ไพฑูรย์ หลิมวัฒนา เสนอข้อเสนอแก้ไข พระราชบัญญัติปกครองท้องที่ โดยเสนอให้กำนันและผู้ใหญ่บ้านมีวาระ 60 ปี และเรียกร้องการตรวจสอบและประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของกำนันและผู้ใหญ่บ้านที่มีปัญหาการปฏิบัติหน้าที่หรือทุจริต เพื่อให้ได้บารมีและความเคารพจากประชาชน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ไพฑูรย์ หลิมวัฒนา สมาชิกลำดับ ๑๑๑ กระผมขออภิปรายและข้อเสนอของคณะกรรมาธิการ ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง เกี่ยวกับข้อเสนอประกอบการพิจารณาแก้ไข พระราชบัญญัติปกครองท้องที่เกี่ยวกับวาระของกำนันและผู้ใหญ่บ้านครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านไม่ใช่นักการเมือง เพียงแต่ได้รับการแต่งตั้งหรือได้รับ การเลือกจากพี่น้องประชาชนจากหมู่บ้านและให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งเป็นผู้ใหญ่บ้าน ท่านประธานครับ กระผมยังเห็นว่ากำนัน ผู้ใหญ่บ้านควรจะต้องมีวาระ ๖๐ ปี ส่วนเรื่อง ที่ผู้ใหญ่บ้านเลือกกำนัน ส่วนนี้ผมไม่เห็นด้วยกับการที่จะให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านเพียงไม่กี่คน และมาเลือกกำนันให้เป็นผู้นำ จากการที่มีการเปลี่ยนแปลงสมัยนั้นผมเห็นว่าในจุดประสงค์ ดีมาก เพราะว่าต้องการให้กำนันเป็นผู้นำในตำบลจึงให้ผู้ใหญ่บ้านเลือกกำนัน แต่ในที่สุด ปรากฏว่าถ้าหากว่าตำบลนั้นมีผู้ใหญ่บ้านสัก ๙ คน คนที่อยากจะเป็นกำนันก็ไปซื้อสิทธิของ ผู้ใหญ่บ้านอีก ๔ คน ตัวเองก็ได้รับเลือกเป็นกำนันในตำบลนั้น ส่วนวาระของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่ทางกรรมาธิการเสนอบอกว่าไม่กระทบต่อกำนันหรือต่อผู้ใหญ่บ้าน เพราะผู้ใหญ่บ้านสามารถ อยู่ในตำแหน่งได้อีกจนครบวาระ ๖๐ ปี หลังจากนั้นก็จะเข้าสู่การเลือกตั้งระบบ ๕ ปี และบอกว่าเมื่อกำนันครบ ๖๐ ปีแล้ว เมื่อผู้ใหญ่บ้านครบ ๖๐ ปีแล้ว ก็สามารถที่จะเข้ามา ให้เลือกตั้งให้เป็นผู้ใหญ่บ้านได้ต่อไป ตรงนี้คน ๖๐ ปีที่จะเป็นผู้ใหญ่บ้านซึ่งต้องรับผิดชอบ ภารกิจมากมาย ท่านประธานครับ ผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้ช่วยนายอำเภอ เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ จะเป็นพิเศษก็ได้ มีอำนาจในการจับกุม ในการป้องกันและปราบปราม ในการพัฒนา และอีกหลาย ๆ อย่าง ยกตัวอย่าง ท่านประธานครับ ผู้ใหญ่บ้านหรือกำนันถ้าอยู่ในวาระ ๕ ปี กำนัน ผู้ใหญ่บ้านมีหน้าที่ในการปราบปรามจับกุมการพนัน ยาเสพติด ดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ป่าไม้ หรือส่วนต่าง ๆ อีก ท่านประธานครับ ถ้าหากว่า เขามีวาระแค่ ๕ ปี ผมว่าไม่มีผู้ใหญ่บ้านคนไหนที่จะกล้าไปปฏิบัติหน้าที่ในการจับกุม