นิกร ชี้พัฒนาเด็กต้องเคารพตัวตน เสนอกำหนดหลักการก่อนร่างกฎหมาย

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๗ · ๓ เมษายน ๒๕๖๐

นิกร จำนง หารือเรื่องการเลี้ยงดูและพัฒนาเด็กอย่างละเอียดอ่อน โดยเน้นความสำคัญของครอบครัวในการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และพัฒนาการของเด็ก พร้อมยกตัวอย่างประสบการณ inflammation ของตนเองในการส่งเสริมให้บุตรเรียนรู้ด้วยตนเองจนประสบความสำเร็จทางภาษาอังกฤษ และเสนอให้ร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยกำหนดเพียงหลักการก่อน เพื่อไม่ให้ถอดถอนเด็กเล็กออกจากครอบครัวโดยไม่จำเป็น และรอพิจารณารายละเอียดในขั้นตอนต่อไป

นายนิกร จำนง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิกร จำนง เป็นอดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการอยู่ด้วยหลายปี ในประเด็นนี้ในวาระนี้ ผมมีความเห็นว่าจำเป็นต้องอภิปรายเพราะถือเป็นเรื่องที่ต้องช่วยกัน เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ เพราะเรากำลังจะคุยกันเรื่องที่มีรายละเอียดมาก ดีลิเคต (Delicate) มาก และเป็นเรื่องที่ สำคัญเอามาก ๆ ผมเองอยากจะเรียนว่าผมสนใจอ่านหนังสือ ตั้งแต่วัยเด็กชอบอ่านหนังสือ เรื่องเด็กผมสนใจมาตั้งแต่เคยอ่านปรัชญาแล้วก็ไปชอบปรัชญาของยิบรานในหนังสือเดอะโพรเฟ็ต (The Prophet) ซึ่งเขาใช้เวลา ๑๐ ปีในการเขียนและมีการพูดถึงเด็ก ผมชอบมาก อ่านแล้ว เข้าใจมากตอนนั้นยังไม่มีลูก ยิบรานบอกว่าเด็กเขาคัม ทรู ยู น็อต ฟอร์ม ยู (Come through you not from you) เขาแค่ผ่านคุณมาเท่านั้นเอง เขาไม่ได้เกิดมาจากคุณ เขาเองบอกว่า เป็นซัน (Son) และดอเทอร์ (Daugther) ของไลฟ์ ลองกิง ฟอร์ อิตเซลฟ์ (Life’s longing for itself) หมายความว่าเขาเป็นของตัวเขาเองไม่ใช่เป็นของใคร เขาเติบโตของเขาเอง เขามีวิถีของเขา เพราะฉะนั้นเรากำลังคุยกันเรื่องที่ผมเรียนว่ามีความละเอียดอ่อนมากเหลือเกิน ก็เลยอยากจะแชร์ อยากจะให้ความเห็นต่อเรื่องนี้ด้วย โตขึ้นมาหน่อยผมไปศึกษาเรื่องอยู่วิชาหนึ่ง มีหนังสืออยู่เล่มหนึ่งเป็นหนังสือที่แปลก เขาเป็นอาจารย์สอนวิชาเลิฟ (Love) ที่ยูซีแอลเอ (UCLA) เขาเขียนถึงเรื่องเกี่ยวกับความรักระหว่างผู้คนมนุษยชาติ แล้วเขียนถึงเด็กว่าอย่างนี้ เขาบอกว่าเวลาเราคุยกับเด็กให้เราคุกเข่าของเราลงเพื่อตาของเราจะได้เสมอกับเด็ก เหตุผล เพราะว่าบางทีพอเราโตเป็นผู้ใหญ่แล้วเราจะลืมตอนที่เราเป็นเด็กหมดแล้วเราก็จะข่มเขา เอาแต่ความคิดของเราเป็นหลัก สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทำให้เติบโต ต่อมาผมเองก็ได้มีลูก ช่วงลูก คลอดอยู่โรงพยาบาลที่ มอ. ผมเอาโครงของยิบรานว่าด้วยเรื่องชิลเดรน (Children) ไปติดไว้ที่ หัวเตียงเพื่อจะได้เตือนตัวเอง ไม่ใช่เอาไปให้หมอดู ให้ตัวเองดู ว่าเขาผ่านเรามาเราต้องดูแล แล้วก็เคารพในความเป็นเขา สำหรับผมเด็กเป็นแค่มนุษย์ตัวเล็กเท่านั้นเอง เขามีเท่ากับเราหมด ทุกอย่างทั้งความคิด ท่านประธานครับ ไม่ใช่ว่าผมจะพูดเรื่องตัวเอง แต่อยากจะเอาประสบการณ์ ที่ว่าเราสอนลูกกันอย่างไร สอนเด็ก ๆ กันอย่างไร ผมไปอ่านหนังสือ ผมเชื่อว่าท่านประธาน คงได้อ่านโต๊ะโตะจัง เด็กหญิงข้างหน้าต่าง หรือกว่าจะถึงอนุบาลก็สายเสียแล้ว อ่านโดย ละเอียด ที่เขาบอกว่าเวลาเด็กกลับบ้านมาเสื้อผ้าเขาสะอาดต้องกลับไปดูแล้วเกิดอะไรขึ้น เสื้อผ้าเขาควรจะสกปรก ควรจะได้เล่น ควรจะได้ใช้ชีวิต มันเป็นเรื่องวัยเด็กของเขา เพราะฉะนั้นถ้ามาเสื้อผ้าเรียบร้อยแสดงว่าลูกเรามีปัญหา ผมเชื่อในเรื่องนี้ ดังนั้นตอนที่ผม เลี้ยงลูก เพราะว่าผมเลี้ยงเอง ท่านอาจารย์วิวัฒน์ก็ได้ใช้วิธีนี้ ผมซื้อเลโก้ (Lego) มาเป็น กระสอบ ๆ กระสอบใหญ่มากและทิ้งลงกลางวงให้เขาเล่นต่อแล้วเขาก็เป็นผู้แข่งไปต่อเลโก้ (Lego) แข่ง หมายความว่า เราเชื่อว่าปรัชญาของเลโก้ (Lego) คือการเอามารวม มันทำให้ คอร์เทกซ์ (Cortex) ของสมอง หรือใยของสมองแตกตัวทำให้เขาฉลาดขึ้น บังเอิญอาของเขา คือจาตุรนต์ ฉายแสง เขาไปซื้อเครื่องเล่นจากเท็กซัสมาให้เขียนเล่นก็เลยแตกตัวไปมาก มีจุดหักเหบางอย่างก็คือคิดว่าในการดำเนินการเช่นนี้ ผมเองเคยซื้อคอมพิวเตอร์ ๔๘๖ ให้เขาเล่น แล้วความที่เขาอยากรู้เรื่องโปรแกรม เขาไปซื้อดิกชันนารี (Dictionary) มาเปิดเอง เพื่อจะได้เรียนรู้ของเขาเอง พอโตขึ้นมา ท่านประธานครับ อยากจะเรียบเรียงว่า มีรายละเอียดมากมายเกี่ยวกับเด็กที่เราจำเป็นจะต้องรู้ มีการย้ายจากบ้านนอกมาเรียนที่ กรุงเทพฯ มาเรียนโรงเรียนอัสสัมชัญ จากบ้านนอกมีปัญหารุนแรงที่สุด กลายเป็นเขาโง่ ภาษาอังกฤษอย่างรุนแรงเพราะว่ามาจากโรงเรียนบ้านนอกและเข้ามาอยู่โรงเรียนที่สอน