สมพงษ์ สระกวี วิพากษ์การปฏิรูปป่าที่เน้นการแก้ไขกฎหมายและการเพิ่มอำนาจข้าราชการ โดยตั้งข้อสังเกตว่ามีคำสั่ง คสช. ตั้งแต่ปี 2557 ให้กองทัพดูแลป่า แต่ยังอ้างขาดแคลนกำลังพลทั้งที่มีศักยภาพเพียงพอ พร้อมทั้งหารือปัญหาการเสื่อมโทรมของป่าจากโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ และเรียกร้องให้มีมาตรการชดเชยการตัดไม้ด้วยการปลูกป่าอย่างจริงจัง รวมถึงส่งเสริมจิตสำนึกการอนุรักษ์ในองค์กรภาครัฐ
ท่านประธานที่เคารพ แล้วก็ท่านกรรมาธิการ ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้เสนอเรื่องการฟื้นฟูป่า หรือการปฏิรูปป่า การเพิ่มพื้นที่ป่า ซึ่งเป็นอีกครั้งหนึ่งนะครับท่านประธาน ที่เราคิด จะปฏิรูปป่าด้วยการปฏิรูปกฎหมาย ผมชมเชยว่าเป็นความพยายามอีกครั้งหนึ่ง ของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเรา แต่ขณะเดียวกันผมก็อยากจะพูดแบบทําให้ โกรธกันเสียเฉย ๆ ก็จะเห็นได้ว่าเวลาเราพูดเรื่องการปฏิรูปป่า แล้วก็ไปจบลงที่การปฏิรูปกฎหมาย เพิ่มอํานาจให้หน่วยงาน เพิ่มอํานาจให้ข้าราชการ มันก็จะเป็นการปฏิรูปที่เรียกว่า แผ่นเสียงตกร่อง ท่านประธานครับ เรื่องการรักษาป่า ปฏิรูปป่านั้น ท่านประธานจําได้ไหมว่า เมื่อมีการรัฐประหาร โดยคณะ คสช. ที่มี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นหัวหน้าคณะนั้น มีการรัฐประหารยึดอํานาจกันในวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ไม่ทันครบเดือนครับ วันที่ ๑๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๗ ๓ สัปดาห์หลังการยึดอํานาจ คณะ คสช. ก็ได้ออกคําสั่ง คสช. ที่ ๖๔/๒๕๕๗ ในวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๗ ๓ สัปดาห์ต่อมาหลังการยึดอํานาจ ประกาศ คสช. ฉบับนั้นรุนแรง เด็ดขาด ครอบคลุม ใครครับ เพื่อการปราบปรามหยุดยั้ง การบุกรุกทําลายทรัพยากรธรรมชาติอย่างเด็ดขาดและเป็นรูปธรรม คําสั่ง คสช. ให้กระทรวงกลาโหมมาเป็นแม่งาน ให้กองกําลังรักษาความสงบแห่งชาติ กอ.รมน. และกองกําลังป้องกันชายแดนของกองทัพบกมาเป็นพระเอกในการดําเนินการ ไม่ทันครบเดือน คําสั่ง คสช. ออกมาแล้วว่าด้วยการรักษาป่า รักษาผืนแผ่นดิน และครอบคลุมเนื้อหา อย่างละเอียดถี่ยิบ เพียงเพื่อใครที่ทําให้เกิดการเสื่อมเสียแก่สภาพป่า เอาป่าคืน ดูแลป่าใหม่ อะไรทํานองนี้ที่เรียกว่าปฏิรูปป่า ท่านประธานครับ จากวันนั้นถึงวันนี้จะ ๓ ปีแล้วครับ และในที่สุดสภาเราก็มาพูดถึง เรื่องปฏิรูปที่ดินในเขตป่า ปฏิรูปป่าโดยการปฏิรูปกฎหมาย การปฏิรูปกฎหมายก็ย่อมเป็น เครื่องมือครับท่านประธาน แต่ถ้าเป็นการปฏิรูปกฎหมายโดยเป็นการเพิ่มอํานาจ ให้ข้าราชการ แล้วในที่สุดเหมือนอย่างเพื่อนข้าราชการระดับอดีตอธิบดีบอก เป็นการปฏิรูป ที่ต้องแกะขนมชั้นกันทีละชั้น ทีละชั้น แล้วในที่สุดก็เหมือนเพื่อนสมาชิกอีกคนหนึ่งพูดว่า กําลังไม่พอ ท่านประธานที่เคารพครับ แท้ที่จริงคณะ คสช. โดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้พูดถึงแนวทางการพิทักษ์ป่าไว้อย่างสําคัญ เพียงแต่ว่าเราไม่ได้ตระหนักกัน เท่านั้นเอง นั่นก็คือท่านได้พูดถึงเรื่องการใช้กําลังพลของกองทัพซึ่งมีอยู่เป็นแสน ๆ คน สามารถนํากําลังพลเหล่านั้นที่พูดทีไรก็ไปจบลงตรงนี้ทุกทีอย่างที่ท่านวิทยาพูด ขาดกําลังพล ภาคสนาม ไม่เพียงพอจะเดินป่า ดูแลป่า พูดกันมากี่ปีแล้วครับ แต่ถามว่าคณะ คสช. เขายังมองเห็นด้วยซ้ําไป ถ้าเช่นนั้นกองกําลังป้องกันชายแดนของกองทัพบกหรือแม้กระทั่ง ตํารวจ ตชด. มีมากี่สิบปีแล้วครับ สามารถที่จะปรับกําลังพลเข้าสู่ภารกิจสําคัญของชาติ ซึ่งได้ประกาศเป็นคําสั่งคณะปฏิวัติตั้งแต่เดือนแรกของการยึดอํานาจ ก็ทํามาแล้วนี่ครับ แล้วทําไมมาวนอยู่กับคําว่า อัตรากําลังพลภาคสนามไม่เพียงพอ พอครับถ้ารู้จักคิด นอกกรอบ พอครับถ้ารู้จักการปรับกําลังเข้าสู่การแก้ปัญหาของชาติ เหมือนอย่างที่คําสั่ง คณะ คสช. ได้ประกาศไว้แล้ว เพียงแต่ไม่มี ตชด. เท่านั้น แต่ทําให้ผมหรือประชาชนทั่วไป ได้รับรู้ว่าแท้ที่จริงแล้วกองทัพบกยังมีกองกําลังป้องกันชายแดนของกองทัพบกอยู่ ถามว่าเพื่อภารกิจระยะยาว กองกําลังรักษาชายแดนหรือกองกําลังของกองทัพบกที่มีอยู่ นับแสน ๆ คนนั้น และมีที่ตั้งกองทหารอยู่ในขอบเขตทั่วประเทศนั้น สามารถทําการ ฝึกอบรมให้รู้จักป่า ให้รู้จักรักษาป่า ส่วนเรื่องการอยู่ในป่า การใช้อาวุธหรืออะไรนั้น กองกําลังของกองทัพชํานาญอยู่แล้ว ปล่อยให้ทิ้งอยู่ในป่าเป็น ๗ วันยังไม่ตายเลยครับ หากินเองได้เลยครับ แล้วเรายังจะมาพูดเรื่องอัตรากําลังไม่เพียงพอ พูดกันอยู่ได้อย่างไร นี่ผมไม่รุกไปถึงเรื่องการคิดจะอาศัยอาสาสมัครประชาชนนะครับ แต่เอาตามคําสั่ง คสช. ผมก็คิดว่าที่จะมาพูดซ้ําซากอยู่เรื่องอัตรากําลังพลภาคสนามไม่เพียงพอนั้นเห็นจะ เป็นไปไม่ได้ มันไม่ต่างกับผมเคยออกความเห็นนอกรอบไว้นิดหนึ่งว่า อย่างเรื่องอุทกภัย น้ําท่วม ฝนถล่ม บ้านเรือนเกิดภัยพิบัติของชาติบ้านเมือง กองกําลังที่มีความพร้อมที่สุด พิสูจน์ครั้งแล้วครั้งเล่าคือกองกําลังของกองทัพครับ แต่พอเวลาเราพูดถึงเรื่องภัยพิบัติ เรากลับไม่พูดถึงเรื่องกองทัพ ไม่พูดถึงการเตรียมตัวของกองทัพ หรือไม่พูดถึงการเตรียม