กษิต ถามความเชื่อมโยงปฏิรูปตำรวจ-คสช. ชี้ทบทวนบทบาท-งบประมาณ

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๓๐ · ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๐

กษิต ภิรมย์ หารือการปฏิรูปสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างรอบด้าน ทั้งการทบทวนการจัดสรรงบประมาณ การปรับบทบาทและโครงสร้างตำรวจให้ชัดเจน รวมถึงการกระจายอำนาจไปยังท้องถิ่นและการใช้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นหรืออาสาสมัครในป้อมยาม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลประชาชน โดยเสนอให้ใช้เทคโนโลยีเช่นกล้องวงจรปิดและดาวเทียมสนับสนุนการลาดตระเวน พร้อมเน้นการปรับปรุงการฝึกอบรมและสวัสดิการตำรวจตั้งแต่ระดับพล โดยเสนอฐานเงินเดือนไม่ต่ำกว่า 30,000 บาท เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและลดช่องว่างรายได้ตามยศสัญญาบัตร

นายกษิต ภิรมย์

ขอบคุณครับท่านประธาน ผม กษิต ภิรมย์ สมาชิก สปท. อันดับที่ ๗ ก่อนอื่นผมก็ค่อนข้างจะแปลกใจนิดหนึ่งครับท่านประธาน ที่ทางฝ่ายกรรมาธิการ อ้างคําปรารภแล้วก็ความปรารถนาของนายกรัฐมนตรีแล้วก็รองนายกรัฐมนตรีถึง ๒ คน เพราะสิ่งที่อยากจะได้ฟังจากทางคณะกรรมาธิการก็คือว่า ในช่วง ๓ ปีที่ผ่านมาทางคณะ รัฐบาล คสช. นั้นได้มีการดําเนินการอย่างไรบ้างในการปฏิรูปสํานักงานตํารวจแห่งชาติ แล้วก็ ณ วันนี้ล่าสุดก็ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการปฏิรูปสํานักงานตํารวจแห่งชาติ นําโดยท่าน พลเอก บุญสร้าง อดีต ผบ. สูงสุด มีความโยงใยอะไรกันระหว่างแนวคิดของคณะกรรมการนี้ ของภายใต้การนําของท่าน พลเอก บุญสร้าง หรือว่าคําสั่ง หรือว่าคําแนะนํา หรือว่าไกด์ไลน์ (Guideline) แนะแนวจากฝ่ายรัฐบาลมาที่ท่าน พลเอก บุญสร้าง แล้วมันโยงกับสิ่งที่เรากําลัง จะพิจารณามากน้อยแค่ไหน เพื่อจะได้วิ่งไปด้วยกันหรือจะเสริมซึ่งกันและกันเป็นสําคัญ นั่นเป็นข้อที่ ๑ นะครับ