ภาษาอังกฤษอย่างอัสสัมชัญซึ่งเรียนเป็นภาษาอังกฤษกันเยอะ เขาลำบากมาก ตามเขาไม่ทัน กลายเป็นภาษาอังกฤษโง่มาก ๆ แต่ปรากฏว่าอย่างนี้ ความที่ว่าเราเทรน (Train) เขามาให้ ช่วยตัวเอง ลักษณะความซับซ้อนของสมองเขา เขาหักดิบเลย คือเขาไม่เอาตามที่เคยเรียนแล้วมาเอารอยต่อกลายเป็นโง่ เขาเรียนภาษาอังกฤษเอง หมายความว่าจะเริ่มไปศึกษาว่ารากศัพท์ที่เป็นภาษาละตินเป็นอย่างไร และใช้ความรู้สึก ในการตัดสินใจทำข้อสอบ ทำได้ดี ได้เอ (A) มาตลอด เพราะว่ายกเลิกในสิ่งที่ระบบเราให้เขา คือเขาคิดเอาเอง ต่อเติมเอาเอง อาจจะเป็นเลโก้ (Lego) ที่ท่านอาจารย์วิวัฒน์คงเชื่อว่าทำให้ สมองมีการปรับ คือหาทางออกของมันเองได้ ผมนำเรียนว่าตอนเขาเรียนอยู่มหาวิทยาลัย ไปสอบโทอิค (TOEIC) สอบเล่น ภาษาอังกฤษคะแนนเต็ม ๙๘๐ เขาได้ ๙๓๕ เกือบเต็ม เป็นเพราะว่าความพยายามในการค้นหา เพราะฉะนั้นในเรื่องเด็กผมเรียนว่าเป็นเรื่องที่ เซนซิทิฟ (Sensitive) เป็นเรื่องที่เป็นพิเศษ แล้วเราจะต้องหาทางกันเป็นอย่างมากในการจับ เรื่องนี้ แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน อย่าตัดสินใจเพราะว่าเรายืนดูเขา เราต้องคุกเข่าดูเขา คิดถึงเขาครับ ผมมีประเด็นว่าขณะนี้สังคมไทยของเราเป็นเรื่องที่น่าดีใจ โดยเฉพาะต้องยกย่อง ท่านอาจารย์มีชัย ฤชุพันธุ์ ท่านก็เป็นนักต่อเก้าอี้ ท่านเป็นศิลปิน ท่านเป็นนักปราชญ์คนหนึ่ง กรธ. ชุดนี้สนใจเรื่องเด็กเยอะมาก แล้วจนกระทั่งไปพลาดตรงที่ว่าเราดึงมาดูเด็ก ๑๒ ปี พอไปลงข้างล่างข้างบนโผล่เลยต้องมีกองทุนขึ้นมาคิดว่าเราคงแก้ปัญหากันไปได้ ๑๒ ปี ท่านกำหนดมาแล้ว ผมเชื่อว่าท่านยังเชื่อว่าให้กับเด็กสำคัญกว่าให้เด็กโต แต่ว่าเนื่องจาก ประเทศเรายังมีปัญหาเรื่องสวัสดิการก็ค่อยไปเติมกันทีหลัง ทีนี้ประเด็นในการกำหนด ท่านประธานครับ ผมอยากจะให้ทางคณะกรรมาธิการหรือพวกเราได้พิจารณาว่าจริง ๆ เหมือนกับว่าเราไม่น่าจะห่วงมาก เพราะว่าจริง ๆ แล้วในร่างรัฐธรรมนูญเองที่ถูกรับไปแล้ว ซึ่งอย่างไรก็ต้องประกาศ คิดว่าอย่างนี้นะครับ ในมาตราที่กำหนดไว้เกี่ยวกับเรื่องนี้ไม่ใช่เป็น แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ไม่ใช่นโยบายแห่งรัฐด้วย เป็นหน้าที่ของรัฐ หมายความว่าถ้ารัฐ ไม่ทำเรื่องนี้รัฐจะถูกฟ้องได้ เป็นเรื่องที่คุณจะต้องทำ ไม่ใช่เป็นทางเลือก ไม่ใช่เป็นนโยบาย