สุรินทร์ เสนอปรับโครงสร้างท้องถิ่น เลือกตั้งโดยตรง-จำกัดวาระ

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๘ · ๑๐ เมษายน ๒๕๖๐

สุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ หารือถึงความจำเป็นในการพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนตามนโยบายรัฐบาล โดยเสนอให้มีการจำกัดวาระและอายุในการดำรงตำแหน่งผู้นำท้องถิ่น พร้อมผลักดันให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเลือกตั้งโดยตรง เพื่อปรับบทบาทให้ทันสมัยและลดความซ้อนซ้อนกับองค์กรปกครองท้องถิ่นในปัจจุบัน ทั้งยังย้อนประวัติการปกครองท้องที่ตั้งแต่รัชกาลจุลจอมเกล้าเพื่อสนับสนุนแนวคิดการปฏิรูปให้สอดคล้องกับยุคสมัย

นายสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์

ท่านประธานครับ กระผม สุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ ครับ สมาชิก สปท. ๑๗๓ กราบเรียนท่านประธานและท่านกรรมาธิการ รวมทั้ง สปท. ทุกท่าน ครับ หลักธรรมบอกไว้ว่า เกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็ดับไป ไม่มีใครสามารถที่จะก้าวล่วงอันนี้ไปได้ แต่เรื่ององค์กรของชาติบ้านเมืองผมว่าไม่ใช่อย่างนั้น เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และต้องพัฒนาต่อไป พัฒนาอย่างไร พัฒนาให้มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ตามนโยบายของรัฐบาล เชื่อว่าใช้ได้

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน (Presentation))

