วรรณธรรม ชูแนวคิดวาระจำกัดกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน เสริมประชาธิปไตย

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๘ · ๑๐ เมษายน ๒๕๖๐

วรรณธรรม กาญจนสุวรรณ หารือการปรับปรุงระบบการดำรงตำแหน่งกำนันและผู้ใหญ่บ้านให้มีวาระจำกัดเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองและป้องกันการผูกขาดอำนาจ โดยเสนอให้มีการประเมินผลทุก 3 ปีและสนับสนุนการเลือกตั้งรอบละ 5 ปี พร้อมย้ำว่าแนวทางดังกล่าวไม่กระทบต่อผู้ดำรงตำแหน่งในปัจจุบันและสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล

นายวรรณธรรม กาญจนสุวรรณ กรรมาธิการ

เรียนท่านสมาชิก สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศครับ กระผมขอเพิ่มเติมในส่วนที่จะมาสนับสนุนในการแก้ไข ครั้งนี้สักเล็กน้อย ทุกท่านทราบดีนะครับว่าการเข้าสู่ตำแหน่งของกำนันและผู้ใหญ่บ้านนั้น เรายังคงหลักการเดิมคือการเลือกโดยตรงจากราษฎร เราทำกันมาแบบผสมผสาน เยอะนะครับ ถ้าท่านฟังท่านคำนูณดูท่านก็เห็นภาพนะครับว่าเลือกทุก ๕ ปีก็เคยมีมาแล้ว และที่ใช้อยู่ ณ ขณะนี้คือการเลือกครั้งเดียวและไปเกษียณที่อายุ ๖๐ ปี หลายท่านคงเห็นว่า ก็ใช้แล้วขณะนี้ แล้วกำลังจะกลับมาขอหารือในที่ประชุมแห่งนี้ว่าจะเลือกทุก ๕ ปี ผมขอเริ่ม อย่างนี้ก่อนนะครับว่าเราหนีคำว่าเลือกโดยตรงไม่พ้น แต่คงประหลาดไม่น้อยว่าถ้าเลือกแล้ว อยู่ยาวจะสมยุคสมัยคำว่าปฏิรูปแค่ไหน อย่างไร การเลือกโดยหลักสากลแล้วต้องมีวาระที่ พอเหมาะตามสมควร กำนัน ผู้ใหญ่บ้านท่านหนึ่งอายุ ๒๕ ปี มาสมัครและได้รับเลือก ถ้าตามกฎหมายที่เป็นอยู่ ณ ขณะนี้ อีก ๓๕ ปีเขาถึงจะอายุ ๖๐ ปี วงจรอย่างหนึ่งที่ทาง กรรมาธิการเรารู้สึกจะไม่ค่อยสบายใจก็คือคำว่าการผูกขาด ๓๕ ปี หลายสิ่งหลายอย่างที่เรา สั่งสมกันมาวันนี้เปลี่ยนไปเยอะในวันข้างหน้า เราคงต้องกลับมาใช้ในหลักการเหมือนกันว่า เราจะทำอย่างไรที่จะไปตอบโจทย์คำว่าประชาธิปไตยของประชาชน นั่นหมายความว่าเรายัง คำนึงถึงความต้องการของประชาชนเป็นใหญ่ และคงหนีไม่พ้นว่าระยะเวลาที่พอเหมาะ ที่ดูแล้วแตกต่างกับการเมืองอาชีพ ผมใช้คำว่า กำนัน ผู้ใหญ่บ้านนั้นจริงแล้วกึ่งการเมืองนะครับ เพราะมาจากการเลือกโดยตรงของประชาชน ถ้าเป็นระบบราชการส่วนใหญ่ท่านเห็นไหมครับว่า ผู้ที่จะเข้ามาเป็นพนักงานฝ่ายปกครองนั้นต้องสอบแข่งขันกัน แต่เป็นตำแหน่งที่ถือว่ามาจาก ประชาชนที่ไม่ต้องสอบแข่งขัน มาจากความนิยมในพื้นที่ของประชาชน เพื่อป้องกัน ความผูกขาด เอาสั้น ๆ ตรงนี้ ไม่ต้องการอยากจะให้มีการที่ทำงานแล้วออกยาก กระทรวงมหาดไทยเองก็พยายามที่จะมีการประเมินผลการปฏิบัติราชการของกำนัน