แต่เป็นหน้าที่ที่จะต้องทำ อยู่ในมาตรา ๕๔ ที่ว่า รัฐต้องดำเนินการให้เด็กเล็กได้รับการดูแล และพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาตามวรรคหนึ่ง เพื่อพัฒนาร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาให้สมกับวัย โดยส่งเสริมและสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินการด้วย นี่คือหน้าที่ของรัฐ เพราะฉะนั้นไม่ว่า ฝนจะตก แดดจะออก ตราบใดรัฐธรรมนูญที่แก้ยากฉบับนี้อยู่เด็กจะได้รับการดูแลเป็นอย่างมาก เท่านั้นไม่พอ ในเรื่องการปฏิรูปที่สำคัญ หมวดปฏิรูป หมวด ๑๖ ในมาตรา ๒๕๘ มีการกำหนด ชัดเจนมากในข้อ จ ด้านการศึกษาว่า ๑. ให้สามารถดำเนินการให้เด็กเล็กได้รับการดูแล และพัฒนาการก่อนเข้ารับการศึกษาตามมาตรา ๕๔ วรรคสอง เพื่อให้เด็กเล็กได้รับ การพัฒนาร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ คือเขียนซ้ำนะครับ ให้สมกับวัยโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย หมายความว่ามันซ้ำ ๒ ที่ ๑. เป็นหน้าที่ ๒. อยู่ในหมวดปฏิรูป ซึ่งเขาจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ดูแลเรื่องนี้ ประเด็นที่เราจะต้องพิจารณากันต่อไปคือประเด็นที่ว่าอย่างนี้ ก็คือว่าส่วนที่ เกี่ยวข้องมีรายละเอียดอยู่บ้าง ๑. เรื่องครู เรื่องครูที่สอนเด็กเล็ก ผมเองได้มีโอกาสไปเป็น ประธานคณะกรรมการส่งเสริมราชภัฏ เราคุยกันเรื่องหลักสูตร แล้วปรากฏว่าราชภัฏที่ผม ดูแลอยู่วิชาฝึกหัดครูเดิมเป็นวิชาที่ดีที่สุด เป็นวิชาที่หมายถึงสูงส่งที่สุดในวิทยาลัยแห่งนั้น พอตอนหลังเรากลายมาเป็นมหาวิทยาลัย มีวิชาอื่นเข้ามาแทรกหมดที่ว่าอัปเดต (Update) ทันสมัย แต่วิชาที่ว่าด้วยเรื่องครู เรื่องเด็กเล็กถูกละเลยมาก ตรงนี้เป็นการก้าวผิดอย่างรุนแรง ของสังคมไทย ที่เราคุยกันว่าบุคคลที่สำคัญที่สุดที่เป็นข้าราชการที่ควรจะได้เงินเดือนสูงที่สุด คือครู เพราะครูคือผู้สร้างรากฐานทุกอย่าง ตรงนี้มีการเริ่มเบี่ยง อันนี้เป็นประเด็นหนึ่ง ที่อยากจะให้ ถ้าท่านจะไปทำกฎหมายก็ดูตรงนี้ ตรงนี้คือต้นน้ำ ยิ่งกว่าต้นน้ำ เป็นจุด ให้กำเนิดน้ำก็คือแม่พิมพ์แรก กำลังมีปัญหาอยู่กับภาวะสังคมปัจจุบัน ประเด็นที่ ๒ เราลองแล้ว ที่มีการกำหนดก็คือว่าการให้ท้องถิ่นดำเนินการ อยากจะเรียนท่านประธานว่าช่วงที่ผม ไปช่วยดูกระทรวงศึกษาธิการอยู่เป็นที่ปรึกษา