กษิต ภิรมย์ สนับสนุนการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมเสนอให้เลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอ ปรับบทบาทกระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานความมั่นคงภายในแทนการปกครองส่วนภูมิภาค
ขอบคุณครับท่านประธาน ผม กษิต ภิรมย์ สปท. อันดับ ๗ ผมอยู่ในคณะกรรมาธิการด้วย แต่ว่าได้ขออนุญาตท่านประธาน คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมืองว่าผมขอพูดต่างหาก แต่ว่าก่อนอื่น ผมเห็นด้วยกับข้อเสนอนะครับ เพราะว่าเป็นการเคลื่อนไหวไปข้างหน้าของการที่จะเป็น สังคมประชาธิปไตยยิ่งขึ้นโดยเฉพาะการกระจายอำนาจจากส่วนกลางสู่ท้องถิ่นแล้วก็ท้องที่ ไปได้แค่นี้ในยุคปฏิรูป สำหรับผมก็เป็นที่พึงพอใจ แต่ก็ยังคาดหวังอยู่ว่าในอนาคต อันใกล้เราจะได้มีการกระจายอำนาจสุดซอย เดี๋ยวผมจะกล่าวว่าสุดซอยนั้นคืออะไร แต่ว่า ขอกลับมาที่ประเด็นแรก ผมอยากจะขอพูดอย่างนี้ครับว่า การจะอ้างล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๕ อย่างพร่ำเพรื่อคงจะเป็นการมิบังควร สปท. ๘/๒๕๖๐ นิ ษำ ๖ ๘ / ๑ เพราะว่าบริบทของสังคมไทยช่วงนั้นยุคอาณานิคม กับ ณ วันนี้สังคมเสรีประชาธิปไตย ไม่เหมือนกันนะครับ ช่วงนั้นเราต้องการที่จะกระจุกตัวอำนาจอยู่ที่กรุงรัตนโกสินทร์ เพื่อความเป็นอันหนึ่งอันเดียวของรัฐไทย เพื่อความอยู่รอด เราต้องสู้กับความท้าทายที่มา จากลัทธิอาณานิคม แต่มาวันนี้เป็นสังคมประชาธิปไตย เรากำลังจะเริ่มกลับสู่สังคม ประชาธิปไตย เป็นเรื่องของการกระจายอำนาจ เป็นเรื่องของการมีส่วนร่วม และที่สำคัญ เป็นเรื่องของการให้ประชาชนมีสิทธิและหน้าที่ในการเป็นเจ้าของประเทศให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ และที่สำคัญคืออย่างนี้ครับ ผู้ใหญ่บ้านและกำนันจะได้รับการเลือกตั้งเข้ามาโดยปวงชนชาวไทย การที่จะพร่ำเพรื่อตีความว่าเป็นนักการเมือง ก็แน่นอนว่านักการเมือง พรรคการเมือง การเมือง เป็นศัพท์เลวร้าย ณ วันนี้ เอาทิ้งไว้ตรงนั้นก่อนขอทะเลาะโต้เถียงกันทีหลัง แต่ว่าผู้ใหญ่บ้านและกำนันเขาเป็นผู้แทนของปวงชนชาวไทย ผมคิดว่าอันนี้เป็นตำแหน่ง อันมีเกียรติศักดิ์ศรีสูงส่ง แต่ไม่ต้องไปพูดว่าเขาเป็นนักการเมืองหรือไม่ เขาเป็นผู้แทน ของประชาชน แล้วถ้าเผื่อเขาได้รับเลือกมาจากประชาชนแล้วงานที่เขาได้ทำมาตอนที่เขา ไม่ได้รับการเลือกตั้งที่เพื่อนสมาชิกอดีตผู้ว่าราชการจังหวัด ๒ ท่านได้กล่าวมาก็ไม่เห็น มีปัญหาอะไร การเป็นลูกน้องผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอแล้วก็ทำมา ๑๐๐ อย่างก็ทำไป ๑๐๐ อย่าง แต่คราวนี้จะทำในฐานะผู้แทนของประชาชนที่หมู่บ้านและที่กำนันก็โก้เก๋ดีครับ ก็ทำเหมือนเดิมไม่ได้มีประเด็นปัญหาอะไร