คำนูณ เปิดปมร่าง พ.ร.บ.กองทุนน้ำมัน 2 ฉบับ ชี้ต่างสาระสำคัญ

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๔ · ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐

คำนูณ สิทธิสมาน ตั้งข้อสังเกตถึงความแตกต่างในสาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงฉบับใหม่ที่กระทรวงพลังงานเสนอ เทียบกับฉบับที่ผ่านมติสภาฯ ก่อนหน้า โดยเฉพาะการเพิ่มวัตถุประสงค์ให้ใช้เงินกองทุนสนับสนุนการสำรองน้ำมันทางยุทธศาสตร์ ซึ่งอาจทำให้ไม่สามารถชะลอหรือยกเลิกการจัดเก็บกองทุนได้ตามเป้าหมายเดิม และเรียกร้องให้มีการอภิปรายอย่างเปิดเผยเพื่อความโปร่งใส.

นายคำนูณ สิทธิสมาน

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ คำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ผมมีความเห็นว่า ในประการแรก ก็สุดแท้แต่ท่านประธานจะวินิจฉัย แต่ขออนุญาตตั้งข้อสังเกตว่าในวาระของกรรมาธิการ ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านพลังงานที่แต่เดิมบรรจุระเบียบวาระไว้ว่าจะมีการอภิปราย ในวันนี้นั้น แม้ว่าโดยตัวของรายงานฉบับนี้จะระบุไว้ว่าไม่มีความเร่งด่วน ไม่ใช่จะต้องทำ ภายในปี ๒๕๖๐ พูดง่าย ๆ ว่าไม่ใช่รายงาน ๓ ดาว และจากการประชุมของประธาน ๑๒ คณะ ร่วมกับคณะทำงานของ ป.ย.ป. ก็มิได้บรรจุไว้ แต่ว่ารายงานเรื่องนี้จะมีความสำคัญอย่างมี นัยสำคัญกับรายงานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน ที่ผ่านมติจากสภา สปท. ไปแล้ว เมื่อวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ เมื่อ ๑ ปีที่แล้ว ในเรื่อง บทบาท หน้าที่ และการใช้ประโยชน์กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และร่างพระราชบัญญัติ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. .... กระผมจะขออนุญาตตั้งข้อสังเกตสักเล็กน้อยเพื่อบันทึกไว้ ในที่ประชุมแห่งนี้ถึงร่างพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. .... ซึ่งเป็นรายงาน ๓ ดาว ลำดับแรกที่คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านพลังงานเลือกเอาไว้ แล้วทาง ป.ย.ป. ก็จะบรรจุไว้เป็นความสำคัญลำดับแรก ทีนี้ประเด็นผมไม่สู้ติดใจในเรื่อง ร่างพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. .... ฉบับที่ผ่านมติ สปท. ไปเมื่อ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ เท่าไรนัก และค่อนข้างจะชื่นชมเสียด้วยซ้ำ แต่ประเด็นสำคัญ ที่กระผมไปค้นพบตลอด ๒ วันมานี้ก็คือว่า ทางกระทรวงพลังงานได้มีร่างพระราชบัญญัติ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. .... ออกมาอีกฉบับหนึ่งคู่ขนานไปกับร่างพระราชบัญญัติ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. .... ที่ผ่าน สปท. ไปเมื่อ ๑ ปีที่ผ่านมา ซึ่งอาจจะมองได้ว่า มีความแตกต่างกันในรายละเอียดเพียงเล็กน้อย แต่กระผมเห็นว่ามีความแตกต่าง ในสาระสำคัญอย่างใหญ่หลวง กล่าวคือในร่างพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. .... ฉบับกระทรวงพลังงาน ที่กระผมติดตามได้ว่าได้เข้าไปสู่คณะกรรมการกฤษฎีกา คณะที่ ๕ ยังไม่ได้มีการเผยแพร่ออกมา แต่ว่าก็มีบุคคลในแวดวงพลังงานที่เขียนเผยแพร่ ทางสื่อมวลชนจำนวนหนึ่ง แล้วกระผมได้เอกสารมาแบบไม่เต็มที่นักจำนวนหนึ่ง แต่สาระสำคัญก็คือมีการเพิ่มวัตถุประสงค์ของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. .... ขึ้นมา อีกอย่างหนึ่งก็คือสนับสนุนการลงทุนการสำรองทางยุทธศาสตร์สำหรับการสนับสนุน การป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อนำมาใช้ในกรณีวิกฤตน้ำมันเชื้อเพลิง และเพื่อประโยชน์ความมั่นคงทางด้านพลังงาน อันนี้เป็นวัตถุประสงค์ที่เพิ่มขึ้นมาที่อาจจะ เป็นการเปลี่ยนแปลงหลักการใหญ่ที่สุดของการสำรองน้ำมันทางยุทธศาสตร์ ซึ่งถ้าได้ มีการอภิปรายกันในสภา สปท. ก็จะได้พูดถึงกันต่อไป แต่เมื่อไม่มีการอภิปรายเสียแล้ว ท่านถอนวาระออกไปแล้วกระผมไม่ติดใจ แต่กระผมติดใจว่าถ้าจะเสนอรายงานนั้น ไปยังกระทรวงพลังงานทันทีเลยก็จะเป็นการไปเจือสมกับร่างพระราชบัญญัติกองทุน