เรามีนโยบายตอนนั้นก็คือว่าในการปฏิรูปการศึกษาให้ท้องถิ่นลงมาช่วยเด็กเล็ก ปรากฏว่า ไปเจอข้อเท็จจริงอย่างนี้ครับ ท้องถิ่นเองอยากจะทำ ไม่ใช่ไม่อยากจะทำ แต่ว่าการทำตรงนี้ งบประมาณต้องให้เขาไปด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ ขอเวลาอีกสักไม่เกิน ๒ นาที ตอนนั้นที่เราตั้งท้องถิ่นแยกขึ้นมาเป็นการกระจายอำนาจ สุดท้ายมันสวิง (Swing) กลับ กลายเป็นว่าท้องถิ่นดูแลตัวเองไม่ได้ ดังนั้นภารกิจเรื่องเด็กเล็กที่เราส่งไปเด็กก่อนวัยเรียน ให้ท้องถิ่นไปตั้งศูนย์เด็กเล็กคอยมาดู เป็นภาระเขามากเหลือเกิน แค่การจ้างครูก็ไม่มีเงิน ของเล่นเด็กก็ไม่มี อะไรก็ไม่มี รวมทั้งหมดตรงนี้ในรัฐธรรมนูญนี้กำหนดว่าท้องถิ่น แต่ขณะนี้ ท้องถิ่นเองที่ช่วยตัวเองได้มีไม่มากเลย เพราะว่ามันเป็นเรื่องเศรษฐกิจบ้าง อะไรบ้าง เขาก็เอาตัวไม่รอด ดังนั้นคล้าย ๆ ว่าเหมือนเตี้ยอุ้มค่อม ไม่ได้เรื่องท้องถิ่น ซึ่งเงินในนี้ เขากำหนดไว้แล้วก็ต้องลงไปช่วยเขาด้วยนะครับ เป็นอย่างสำคัญ

สุดท้ายมีประเด็นหนึ่งซึ่งท่านทั้งหลายกำลังจะไปยกร่างกฎหมายกัน ในอนาคต สิ่งสำคัญที่เป็นอยู่ในภาวะสังคมขณะนี้ก็คือว่าครอบครัว ครอบครัวจะเป็น สาระสำคัญเหมือนกับที่เขาบอก ผมเคยอ่านเรื่องพม่า เขาบอกว่าพม่าเป็นดินแดน ที่แลนเดด เบบี้ แรลี คราย (Landed Baby Rarely Cry) เพราะว่าเด็กที่พม่าแม้ว่าจะเป็น ประเทศด้อยพัฒนาที่ว่านี่ แต่ว่าเด็ก ๆ ที่นั่นอบอุ่นมากเพราะพ่อแม่เขาจะอุ้มเด็กไว้กับอก เพราะฉะนั้นจุดตรงนี้เอง การดูแลตรงนี้ไม่ว่าเราจะร่างอย่างไรอย่าดึงเด็กเล็กออกจาก ครอบครัวโดยเด็ดขาด เพราะว่าเขาจำเป็นยังต้องอยู่กับครอบครัว ความอบอุ่นของพ่อแม่ ไม่มีครูมาทดแทนเขาได้ ศูนย์ไหนก็มาทดแทนไม่ได้นะครับ สุดท้ายก็อยากจะเรียนว่า ผมสนับสนุนเป็นอย่างยิ่ง แล้วก็เห็นว่าเรื่องกฎหมายถ้าท่านคิดจะไปยกท่านมีเวลาเยอะ แล้วในเมื่อกฎหมายที่มีรายละเอียดตรงนี้ขอเป็นหลักการไปแล้วไปร่างกันข้างหน้าดีกว่า เพราะว่าเรากำลังดูเรื่องที่ละเอียดอ่อนที่สุดเท่าที่เราเคยจับมาแล้วขณะนี้ เพราะฉะนั้น เวลายังมี รัฐธรรมนูญมีกำหนดแล้ว สปท. เราก็มีเวลาไม่มากนัก ผมเห็นว่าอย่าทำตรงนี้เลย ค่อยไปทำกันข้างหน้าขอแค่หลักการไปก็พอนะครับ กราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพ ขอบพระคุณครับ