มนู เสนอปฏิรูปการท่องเที่ยว ปรับระบบข้อมูล-ที่พัก-กฎหมายรวมศูนย์

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๔ · ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐

มนู เลียวไพโรจน์ หารือการปฏิรูประบบการท่องเที่ยวเพื่อความยั่งยืน โดยเสนอการปรับปรุงระบบข้อมูลคนเข้าเมือง ที่พักแรม และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พร้อมเน้นการบูรณาการหน่วยงาน ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน และการจัดทำแพลตฟอร์มข้อมูลนักท่องเที่ยวแบบรวมศูนย์ผ่าน e-Passport เพื่อยกระดับความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการตรวจสอบ รวมถึงการยกเลิกบัตร ตม.6 และการกำหนดมาตรฐานที่พักแรมทุกประเภทพร้อมบทลงโทษที่เข้มงวดเพื่อกระจายความเจริญสู่ท้องถิ่น

นายมนู เลียวไพโรจน์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่เคารพและท่านสมาชิก กระผม นายมนู เลียวไพโรจน์ กรรมาธิการในฐานะประธานอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้านอุตสาหกรรม และบริการ สมาชิก สปท. ลำดับที่ ๑๑๕ ขออนุญาตเสนอรายงานของคณะกรรมาธิการ ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ การปฏิรูประบบที่พักแรมและข้อมูลคนเข้าเมือง ซึ่งเป็นรายงานเรื่องที่ ๒ ของการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศทางด้านการท่องเที่ยว ซึ่งต่อเนื่องจากเรื่องการปฏิรูปโครงสร้างองค์กรของการท่องเที่ยวซึ่งได้นำเสนอไปแล้ว โดยการพัฒนาทางด้านการท่องเที่ยวนั้นมีหลักอยู่ ๓ หลักใหญ่ ๆ

ประการที่ ๑ ก็คือในเรื่องของการบูรณาการทางด้านการท่องเที่ยว อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้เพื่อให้การดำเนินงานของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมีการ บูรณาการกันอย่างมีประสิทธิภาพ และการดำเนินงานในการท่องเที่ยวให้สัมฤทธิผลโดยเร็ว และถูกต้อง

ประการที่ ๒ คือการมีส่วนร่วมของชุมชนและของประชาชนในพื้นที่ที่มี การส่งเสริมการท่องเที่ยวและมีนักท่องเที่ยวไปท่องเที่ยวกันมาก ทั้งนี้ก็ด้วยเหตุผลที่จะต้อง กระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาคและลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ

ประการที่ ๓ เป็นเรื่องของการสร้างความยั่งยืนด้านการท่องเที่ยว สำหรับ การปฏิรูประบบที่พักแรมและข้อมูลคนเข้าเมือง ก็จะเป็นการแก้ปัญหาทั้งระยะสั้น และระยะยาว แก้ปัญหาในเรื่องการท่องเที่ยวทั้งระบบ โดยเริ่มตั้งแต่นักท่องเที่ยวที่เดินทาง เข้ามาในประเทศไทย ผ่านหน่วยตรวจคนเข้าเมืองจนกระทั่งพักแรมในสถานที่ต่าง ๆ ท่องเที่ยวไปตามสถานที่ต่าง ๆ และในที่สุดก็เดินทางออกจากประเทศไทย ซึ่งกระบวนการทั้งหมดนี้นักท่องเที่ยวจะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติ ที่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นการเข้ามานั้น นักท่องเที่ยวจะเข้ามาอย่างมีความสะดวกสบาย ถ้าหากว่า จะได้ดำเนินการแก้ไขในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ เพราะเหตุว่าในเรื่องการท่องเที่ยวนั้นมีกฎหมาย หลายฉบับที่เกี่ยวข้องกัน แล้วก็เกี่ยวข้องกันมาก อย่างไรก็ตามระบบกฎหมายที่ว่านี้มีเรื่อง ของการท่องเที่ยวบางส่วนที่ยังไม่เอื้ออำนวยต่อเป้าหมายในการพัฒนาการท่องเที่ยว ของประเทศ และที่สำคัญที่สุดที่ท่านประธานกรรมาธิการได้กล่าวสักครู่นี้ คือเรื่องของคุณภาพ ของการท่องเที่ยวของประเทศในด้านความสะดวก และในท้ายที่สุดก็คือความปลอดภัย ของนักท่องเที่ยวทั้งหลาย ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องสำคัญและเป็นส่วนที่จะสะท้อนถึงความแข็งแกร่ง ของประเทศไทย และสะท้อนถึงความมีสังคมที่น่าอยู่ของประเทศไทย เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ก่อนที่จะถึง ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวก็จะต้องมีการจัดการในเรื่องของระบบข้อมูลต่าง ๆ ให้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสถานที่ท่องเที่ยว ในเรื่องพักแรม สถานที่พักแรม ไม่ว่าจะ เป็นโรงแรม หรือที่พักแรมประเภทอื่น ๆ ทั่ว ๆ ไป ซึ่งสิ่งเหล่านี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดูแล เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ชัดเจนว่าในเรื่องของที่พักแรมนั้นจะมีสัดส่วนรายได้ถึงร้อยละ ๓๐ ของรายได้การท่องเที่ยวทั้งหมด ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ และสิ่งสำคัญที่สุดความปลอดภัย ของนักท่องเที่ยว คนไทยกันเองและชาวต่างชาติในประเทศไทย ในที่สุดก็เป็นเรื่อง ของการสะท้อนถึงความมั่นคงของชาติ ซึ่งถ้าหากว่ามีระบบที่ชัดเจน นักท่องเที่ยวที่เข้ามา สามารถติดตามได้ก็จะเป็นเรื่องที่ดี หลักการสำคัญที่สุดที่จะต้องดำเนินการในเรื่องนี้ ก็คือ