ภาพที่ผมจะนำเสนอท่านอันนี้เป็นภาพพระราชวัง บางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ท่านอาจจะแปลกใจ เขากำลังพูดกันเรื่องจะเลือกตั้ง หรือไม่เลือกตั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผมเอาภาพนี้ขึ้นมาให้ท่านชม ท่านใดที่ยังไม่เคยไป ก็ไปชมนะครับ น่าชมมากครับ ภาพต่อไปครับ วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร บางปะอิน ก็สวยงามอีกเช่นเดียวกันครับ ท่านไปดูสถาปัตยกรรมที่สร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ภาพต่อไปครับ ผมขออนุญาตกราบน้อมนำพระฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว อัญเชิญมาเพื่อเป็นมิ่งขวัญของพวกเราชาว สปท. และประชาชนคนไทยนะครับ พระองค์ ทรงโปรดให้มีการเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้าน กำนันครั้งแรกเมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๔๓๕ ท่านประธานกรรมาธิการครับ ผมอยากฝากกรรมาธิการว่ากำนันหรือผู้ใหญ่บ้านที่เลือกตั้ง เป็นคนแรกของประเทศไทย ชื่อนายจำรัส รัตนกุล ต่อมาได้รับการโปรดเกล้าฯ เลื่อนยศจนเป็น พระยารัตนกุลอดุลยภักดี ที่บางปะอินไม่ใช่เฉพาะมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้านเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก ของประเทศไทยด้วยการเลือกตั้งนะครับ ยังมีโฉนดฉบับแรกของประเทศไทยออก ในสมัยนี้ เนื้อที่ ๙๑ ไร่ ๑ งาน ๕๒ ตารางวา ผมมีชื่ออยู่ ท่านไปหาเอาบ้างเพื่อให้ท่าน ได้ทำการบ้านว่าเป็นชื่อของท่านใดนะครับ ต่อมาครับ เกรงว่าประชาชนจะลืมไป หรือผู้ใหญ่บ้าน กำนันจะลืมไป นี่คือกรมพระยาดำรงราชานุภาพ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ท่านแรก ต่อไปครับ เป็นภาพของกระทรวงมหาดไทย ก็เกรงว่าท่านจะลืม พระรูปท่าน ก็อยู่ข้างหน้า นี่คือหน้ากระทรวงมหาดไทย ต่อไปครับ สมัยโบราณข้าราชการ ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ใส่หมวกกะโล่แบบนี้ ผมไม่ทัน มาใส่หมวกกะโล่อีกแบบหนึ่งแล้ว ต่อไปครับ นี่หน้าตา ผมต้องขออภัยท่านที่อยู่ในรูปนี้ ผมก็ไม่ทราบว่าใคร ผมเอามาจากในพับบลิก (Public) ที่เสนอกันอยู่ คือแต่งกายสมัยโบราณ ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ก็ทำนองอย่างนี้ แล้วก็มีย่ามเล็ก ๆ สะพาย ไม่มีกระเป๋าหลุยส์อะไรถือให้โก้แล้วแพงด้วยนะครับ เขาก็ใช้แบบนี้กัน ต่อไปครับ ยุคใหม่มาต้องแขวนพระ แต่ผมไม่บอกว่าพระอะไร ผู้ใหญ่บ้าน กำนันสมัยโบราณ เขาจะเป็นแบบนี้ ธรรมชาติ ๆ นะครับ ต่อมาก็มีเครื่องแบบตามรูป ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ก็หน้าตาเป็นอย่างนี้ ก็ต้องขออภัยอีกเหมือนกันนะครับ ก็เอามาจากรูปที่ปรากฏ ในสาธารณชน ผมไม่ทราบว่าเป็นใคร แต่ให้มาดูว่ามีวิวัฒนาการที่ผมบอกแล้ว เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และต้องพัฒนาต่อไป คณะกรรมาธิการก็กำลังจะพัฒนา แล้ว พ.ร.บ.ที่ท่านว่า พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พระพุทธศักราช ๒๔๕๗ เขาก็กำหนดหน้าที่ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ๔ ข้อ แต่พอสรุปได้ง่าย ๆ ผมจะอ่านให้ท่านฟังอีกอันหนึ่งก็คือว่า ในภาพต่อไป ผมว่าบางทีก็ทันสมัย บางทีบางอย่างก็น่าจะพัฒนาต่อไปได้แล้ว หน้าที่ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้านกำหนดไว้ว่า การตรวจตรา รักษาความสงบเรียบร้อยในตำบล ใหญ่โตนะครับ ให้ราษฎรปฏิบัติตามกฎหมายการป้องกันภัยอันตราย ไม่ต้องมีกรมป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน ผู้ใหญ่บ้าน กำนันท่านจัดการหมด ส่งเสริมความสุขของราษฎร รับเรื่องความเดือดร้อนของ ราษฎรแจ้งทางราชการ รับแล้วไปแจ้งทางราชการ และรับข้อราชการประกาศแก่ราษฎร หรือที่จะดำเนินการให้ตามกฎหมาย เช่น