สุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ หารือประเด็นความมั่นคงและประสิทธิภาพการบริการที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง โดยเน้นย้ำความสำคัญของการท่องเที่ยวควบคู่กับการรักษาความปลอดภัย พร้อมเสนอให้ใช้เทคโนโลยีไบโอเมตริกและจัดตั้งดาต้าเซ็นเตอร์กลางเพื่อบูรณาการข้อมูลความมั่นคง รวมถึงเรียกร้องให้ปรับปรุงระบบการตรวจสอบนักท่องเที่ยวและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดกับผู้ที่เข้ามาอยู่และค้าขายโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ เพื่อนสมาชิกที่รัก ทุกท่าน กระผม นายสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ สปท. ลำดับที่ ๑๗๓ เรื่องนี้ที่คณะกรรมาธิการ นำเสนอผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ดี ตรงกับระยะเวลาที่เหมาะสม แต่อย่างไรก็ตาม ผมก็มีข้อเสนอ บางประการที่จะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการ แล้วผมก็ขออนุญาต มีเพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ที่จะนำเสนอด้วย
ภาพแรก เป็นภาพที่ผมอยากกราบอัญเชิญพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ น้อมนำมาเพื่อเป็นสิริมงคลกับที่ประชุม ท่านตรัสไว้ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๒๔ เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๒๕ สรุปว่าท่านเน้นเรื่องการธำรงรักษาชาติและความมั่นคงของประเทศ แล้วก็ไม่คิดถึงประโยชน์ ส่วนตัวหรือพวกพ้อง โดยสรุปนะครับ
ภาพที่ ๒ อันนี้ที่ท่านพูดนี่ ถ้าไม่มีเครื่องบิน โอกาสที่ท่านจะมาคุยเรื่องนี้ คงจะลำบาก ผมพยายามไปหาภาพการบินไทยโดยเฉพาะ ไม่มี ก็เลยมีภาพเครื่องบินหลายชาติ แต่ก็ให้ประชาชนรวมทั้งที่ประชุมเห็นว่า ถ้าไม่มีเครื่องบินพาชาวต่างประเทศมา ท่านก็ ไม่จำเป็นที่จะต้องมี ตม. ๖ แล้วก็รวมทั้งคนเข้าเมือง ออกเมือง
ภาพต่อไปครับ นี่ครับ ไม่มีใครไม่รู้จักครับ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ของคนที่เข้าเมือง ถูกต้องตามกฎหมายจะเข้าผ่านสนามบินสุวรรณภูมิ แล้วเป็นสนามบินที่อวด ชาวต่างประเทศได้ มีเครื่องไม้เครื่องมือครบ เมื่อมีเครื่องบินแล้ว มีคนขึ้นเครื่องบินแล้ว มีสนามบินแล้ว เก่านี่นะครับ ท่านก็จะมี ตม. ๖ อันนี้บัตรขาเข้า ต่อไปเป็นบัตรขาออก ทุกคนที่ไปต่างประเทศหรือเข้าเมือง โดยเฉพาะคนไทยก็จะมีแบบนี้ให้กรอก เราก็กรอกกัน แต่ที่ท่านกรรมาธิการบอกกรอกแล้วไปทำอะไร ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ทีนี้พอกรอกแล้วจะต้อง ถือพาสปอร์ต (Passport) เข้ามาพร้อมกับใบ ตม. ก็คิวยาวอย่างนี้ ปัจจุบันนี้ไม่ค่อยมีแล้ว แต่ว่าก็ยังมีอยู่ในบางโอกาสตอนเช้ามืดท่านไปดู คนเข้าดอนเมือง ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ คนต่อวัน บางวันถึง ๕,๐๐๐ คน ก็ยาวแบบนี้ เมื่อยาวแบบนี้ปุ๊บก็ช้า ก็เกิดความอึดอัดกับคนที่เขา อยากจะมาทำธุรกิจท่องเที่ยว ร้อยแปดจิปาถะ ทีนี้ก่อนที่จะพูดเข้าไปในเนื้องานผมอยากจะ บอกว่า ท่านประธานครับ ผมก็เป็นคนอยากได้เงิน ยิ่งเป็นเงินตราต่างประเทศผมก็อยากได้ เพราะเงินตราต่างประเทศเข้าประเทศไทยมากเท่าไร เงินเราออกน้อยไปนี่เราจะได้เปรียบ ดุลทางการค้า โดยเฉพาะเรื่องการท่องเที่ยว ท่านก็ทราบแล้วว่ามันเป็นซอฟต์มันนี (Soft money) ลงทุนน้อยแต่ได้ผลเยอะ
ผมให้ท่านดูภาพต่อไปครับ ตาชั่งครับ อันนี้มันจะพอดี ๆ ตาชั่งที่มาตรฐาน ซ้าย ขวา อันนี้แบบโบราณที่อยู่บนคอปกเสื้อของบางส่วนราชการ เที่ยงตรง
แต่อย่างไรก็ตาม ท่านดูภาพต่อไป ผมไม่อยากเห็น เรานึกถึงเงินตรา ต่างประเทศ ไม่ว่าจะของประเทศไหน มากไปกว่าความมั่นคงของชาติบ้านเมือง ผมจึงนำภาพนี้ มาให้ดูว่าให้คำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยของประเทศ ไม่ว่าจะชีวิตหรือทรัพย์สินของคนไทย ให้มากกว่าเงินตราต่างประเทศ ด้านซ้าย ผมจึงให้น้ำหนักธงชาติกับแผนที่ประเทศไทย ไว้ให้ท่านดูเป็นการเตือนอนุสติว่าอย่าคิดถึงเรื่องเงินทองมากจนชาติบ้านเมืองเราจะเกิด ความเสียหาย ที่ท่านพูดทั้งหมดผมอยากกราบเรียนว่าท่านจะยกเลิก ตม. แบบ ตม. ๖ หรืออะไร ร้อยแปดจิปาถะ จะต้องป้องกันการปลอมพาสปอร์ต (Passport) การตรวจ พาสปอร์ต (Passport) ก็ตาม ครั้งหนึ่งเมื่อ ๒ ปีที่ผ่านมา ผมได้ยินกับหู มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ท่านพูดกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ ผบ.ตม. ว่า ให้ไปดูสิว่ามันมีเครื่องมืออะไร ที่เขาเรียกไบโอเมตริก (Biometric) มาทดแทนการดูแลด้วยแมนวล (Manual) แล้วเมื่อเช้า ผมเจอท่าน ผบ.ตม. ท่านก็บอกว่าทำเกือบเสร็จแล้ว เครื่องนั้นคือเรียกว่าไบโอเมตริก (Biometric) ท่านที่พูดสั่งเรื่องนี้ เมื่อ ๒ ปีที่แล้วผมได้ยินกับหูโดยบังเอิญ ก็คือท่าน พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ท่านพูดเรื่องนี้ ในอดีตท่านใช้นิ้วเดียว พออายุเยอะ ๆ พอนิ้วสึก อย่างผมนี่นิ้วสึกต้องเวฟ (Waive) ท่านรองสุวัฒน์ก็จะทราบ ปัจจุบันนี้มันพัฒนาขึ้นไปอีกอันหนึ่ง ใช้ ๑๐ นิ้วกลิ้งไปกลิ้งมาได้ นิ้วไหนผ่าน หรือ ๒ นิ้วผ่าน แล้วแต่ประเทศ ก็ถือว่าใช้ได้ แล้วมันจะไปปรากฏอยู่ในคลังข้อมูลว่า นายสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ ออกจากประเทศไทยเมื่อวันนั้น กลับเข้าประเทศไทยเมื่อวันนี้ อันนี้หมายถึงว่าเครื่องไบโอเมตริก (Biometric) แล้วผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานที่เคารพผ่านไปยังกรรมาธิการว่า หลังจากที่ผมได้ยินคำนี้แล้ว รวมทั้งเห็นระเบียบวาระนี้เข้ามา ผมก็ไปค้นหาเรื่องไบโอเมตริก (Biometric) ไบโอเมตริก (Biometric) มี ๒ ประเภทใหญ่ ๆ ประเภทที่ ๑ ดูลักษณะ ทางกายภาพ ก็คือลายนิ้วมือ ใบหน้า ใบหู ตา ร้อยแปดจิปาถะ มี ๖-๗ อย่าง กับประเภทที่ ๒ ลักษณะของพฤติกรรม การเดิน เสียง ก็ใช้ได้ แต่ที่ใช้กันมากที่สุดก็คือ ลายนิ้วมือกับใบหน้า อันนี้คือการส่องไปที่เลนส์ตาว่าสีอะไร แต่พออายุเยอะ ๆ แล้วมันก็อาจจะเพี้ยนไปได้