เพราะอนาคตของเขาเมื่อ ๕ ปี เขาต้องพ้นวาระ เมื่อพ้นวาระแล้วกับการกลับเข้าสู่ตำแหน่ง ของเขานั้นเขาอาจจะไม่ได้รับการเลือกเข้ามาเป็นผู้ใหญ่บ้าน ท่านประธานครับ ในการเลือกตั้ง ก็ต้องแบ่งออกอย่างน้อย ๓ ฝ่าย คือฝ่ายที่ได้รับเลือกเป็นผู้ใหญ่บ้าน และฝ่ายที่ไม่ได้รับเลือก เป็นผู้ใหญ่บ้าน และอีกฝ่ายหนึ่งก็คอยมองว่าฉันจะไปด้านไหน ความแตกแยกที่เกิดขึ้น ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง ผู้ใหญ่บ้านก็จะไม่กล้าที่จะปฏิบัติหน้าที่ในการจับกุม เพราะเมื่อไร ที่เขาพ้นหน้าที่ในการปฏิบัติการเป็นผู้ใหญ่บ้านเขาก็ต้องโดนสกรัมแน่นอนในโอกาสต่อไป ยกตัวอย่างง่าย ๆ อีกประเด็นท่านประธานครับ ก็คือการเลือกตั้งในหมู่บ้านครั้งใด แม้กระทั่ง เลือกผู้ใหญ่บ้าน ๒ คน หมู่บ้านนั้นก็แตกเป็น ๒ ฝ่าย อยู่ ๆ มีการเลือกตั้งขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นระดับหมู่บ้านคือสมาชิกของ อบต. ก็แตกแยกอีก ท่านประธานครับ ถ้าเลือก ๔ คน ก็แตกแยกเป็น ๒ ฝ่าย ๓ ฝ่าย เลือก ส.จ. ก็แตกแยก เลือก ส.ส. ก็แตกแยก ทีนี้ถ้าหากว่ามีเลือกกำนัน ผู้ใหญ่บ้านเข้าไปอีกก็ยิ่งแตกแยก เพราะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทำหน้าที่ในการประนีประนอม เห็นพี่น้องประชาชนในหมู่บ้านเกิดความแตกแยกก็เรียกมา ทำการประนีประนอมในเบื้องต้น ตรงนี้ถ้าหากผู้ใหญ่บ้านอยู่ต่อเนื่องก็สามารถที่จะสร้าง ไม่ใช่มีอิทธิพลนะครับ สร้างบารมีให้พี่น้องประชาชนในหมู่บ้านมีความเคารพ มีความรัก และใกล้ชิดประชาชน
ประเด็นที่ ๒ คือประเด็นให้กำนันอยู่ในวาระ ๕ ปี ส่วนนี้ผมก็ยังไม่เห็นด้วย เพราะวาระ ๕ ปีในการปฏิบัติหน้าที่รู้สึกว่าน้อยไป จะอยู่ ๖๐ ปี หรือว่าจะเพิ่มวาระให้กับ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านเพิ่มขึ้นไปอีกสักนิดหนึ่ง แต่ความเห็นส่วนตัวผมอยากให้เขาอยู่ ๖๐ ปีครับ
ประเด็นสุดท้าย เรื่องของการเอากำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่ประพฤติมิชอบ ที่ไม่ปฏิบัติหน้าที่ ตรงนี้มีประเด็นการตรวจสอบอยู่แล้วครับ มีการประเมินครับ การประเมิน เดี๋ยวนี้มีตัวชี้วัดหลายตัวที่ชี้วัดว่ากำนัน ผู้ใหญ่บ้านสมควรที่จะอยู่ในวาระต่อไปหรือไม่ ก็ขอฝากท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการได้โปรดเพิ่มเติมหลักของการประเมินที่จะให้ ผู้ใหญ่บ้านที่ไม่ดี ที่ทุจริต เป็นหัวคะแนนของนักการเมือง ส่วนนี้ครับ หาบทอะไรก็ได้ ที่มีอำนาจที่จะใส่ลงไปในการประเมิน หรือหลักการใด ๆ เพื่อเอากำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่ไม่ดี ให้พ้นวาระออกไปจากการเป็นผู้นำท้องที่ ขอขอบคุณครับ