อำนวย ชูแนวรับผิดชอบธุรกิจที่พัก ปรับระบบข้อมูล-ความมั่นคง-โปร่งใส

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๔ · ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐

อำนวย นิ่มมะโน หารือการปฏิรูประบบความมั่นคงผ่านการจัดการที่พักแรมและข้อมูลการเข้า-ออกประเทศ โดยเสนอให้เจ้าของธุรกิจมีบทบาทในการควบคุมข้อมูลผู้พักเพื่อเสริมความปลอดภัยและลดภาระภาครัฐ พร้อมเตือนถึงปัญหาการฉ้อโกงนักท่องเที่ยวหากขาดความโปร่งใสในการโฆษณา และเรียกร้องให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและปิดช่องการเอาเปรียบเพื่อรักษาภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศ

พลตำรวจโท อำนวย นิ่มมะโน

กราบขอบพระคุณครับ กระผม พลตำรวจโท อำนวย นิ่มมะโน สมาชิก สปท. ลำดับที่ ๑๙๗ ก็คงเรื้อเวทีไปนานพอสมควร วันนี้เดิมทีตั้งใจว่าจะมาอภิปรายเรื่องการปฏิรูปสื่อสารมวลชน ก็ผิดหวังเล็ก ๆ ครับ เตรียมข้อมูลไว้เยอะ เรื่องนั้นยังไม่เข้าสภา ก็กลายเป็นเรื่องของการปฏิรูประบบที่พักแรม และข้อมูลคนเข้าเมือง ถ้าฟังแผนการปฏิรูปซึ่งคณะกรรมาธิการเองก็ชี้แจงแล้วว่า เพื่อพัฒนา คุณภาพการท่องเที่ยวสู่สากลให้มีมาตรฐาน แต่ท่านประธานครับ เรื่องนี้มันยึดโยงกับ ความมั่นคงของประเทศ ถ้าเราไม่ทราบว่าใครเข้ามาบ้าง ไปอยู่ที่ไหน ถ้าเราไม่ทราบว่า ใครออกไปนอกประเทศบ้าง ออกไปโดยวิธีใด จะขี่ด้ามไม้กวาดไป หรือนั่งจานบินไป เรามีปัญหาเรื่องความมั่นคง ดังนั้น ผมเลยต้องลุกมาอภิปรายเรื่องนี้ด้วย

ผมนำเรียนอย่างนี้ว่าโดยหลักการ ธุรกิจธุรกรรมใดก็แล้วแต่ที่เกี่ยวกับ ความมั่นคงของประเทศ เจ้าของธุรกิจนั้นจะต้องมีส่วนร่วม เจ้าของธุรกิจนั้นจะต้อง รับผิดชอบในการดำเนินธุรกิจ ผมให้ดูตัวอย่างขำ ๆ ตัวอย่างหนึ่งครับ ตั้งแต่ผมรับราชการ มาใหม่ ๆ ครับ วันวาเลนไทน์ต้องจัดตำรวจไปเฝ้าหน้าโรงแรมม่านรูดเพื่อไม่ให้เด็ก และเยาวชนประพฤติผิดศีลธรรม มีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร ผมต้องไปยืนเฝ้าหน้าโรงแรม ม่านรูด แล้วเฝ้าอย่างนั้นมาตลอด ผมเกษียณแล้ว วันวาเลนไทน์ปีนี้ก็ยังจัดตำรวจไปเฝ้า หน้าโรงแรมม่านรูดอีก ทำไมเราไม่ปฏิรูปให้โรงแรมม่านรูดรับผิดชอบล่ะครับ ต้องเอาตำรวจ ไปเป็นพนักงานโรงแรมไปคัดกรองคนเข้าพักหรือครับ ในลักษณะเดียวกันในเรื่องของ ที่พักแรมจะต้องปฏิรูปผลักภาระให้เขานั้นต้องรับผิดชอบดูแลคนที่มาพัก มีข้อมูลแบบ กระดิกไปไหนเรารู้ ใครมาพัก มาพักกับใคร พักนานเท่าไร ระหว่างพักไปติดต่อกับใครที่ไหน ภาพถ่ายของคนที่พักและร่วมพัก นั่นคือข้อมูลที่สมบูรณ์ ถ้าหากว่าอีพาสปอร์ต (e-Passport) ของท่านมีเพียงสำเนาหนังสือเดินทางบวกที่พัก ไม่พอครับ เป็นอันตรายทันทีเลยครับ จะต้องมีรายละเอียดอย่างน้อยหรือมากกว่า ตม. ๖ เดิมครับ ถ้าท่านมีข้อมูลเฉพาะ หนังสือเดินทางพาสปอร์ต (Passport) ก็แปลว่าที่อยู่ในต่างประเทศสูงต่ำ ดำขาว ตา ๒ ชั้น ตาชั้นเดียว อายุ ไม่มีประโยชน์กับประเทศเราครับ ท่านจะต้องออกแบบให้ลงลึก ให้มากกว่านั้น เพราะนั่นคือความมั่นคงของประเทศครับ นั่นเป็นประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจโรงแรมหรือที่พัก ท่านบอกว่าเพื่อเป็นการ พัฒนาการท่องเที่ยว ดังนั้นจึงกำหนดให้ลงรายละเอียดในหนังสือชี้ชวนในการโฆษณา เพื่อธุรกิจท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นการโฆษณาขายในการจัดงานแสดงสินค้าหรือจะโฆษณา ทางด้านอิเล็กทรอนิกส์ก็ตาม ท่านบอกว่าให้มีรายละเอียด ดังนี้ ๑. ชื่อสถานประกอบการ เช่น โรงแรม ก โรงแรม ข ก็แล้วแต่ ๒. ที่อยู่ของสถานประกอบการ และ ๓. เลขใบอนุญาต ประกอบการของสถานประกอบการ จริง ๆ แล้วท่านไม่ต้องระบุสิ่งนี้ก็ได้ เพราะในการไปเชิญชวน ไปชี้ชวน ไม่ว่าจะทางอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะไปเปิดแฟรนไชส์ (Franchise) อะไรก็แล้วแต่ เวลาเขาชี้ชวนเขาต้องบอกชื่อโรงแรมอยู่แล้วครับ เวลาเขาไปชี้ชวนเขาต้องบอกที่ตั้ง โรงแรมอยู่แล้ว ไม่ต้องระบุครับ แต่สิ่งที่ควรจะระบุท่านไม่มี ในการพัฒนาคุณภาพ การท่องเที่ยว สิ่งหนึ่งครับ การเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยว การเอารัดเอาเปรียบลูกค้า การฉ้อโกงนักท่องเที่ยวเป็นเรื่องที่น่ารังเกียจ เป็นเรื่องสำคัญยิ่งท่านไม่มีในนี้ ทุกอย่างครับ ไปทานอาหารมื้อเดียว รายการอาหารก็ธรรมดา ๆ คะน้าหมูกรอบ ในโลกโซเชียล (Social) ท่านเห็นบ่อย จานหนึ่ง ๒,๔๐๐ บาท หมูทองคำหรืออะไร แล้วก็มาต่อล้อต่อเถียงเป็นข่าว ไปทั่วโลก ก็ทำลายบรรยากาศการท่องเที่ยว สิ่งที่ควรจะมีในหนังสือชี้ชวนที่ผมบอกว่า ท่านไม่มี แต่ท่านไปมีสิ่งที่ไม่ควรมี ชื่อโรงแรม ที่ตั้งโรงแรม ไปบอกทำไม เขาต้องบอกอยู่แล้ว ไม่ต้องระบุ เพราะเขาไปชี้ชวน สิ่งที่ควรบอกก็คือค่าที่พักและบริการครับ มันเป็นเหมือนเมนู ดังนั้นจะคิดเกินกว่านี้ไม่ได้ เมื่อระบุไว้ในหนังสือชี้ชวน แล้วมันก็จะสร้างบรรยากาศการท่องเที่ยวไม่ให้มีการฉ้อโกง นักท่องเที่ยว ผมว่าท่านไม่ครบ แต่ก็ต้องขอบคุณครับที่ได้คิดแผนการปฏิรูปเรื่องนี้ขึ้นมา อย่างน้อยก็เป็นสารตั้งต้นให้สมาชิกในสภาได้ช่วยกันเติม ผมขอเติมไป ๒ เรื่องนะครับ ด้วยความเคารพ ผมเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่ทำแผนการปฏิรูปเรื่องนี้ขึ้น แต่อย่างไรก็แล้วแต่ เพื่อความสมบูรณ์ผมได้อภิปรายไปใน ๒ ประเด็น หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคณะกรรมาธิการ จะให้ความสำคัญ

ในเรื่องแรก ก็คือต้องไปเขียนแผนให้เจ้าของธุรกิจ เจ้าของธุรกรรม มีส่วนรับผิดชอบเรื่องข้อมูล ผมยกตัวอย่างนิดเดียวครับ สมมุติว่ามีการบันทึกภาพ ของคนเข้าพักไว้ เขาจะกล้าขยับไปไหนครับ

เรื่องที่ ๒ ก็คือปิดช่องทางที่จะเกิดการเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยว อันเป็นสาเหตุหนึ่งที่จะทำลายธุรกิจการท่องเที่ยว ไม่มีประเทศใดหรอกครับที่นักท่องเที่ยว อยากจะไป ถ้าประเทศนั้นฉ้อโกง ถ้าประเทศนั้นขี้โกง ถ้าประเทศนั้นเอารัดเอาเปรียบ นำเรียนด้วยความเคารพ กราบขอบพระคุณครับ