อลงกรณ์ แจงความคืบหน้าปฏิรูปประเทศ 27 วาระ เร่งผลักดันกฎหมาย 42 ฉบับ

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๕ · ๒๑ มีนาคม ๒๕๖๐

อลงกรณ์ พลบุตร ชี้แจงความคืบหน้าและแผนการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศในระยะที่สองภายใต้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ โดยเน้นความเร่งด่วนในการผลักดันวาระปฏิรูป 27 วาระ 42 เรื่อง พร้อมกฎหมายกว่า 27 ฉบับให้แล้วเสร็จภายในปี 2560 รวมถึงการปรับปรุงข้อมูลและกฎหมายให้ทันสมัย ผ่านกลไก กขป.6 และความร่วมมือระหว่าง สปท. กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีและแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 เดินหน้าอย่างเป็นระบบและยั่งยืน โดยมีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและประสานงานกับ สนช. ผ่านกลไกวิปสองฝ่ายเพื่อเร่งผลักดันการปฏิรูปให้ครอบคลุมทุกมิติ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง

ขอบคุณมากครับ เผอิญท่านประธานอนุกรรมาธิการขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจกระแสใหม่ได้นำความเห็นและข้อเสนอเกี่ยวกับ เรื่องของกลไกขับเคลื่อน เผอิญเราปรับเปลี่ยนโครงสร้างในเรื่องการขับเคลื่อนใหม่ ก็เลยอยากจะเรียนให้ที่ประชุมทราบ ในฐานะที่ได้รับมอบหมายจาก สปท. ไปอยู่ใน ป.ย.ป. ในคณะกรรมการเตรียมการปฏิรูปประเทศ แล้วก็คณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้าง ความสามัคคีปรองดอง แต่ก่อนอื่นต้องนำเรียนท่านสมาชิกและกรรมาธิการนะครับ เดิมที ขั้นตอนการประชุมจะให้นำเสนอทีละรายงาน แล้วก็ให้สมาชิกได้แสดงความคิดเห็น และมีผู้แสดงความคิดเห็นเสนอชื่อเพื่อที่จะแสดงความคิดเห็นแล้ว แต่ว่าเมื่อท่านประธาน ดอกเตอร์สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ได้ขอว่าให้เป็นการนำเสนอ ๓ รายงาน หลังจากนั้นก็ให้สมาชิกได้อภิปราย ผมก็ได้ตอบสนองในลักษณะเช่นนั้น ดังนั้นท่านสมาชิก ที่จะแสดงความจำนง ก็ได้โปรดแสดงความจำนงมาทั้ง ๓ ฉบับ หรือว่าจะอภิปรายภาพรวม ในเรื่องของการปฏิรูปเครื่องมือเศรษฐกิจฐานรากในขั้นตอนนี้

ดังนั้นก็อยากจะเรียนชี้แจงในประเด็นถัดมา ก็คือว่าขณะนี้ในวิป (Whip) ของ สปท. เองได้ดำเนินการทำงานร่วมกับแม่น้ำสายอื่น แล้วก็ได้เข้าร่วมใน ป.ย.ป. ด้วย ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง กลไก ระบบ และการขับเคลื่อน ตลอดจนกรอบเวลา จึงจำเป็นให้ทุกคนได้รับทราบ เพื่อจะได้เห็นภาพรวมว่าการเดินงานของเราเป็นอย่างไร แล้วก็การนัดประชุมในทุกสัปดาห์จากนี้ไปก็จะเร่งรัดในการช่วยขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ซึ่งอยู่ในระยะที่ ๒ แล้ว เรียกว่าเป็นโรดแมป (Roadmap) การปฏิรูประยะที่ ๒ ภายใต้ ป.ย.ป. โดย ป.ย.ป. นั้นจะมี ๔ คณะหลัก ๑. คือคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดิน เชิงยุทธศาสตร์ ๒. คือคณะกรรมการเตรียมการปฏิรูปประเทศ ๓. คือคณะกรรมการ เตรียมการยุทธศาสตร์ชาติ และ ๔. คือคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคี ปรองดอง

