเลข ๐๗๒ กระผมมีความเห็นคล้อยตามกับ ท่านอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง ๓ ท่าน ก็คือไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของกรรมาธิการ ในประเด็นเกี่ยวกับการให้ผู้ใหญ่บ้านมีวาระการดำรงตำแหน่งเลือกตั้งทุก ๕ ปี ผมขอแสดง เหตุผลและตั้งข้อสังเกตซึ่งจะไม่ให้ซ้ำกับที่เพื่อนสมาชิกได้กล่าวไป ท่านกรรมาธิการได้กรุณา ลำดับประวัติศาสตร์ของกฎหมายกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตั้งแต่ในอดีตมีวาระการดำรงตำแหน่ง ตลอดชีวิต จนมาถึงเมื่อปี ๒๕๑๕ อายุครบ ๖๐ ปี จนมาถึงปี ๒๕๓๕ จาก ๖๐ ปี ก็มีการเลือกตั้งทุก ๕ ปี ท่านได้ให้เหตุผลของกฎหมายเมื่อปี ๒๕๓๕ ว่าเหตุที่กฎหมาย กำหนดให้มีการเลือกตั้งทุก ๕ ปี เพราะการดำรงตำแหน่งจนถึงอายุ ๖๐ ปียาวนาน คิดได้ตั้งแต่ ๒๕ ปี จนถึง ๖๐ ปี เป็นเวลาถึง ๓๕ ปี เพราะฉะนั้นกฎหมายปี ๒๕๓๕ ก็เลย แก้ไขเพื่อไม่ให้ดำรงตำแหน่งยาวนาน ต่อมาปี ๒๕๕๑ ได้มีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย อีกครั้งหนึ่ง คราวนี้วาระการดำรงตำแหน่งนั้นกลับไปอย่างเดิมอีกคืออายุครบ ๖๐ ปี แต่กฎหมายฉบับนี้ท่านไม่ได้อ่านเหตุผลว่าเพราะอะไรกฎหมายฉบับนี้จึงได้แก้หลักการ กลับไปสู่สภาพเดิมคือ ๖๐ ปี ผมจะอ่านให้ฟัง เมื่อปี ๒๕๕๑ ที่เขาแก้ให้กลับไปอายุ ๖๐ ปี กฎหมายให้เหตุผลว่า โดยที่การเข้าสู่ตำแหน่ง ระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง การพ้นจาก ตำแหน่งหน้าที่ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ไม่ได้ปรับปรุงให้เหมาะสม ทำให้การปฏิบัติงาน ไม่มีประสิทธิภาพ ประกอบกับอำนาจหน้าที่ซึ่งมีความซ้ำซ้อนกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สมควรจะได้มีการปรับปรุงวาระการเข้าสู่ตำแหน่ง การดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง อำนาจหน้าที่ ให้สอดคล้องกับการปรับปรุงการบริหารราชการแผ่นดิน และอำนาจหน้าที่ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นั่นก็หมายความว่าสถานการณ์ในแต่ละยุคสมัยของ การแก้ไขกฎหมายนั้นย่อมไม่เหมือนกัน สถานการณ์หนึ่งอาจจะเหมาะสมกับการแก้ไข กฎหมายอย่างหนึ่ง สถานการณ์อีกอย่างหนึ่งก็อาจจะสอดคล้องกับการที่จำเป็นต้องแก้ไข กฎหมาย ถามว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นคืออะไร เมื่อปี ๒๕๓๕ แก้ไขให้เลือกทุก ๕ ปี ขณะนั้น กฎหมายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่สำคัญก็คือพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การ บริหารส่วนตำบล ซึ่งยกฐานะตำบลขึ้นเป็นองค์การบริหารส่วนตำบลนั้นยังไม่ได้มี การประกาศใช้ กฎหมายสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบลมีการประกาศใช้ เมื่อปี ๒๕๓๗ มีการเลือกตั้งครั้งแรก ถ้าจำไม่ผิด ปี ๒๕๓๘ ปี ๒๕๓๙ ปี ๒๕๔๐ ทยอยกันเลือก อบต. ไหนมีรายได้มากเลือกก่อน ปีละ ๑,๐๐๐ ๒,๐๐๐ จนครบ ๓-๔ ปี เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตำบล หมู่บ้าน ถ้าใครที่อยู่ก็คงจะจำได้ เริ่มมีการเลือกตั้งทั้งท้องที่ และท้องถิ่นกันทุกระยะ ใครที่ทำงานกับท้องถิ่น ท้องที่ รับราชการก็ดี เป็นนักการเมืองก็ดี ก็คงจะทราบนะครับว่าการแตกแยก การทะเลาะ การชิงการดำรงตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็น