พรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ หารือถึงปัญหาพัฒนาการเด็กปฐมวัยที่ถดถอย ทั้ง IQ และ EQ ที่ลดลง พร้อมชี้สาเหตุจากโภชนาการ ความเครียดของมารดา และโรคทางพันธุกรรม พร้อมเรียกร้องการบูรณาการทุกภาคส่วนเพื่อยกระดับคุณภาพเด็กตั้งแต่ช่วงก่อนเกิดและเร่งพัฒนาศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอย่างมีคุณภาพ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพค่ะ ดิฉัน พรพันธุ์ บุณยรัตนพันธุ์ ดิฉันคิดเช่นเดียวกับทุกท่านที่ได้อภิปรายไปแล้วว่าเรื่องนี้ มีความสำคัญและเร่งด่วนมาก ขอเน้นว่าเร่งด่วนด้วย นอกจากสำคัญแล้วนะคะ เพราะว่า ถ้าเผื่อดูสถานการณ์ของเด็กไทยตั้งแต่มีการวัดในด้านต่าง ๆ จนกระทั่งถึง ๑๕ ปี ก็รู้สึกว่า จะถอยร่นลงไปเรื่อย ๆ ในด้านของพัฒนาการ ไม่ว่าจะเป็นระดับของสติปัญญา ความฉลาด ทางอารมณ์ การพัฒนาการต่าง ๆ พวกนี้ไม่ว่าจากการสำรวจครั้งที่แล้วและครั้งล่าสุด ก็แสดงให้เห็นว่าเด็กไทยไอคิว (IQ) ต่ำกว่าเดิมนะคะ แล้วอีคิว (EQ) ก็ไม่ได้ดีขึ้นด้วย เพราะฉะนั้นก็ต้องมีความจำเป็นที่เร่งด่วน เพราะว่าเรากำลังมีความคาดหวังอย่างสูง ต่อเยาวชนของเราว่าจะให้เป็นตัวแทนที่มีความสามารถในการพัฒนาประเทศ แล้วก็แบกรับภาระในการดูแลผู้สูงอายุของประเทศซึ่งจะต้องมีความสามารถมากกว่าเดิม ขณะที่วัยแรงงานก็ลดลง เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้เราต้องการคนที่มีคุณภาพ ซึ่งทุกคน ก็ทราบว่าจะต้องเริ่มในวัยที่สำคัญที่สุดก็คือปฐมวัย ก็อยากจะแบ่งว่าความจริงแล้วปฐมวัย ส่วนใหญ่จะเป็นการพัฒนาเด็กให้เหมาะสมกับการที่จะเข้าไปเรียนในชั้นประถมศึกษา มากกว่าที่จะยัดเยียดแล้วก็สร้างหลักสูตรที่จะให้เด็กเล่าเรียนอย่างจริงจังในขณะนี้ แต่สิ่งที่สำคัญก็คือทางด้านสุขภาพทางกาย ทางจิตใจของเด็ก ซึ่งจะต้องเป็นรากฐาน สำหรับร่างกายที่แข็งแรงแล้วก็ความสามารถในการเรียนรู้ต่อไปในอนาคต จะเห็นได้ว่า ท่านได้ระบุสภาพปัญหาในช่วงปฐมวัย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการพัฒนาการที่ล่าช้า ความพิการต่าง ๆ ที่เพิ่มขึ้น ระดับไอคิว (IQ) อีคิว (EQ) ที่อยู่ในเกณฑ์ต่ำ ทั้งหมดนี้มีการวิจัย ในประเทศไทยที่ศึกษาถึงสาเหตุของสภาพปัญหาเหล่านี้เอาไว้แล้วนะคะ แล้วก็อาจจะสรุป ได้สั้น ๆ ซึ่งความจริงแล้วจำเป็นจะต้องนำไปใช้ในการแก้ปัญหาด้วย สิ่งเหล่านั้นก็คือ ปัญหาโภชนาการ ปัญหาเรื่องของพันธุกรรม โรคทางพันธุกรรม ปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพของแม่ อย่างโภชนาการที่สำคัญก็คือการขาดไอโอดีน การขาดเหล็ก การขาดโฟเลต (Folate) อันนี้เป็นหลักเลย แล้วก็สอดคล้องกับปัญหาของเด็กที่มีปัญหาในภูมิภาคที่มีการขาดสาร