น้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. .... ของกระทรวงพลังงาน ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงหลักการใหญ่หลวง พูดง่าย ๆ ก็คือจะมีการเปิดโอกาสให้นำกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไปสนับสนุนการลงทุน การสำรองน้ำมันทางยุทธศาสตร์ หรือที่เรียกว่าเอสพีอาร์ (SPR) กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ในขณะนี้ ณ วันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์นั้น มียอดสูงเกินกว่า ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าเผื่อรายงาน จาก สปท. ไปเจือสมกับร่างพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. .... ของกระทรวง พลังงาน ที่บังเอิญก็เป็นรายงาน ๓ ดาวของ สปท. ด้วย แต่เนื้อหาสาระเมื่อไปถึงกระทรวง พลังงานนั้นมีการปรับเปลี่ยนในสาระสำคัญ มันก็จะเท่ากับว่าอาจจะมีการนำกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไปสนับสนุนการสำรองน้ำมัน ทางยุทธศาสตร์โดยรัฐ ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ แล้วกระผมไม่เห็นด้วย ไม่ได้แปลว่ากระผมเห็นถูก แต่ว่าน่าจะได้มีการอภิปรายกันว่าเหตุใดจึงจะมีการเปลี่ยนแปลงหลักการสำคัญที่ยึดมั่น มาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๓ ตามพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง มาตรา ๗ ประกอบมาตรา ๒๐ และมาตรา ๒๑ เป็นผลให้รัฐเข้าไปลงทุนสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงทางยุทธศาสตร์เสริมจาก ภาคเอกชน ซึ่งจะเป็นเงินลงทุนจำนวนมาก และจะมีผลทำให้การยกเลิกหรือการชะลอ การจัดเก็บ ไม่ว่าจะชั่วคราวหรือถาวรต่อกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นไปไม่ได้ ซึ่งถ้าอนุวัต ตามร่างพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. .... ฉบับที่ผ่านมือพวกเราไป เมื่อ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ ซึ่งกำหนดเพดานขั้นสูงและเพดานขั้นต่ำเอาไว้ กองทุนน้ำมัน เชื้อเพลิงในขณะนี้ต้องยุติการจัดเก็บชั่วคราวแล้วครับ เพราะมันเกิน ๔๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว แต่ท่านไปเพิ่มวัตถุประสงค์ให้นำกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไปลงทุนสำรองน้ำมันทางยุทธศาสตร์ การยกเลิกหรือการชะลอการจัดเก็บเพื่อชดเชยราคาของน้ำมันเชื้อเพลิงให้กับ พี่น้องประชาชนจะเป็นไปไม่ได้ เพราะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะต้องถูกจัดเก็บตลอดเวลา เพราะฉะนั้นกระผมยังมีความเห็นว่าถ้าเผื่อจะส่งรายงานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศด้านพลังงานที่ผ่านคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศเมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้วไปยังกระทรวงพลังงานทันทีเลยนั้นกระผมยังไม่สู้ เห็นด้วย ถ้าจะส่งไปก็ต้องเพิ่มสารัตถะที่เป็นหมายเหตุเอาไว้ว่าเราจะต้องยืนหยัด ตามรายงาน ๓ ดาวฉบับแรกของเราที่ผ่าน สปท. ไปเมื่อวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ ยืนหยัดตามหลักการของร่างพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. .... ฉบับนั้น ที่ไม่ได้เพิ่มวัตถุประสงค์ที่จะเอากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไปสำรองทางยุทธศาสตร์ แล้วก็ ไม่มีการกำหนดเพดานขั้นสูงของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง แล้วที่สำคัญก็คือคณะกรรมการ บริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงฉบับของ สปท. กับฉบับของกระทรวงพลังงานนั้น ก็มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ เพราะฉะนั้นที่จริงกระผมเตรียมอภิปรายในวาระภาคบ่าย ก็ยังเตรียมได้ไม่พร้อมดี แต่เมื่อท่านประธานขอความเห็นมา กระผมขออนุญาตตั้งข้อสังเกต สำคัญเป็นเบื้องต้นเอาไว้ว่า ขออนุญาตยังไม่เห็นด้วยที่จะให้ส่งรายงานฉบับนั้นไปยัง กระทรวงพลังงาน กราบขอบพระคุณครับ