ตำแหน่งท้องถิ่นหรือตำแหน่งท้องที่ คนไหนเป็นท้องที่ก็จะต้องดำเนินการเพื่อให้ได้ท้องถิ่น อีกตำแหน่งหนึ่ง หมายถึงพรรคพวกตัวเอง คนไหนเป็นท้องถิ่นเมื่อมีการเลือกตั้งท้องที่ ต่างมีความสัมพันธ์กัน ถ้าไปได้ก็ไปด้วยกัน ถ้าไปไม่ได้ก็เกิดความขัดแย้งกัน ในช่วงเวลานั้น เรื่องของการกระจายอำนาจได้มีการพูดถึง ได้มีการแบ่งหน้าที่กันให้ชัดเจนว่าท้องที่ จะทำอะไร ท้องถิ่นจะทำอะไร นี่เป็นเรื่องปกติ เพราะว่าข้างบนก็แบ่ง กระทรวง ทบวง กรมก็ต้องแบ่ง ยุคนั้นเป็นยุคของการถ่ายโอนภารกิจ ๑๖ ปีครับ ๑๖ ปีตั้งแต่ปี ๒๕๓๕ ถึงปี ๒๕๕๑ สถานการณ์เป็นอย่างนี้ จนกระทั่งกฎหมาย ปี ๒๕๕๑ จึงบอกว่าต่อไปนี้เรามาแบ่งหน้าที่กันให้ชัดเจน อะไรเป็นเรื่องของท้องที่ ซึ่งก็คือเรื่องของราชการบริหารส่วนภูมิภาค ก็ต้องเป็นเจ้าหน้าที่ในฐานะราชการบริหาร ส่วนภูมิภาค ไม่ใช่ท้องถิ่น อะไรที่เป็นเรื่องของท้องถิ่นก็มาจากการเลือกตั้ง ประชาชน ก็ถือหลักในการเลือกว่าถ้าเขาต้องการจะเลือกคนมาจัดบริการสาธารณะ เขาก็ต้องเลือกคน จะเป็นนายก ถ้าเขาต้องการเลือกคนที่มาเป็นหัวหน้า ไม่ใช่ผู้แทนนะครับ ในกฎหมายเรียกว่า ผู้ใหญ่บ้าน คือหัวหน้าราษฎร เขาก็เลือกเหมือนเราอยู่ในห้องสมัยเราเป็นเด็กเลือกหัวหน้าชั้น มีหน้าที่ดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชน แล้วดำรงสถานภาพเป็นราชการบริหารส่วนภูมิภาค ขึ้นตรงต่อนายอำเภอ มีระเบียบวินัย มีขึ้นขั้น มีเงินเดือน ไม่เหมือนกับราชการบริหารส่วนท้องถิ่น ไม่มีขั้นเงินเดือน ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารหรือสมาชิกสภาท้องถิ่น ถ้าทำไม่ดีก็ตั้งกรรมการสอบ เอาออก เป็นคนของราชการบริหารส่วนภูมิภาค เป็นคนอยู่ในระบบของราชการบริหารแผ่นดิน ในส่วนของราชการบริหารส่วนภูมิภาคอย่างเต็มตัว สิ่งเหล่านี้ดำรงอยู่มา ๙ ปีแล้วครับ กฎหมายฉบับสุดท้ายที่มีการแก้ไข คือฉบับที่ ๑๒ พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ ปี ๒๕๕๒ (ฉบับที่ ๑๒) แก้มาตราเดียว บอกว่า การยกเลิกตำแหน่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน จะกระทำมิได้ กฎหมายฉบับนี้ ให้เหตุผลว่าอย่างไร ให้เหตุผลว่ากำนัน ผู้ใหญ่บ้านเป็นบุคคลในพื้นที่ที่ใกล้ชิดกับราษฎร ในการปฏิบัติงานเพื่อปฏิบัติตามแนวนโยบายแห่งรัฐ เป็นผู้ช่วยนายอำเภอซึ่งเป็นส่วนหนึ่ง ของราชการบริหารส่วนภูมิภาค เป็นผู้ประสานงานระหว่างภูมิภาคกับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ถามว่าการประสานงานระหว่างภูมิภาคกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยให้เขามาเลือกตั้งกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เขาจะทำหน้าที่ประสานงานได้ดีไหม ทำหน้าที่เป็นคนกลางไกล่เกลี่ยข้อพิพาทความขัดแย้ง ถ้าเขาเลือกตั้งมา ๕ ปี เลือกตั้งใหม่ โดยยังต้องคำนึงถึงคะแนนเสียง เขาจะทำหน้าที่ในเรื่องของการไกล่เกลี่ยความขัดแย้งได้ดีไหม เป็นตัวแทนของราษฎรเกี่ยวกับการร้องทุกข์เรื่องความเดือดร้อน ถามว่าถ้าเขาเป็นนักการเมือง ที่ฟังแต่เสียงของประชาชนอย่างเดียว เสียงของประชาชนที่นิยมชมชอบอย่างเดียว เขาจะทำหน้าที่อย่างนี้ได้ดีหรือไม่ ถ้าเขาทำหน้าที่อย่างนี้ได้ดีก็เลือกเป็นเทอมครับ เราเลือกผู้พิพากษาเลยเราเลือกเอกอัครราชทูตเลย เราเลือกมันทุกอย่างถ้าคิดว่า การเลือกตั้งนั้นเป็นเรื่องที่ดี ขอบคุณครับ