โดยในการประชุม ป.ย.ป. ครั้งที่ ๑ ที่มีการเวิร์กชอป (Workshop) ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ ก็ได้เห็นชอบให้ปี ๒๕๖๐ เป็นปี แห่งการปฏิรูป ตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ประกาศ และให้ดำเนินการ ๒๗ วาระปฏิรูป ครอบคลุม ๔๒ เรื่อง ๔๒ ประเด็น ๔๒ รายงาน และกฎหมายในชั้นพระราชบัญญัติ และอื่น ๆ ซึ่งเท่าที่ได้ตรวจสอบไปเบื้องต้นจะมีกฎหมายระดับพระราชบัญญัติอยู่ไม่น้อยกว่า ๒๗ ฉบับ

นอกจากนั้นแล้วในส่วนของกรรมการประสานงานวิป (Whip) ๒ ฝ่าย ระหว่าง สนช. และ สปท. ก็จะมีการประชุมในวันพรุ่งนี้ด้วย เพื่อที่จะเตรียมความพร้อม เกี่ยวกับร่างกฎหมายดังกล่าว และการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศในระยะเร่งด่วน ทั้ง ๒๗ วาระ ๔๒ เรื่อง และกฎหมายกว่า ๒๗ ฉบับนั้น จะดำเนินการให้แล้วเสร็จ มีผลเป็นรูปธรรมภายในปี ๒๕๖๐ และปี ๒๕๖๐ ยังเป็นปีของการเริ่มต้นยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี เป็นปีแรกของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ เป็นปีที่จะมี รัฐธรรมนูญฉบับถาวร และยังเป็นปีที่จะมีพระราชบัญญัติว่าด้วยยุทธศาสตร์ชาติ เป็นฉบับแรกในประวัติศาสตร์ประเทศ และจะมีพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอน ในการดำเนินการปฏิรูปประเทศ ซึ่งจะต้องตราทั้ง ๒ ฉบับภายใน ๑๒๐ วันนับจากวันที่ รัฐธรรมนูญประกาศใช้ ดังนั้นจึงมีภารกิจมาก

ในฐานะที่ถือว่า สปท. เองก็เป็นกลไก ฟันเฟืองสำคัญ เป็นต้นน้ำของ การนำเสนอแผนปฏิรูป บัดนี้กระบวนการของการยกระดับอัปเกรด (Upgrade) การปฏิรูป ประเทศเข้าสู่ ป.ย.ป. โมเดล (Model) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว นอกจากนั้นแล้วในส่วนของ การอัปเดต (Update) เป็นหน้าที่ของพวกเราที่จะช่วย นั่นก็คือว่าตัวรายงานอย่างวันนี้ ๓ รายงานก็ถือว่าเป็นการปฏิรูปเครื่องมือพัฒนาฐานรากที่สำคัญมาก เป็นเพียง ๓ รายงาน ที่ถือเป็นการปฏิรูปในระดับพื้นฐานของประเทศ ดังนั้นจะต้องอัปเดต (Update) ลองยกตัวอย่างว่าข้อมูลอ้างอิงทั้งหลายต้องอัปเดต (Update) มากที่สุด ข้อมูลที่ยกขึ้นมา อ้างอิง ปี ๒๕๕๔ ปี ๒๕๕๕ เราต้องทำให้ทันสมัยมากกว่านี้ ๒. ก็คือว่าตัวร่างกฎหมาย มีความชัดเจนในทิศทางว่าการปฏิรูปจะยั่งยืนได้ต้องมีกฎหมาย เพราะฉะนั้น ก็มีตัวร่างกฎหมายที่ท่านประธานกรรมาธิการ ท่านสถิตย์ก็ดี ท่านสมชัย ท่านปีติพงศ์ ว่าใน ๓ รายงานนี้ ๒ รายงานที่นำเสนอไปแล้วเรามีรายงาน เช่นในเรื่องของสถาบันการเงินฐานราก แล้วก็ ตัวกฎหมายเศรษฐกิจเพื่อสังคม ก็คือในเรื่องของโซเชียลเอนเตอร์ไพรส์ (Social Enterprise) ปัจจุบันอยู่ในชั้นของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งไม่เพียงพอ เพราะฉะนั้นเรามีหน้าที่ ตรงนี้ครับ คือทั้งสภาจะต้องมาระดมความเห็นเลย มาช่วยกันว่าจะทำให้ ๓ เรื่อง ๓ วาระปฏิรูป ใน ๒๗ วาระ ชุดนี้ต้องให้สมบูรณ์ที่สุด

