คุรุจิต นาครทรรพ ชื่นชมรายงานการปฏิรูประบบงบประมาณของตำรวจ และเสนอแนวทางปรับปรุงการบริหารจัดการโดยการเพิ่มกำลังพล เครื่องมือ สนับสนุนการจ่ายค่าตอบแทนคดีค้างชำระ รวมถึงการใช้ทรัพยากรร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เสริมความปลอดภัยประชาชนผ่านอาสาสมัคร และกระจายผลประโยชน์จากค่าปรับอย่างเป็นธรรม พร้อมผลักดันการประหยัดค่าใช้จ่ายด้วยการใช้จักรยานและเจ้าหน้าที่พลเรือน สนับสนุนให้ส่งรายงานให้ครม.และคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรมพิจารณาเพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปต่อไป
กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศที่เคารพ กระผม คุรุจิต นาครทรรพ ต้องขอชื่นชมคณะกรรมาธิการขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ที่ผลิตผลงานในเรื่องของ การปฏิรูปตํารวจออกมาอย่างต่อเนื่อง ถ้าจําได้ท่านเตรียมจะผลิตไว้ ๙ ชุด แต่รู้สึกจะไปไม่ถึง ๙ ชุดนะครับ ถ้าผมนับชุดนี้คือชุดที่ ๔ หรือชุดที่ ๕ นะครับ รายงานเรื่องนี้ก็คือเรื่อง การปฏิรูประบบงบประมาณกิจการตํารวจเพื่อยกระดับความปลอดภัยของประชาชน ซึ่งกระผมก็ได้อ่านดูแล้ว พอจะสรุปสาระสําคัญ เป็นรายงานที่มีประโยชน์แล้วก็มีข้อมูล อยู่มากทีเดียวนะครับ บางเรื่องก็ไม่รู้มาก่อน โดยสรุปก็คือสํานักงานตํารวจแห่งชาตินี้ประสบ ปัญหาขาดแคลนกําลังพล งบประมาณ อุปกรณ์ เครื่องมือต่าง ๆ เนื่องจากภารกิจที่เพิ่มมากขึ้น จากการขยายตัวของชุมชนและประชากร แล้วก็ความซับซ้อนของคดีอาชญากรรมต่าง ๆ โดยคณะกรรมาธิการได้ทําการวิเคราะห์และจัดทําต้นทุนหน่วยปฏิบัติของสถานีตํารวจ ตามคู่มือจัดทําต้นทุนของสํานักงบประมาณ ซึ่งได้รับการจัดสรรงบประมาณการวิเคราะห์ ในส่วนเพิ่มแล้ว ก็พบข้อมูลที่น่าสนใจหลาย ๆ อย่างนะครับ เช่นในด้านกําลังพลของตํารวจ มีสถานีตํารวจอยู่ทั่วประเทศ ๑,๔๘๒ แห่ง แบ่งสายงานตํารวจในสถานีออกเป็น ๕ สายหลัก คือธุรการ ป้องกัน ปราบปราม สืบสวน สอบสวน และจราจร การขอปรับเพิ่มอัตรากําลังพล ก็เป็นไปด้วยความยากลําบาก ปัจจุบันนี้มีอัตราส่วนตํารวจต่อประชาชนในชุมชน ๑ : ๕,๐๐๐ ซึ่งอยากจะปรับเป็น ๑ : ๔,๐๐๐ อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องเครื่องไม้เครื่องมือในการอํานวย ความยุติธรรม อัตราน้ํามันเชื้อเพลิงที่จัดสรรให้รถสายตรวจทั่วประเทศใน ๑ ปี ซึ่งก็มีอยู่ หลายหมื่นคัน มีเงินอยู่เพียง ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งไม่พอเพียง เพราะว่าภารกิจเมื่อมีคดี มันก็ต้องออกไปอย่างที่ท่านบอก ก็อยากจะได้รับเพิ่ม เรื่องที่ ๓ คือค่าตอบแทนคดีตาม ระเบียบกระทรวงการคลังในการจัดค่าตอบแทนการสอบสวนคดีอาญาในลักษณะเหมาจ่าย เป็นรายคดีที่มีตัวผู้ต้องหาและจับกุมตัวได้ ก็มีการค้างจ่ายพนักงานเจ้าหน้าที่ตํารวจอยู่ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๖ ถึงปี ๒๕๖๑ ค้างจ่ายตํารวจอยู่ ๗๒๙ ล้านบาท ก็อยากจะให้ว่าไม่ได้เพิ่ม ก็ขอให้จ่ายหนี้เก่าด้วยนะครับ เขาทํางานไปแล้วก็ไม่ได้จ่ายเขา ซึ่งก็น่าเห็นใจเป็นอย่างยิ่ง แล้วก็อยากจะขอปรับอัตราค่าตอบแทน เพราะว่ามันเป็นอัตราเก่าใช้มากว่า ๕ ปีแล้ว แล้วควรจะเพิ่มค่าตอบแทนในคดีที่เป็นลหุโทษด้วย