พวกนี้มาก เช่นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โรคทางพันธุกรรมของประเทศไทยก็ยังมีอยู่มาก โดยเฉพาะโรคเลือดธาลัสซีเมีย (Thalassemia) แล้วก็พันธุกรรมอื่น ๆ ปัญหาที่เกี่ยวกับ สุขภาพของแม่ที่สำคัญคือความเครียด โดยเฉพาะในช่วงของการตั้งครรภ์ในระยะแรก ๓ เดือนแรก ซึ่งขณะนี้มีการวิจัยที่พิสูจน์ได้ว่าอาจจะเป็นสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับโรคออทิสติก (Autistic) ซึ่งเด็กไทยกำลังเป็นมากขึ้นทุกที นอกจากนั้นโภชนาการของแม่ก็ยังพบ การขาดไอโอดีนในหญิงตั้งครรภ์อยู่เป็นเปอร์เซ็นต์ที่สูง เพราะฉะนั้นปัญหาความเครียด ปัญหาโภชนาการเหล่านี้เป็นสาเหตุที่เกี่ยวกับสุขภาพของแม่ ปัญหาการตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อม โดยเฉพาะในวัยรุ่นซึ่งทำให้คลอดลูกมีน้ำหนักน้อย แล้วเด็กที่มีน้ำหนักน้อยนั้นก็จะทำให้ด้อย สติปัญญาเมื่อเขาเติบโตขึ้นมาด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้น่าจะได้รับการวิเคราะห์ และพิจารณาในข้อเสนอแนะที่เพิ่มขึ้นด้วยนะคะ ดิฉันคิดว่าผู้ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาของเด็กในวัยปฐมวัยนี้ไม่ใช่เฉพาะที่หน่วยราชการใด หน่วยราชการหนึ่ง เริ่มต้นตั้งแต่หญิงชายในสังคมที่จะแต่งงานกันก็ควรจะได้รับการแนะนำ หรือได้รับการตรวจที่จะสกรีน (Screen) ว่าไม่เป็นโรคทางพันธุกรรมต่าง ๆ และให้ คำแนะนำ เพราะฉะนั้นน่าจะเริ่มตั้งแต่ในระยะนั้น นอกจากนี้ในครอบครัวเมื่อเป็นคู่สมรส กันแล้วก็จะต้องได้รับข้อมูลที่เหมาะสมด้วยเช่นเดียวกัน ความอบอุ่นในครอบครัว ก็เป็นสาเหตุสำคัญที่จะปกป้อง ที่จะประคับประคองให้เด็กมีพัฒนาการที่ดี เพราะฉะนั้น ทั้งหมดนี้ต้องการการบูรณาการของหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นประชาชนทั้งหลาย สังคม ครอบครัว คู่สมรส แล้วก็หน่วยงานต่าง ๆ ในชุมชน ก็อยากจะเสนอแนะเพิ่มเติม ในข้อเร่งด่วนในการปฏิรูปการจัดการดูแลและพัฒนาการศึกษาปฐมวัย ที่ท่านได้เสนอให้เร่งรัด ปรับปรุงคุณภาพศูนย์พัฒนาการเด็กเล็ก อันนี้ก็เป็นข้อเสนอซึ่งมีความสำคัญมาก ในสภาวะ ของสังคมเช่นนี้ก็อยากจะให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กนี้เป็นที่พึ่งของพ่อแม่ที่จะต้องทำงานจนไม่มี เวลาจะได้ดูแลลูก หรือแม่ที่จะต้องเลี้ยงดูลูก พ่อแม่ที่มีฐานะยากจน หรือแม่ที่จะต้องเลี้ยงดู ลูกคนเดียว ต่าง ๆ พวกนี้ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กนั้นควรจะได้คิดถึงเรื่องที่สำคัญอยู่ ๒ เรื่อง คือบุคลากรที่มีความสามารถในเรื่องของพัฒนาการเด็ก ไม่ใช่เฉพาะเป็นพี่เลี้ยงเด็กเฉย ๆ ควรจะมีความรู้ในการกระตุ้นพัฒนาการของเด็กที่มีปัญหา