และการขับเคลื่อนนั้น วันศุกร์นี้คณะกรรมการขับเคลื่อนเร่งรัด การดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล ที่เรียกว่า กขร. ซึ่งมีท่านรัฐมนตรีสุวิทย์ เมษินทรีย์ เป็นประธาน ก็เรียกประชุม ก็คือเมื่อ ป.ย.ป. เห็นชอบใน ๒๗ วาระ ถือว่าต้องเดินหน้า แล้วให้เสร็จในปี ๒๕๖๐ ดังนั้นกลไกในส่วนของการเร่งรัดติดตามก็คือ กขร. ซึ่งเป็นของ คณะรัฐมนตรี ก็จะทำหน้าที่ในการประสานส่วนราชการ ไปติดขัด ตกค้างที่ไหน โดย ป.ย.ป. แยกออกเป็น ๓ ระดับของวาระปฏิรูป อะไรที่ยาก อะไรที่ซับซ้อน อะไรที่ติดขัด คณะกรรมการชุดใหญ่ ป.ย.ป. โดยท่านนายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้ตัดสินฟันธงเลย

๒. คือวาระที่ดำเนินการขับเคลื่อนได้ แต่เนื่องจากเป็นวาระที่เกี่ยวข้องกับ หลายกระทรวง ทบวง กรม ก็ให้กลไก กขป. ๖ คณะ ที่มีรองนายกรัฐมนตรี ๖ กลุ่ม เป็นผู้รับผิดชอบหลัก ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธานทุกคณะเหมือนกัน ก็ทำหน้าที่ ขับเคลื่อน

สุดท้าย วาระปฏิรูป หรือรายงานที่ไม่ได้มีความสลับซับซ้อน มีความเห็นพ้อง ต้องกันอย่างมาก เดินหน้าได้ทันที ให้กระทรวงในระดับกระทรวงเดินหน้าได้เลย แล้วก็มี มิสเตอร์รีฟอร์ม (Mr. Reform) ซึ่งอาจจะปรับระดับขึ้นมาเป็นกรรมการ เหมือนอย่าง ป.ย.ป. ชุดเล็กในทุกกระทรวง เข้าไปดำเนินการ เพราะฉะนั้นในฐานะที่เราเป็นต้นเรื่อง ต้นน้ำ ของวาระปฏิรูป วันนี้ต้องอัปเดต (Update) ทำให้สมบูรณ์ที่สุด แล้วจะเข้าไป ส่วนว่า จะส่งไปไหน ส่งไปที่คณะกรรมการเตรียมการปฏิรูปประเทศ วาระปฏิรูปทั้งหลายที่จะส่ง เข้าไปนั้นไปที่คณะกรรมการเตรียมการปฏิรูปประเทศ คณะกรรมการเตรียมการ ปฏิรูปประเทศท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธานด้วยตัวเอง แล้วก็ไปจัดลำดับ ๓ ประเภท ถ้าอันไหนคิดว่าจะติดขัด มันซับซ้อน มันยาก ส่งขึ้นชุดใหญ่เลย ป.ย.ป. แต่ทุกเรื่องก็ต้องส่ง ให้ ป.ย.ป. นะครับ แต่อะไรขับเคลื่อนได้ทันทีก็ทำ

ในส่วน สนช. เองที่มีวิป (Whip) ๒ ฝ่าย ประชุมบ่ายวันพุธนี้ ก็จะดูกฎหมาย เหล่านี้ โดยเรามีประธานกรรมาธิการของ สปท. และ สนช. ทุกคณะอยู่ในวิป (Whip) ๒ ฝ่าย ระหว่าง สนช. และ สปท. ซึ่งขณะนี้ก็ได้รับทราบรายงานหมดแล้วว่าใน ๒๗ วาระ ๔๒ เรื่องนั้น มีกฎหมายเบื้องต้นเท่าไร วิป (Whip) ๒ ฝ่ายจะมาดู ถ้าเกี่ยวข้องกับชุดใด ก็ไปทำงานร่วมกันระหว่าง สปท. และ สนช. ในชั้นของตัวร่างกฎหมาย