ผู้ใหญ่บ้านเหมือนกัน แต่ขณะนี้ไปได้แค่ผู้ใหญ่บ้านครับ ของกำนันนั้นยังไปไม่ถึง เรื่องเสร็จสิ้นมาเมื่อวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เป็นการประเมินผลปฏิบัติราชการ ของผู้ใหญ่บ้านทั้งประเทศ ๔ ปีประเมินครั้งหนึ่ง กรรมาธิการของเรานั้นตระหนักว่า ๔ ปีนั้น บางสิ่งบางอย่างไม่ต่อเนื่อง และประเมินกันแบบไหน อย่างไร ได้เชิญผู้แทนจากกรมการปกครองหาข้อมูลกันดูแล้วครับว่าการประเมินนั้นบางสิ่งบางอย่าง ยังเริ่มต้น ยังเป็นเรื่องของการที่ให้นายอำเภอมีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในการชี้ผลประเมิน ซึ่งอย่าลืมที่มาครับ ที่มานั้นมาจากการเลือกโดยตรงของประชาชน ทำอย่างไรล่ะครับ หลักการนี้จะดำรงอยู่และไม่ลดคุณค่าของความเป็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่มาจากการเลือก ของราษฎรโดยตรง ตรงนี้เองคือหลักที่ต้องกลับไปว่าไม่มีอะไรดีหรอกครับเท่ากับการที่จะ ฟังเสียงประชาชน และเป็นการที่อธิบายได้ครับว่าประชาชนเลือกคนเช่นใดก็ได้คนเช่นนั้น ท่านทั้งหลายอย่าไปห่วงว่าจะเป็นการเมืองที่ไปแข่งขันกับท้องถิ่นหรือไม่ ราษฎรในพื้นที่ เขาตระหนัก เขาทราบกันดีว่าเขาควรที่จะอยู่บทบาทอะไร อย่างไร เขาสนใจเรื่องการเมืองท้องถิ่น มีลู่วิ่งท้องถิ่นครับ แต่ถ้าเลือกที่จะมาอยู่ลู่วิ่งของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ที่จะต้องมาทำงานนั้นไม่ใช่ในลักษณะการเมือง แต่มาเป็นงานบำบัดทุกข์บำรุงสุข ไม่ว่า การเมืองฝ่ายไหนต้องทำหน้าที่เพราะเป็นตัวแทนของราษฎรประเภทหนึ่ง มีอำนาจหน้าที่ ตามกรมการปกครองแบ่งปันอำนาจมาให้ ผมคิดว่านั่นคือสิ่งที่ต้องการทำให้ท่านเห็นภาพว่า การเลือกโดยราษฎรโดยตรงนั้นเราหนีไม่พ้น แต่เพื่อคงคุณค่าของความเป็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้านจำเป็นต้องมีวาระครับ และแน่นอนว่ากระทบต่อกำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่ดำรงตำแหน่ง อยู่ ณ ขณะนี้อย่างไร ชัดเจนนะครับ ไม่กระทบ เพราะเขาอยู่ตามกฎหมายเดิมนั้น ไปถึงอายุ ๖๐ ปี และจริง ๆ แล้วพูดง่าย ๆ ว่าเป็นการต่อใบอนุญาตให้เขาด้วยซ้ำไป เพราะกฎหมายใหม่ที่เสนอเข้ามานี้การดำรงตำแหน่งนั้นไม่ได้คำนึงถึงที่อายุ ๖๐ ปีแล้วครับ ถ้ามีความรู้ความสามารถเป็นที่ยอมรับของประชาชน ของราษฎรสมัครแข่งขันต่อได้ครับ และค่อนข้างได้เปรียบด้วยเพราะเขาเป็นรอยต่อที่หมดวาระเกษียณอายุ ถ้ามีคุณงามความดี ที่ประชาชนประทับใจก็มีโอกาสได้รับเลือกเข้ามาอีก ไม่ใช่เกษียณคือสิ้นสุดและไม่มีโอกาส ที่จะแต่งเครื่องแบบกำนัน ผู้ใหญ่บ้านอีกเลย ผมคิดว่านี่คือสิ่งที่น่าท้าทาย