เรื่องความเสี่ยงในการปฏิบัติหน้าที่ ของพนักงานเจ้าหน้าที่ตํารวจก็น่าเห็นใจเป็นอย่างยิ่ง ตํารวจมีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิต มากกว่าคนปกติถึง ๙ เท่า บาดเจ็บมากกว่า ๒ เท่า เสี่ยงที่จะเสียชีวิตและรับภัยทุพพลภาพ สูงกว่าข้าราชการพลเรือนอย่างผม ไม่น่าเชื่อครับ ๑๓ ถึง ๒๒ เท่า เรื่องเงินเดือนก็น้อยอยู่แล้ว และค่าตอบแทนพิเศษต่าง ๆ เมื่อเทียบกับหน่วยงานที่อื่นก็น้อยนะครับ ท่านก็ยกตัวอย่าง ดีเอสไอ (DSI) ป.ป.ช. ป.ป.ท. นะครับ คงไม่ต้องไปเทียบกับต่างประเทศ มันน้อยอยู่แล้ว นะครับ เพราะฉะนั้นในเปเปอร์ (Paper) ของท่านนี้ ผมก็เห็นสมควรสนับสนุนและเห็นด้วย ให้หลักการในข้อเสนอของกรรมาธิการด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมในเรื่องปฏิรูป ระบบงบประมาณตํารวจนะครับ ผมก็มีข้อคิด ข้อสังเกต ฝากเพิ่มเติมสักเล็กน้อยดังนี้ นะครับว่า งบประมาณท่านจะหวังพึ่งจากส่วนกลางอย่างเดียว มันก็คงจะต้องผ่านระบบจัดสรร งบประมาณแล้วก็คงได้ไม่เท่าที่ขอ ก็จะเกิดการตั้งเผื่อตั้งมากไว้แล้วก็มาขอตัด แต่จริง ๆ ก็อยากจะชี้ช่องว่าในปีหนึ่ง ๆ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเขาได้มีเงินของเขาเอง มีการ กระจายอํานาจไป แล้วเราก็มักจะพูดว่า ไปใช้ในเรื่องการศึกษา ใช้ในเรื่องสาธารณสุข หรือใช้ในเรื่องอะไร ทําไมไม่มาใช้ในเรื่องตํารวจบ้างครับ คือตํารวจที่อยู่ในพื้นที่ โดยเฉพาะตํารวจภูธรน่าจะได้รับเงินสนับสนุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะ ในเรื่องน้ํามันรถ ในเรื่องยานพาหนะ มันก็ไปตั้ง ทําไมตํารวจทางหลวงยังใช้งบกรมทางหลวง ตํารวจท่องเที่ยวใช้กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาจัดสรรรถ จัดสรรน้ํามันมาให้ ทําไม ตํารวจภูธรจะใช้งบองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือ อบจ. อบต. มีเงินตั้งเยอะนะครับ อบจ. จังหวัดของท่านประสิทธิ์ จังหวัดนครปฐมก็มีเงินเยอะทีเดียวน่าจะจัดสรรมาช่วยค่าน้ํามัน รถตํารวจ อะไรที่มันไม่ผิดระเบียบงบประมาณทําได้ก็ทําเสียก่อนนะครับ
อันที่ ๒ หน่วยงานบางหน่วยเขาก็มีแหล่งงบประมาณภายนอกสนับสนุน อย่างตํารวจทางหลวง ตํารวจท่องเที่ยว บางทีท่านทําเรื่องงบประมาณท่านก็อาจจะไม่มาพูด ถึงเรื่องนี้ก็ต้องพูดความจริงว่าได้มาด้วย คิดแล้วหน่วยนี้ได้ดีเป็นพิเศษแล้วก็อาจจะไม่ต้อง จัดสรรให้แล้วหรืออะไร แต่ท่านไม่เอาของเขามารวม ตัวหารท่านก็เลยมากมันก็ดูน้อย นะครับ ก็ต้องบอกว่าบางหน่วยได้รับการสนับสนุน จริง ๆ ก็อยากจะเพิ่มว่าตํารวจภูธรได้รับ การสนับสนุนจาก อบจ. อบต. ได้ไหม ในเรื่องการปรับอัตราดูแลกําลังพลให้สู่เป้าหมาย ๑ : ๔,๐๐๐ นี่ผมก็เห็นด้วยนะครับ แต่ว่าเราก็มีระบบที่ช่วยตํารวจ อาสาสมัครต่าง ๆ เช่น อาสาจราจรหรืออะไรก็แล้วแต่ท่านก็คิดขึ้นมา แล้วจริง ๆ ท่านจะมีตํารวจต่อคนสักเท่าไร มันก็ไม่พอหรอกครับถ้าวัฒนธรรมของชาติยังเป็นว่ามีปัญหาแล้วก็พยายามไม่กลัวกฎหมาย กลัวตํารวจ คือทําผิดกฎหมายไว้ก่อนก็ต้องรอให้ตํารวจมา รถชนเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ต้องรอให้ ตํารวจมา อย่างนี้ก็ไม่พอหรอกครับตํารวจ มันก็ต้องแก้ว่าบางเรื่องมันต้องแก้ด้วยวินัย แล้วก็ การบังคับใช้กฎหมายให้เป็นเยี่ยงอย่างเพื่อจะได้ไม่เกิดคดีมากจนเกินไปนะครับ แล้วก็ตํารวจ ควรจะต้องแสวงหาความร่วมมือกับหน่วยงานข้างเคียงในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย ป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ซึ่งในสมัยนี้ก็ทําอยู่นะครับ หน่วยงานข้างเคียง อย่างทหาร แต่ว่าควรจะไปถึงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอําเภอ กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน เขามีชุด กําลังพลเรือนที่จะมาอาศัยเป็นเครือข่ายช่วยท่านเพิ่มกําลังรักษาความปลอดภัยในที่ต่าง ๆ เป็นหูเป็นตาได้นะครับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในรูปแบบพิเศษ เช่น กทม. หรือเมืองพัทยา ไม่มีกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ก็ควรจะสนับสนุนกําลังสายตรวจ พลเรือนหรืออะไรมาช่วยสนับสนุน คือตํารวจเป็นหัวหน้า แต่สายตรวจเป็นพลเรือน อาสาสมัครเข้ามาช่วย มันก็จะช่วยท่าน ให้ทํางานได้แบบผลสัมฤทธิ์เร็วขึ้น ส่วนในเรื่องค่าตอบแทน ผมก็เห็นด้วยนะครับ ประการแรก ก็คือหนี้ค้างจ่ายเรื่องค่าเหมาจ่ายสอบสวนคดี ๗๒๙ ล้านบาท ก็ควรจะขอตั้งเบิกมาให้สํานัก งบประมาณและกรมบัญชีกลางสนับสนุน แต่อย่าลืมว่าประโยชน์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย ทางอื่นก็มีนะครับ เป็นประโยชน์ทางอ้อม เช่น ในเรื่องของส่วนแบ่งค่าปรับจราจรหรือสินบน นําจับยาเสพติดหรืออะไรอย่างนี้ ก็ควรจะมีหลักเกณฑ์ให้มันกระจายให้ถึง ไม่ใช่กระจุกอยู่ที่ ไม่กี่คนนะครับ อันนี้จะทําได้อย่างไร สนับสนุนในเรื่องการจัดสวัสดิการของข้าราชการตํารวจ โดยเฉพาะข้าราชการชั้นผู้น้อยที่ไม่มีบ้านอยู่ จัดที่โรงพัก ให้ครอบครัวเขามีอาชีพเสริม นะครับ เรื่องความเสี่ยงภัยก็เห็นใจนะครับ แต่ว่ามันก็มากับวิชาชีพซึ่งน่าภูมิใจ ก็ต้องช่วย ๆ แก้กันไป เพราะตํารวจเป็นผู้ถืออาวุธและเป็นผู้ใช้อาวุธก็ต้องมีความเสียสละ เรื่องของ ปรับปรุงกิจการต่าง ๆ นี้ก็พยายามนะครับ เมื่อสักครู่มีท่านไหนผมจําไม่ได้ว่าเสนอให้ ขี่จักรยาน ก็คงไม่ใช่มาขี่ในถนนใหญ่หรือซุปเปอร์ไฮเวย์ (Superhighway) แต่ว่าผมไป ต่างประเทศ เมืองใหญ่ ๆ แม้แต่ลอนดอนหรือเมืองในยุโรป เขามีตํารวจจักรยานนะครับ แล้วมันก็จะช่วยลดค่าน้ํามันเชื้อเพลิงตรงนั้นไปแล้วก็จะใกล้ชิดประชาชนมากขึ้น อันนี้ก็จะ ช่วยแล้วก็ลดค่าใช้จ่าย เรื่องประหยัดน้ํา ประหยัดไฟต่าง ๆ ช่วยทําได้ก็เงินที่ประหยัดได้นี่ น่าจะมาเข้ากองกลางไม่ใช่เป็นหมวดสาธารณูปโภคก็คืนคลังไปก็เอามาใช้ในกิจการตํารวจ เพราะตํารวจมีค่าใช้จ่ายหลายอย่างที่เบิกไม่ได้นะครับ
ท้ายที่สุดนี่ผมก็อยากจะเรียนว่าเห็นด้วยกับข้อเสนอของท่านเสรีนะครับว่า ท่านเขียนในท้ายรายงานเหมือนกับรายงานทุกฉบับของกรรมาธิการว่าขอให้สภาเห็นชอบ และส่งให้ ครม. พิจารณาดําเนินการต่อไป ตอนนี้เขามีการตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ด้านกระบวนการยุติธรรม (ตํารวจ) ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๘ ที่มีท่าน พลเอก บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ เป็นประธาน ก็อยากจะเสนอให้ติ่งไว้ตอนท้ายว่านอกจากส่ง ครม. แล้วก็ ส่งสําเนาให้คณะกรรมการชุดนี้ด้วย เขาอาจจะเห็นข้อดีและเอาไปใช้ประโยชน์ ขอบคุณครับ