ตรงนี้ก็เรียนให้ทราบว่ากลไกขณะนี้มันหมุนไปเร็ว เพราะฉะนั้นเราก็ต้อง ทำงานเร็ว แต่การทำงานเร็วเน้นการมีส่วนร่วม ก็คือว่าบัดนี้ ๒๗ วาระได้ตีตราแล้วว่า ต้องเสร็จในปี ๒๕๖๐ จึงต้องให้สมาชิกทุกท่านมาช่วยกันให้ความเห็น เพื่อให้เกิด ความสมบูรณ์มากที่สุด ความเห็นเหล่านี้ก็จะส่งให้กับทาง ป.ย.ป. เพื่อใช้ประกอบ ในการที่จะขับเคลื่อนเดินหน้า

ส่วนปี ๒๕๖๑-๒๕๖๔ ก็มีด้วยกัน ๓๒ เรื่อง ในกรอบ ๒๗ วาระเช่นกัน แล้วก็กฎหมายอีกชุดใหญ่ ดังนั้นเราก็มีแผน ๕ ปีของการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ก็เรียนให้ทราบเพื่อให้เกิดความมั่นใจ แล้วก็เกิดความมุ่งมั่นว่าบัดนี้รายงานวาระปฏิรูป ที่หลายคนบอกว่าได้ผ่านความเห็นชอบไปแล้ว ทำไมต้องย้อนกลับมา แล้วย้อนกลับมาครั้งนี้ ย้อนกลับมาในฐานะเป็นแพ็กเกจ (Package) ของ ๑ ใน ๕ กลุ่ม ๒๗ วาระ เราแบ่ง ๕ กลุ่ม ก็คือ ๑. การปฏิรูปเครื่องมือพัฒนาฐานราก ๒. การปฏิรูปเศรษฐกิจอนาคต ๓. การปฏิรูปคน ๔. การปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐาน ๕. การปฏิรูปกลไกภาครัฐ นี่คือ ๕ คลัสเตอร์ (Cluster) ๕ กลุ่ม ๕ ด้าน จาก ๒๗ วาระ ชุดนี้เป็นชุดแรก

ดังนั้นวันนี้การอภิปรายนอกจากจะแสดงความคิดเห็นเฉพาะ ๓ ด้านนี้ แต่ขอให้ท่านคิดถึงภาพรวมว่าในส่วนของการปฏิรูปเครื่องมือพัฒนาฐานราก ซึ่งก็มีรายงาน เป็นเปเปอร์ (Paper) ที่ทางสภาได้จัดมอบให้กับท่าน ซึ่งท่านประธานกรรมาธิการขับเคลื่อน การปฏิรูปด้านเศรษฐกิจก็ได้นำส่งแล้ว ให้อ่านประกอบด้วย เพื่อประกอบการขอความเห็น ก็เลยเรียนชี้แจงเพื่อให้เกิดภาพรวม แล้วก็รู้ว่าขณะนี้กลไกเราขับเคลื่อนไปขนาดไหน เมื่อวานก็ประชุมเตรียมการเพื่อสร้าง ความสามัคคีปรองดอง รับฟังความคิดเห็นทั่วประเทศ ๗๖ จังหวัด ตอนนี้ได้เกือบ ๒๐,๐๐๐ คนแล้ว แล้วก็จะเสร็จภายในวันที่ ๒๓ มีนาคมนี้ ส่วนพรรคการเมือง กลุ่มการเมือง ก็ว่าไป ขอความเห็น ๑๐ บวก ๑ ประเด็น เพื่อให้ประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ได้ร่วมกันในการที่จะนำประเทศเดินไปข้างหน้าภายใต้ ป.ย.ป.

ต่อไปขอเชิญการนำเสนอในรายงาน ฉบับที่ ๓ โดยท่านกอบศักดิ์ ภูตระกูล เลขานุการคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ อดีตสมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติ และอดีตกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ แล้วก็เป็นผู้ช่วยรัฐมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หรือเป็นเลขานุการท่านรองนายกรัฐมนตรีสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ขอเชิญครับ