วิทยา ชี้ปัญหาผูกขาดกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน หลังอยู่วาระยาวถึง 60 ปี

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๘ · ๑๐ เมษายน ๒๕๖๐

วิทยา แก้วภราดัย หารือปัญหาการแต่งตั้งกำนันและผู้ใหญ่บ้านที่เปลี่ยนจากการเลือกตั้งเป็นการแต่งตั้งโดยไม่มีวาระจำกัด ส่งผลให้เกิดการซื้อตำแหน่งและสะสมอำนาจระยะยาว จึงเสนอให้กลับสู่ระบบเลือกตั้งทุก 5 ปี เพื่อคืนความโปร่งใสและเสริมสร้างความสุจริตในการปกครองท้องที่

นายวิทยา แก้วภราดัย กรรมาธิการ

ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติครับ กระผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิก สปท. ลำดับที่ ๑๔๒ ผมคิดว่าข้อชี้แจง ของท่านเสรี แล้วก็การเรียงลำดับความเป็นมาของตำแหน่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่มาของ ตำแหน่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้านของท่านคำนูณ สิทธิสมาน รวมถึงข้อคิดเห็นของอดีตกำนันเก่า ท่านชัย ชิดชอบ ก็น่าจะเป็นข้อนำเสนอที่ค่อนข้างจะสมบูรณ์ ผมขออนุญาตใช้เวลาสั้น ๆ เพื่อกระชับความเข้าใจกับเพื่อนสมาชิก ซึ่งบางท่านในชีวิตอาจจะไม่คุ้นเคยกับคนที่เป็น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือภารกิจ แล้วก็อาจจะไม่เคยเจอตัวด้วยซ้ำไป แต่คนที่อยู่บ้านนอก แบบพวกผมหลายคนคุ้นเคยกับชีวิตของการใกล้ชิดกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ณ ปัจจุบันนี้เรามี หมู่บ้านทั่วประเทศ ประชาชนเขาจะเลือกตัวแทนคนหนึ่ง ซึ่งอาจจะสมัคร ๔ หรือ ๕ คน เลือกขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่บ้าน เมื่อได้ผู้ใหญ่บ้านครบทั้งตำบลแล้ว กฎหมายปัจจุบัน ให้ผู้ใหญ่บ้านในตำบลนั้นไปประชุมกับนายอำเภอ แล้วผู้ใหญ่บ้านก็ตกลงกันว่า ๑๐ คนนี้ ๖ คนเลือกใครเป็นกำนัน นายอำเภอก็จะเสนอชื่อคนนั้นไปให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้ง เพราะในกฎหมายลักษณะการปกครองท้องที่เขาพูดเฉพาะคำว่า เลือก ไม่ได้ใช้คำว่า เลือกตั้ง ประชาชนเลือก มหาดไทยตั้ง คราวนี้มีปัญหาเกิดขึ้นจากสภาพการณ์ปัจจุบัน ผมขออนุญาต สะท้อนในฐานะคนที่อยู่ในพื้นที่ภาคใต้ แต่เดิมการเลือกตั้งกำนันพัฒนามาจนถึงขั้นว่า เลือกผู้ใหญ่บ้านเป็น ๕ ปี ครบวาระเลือกใหม่ เวลาใครจะสมัครกำนันก็ต้องลงสมัครในตำบล คนทั้งตำบลก็จะลงคะแนนเลือกตั้ง ครบวาระ ๕ ปีก็เลือกกันใหม่ แต่การเปลี่ยนแปลง ปี ๒๕๕๑ วันนี้ใครเลือกได้เป็นผู้ใหญ่บ้านเป็นตั้งแต่วันนั้นจนอายุ ๖๐ ปี ผู้ใหญ่บ้านไปนั่ง ชุมนุมกันอยู่ ๗-๘ คนทั้งตำบลแล้วก็เลือกกำนัน ใครได้เลือกเป็นกำนันในที่ประชุม และนายอำเภอเสนอนั้นก็จะได้เป็นกำนันไปจนอายุ ๖๐ ปี การผูกครองตำแหน่งยาวนาน ทำให้วิธีคิดเข้าสู่ตำแหน่งเปลี่ยนไปครับ ผมเคยคุยกับเพื่อนสมาชิกซึ่งเป็น สปท. มาจากภาคใต้บางท่าน ฟังตัวเลขตกใจครับ ลูกชายคนมีสตางค์เกเรเหลวไหลทำท่าจะไม่ดี แม่ยอมให้ไปสมัครเป็นผู้ใหญ่บ้าน ผมฟังตัวเลขแล้วท่านก็จะหนาวครับ สมัครผู้ใหญ่บ้าน อย่างเดียวจ่ายสตางค์ให้ลูกชายไป ๗,๐๐๐,๐๐๐ บาท ผมเป็น ส.ส. ภาคใต้ครับ และหลายท่านก็เคยคิดว่าภาคใต้ซื้อเสียงไม่ได้ ผมก็เชื่อมั่นอย่างนั้นมาตลอดแต่พอผู้ใหญ่บ้าน เป็นจน ๖๐ ปี กำนันเป็นจน ๖๐ ปี ท่านครับ เดี๋ยวนี้เปลี่ยนไปแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าเริ่มลาม จากเรื่องนี้ ผมอายุ ๓๐ ปีคิดจะเป็นผู้ใหญ่บ้านสมัครครั้งเดียวเป็น ๓๐ ปีครับ เงินเดือน ผู้ใหญ่บ้านบวกผู้ช่วยตั้งอีก ๒ คน บวกสารวัตร บวกตำแหน่งต่าง ๆ ที่จะตามมาทั้งหมด คิดแล้ว ๓๐ ปีหลุดครับที่จะลงทุนสัก ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาทแล้ว ๓๐ ปีนี้ผมก็จะได้มีหน้ามีตา เดินอยู่กับนายอำเภอ เพราะฉะนั้นช่วงหลังที่ท่านโดยเฉพาะขออนุญาตเอ่ยนามครับ ท่านชัย ชิดชอบ ที่ท่านก็บอกว่าต้องกลับมา ๕ ปี เพราะท่านก็ทนไม่ไหวกับกระบวนการ เข้าสู่ตำแหน่งโดยแลกด้วยผลประโยชน์ ยิ่งหนักครับไปประชุมกันที่หน้าอำเภอ นั่งกัน ๗-๘ คน ทั้งหมู่บ้าน ทั้งตำบลมีอยู่ ๘ หมู่บ้าน ๘ คนมานั่งประชุมกัน ๕ คนตัดสินใจ เอาใคร คนนั้นเป็นกำนัน ผมมีเพื่อนสมาชิกวันนี้ท่านไม่มาครับ เขาบอกมันถล่มกันบนอำเภอเสียงละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท คราวนี้ไปกันใหญ่ครับ เพราะฉะนั้นการเสนอหลักกฎหมายนี้มาเพื่อให้สอดคล้องกับแนวทาง ที่เราจะปฏิรูปการเมือง เราจะให้ระบบการเลือกตั้งสุจริต เที่ยงธรรม กรรมาธิการการเมือง ถูกเหยียดหยามว่าเป็นไอ้ห้อยไอ้โหนออกกฎหมายรังแกผู้แทนราษฎร จัดการผู้แทนราษฎร มีกฎหมาย ๗ ชั่วโคตร จัดการหมดแล้วครับแต่การเลือกอีกอันหนึ่งซึ่งอยู่นอกเหนือจาก กกต. และกฎหมายเลือกตั้งปกติคือการปกครองท้องที่ การเลือกผู้ใหญ่บ้าน กำนันเราก็คิดว่า ดีที่สุดครับ ขยับเขาขึ้นมาหน่อย อย่างที่ท่านชัยว่า กระทรวงมหาดไทยไม่ขยับ กรรมาธิการขยับ และการขยับครั้งนี้นะครับ ผมขออนุญาตเรียนกับเพื่อนสมาชิกสั้น ๆ ครับ เพราะที่พยายาม โห่กันว่าจะล้มรัฐบาลจะตามล่าว่าใครเสนอ ไม่ต้องตามล่าครับ ในกรรมาธิการนี้เสนอ แล้วผมก็เป็นคนที่เห็นด้วยตั้งแต่เริ่มต้น ถ้าจะล่าก็ตรงนี้ แล้วผมกลับไปให้ล่าแน่ครับ เพราะผมเป็นนักการเมืองกลับเข้าไปสมัครรับเลือกตั้งแล้วจะกลับไปเจอกันครับ ผมเรียน กับท่านอย่างนี้ครับ ที่เราเสนอเป็นการประนีประนอมมากที่สุดแล้ว คนที่กระทบอย่างที่ ท่านคำนูณบอกก็คือใครที่เป็นกำนันอยู่ครบ ๕ ปีแล้วครบวาระครับ แต่ท่านครบวาระกำนัน ท่านมีตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านค้ำอยู่ ถ้าท่านอยากจะเป็นกำนันอีกก็เอาอย่างท่านชัย ชิดชอบ ลงสมัครกำนันแข่งคราวนี้ไม่ต้องไปเลือกกันบนอำเภอ ประชาชนทั้งตำบลเขาจะเป็นคนเลือก เลือกแล้วคุณก็มีวาระ ๕ ปี คราวนี้ผมคิดว่าคนที่กระเทือนคือคนที่เป็นครบ ๕ ปีแล้วต้องออกมา เพื่อไปเลือกใหม่ พอเลือกใหม่กฎหมายที่เราเขียนมาทั้งหมดเขาก็จะมีวาระ ๕ ปี วันนี้เราพูดถึง สังคมผู้สูงอายุ กำนันอายุ ๖๑ ปี ๖๒ ปี ผมคิดว่าเป็นรุ่นน้อง ๆ พวกเราในสภาเสียมากกว่า ก็ยังเป็นคนหนุ่มที่ทำได้ แต่ถ้ากฎหมายปัจจุบันครับ ล็อกอายุ ๖๐ ปี ๖๑ ปีก็เกษียณ วันนี้ถ้าเขาวาระ ๕ ปี ๖๑ ปี ๖๒ ปี ๖๕ ปี ๖๗ ปี ผมเคยเจอคนสมัครกำนันตอนอายุ ๗๙ ปี มาแล้วครับ ชาวบ้านก็ยังเลือก เพราะฉะนั้นอันนี้เปิดโอกาสสำหรับกำนันที่จะเป็นจนอายุ ๘๐ ปีได้เหมือนกัน แต่ที่โอดโอยกันวันนี้ครับ กลัวจะออกวันนี้ แล้วเวลาลงกลับไปให้ ชาวบ้านเลือกแล้วจะไม่ผ่าน เพราะกระทรวงมหาดไทยเพิ่งประเมินไป ๔-๕ เดือนที่แล้ว ผลการประเมินทั่วประเทศออกมา ยกตัวอย่างง่าย ๆ จังหวัดบ้านผมครับ ผู้ใหญ่บ้าน ๑,๐๐๐ กว่าอัตรา ผลการประเมินผ่าน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ครับ เพราะการประเมิน ไม่ได้เป็นแนวทางประชารัฐ เป็นเรื่องนายอำเภอตั้งแล้วเอาคนขึ้นมาประเมิน ประชาชน ไม่มีส่วนร่วม เดี๋ยวนี้พอกำนันเป็นอายุ ๖๐ ปี จะเห็นกำนันเที่ยวตระเวนเร่ร่อนไปได้ ทั่วประเทศ เดือนสองเดือนหรือสิ้นเดือนกลับบ้านไปประชุมอำเภอครั้งเดียวก็ยังเป็นกำนัน อยู่ได้ ยิ่งกำนันไปเลือกกันบนอำเภอครับ วันนี้ความใกล้ชิดระหว่างประชาชนกับกำนัน ห่างกันมาก ไม่เหมือนกับที่ไปขอชาวบ้านมาเป็นกำนัน วันนี้ไม่ต้องฟังชาวบ้านครับ แล้วก็มี หลักประกัน ๖๐ ปี ยิ่งประกบติดนายอำเภอไปยาวเลยไม่มีใครทำอะไรได้ ผมไม่เข้าใจ ตรงที่เขาไปชวนผู้ใหญ่บ้านจะมาประท้วงด้วย เรียนกับเพื่อนสมาชิกครับ กฎหมายฉบับนี้ ทั้งหมดไม่ได้แตะลงผู้ใหญ่บ้านเลย ผู้ใหญ่บ้านที่ท่านเป็นอยู่ ณ วันนี้สิ่งที่ท่านจะได้ คือท่านยังเป็นอยู่จนถึงอายุ ๖๐ ปี สิ่งที่ ๒ ถ้ากำนันครบวาระท่านมีสิทธิสมัครกำนัน แข่งกับเขาด้วยแล้วก็ไปเลือก ถ้าประชาชนทั้งตำบลรักจริงท่านก็มีโอกาสเป็นกำนัน ประการที่ ๓ ท่านเป็นผู้ใหญ่บ้านจนครบอายุ ๖๐ ปี อายุ ๖๑ ปีท่านสมัครผู้ใหญ่บ้านใหม่ ได้อีกเพราะท่านจะมีวาระ ๕ ปี เพราะฉะนั้นถาม ณ วันนี้ผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศมีแต่ได้ แต่สิ่งหนึ่งผมเรียนกับท่านได้เลยครับว่าผมเป็นคนมาจากต่างจังหวัด มีชีวิตที่ใกล้ชิดมา เพราะเป็นนักการเมือง แล้วก็ได้รับฝากมาจากประชาชน เขาอยากให้เลือกอย่างมีวาระครับ สมมุติท่านเลือกตั้ง ส.ส. รัฐธรรมนูญฉบับหน้าแก้ไขแล้วบอกว่า ส.ส. เลือกตั้งเสร็จ เป็นจนถึงอายุ ๖๐ ปีท่านจะพบกับความประหลาดครับ จะเห็นการซื้อเสียง ส.ส. ไม่ใช่เสียงละ ๑,๐๐๐ บาท ๒,๐๐๐ บาทแล้วครับ ท่านจะเจอการซื้อเสียง ส.ส. เสียงละ ๒๐,๐๐๐ บาทก็ได้ เพราะเดี๋ยวนี้มันเกิด เพราะถ้าเป็นระยะเวลายาวนานไม่ต้องพูด ทุจริตครับ บวกเงินเดือน อย่างเดียวคุ้ม เพราะฉะนั้นอย่าเลยครับ ทุกอย่างต้องมีวาระกำหนด และที่ดีที่สุดก็คือ การกลับไปให้ประชาชนประเมิน ผมถึงขออนุญาตที่จะนำเสนอกฎหมายฉบับนี้ แล้วก็เรียน ยืนยันว่าถ้าไม่มั่นใจครับ เมื่อเช้าผมดูรายการโทรทัศน์เขายกประเด็นนี้ขึ้นมาและให้ ประชาชนส่งข้อความเข้ามา ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ข้อความที่เข้ามาเห็นด้วยกับการมีอยู่ อย่างมีวาระ และถ้ายังไม่มั่นใจอีกครับ จะเปิดให้ประชาชนส่งจดหมายมาที่ สนช. ประธาน สนช. หรือส่งมาที่ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้ว่าใครเห็นด้วย ใครไม่เห็นด้วย เพราะฉะนั้นหน้าที่ ของเราก็คือนำประเทศนำบ้านเมืองไปสู่การเปลี่ยนแปลง ปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง กระบวนการ ทั้งหมดเป็นกระบวนการที่คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง ทำตามรัฐธรรมนูญและภารกิจข้อบังคับของ สปท. ให้ทำในสิ่งเหล่านี้ครับ ผมจึงขออนุญาต เรียนเสนอสภาพแล้วก็แนวทางของคณะกรรมาธิการต่อเพื่อนสมาชิก หากท่านสมาชิกท่านใด มีข้อเสนอแนะหรือมีข้อที่จะซักถาม ยินดีที่จะรับฟังและชี้แจงครับ ขอขอบพระคุณครับ