งบประมาณให้กองทัพเพื่อเตรียมรับมือกับภัยพิบัติ ฉันใดก็ฉันนั้น แนวใดก็แนวนั้น ว่าในวันที่เราต้องการพิทักษ์ป่า ต้องการอัตรากําลังพลภาคสนามที่อ้างว่าไม่เพียงพอนั้น ทําไมเราไม่คิดแนวใหม่ว่า ทําไมเราจะไม่ปรับกําลังพล อัตรางบประมาณ หรือแม้กระทั่ง เครื่องไม้เครื่องมือให้กับกองทัพ หรือแม้กระทั่งกับตํารวจตระเวนชายแดนเพื่อเอามาเสริม ในภารกิจนี้เล่า ท่านประธานครับ เช่นเดียวกันวันนี้รัฐบาลกําลังทําวันแมป (One Map) ที่จะดูแลตั้งแต่ ที่ดินทํากิน ที่ดินป่า ที่ดินอนุรักษ์ ซึ่งเป็นเรื่องชอบแล้ว แต่ปรากฏว่าเวลาเราพูดปัญหา เรื่องที่ดินทับซ้อนของประชาชนก็ดูจะไม่จบ ท่านประธานทราบดีว่าพวกเรานั่งอยู่ในห้อง ประชุมแห่งนี้ หรือนั่งตรงไหน ไม่ต้องอธิบดีกรมป่าไม้หรอก ไม่ต้องอธิบดีกรมที่ดินหรอก เปิดกูเกิลแมป (Google Map) เห็นตั้งแต่ภูเขา แม่น้ํา แนวดิน จนกระทั่งเดี๋ยวนี้รุกล้ําเข้าไป สิทธิส่วนบุคคลแล้ว สามารถเห็นได้ถึงหลังคาบ้าน แต่กลับมาพูดปัญหานี้อยู่ได้ บอกว่า มีการบุกรุกแผ้วถางป่าเพื่อการเกษตรและรีสอร์ต (Resort) แล้วอย่างไรครับ หาไม่เจอ หรืออย่างไร ก็เดี๋ยวนี้มันเจอจนถึงระดับตําบล หมู่บ้าน เล็กกว่าหมู่บ้าน เป็นชุมชน เป็นที่ดิน เห็นหมดว่าเมื่อวานเป็นป่า วันนี้มันถูกแผ้วถางไป ด้วยเทคโนโลยีแผนที่ทางอากาศ หรือเทคโนโลยีทางดาวเทียม แม้กระทั่งเอกชนกูเกิลแมป (Google Map) ราชการก็อาจจะ ซื้อให้มันแพงไปกว่านั้นใช้งบประมาณหน่อยเพื่อดูสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ นั่นก็หมายความว่า เวลาเราพูดถึงสิ่งนี้นอกจากเทคโนโลยีการสื่อสารทางกูเกิลแมป (Google Map) แล้ว ทางภาพถ่ายทางอากาศแล้วนี่เวลาเราพูดถึงเรื่องกริพเพน (Gripen) เครื่องบินรบที่เพิ่งตกไป เราก็อาจจะพูดได้ว่าเป็นนโยบายของ คสช. ที่จะต้องเพิ่มเครื่องไม้เครื่องมือเพื่อดูแล การบุกรุกถางป่า ดูกันให้ชัด เห็นกันให้ชัดเจน ไปกันให้รวดเร็ว ก็อาจจะเพิ่มงบเครื่องบินเล็ก ที่เคลื่อนที่ได้เร็วเพื่อการดูแลป่า เพื่อการสํารวจป่า เพื่อการถ่ายภาพป่า หรือการขนกําลัง เข้าสู่เขตป่าลึกซึ่งประชาชนแผ้วถางทาง ดังนั้นเครื่องบินตํารวจก็ตาม เครื่องบินทหารก็ตาม ในปีงบประมาณใหม่แทนที่จะซื้อเครื่องบินรบไกล ๆ ก็อาจจะซื้อเครื่องบินเล็กเพื่อการพิทักษ์ รักษาป่า เพื่อการปฏิรูปป่า เพื่อการดูแลแนวป่า สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ท่านประธานที่เคารพครับ เราต้องไม่แผ่นเสียงตกร่องแล้วนะครับ เราจะต้องพูดเรื่องการพิทักษ์ป่า รักษาป่า ปฏิรูปป่ากันสักกี่ร้อยกี่พันหน โดยที่ไม่ลงสู่การปฏิบัติอย่างมีกฎเกณฑ์ อย่างคิด นอกกรอบและลงมือทําอย่างที่มันเป็นจริง ๆ เพราะว่ามิฉะนั้นแล้วเราก็จะเจออยู่แต่ปัญหา ที่ต้องดูเอกสาร ปัญหาของการบุกรุกป่า และการทําให้ป่าเสื่อมโทรม