เพราะฉะนั้นไม่ได้อยู่ที่สาระเนื้อหาของงาน อยู่ที่ว่าเขาเป็นผู้แทนของประชาชน ผมขอเสนอเพิ่มไปอีก แล้วผู้ว่าราชการจังหวัดมีหน้าที่ อะไรที่จะมาเซ็นคำสั่งแต่งตั้งเขาในเมื่อประชาชนได้แต่งตั้งเขาแล้วด้วยการลงคะแนน เรื่องก็ควรจะเคลื่อนไปที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง ก็ให้ออกบัตรมาว่าเขาได้รับการเลือกตั้ง แล้วก็มีความเห็นชอบยืนยัน เขาก็เป็นกำนัน เป็นผู้ใหญ่บ้าน เป็นผู้แทนของปวงชนชาวไทย ในระดับท้องที่อย่างสมบูรณ์แบบ อันนี้เป็นข้อที่ ๑ ที่ผมอยากจะฝากไว้เป็นข้อคิด ผู้ว่าราชการจังหวัดไม่ต้องเข้ามายุ่ง คราวนี้ไปอีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญกว่า คือไหน ๆ ก็ได้เลือกผู้ใหญ่บ้านแล้วก็กำนันแล้ว ผมขอเสนอเป็นข้อคิดต่อคณะกรรมาธิการด้วยไปกัน สุดซอยเลย ผมขอเสนอให้มีการเลือกนายอำเภอแล้วก็เลือกผู้ว่าราชการจังหวัดด้วย ขณะเดียวกันก็เลือก อบจ. อบต. เทศบาล เพราะไม่มีประเทศไหนในโลกที่เป็นแบบ สปท. ๘/๒๕๖๐ นิ ษำ ๖ ๘ / ๒ ประเทศไทย ที่เป็นคล้าย ๆ กับอินทรีย์ ๒ หัว เหมือนสัญลักษณ์ของรัสเซีย คือครึ่งหนึ่งก็มา จากส่วนกลางผ่านกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด ไล่ลงไปจนถึงผู้ใหญ่บ้านที่ว่ากันมา อีกส่วนหนึ่งก็มาจากการเลือกตั้ง อบจ. อบต. อปท. ถึงเวลาแล้วในยุคปฏิรูป แล้วเรา อยากจะเป็นประชาธิปไตยเต็มใบเราต้องตัดสินว่าการเมืองท้องถิ่นท้องที่ทั้งหมดจะต้อง มาจากการเลือกตั้ง ในเมื่อการเมืองส่วนกลางจะมีรัฐสภา มีคณะรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้ง ส่วนจะเรียกอำเภอเป็นเทศบาลหรืออะไรอันนั้นเป็นเรื่องของภาษา แต่ว่าผู้ว่าราชการจังหวัด ต้องมาจากการเลือกตั้ง นายอำเภอเช่นกัน แล้วก็ไล่มาจนถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นั่นเป็น ประเด็นที่ ๑ คราวนี้คำถามต่อไป แล้วจะทำอย่างไรกับกระทรวงมหาดไทย ไม่ใช่กระทรวง ปกครองอีกแล้วเพราะว่าเราพูดถึงประชาธิปไตยและการกระจายอำนาจ อำนาจอยู่ที่ ประชาชน เขาเลือกผู้แทนเข้ามาระดับผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เขาก็คอยสั่งไปสิครับ ให้ ๔ องค์กรเหล่านี้ที่มาจากการเลือกตั้งทำงานไป แล้วอนาคตของ กระทรวงมหาดไทยจะเป็นอย่างไร ไม่ใช่กระทรวงมหาดไทยที่สืบทอดเจตนารมณ์มา ตั้งแต่สมัยยุคอาณานิคม ก็ขอเสนอไปเลยว่าควรจะทำ ๒ อย่าง คือเป็นกระทรวงที่เกี่ยวกับ ความมั่นคงภายใน ของสหรัฐอเมริกาเขาใช้คำว่า โฮมแลนด์ซีเคียวริตี (Homeland Security) แล้วของอังกฤษเขาใช้คำว่า โฮมซีเครตแทรี (Home Secretary) หรือว่าโฮมมินิสทรี (Home Ministry) เรื่องของความเคลื่อนไหว เพราะตอนนี้มีอาชญากรรมข้ามชาติเข้ามา อยู่ในประเทศไทยต่าง ๆ มากมาย เรื่องของดาต้า (Data) ข้อมูลเกี่ยวกับความเคลื่อนไหว ของคนเป็นเรื่องที่สำคัญ เป็นเรื่องการป้องกันความมั่นคงภายใน แล้วก็อาจจะมีหน่วยงาน ข่าวกรองต่าง ๆ ของสันติบาล ของทหารเข้ามาประสานงานด้วย เรื่องความมั่นคงภายใน เป็นเรื่องที่สำคัญในยุคโลกาภิวัตน์ของการก่อการร้ายและการสู้รบที่ไร้พรมแดน อีกส่วนหนึ่งของกระทรวงใหม่ ของกระทรวงมหาดไทยในรูปใหม่นั้นก็จะต้องมีบุคลากรระดับ ศูนย์อย่างน้อย ๗๐ กว่าคน ๑๐๐ คน ที่จะเป็นผู้ประสานระหว่างรัฐบาลกลางคือที่ ทำเนียบรัฐบาลหรือว่าคณะรัฐมนตรีลงไปประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดในอนาคตที่จะมาจาก การเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นผมสามารถที่จะทำให้ข้าราชการซี ๑๐ ของกระทรวงมหาดไทย ในปัจจุบันนั้นยังอยู่ในตำแหน่งต่อไปและอยู่อย่างสมเกียรติแล้วก็มีงานสำคัญ แต่ไม่ต้องเป็น ผู้ว่าราชการจังหวัดที่เป็นข้าราชการประจำอีกแล้ว เพราะเราต้องการที่จะเป็นสังคม ประชาธิปไตยเต็มใบ อันนี้เป็นเรื่องที่สำคัญยิ่ง และเราจะต้องมีความภูมิใจที่สำคัญ และมีความเชื่อมั่นในตนเองเมื่อประชาชนเขาเลือกผู้ว่าราชการจังหวัดเลือกนายอำเภอ เลือกกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เขาเป็นเจ้าของประเทศในขณะเดียวกันเราก็จะมีกระบวนการ ของการเปิดเผยข้อมูลเรื่องของการตรวจสอบ เรื่องกฎหมายจัดซื้อจัดจ้าง ผลประโยชน์ทับซ้อน ประชาชนจะมีเครื่องมือมากมายมหาศาลในการที่จะให้นักการเมืองหรือผู้แทนราษฎร ทุกประเภททุกระดับนั้นอยู่ในร่องในรอย เราจะมาอ้างว่าการเมืองมีการโกงกินเราก็พูดได้ เพื่อที่จะรักษาอำนาจไว้ที่ส่วนกลางแล้วก็ยังเป็นประเทศกึ่งเผด็จการต่อไป อันนี้ไม่เป็นที่รับได้ ถ้าเผื่อเราคิดอย่างนี้อยู่แล้วเราไม่เปลี่ยนที่เรียกว่าไมนด์เซต (Mindset) ระบบความคิดว่า ประชาชนจะมีความสามารถในการปกครองตนเองและสามารถที่จะควบคุมตัวแทนของเขาได้ ประเทศไทยก็สามารถที่จะไปรอดได้ เราต้องคิดและต้องเชื่อมั่นในความยิ่งใหญ่ของคนไทย และขีดความสามารถ ๘๕ ปีเราก็มาไกลแล้วครับ อย่างน้อยหลาย ๆ ครั้งเราสามารถที่จะ ขจัดเผด็จการในรูปแบบรัฐสภานอกสภามาได้เราก็ยันทัพมาได้ตลอด และวันนี้เรากำลัง ร่วมมือร่วมใจในการที่จะปฏิรูปประเทศเพื่อให้เป็นประชาธิปไตยเต็มใบเราต้อง ร่วมมือร่วมใจกันครับ แต่ไม่ใช่ถอยหลังเข้าคลองและพูดกันเรื่อง ๑๐๐ ปี ๒๐๐ ปี หรือเมื่อ ๕๐ ปีที่แล้วที่อำนาจยังกระจุกอยู่ที่ส่วนกลางแล้วก็อ้างโน่นอ้างนี่ อันนี้เป็นสิ่งที่ผม รับไม่ได้ขอปฏิเสธโดยสิ้นเชิง แต่ในขณะเดียวกันขอเชื้อเชิญกันมาทำงานร่วมกันในการที่จะ ขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่สังคมประชาธิปไตยที่มีการกระจายอำนาจและให้อำนาจ ต่อประชาชนอย่างสมบูรณ์ ขอขอบคุณมากครับท่านประธาน