ประการต่อมา ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่เราต้องให้เหตุผลว่าวันนี้ ๗๔,๖๖๔ หมู่บ้าน และนั่นหมายถึงจำนวนคนที่เป็นผู้ใหญ่บ้าน ๗,๐๓๖ ตำบล นั่นหมายถึงจำนวนคนที่เป็นกำนัน เรากำลังปฏิรูป ๒๗ วาระ มีหลายเรื่องมากมายเลย เราจะประเมินผลการปฏิบัติราชการเขา ได้อย่างไร วันนี้กระทรวงมหาดไทยพยายามอย่างมากที่ต้องการให้มีการประเมินทุก ๔ ปี แต่ ๔ ปีเท่ากับ ๑ รัฐบาล ๑ วาระนะครับ นายกรัฐมนตรีประกาศนโยบายวันนี้อีก ๔ ปี หมดวาระ ถ้าพร้อมกันกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้านก็ประเมินพร้อมกันครับ แต่แน่นอนละครับว่า การเข้าดำรงตำแหน่งหรือการประเมินบางทีไม่ไปตรงกันกับสิ่งที่เรียกว่าการวัดผลที่เกิด ความต่อเนื่องที่ทันท่วงที ทางกรรมาธิการเห็นว่า ๔ ปีนานไปครับ ๔ ปีนั้นอะไร ก็เปลี่ยนแปลงไปเยอะ นโยบายของรัฐบาลใหม่มาอาจจะไม่สอดคล้องกันเลยกับสิ่งที่กำนัน ผู้ใหญ่บ้านนั้นยึดถือปฏิบัติอยู่ และเลขอะไรล่ะครับที่เหมาะสม ก็นี่ครับเป็นข้อเสนอ ของกรรมาธิการว่าควรจะต้องมีการประเมินผลสำหรับบุคคลที่เป็นผู้ใหญ่บ้าน ยังไม่เกษียณอายุนั้นขอทุก ๓ ปี ๓ ปีเตรียมตัวทัน ๓ ปีไม่ปั้นน้ำเป็นตัว ๓ ปีสามารถที่จะ วัดผลงานได้อย่างประจักษ์ชัด นี่คือสิ่งที่เราคิดว่าน่าจะถอดบทเรียนจาก ๒ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาว่า ๔ ปีประเมินครั้งหนึ่ง อาจจะดูแล้วไม่สมเหตุสมผล อาจดูแล้วเป็นภาระ ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่เตรียมตัวมากเกินไป ๔ ปีนับงานไม่ถูก มีงานเข้ามา ๒๐ กระทรวง ๒๐๐ กว่ากรม แต่ถ้า ๓ ปีดำเนินการอย่างกระฉับกระเฉง มีชีวิตชีวา และประเมินไป อย่างแนวความคิดของประชารัฐ ก็น่าจะมีเหตุมีผลมากกว่ากัน ผมก็คงอธิบายเพิ่มเติมเล็กน้อยเพื่อให้ท่านเห็นภาพแค่ว่า ๑. ไม่ได้กระทบต่อเรื่องสถานภาพ ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่ดำรงตำแหน่งอยู่ ณ ขณะนี้ เขาเกษียณ ๖๐ ปีเป็นการปลดล็อกเขา ที่ไม่สิ้นสุดตรงนั้น แต่มีโอกาสที่จะรับใช้ประชาชนต่อไปถ้าได้รับการเลือกเข้ามา หลักการเลือกทั่วโลกเหมือนกันครับ ต้องมีวาระที่ดี ๕ ปีนั้นไม่ซ้ำกับท้องถิ่น ไม่ซ้ำกับ ระดับชาติที่ ๔ ปีเลือกครั้งหนึ่ง อันเป็นอัตลักษณ์ที่น่าสนใจครับว่ากำนัน ผู้ใหญ่บ้านนั้น เลือกทุก ๕ ปี ขอบพระคุณครับ