ประการแรก จัดทำแพลตฟอร์ม (Platform) ซึ่งจะจัดข้อมูลทะเบียน ของนักท่องเที่ยว ทะเบียนของที่พักแรม รวมทั้งข้อมูลคนเข้าเมืองที่เป็นทั้งเข้าเมือง ในที่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นที่สนามบิน ท่าอากาศยาน หรือทางเรือ ทางบก และในทุก ๆ ที่ เพื่อที่จะจัดให้เป็นข้อมูลเดียวกัน ที่เรียกกันว่าซิงเกิลแพลตฟอร์ม (Single Platform) โดยอ้างอิงข้อมูลอีพาสปอร์ต (e-Passport) เพื่อความสะดวกในการตรวจสอบ และการใช้ข้อมูลเหมือนกันหมดนะครับ

ประการที่ ๒ ในเรื่องของการบังคับใช้กฎหมายก็เช่นเดียวกัน จะต้องกวดขัน การแจ้งทะเบียนการเข้าพักของชาวต่างชาติ ซึ่งจะต้องเป็นไปตามพระราชบัญญัติ คนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๘

ประการที่ ๓ ลงทะเบียนเข้าพักสำหรับชาวต่างชาติด้วยการใช้พาสปอร์ต (Passport) เป็นหลัก สำหรับการพักทุกประเภทที่บันทึกข้อมูลผ่านออนไลน์ (Online) และเก็บสำเนาพาสปอร์ต (Passport) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามข้อมูล อย่างถูกต้อง

ประการที่ ๔ เมื่อดำเนินการทั้ง ๓ ประการแล้ว ก็เห็นสมควรยกเลิก การใช้บัตร ตม. ๖ ซึ่งจะต้องมานั่งเขียนในการผ่านเข้าออกประเทศ ทั้งของคนไทย และชาวต่างชาติ โดยเราจะใช้ข้อมูลอีพาสปอร์ต (e-Passport) และข้อมูลการลงทะเบียน การเข้าพักแบบออนไลน์ (Online) แทน ซึ่งจะมีประสิทธิภาพมากกว่า จะเห็นได้ชัดว่า ใบ ตม. ๖ ที่เขียนกัน แล้วข้างหลังจะมีเขียนว่า ที่อยู่ บางท่านก็เขียนที่อยู่เปรอะไปหมดเลยจนไม่ทราบว่าที่อยู่อยู่ตรงไหน ถ้าไปต่างประเทศ จะเห็นได้ว่าเขากำหนดบอกว่าให้พักที่โรงแรมไหน บางทีนึกโรงแรมไม่ออกก็ใส่โรงแรมฮิลตัน ไว้ก่อน โรงแรมแบบชื่อดัง ๆ ไว้ก่อน ใส่เข้าไปเขาก็ไม่ได้ว่าอะไร คือถ้าได้ข้อมูลอย่างนั้น มันจะไม่ตรงต่อความเป็นจริง แต่สิ่งที่จะตรงต่อความเป็นจริงก็คือข้อมูลจากพาสปอร์ต (Passport) แล้วเข้าที่พักที่ไหนก็ใช้ข้อมูลพาสปอร์ต (Passport) นั้น แล้วเป็นแหล่งเดียวกัน สามารถที่จะตรวจสอบได้ทันทีทันใด

ในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ก็คงจะต้องมีการจัดระบบประเภทที่พักแรม แล้วก็ กำหนดมาตรฐานข้อบังคับให้ครอบคลุมที่พักทุกประเภท ทั้งนี้ เพื่อเป็นมาตรฐานและความ ปลอดภัยโดยการปรับปรุงกฎหมายที่จะดำเนินการต่อไป แล้วบทลงโทษก็ต้องดำเนินการ ให้เคร่งครัด แล้วในขณะเดียวกันก็ต้องเพิ่มบทลงโทษในบางกรณีด้วย นั่นก็คือสิ่งที่ กำลังเสนอ ในขณะเดียวกันกระผมขออนุญาตเรียนว่าสำหรับรายละเอียดตามที่ผมได้เรียน ให้ท่านสมาชิกได้รับทราบแล้ว ผมจะขอนำเสนอรายละเอียดโดยขอให้ท่านกลินท์ สารสิน ท่านกรรมาธิการ ท่านสมาชิก สปท. แล้วก็ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการขับเคลื่อน การปฏิรูปเศรษฐกิจด้านอุตสาหกรรมและบริการ และท่านประธานคณะทำงานการท่องเที่ยว คือคุณกลินท์ สารสิน เป็นผู้รายงานให้ท่านต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