หรือสกรีน (Screen) เด็ก และรู้ในเรื่องโภชนาการ เพราะฉะนั้นโภชนาการในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กนั้นมีความสำคัญมาก ที่จะต้องไม่ขาดในสารอาหารที่จำเป็นต่อการเติบโตของเด็ก ก็คือเรื่องของไอโอดีน เรื่องของเหล็ก แล้วก็เรื่องของโฟเลต (Folate) ซึ่งจะต้องดูแลซัปพลีเมนต์ (Supplement) ให้เพียงพอนะคะ นอกจากนั้นศูนย์พัฒนาเด็กควรจะได้ครอบคลุมในทุกชุมชน อาจจะต้อง กำหนดไปเลยว่าต่อประชากรกี่ครอบครัวถึงจะครอบคลุมได้อย่างเหมาะสม และมีประสิทธิภาพ คิดว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นเรื่องที่เร่งด่วน แล้วก็พร้อมกับคุณภาพของศูนย์ บุคลากรที่รับผิดชอบในการดูแลเด็กที่ศูนย์ด้วย ส่วนที่จะอยู่ ท่านนายอำเภอบางอำเภอ ก็อาจจะสามารถดูแลได้ดี องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบางแห่งก็สามารถที่จะบริหารจัดการ ได้เช่นเดียวกัน ข้อเสนอในเรื่องของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ หรือการเรียนรู้ต่าง ๆ ก็เป็นข้อเสนอที่มีประโยชน์ แล้วก็ดีมากนะคะ ก็อยากจะขอให้เพิ่มเติมในเรื่องโภชนาการด้วย อยากให้เน้นว่าโภชนาการนั้นจะต้องมีสารที่สำคัญต่อการพัฒนาสติปัญญาของเด็ก และความฉลาด ในทุก ๆ ด้านในขณะนี้ด้วยนะคะ เห็นด้วยกับว่าในเรื่องสำคัญเช่นนี้จำเป็นที่จะต้องมีกฎหมาย แต่ว่าในการทำกฎหมายนั้นอาจจะมีกระบวนการที่ล่าช้า ข้อเสนอเร่งด่วนนี้ถ้าเผื่อว่าสามารถ ที่จะดำเนินการได้ก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ความจริงแล้วในการที่จะพัฒนาเด็กปฐมวัยนั้น ความรู้ในด้านเนื้อหาสาระของหลักสูตรอาจจะไม่มีความสำคัญเท่ากับการพัฒนาเด็ก เพราะฉะนั้นสิ่งที่จำเป็นอาจจะต้องเป็นหน่วยงานสักหน่วยหนึ่งที่จะบูรณาการทั้งหมดนี้ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาการเด็ก การดูแลเด็กในเรื่องต่าง ๆ ที่จะทำให้เขาไม่มีปัญหาในเรื่องนี้ก็ควรจะเป็นหน่วยงานอาจจะ อยู่ในกระทรวง ดิฉันคิดว่าในขณะนี้หน่วยงานใหม่อาจจะไม่จำเป็น แต่ว่าในกระทรวงอย่าง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์อาจจะเป็นหน่วยงานที่เหมาะสมที่สุด ที่จะมีเซกชัน (Section) เกี่ยวกับบูรณาการเพื่อการพัฒนาเด็กในด้านปฐมวัยให้สมบูรณ์ พร้อมก่อนที่จะส่งต่อไปที่กระทรวงศึกษาธิการ เพราะฉะนั้นกระทรวงศึกษาธิการก็อาจจะ ดูแลเฉพาะในเรื่องของหลักสูตรอะไรต่าง ๆ แต่การพัฒนาในทุกด้าน ทั้งด้านสาธารณสุข ด้านของสังคม ด้านของภาวะในครอบครัว ความอบอุ่นในครอบครัว น่าจะให้หน่วยงานนี้ ได้เป็นผู้ประสานกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง อันนี้คือข้อแนะนำว่าอาจจะทำได้ อย่างเร่งด่วนนะคะ ขอบคุณค่ะ