ข้อเสนอของผม ผมอยากกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการ ด้วยความเคารพว่า สิ่งที่จะต้องพิจารณาก็คือว่าเราจะยกเลิก ตม. ๖ หรือความสะดวกอะไร ก็ตาม ท่านต้องมีเครื่องไม้เครื่องมือทางเทคโนโลยีหรือทั่วโลกเขาใช้ไบโอเมตริก (Biometric) ให้ครบทุกด่านตรวจคนเข้าเมืองทั้งขาเข้าและขาออกอย่างเป็นระบบเสียก่อน ถ้ายังไม่ครบ ก็จะเป็นปัญหา ผมยกตัวอย่างว่ามีด่านอยู่ ๒๐ ด่าน ๕ ด่านยังไม่มี คนที่คิดร้ายคิดไม่ดี ก็จะไปเข้าด่าน ๕ ด่านนั้น เพราะฉะนั้นต้องมีให้ครบเสียก่อน
เรื่องที่ ๒ ที่ผมอยากจะเสนอก็คือว่าต้องจัดให้มีดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) มีไว้ทำอะไร เพื่อบูรณาการข้อมูลครบทุกหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง นับตั้งแต่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตม. หรือตำรวจท้องที่ก็ตาม กระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา ฝ่ายความมั่นคง ที่หลัก ๆ ก็คือกระทรวงกลาโหม และกระทรวงมหาดไทย ถ้ายังไม่มีดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ที่เป็นหนึ่งเดียวเขาก็จะ เขย่งกัน กดก็ไม่ออก ใช้ก็ไม่ได้ ข้อมูลก็ไม่แม่นตรง เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ต้องทำเลย ต้องทำเสียก่อน ก่อนที่จะยกเลิกเรื่องนั้นเรื่องนี้ โดยเฉพาะ ตม. ๖ ที่เราบ่นกันเหลือเกินว่า กรอกเข้าไปแล้วเอาไปทำอะไร ผมไม่ทราบเพราะผมไม่ได้อยู่หน่วยพวกนี้ ทีนี้ถามว่า อันนี้มีความจำเป็นไหม ท่านนึกย้อนหลังไปเมื่อปีก่อนโน้น ระเบิดตูมตอนค่ำวันหนึ่ง ที่สี่แยกพระพรหม ผลคืออะไร คนไทยและคนต่างประเทศบาดเจ็บไปเยอะมาก ตรวจไปตรวจมาก็คือว่าเข้าเมืองโดยไม่ผ่านระบบการตรวจสอบ แต่อย่างไรก็ตาม ฝ่ายความมั่นคงของรัฐบาลก็สั่งการให้ตามจับจนได้หลังจากนั้นอีกไม่กี่วัน แต่ว่าคงไม่เฮง อย่างนี้เสมอไป เราคงไม่อยากให้เกิดเรื่องต่าง ๆ อย่างนี้ในประเทศไทยเรา
ผมขอเพิ่มอีกข้อหนึ่ง ข้อ ๓ การบังคับใช้กฎหมายต้องเข้มแข็ง ทุกภาคส่วน ที่เกี่ยวข้อง ไม่ปล่อยให้มีชาวต่างชาติที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้า ต้องใช้คำนี้ หรือเดินขายถั่ว ร้อยแปดจิปาถะ เดินกันไปเต็มตรอกซอกซอย ตำรวจที่ขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านมาก็ยังไม่เคยถามว่า เธอเข้าเมืองถูกต้องไหม ผมก็กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า สิ่งที่ท่านเสนอ ผมเห็นด้วย แล้วก็มีข้อเสนอฝากท่านไปพิจารณาอีกเล็กน้อย ขอบคุณครับ