ท่านประธานครับเรื่องสุดท้าย สาเหตุที่ทําให้ป่าเสื่อมโทรมที่เราพูดกันมา หลายปี แล้วก็ยังเป็นอยู่ทุกวันนี้ซึ่งเหลือเชื่อว่าทําไมถึงยังเป็นอยู่ นั่นก็คือการพัฒนา โครงสร้างพื้นฐาน จริงครับท่านประธานในประเด็นสุดท้ายที่ผมจะพูดนี้ ทําชลประทาน ก็ต้องโค่นป่า สร้างทาง ทําเหมืองแร่ วางเสาไฟฟ้าแรงสูงของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ตัดถนนหนทาง ล้วนต้องตัดป่าทั้งนั้น แต่ถามดูสิครับ หน่วยงานเหล่านี้เป็นหน่วยงานของรัฐ หรือแม้กระทั่งผู้สัมปทานเหมืองแร่ก็รับสัมปทานจากรัฐ ควบคุมได้ กํากับได้ ดูแลได้ ออกกฎเกณฑ์ได้ ว่าแต่กรมทางหลวงนี่ตัดทางแล้วตัดต้นไม้ไป ๑๐๐,๐๐๐ ต้น กรมทางหลวง จะต้องตั้งงบประมาณปลูกป่าใหม่อีก ๕๐๐,๐๐๐ ต้น ทําได้ไหมครับ ทําไมยังต้องเป็นปัญหาอยู่ครับ นั่นก็หมายถึงว่ากรมทางหลวงก็ตระหนักอยู่ตลอดเวลาว่ามีหน้าที่ในการสร้างทาง แต่ขณะเดียวกันก็มีหน้าที่ในการปลูกป่าให้มากไปกว่าป่าที่ถูกถางออกไปในการสร้างทาง เป็นเจตจํานงขององค์กรนั้น ๆ เป็นเจตจํานงของประชาชนทั้งชาติว่า หน่วยงานของรัฐจะต้องมีจิตสํานึกในการปลูกป่า ในการสร้างป่าไม่น้อยไปกว่าประชาชน และออกกฎเกณฑ์ได้ ควบคุมได้ แต่ดูเหมือนว่า เรายังจะต้องยอมจํานนอยู่อีก อย่างไรล่ะครับ นี่หน่วยงานของรัฐแท้ ๆ แต่ไม่สามารถ ที่จะทําให้หน่วยงานต่าง ๆ เหล่านี้ซึ่งต้องทําลายป่าลงเพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน แต่ไม่มีมาตรการ หรือไม่มีเจตจํานง หรือไม่มีถ้วยรางวัลให้กับหน่วยงานนั้น ๆ ที่ปีนี้ เขาได้สร้างป่าทดแทนให้กับการทําลายป่าเพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ภาษานี้เราไม่พูดกัน หรือครับ แนวทางแบบนี้เราไม่พูดกันหรือครับ เราจะไม่คุยสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้กันหรือครับ และในที่สุดเราก็ปฏิรูปป่าด้วยการปฏิรูปกฎหมายเพิ่มอํานาจให้หน่วยราชการกันต่อไป
ท่านประธานครับ ผมก็หวังว่าผลงาน ความมุ่งมั่น ความเด็ดเดี่ยวของ คสช. ที่ได้อุตส่าห์ออกคําสั่ง คสช. เมื่อวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๗ และวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๗ ยังไม่ทันครบเดือนอย่างที่ผมกล่าวนะครับ พฤษภาคมยึดอํานาจ มิถุนายนออกคําสั่ง เรื่องป่าเลยนะครับ อยากเห็นผลครับ ขอขอบคุณครับ