การตรวจ การเก็บภาษีอากร เดี๋ยวนี้ก็ไม่ใช่หน้าที่แล้ว รวมทั้งการปกครองผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล และสารวัตรกำนัน งานสมัยโบราณนี้ ใหญ่โตมากนะครับ กว้างขวางเป็นแม่น้ำทีเดียว ภาระมากเชียว ทีนี้ถามว่าแล้วผมเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยกับที่ท่านเสนอในวันนี้หรือไม่ ผมอยากจะให้ไปดูข้อเสนอของผม แล้วผมจะ ขออภิปรายภายใน ๑๐ นาทีให้ท่านเห็นครับ คนเราถ้าอยู่นาน ๆ ภาษาบ้านนอกเรียกรากงอก ผมเห็นด้วยว่าควรจะมีแค่อายุ ๖๐ ปีของตำแหน่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แล้วท่านลองคิดดูเมื่อ สมัยโบราณเลือกตั้ง แล้วต่อมาก็ไม่เลือกตั้ง แต่งตั้ง จะเรียกอะไรก็ตาม ให้ได้มาก็แล้วกัน แล้วก็กลับไปกลับมา เมื่อปี ๒๕๔๙ มีปฏิวัติก็กลับไปเหมือนเดิมอีก แล้วจริง ๆ ผมอยากกราบเรียนว่าตำแหน่ง หน้าที่กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในบางส่วน หรือถ้าพูดถึงพื้นที่ประชาชนแล้วก็ไปทับซ้อนกับ อบต. ไปทับซ้อนกับ อบจ. ก็ต้องคิดให้หนักว่าเราจะพัฒนาไปทางไหน เมื่อปี ๒๕๓๕ เรามี การเสนอพระราชบัญญัติ อบต. ขึ้นมา แล้วบอกว่าจะยกเลิกกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พอถึงเวลาให้ อยู่หมดเลย ทั้ง อบจ. ก็อยู่ เทศบาลก็ยังอยู่ อบต. ก็ยังอยู่ ผู้ใหญ่บ้าน กำนันก็ยังอยู่ ผมเป็นประชาชนก็งงเหมือนกัน จะฟังใคร ฟังเรื่องไหน ผมยังคิดว่า ๖๐ ปีน่าจะเหมาะสมแล้ว ข้อ ๒ ให้ประชาชนเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านและกำนันโดยตรง ปัจจุบันนี้มาตรา ๓๐ ที่ท่านแก้อยู่ แล้วก็ไป ๆ มา ๆ กำนันมาจากผู้ใหญ่บ้านเลือกกันเอง ยกตัวอย่างกำนันแถวบ้านผม มีผู้ใหญ่บ้าน ๗ คน ถ้า ๔ คนเลือกนายสุรินทร์ สุรินทร์ก็เป็นกำนันไป ถ้าเอาจนถึง ๖๐ ปีก็ต้อง ๖๐ ปี ถ้า ๖๐ ปีแล้วยังต่ออีกก็เลย ๖๐ ปีอีก ถ้าแก้พระราชบัญญัติ สมมุติว่าผมเป็น ผู้ใหญ่บ้านหมู่ ๑ ผมก็ยังเป็นผู้ใหญ่บ้านอีก ถามผมว่าผมคิดอย่างไรครับ น่าจะให้ประชาชน เลือก แต่ต้องมีคุณสมบัติว่าคนที่จะเป็นกำนันต้องเคยปฏิบัติหน้าที่ผู้ใหญ่บ้านมาสัก ๑ วาระ ๕ ปี ให้ได้เรียนรู้ว่าการดูแลทุกข์สุขของประชาชนเป็นอย่างไร ความเดือดร้อนของประชาชน เป็นอย่างไร เข้าถึงประชาชนไหม ถ้าเขายังเลือกต่อมาก็ถือว่าเป็นกำนันได้ แต่ไม่ใช่ว่า เป็นผู้ใหญ่บ้าน ๑ เดือน ๒ เดือน ครึ่งปี แล้วก็บอกเลย ๔ คนเลือกผมนะครับ จะด้วยวิธีไหน ก็ตามใจเถอะครับ แล้วผมก็ได้เป็นกำนันทั้ง ๆ ที่เพิ่งมีประสบการณ์ได้ ๒-๓ ปี ก็มีเยอะแยะให้เห็น ซึ่งทำให้ประสบการณ์ความเชื่อถือก็น้อยลง ความแตกแยกก็มีมากขึ้น ตามที่ท่านเสนอแก้ไข มาตรา ๓๐ ผมก็เสนอมาเสริมท่านแต่ว่าผมเห็นต่างมุมของท่าน ๓. ให้วาระการดำรงตำแหน่ง ผู้ใหญ่บ้านและกำนันคราวละไม่เกิน ๕ ปี ผมเห็นด้วยตามมาตรา ๓๐ นะครับ ๔. คุณสมบัติ ผู้ที่จะสมัครเป็นผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ควรมีอายุไม่ต่ำกว่า ๓๕ ปี เดิม ๒๕ ปี ผมไม่เห็นด้วยครับ ยังเด็กเยาว์วัย บรรลุนิติภาวะแล้ว แต่ผมคิดว่าความสมบูรณ์ประสบการณ์ยังน้อย ๓๕ ปี ผมเอามาจากไหน ส.ส. ครับ ถ้าเป็น ส.ส. ก็ต้อง ๓๕ ปี ผมอยากจะให้พัฒนาขึ้นไปว่า จะมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ก็ ๓๕ ปี ถ้า ๓๕ ปี เป็นอีก ๕ ปี ก็เป็นกำนันอายุ ๔๐ ปี ๔๐ ปี ถ้าประชาชนเลือกไปเรื่อย ๆ อายุ ๖๐ ปี เป็น ๔-๕ สมัย ผมว่าน่าจะเหมาะสม เพราะฉะนั้น ผมกราบเรียนท่านด้วยความเคารพว่าผมเห็นด้วยในหลายอย่าง แล้วก็ไม่เห็นด้วยในบางอย่าง ผมมองต่างมุมนะครับ กราบเรียนท่านด้วยความเคารพว่าการเลือกตั้งไม่ใช่เป็นเรื่องที่ไม่ดี ถ้าเลือกโดยไม่มีอามิสสินจ้าง หรือไม่มีการจับจ่ายใช้สอยเงินทอง หรือจ้างวาน ผมคิดว่า การเลือกตั้งก็บริสุทธิ์ยุติธรรม ก็จะทำให้ได้คนดีครับ กราบขอบพระคุณครับ