ส่วนข้อที่ ๒ ท่านประธาน ผมได้มีประเด็นปัญหาเรื่องการปฏิรูปสํานักงาน ตํารวจแห่งชาติในที่ประชุมนี้มาตั้งแต่ต้น ผมได้กล่าวไว้ว่าผมไม่ค่อยจะเห็นด้วยที่เอาเรื่อง เข้ามาประมาณ ๙ เรื่องเป็นระยะ ๆ เพราะว่าผมไม่สามารถที่จะเห็นภาพรวมเกี่ยวกับแนวคิด ของคณะกรรมาธิการ มุมมองประเด็นปัญหาที่ท่านมองในภาพรวมว่าอยากจะปฏิรูปสํานักงาน ตํารวจแห่งชาติอย่างไร เมื่อเข้ามาทีละเรื่อง ๆ อย่างนี้มันก็โยงใยกับเรื่องอื่น ๆ ไม่ได้ ในภาพรวมทั้งหมดมันก็เป็นปัญหา ในกรณีที่เราอยากจะปฏิรูปเสริมสร้างประสิทธิภาพ ของสถานีตํารวจในชุมชนต่าง ๆ ทั่วประเทศนี้ มันต้องถามก่อนว่า แล้วงบประมาณประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปีของสํานักงานตํารวจแห่งชาตินั้นมีส่วนใดที่จะลดได้ แล้วก็นําเอา มาโปะที่สถานีตํารวจ นั่นประเด็นที่ ๑ มันต้องลดได้ในบางกรณี หรือว่าจะบอกว่าวิธีที่จะต้อง มีรางวัลการนําจับ มีเงินค่าเบี้ยเลี้ยงออกไปปฏิบัติการมันตัดได้ไหม แล้วก็เอาส่วนที่จะตัดได้ เหล่านั้น หรือส่วนที่มันอาจจะฟุ่มเฟือยเกินความจําเป็นต่าง ๆ นานา รวมทั้งการเดินทางไป ดูงานที่ต่างประเทศด้วย ตัดมันให้หมดแล้วก็มาโปะที่พลตํารวจ สิบตํารวจ จ่า ร้อยตรี ร้อยโท ที่สถานีตํารวจได้หรือไม่ มันต้องมองตรงนี้เสียก่อนว่าในเมื่อเราเห็นว่าความสําคัญของตํารวจ ต้องอยู่กับประชาชน เพราะฉะนั้นงานของสถานีที่จะดูแลทุกข์สุข ดูแลการจราจร เป็นเรื่องที่ สําคัญที่สุดของงานของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ มันก็ต้องโอนมาโปะตรงนี้ นั่นเป็นประเด็นหนึ่ง อันที่ ๒ งานที่มันฝากกันไว้ที่โน่นที่นี่ ยังไม่มีความแน่ชัด แต่ได้มีข้อเสนอว่าให้มันตัดขาดกัน ได้ไหม ตํารวจป่าไม้ อุทยานแห่งชาติ ตํารวจท่องเที่ยวอื่น ๆ หรือแม้กระทั่งปราบปรามยาเสพติด มันดูยังคลุมเครืออยู่ใช่หรือไม่ ก็ตัดงานเหล่านี้ออกไปให้ขึ้นกับสังกัด กับกระทรวง ทบวง กรม ทั้งหลายให้แน่ชัด ตํารวจก็จะได้ทํางานของตํารวจที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับทุกข์สุขแล้วก็ ความปลอดภัยของประชาชนเป็นสําคัญ อันนี้เป็นเรื่องที่สําคัญ เพราะฉะนั้นเรื่องลดจากที่อื่น มาโปะที่นี่ก่อน ตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จําเป็นหรืออะไรต่าง ๆ เหล่านี้มาโปะที่นี่ แล้วก็ไม่รับงาน ฝากอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ทํางานในเรื่องของพิทักษ์ราษฎรเป็นสําคัญ

ส่วนอีกอันหนึ่งก็คือ ประเด็นที่ ๓ คือเรื่องของการกระจายอํานาจ ผมก็ได้ เคยเสนอ ได้มีเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไว้บ้าง แล้วก็เห็นมีข่าวว่าทางผู้นําประเทศก็อยากจะให้ สถานีตํารวจขึ้นกับผู้ว่าราชการจังหวัด ส่วนผู้ว่าราชการจังหวัดจะมาจากการเลือกตั้งหรือยังเป็น ข้าราชการกระทรวงมหาดไทยนั้นก็เดี๋ยวค่อยว่ากันต่อไป ถ้าเผื่อโอนมาที่จังหวัดได้ สําหรับ สถานีตํารวจ หรือผู้ว่า กทม. ก็ต้องถามว่า แล้วผู้ว่าราชการจังหวัดกับนายก อบจ. จะร่วมกัน ทํางานในการที่จะดูแลทุกข์สุข แล้วก็ขีดความสามารถในการปฏิบัติงานของสถานีตํารวจ ได้ไหม ในเอกสารนี้ไม่ได้พูดเรื่องสวัสดิการให้กับพลตํารวจ ว่าเขาควรจะมีบ้านพักหลังสถานี ตํารวจอย่างเป็นเรื่องเป็นราวหรือไม่ มีการบริหารดูแลจัดการ แล้วก็ไม่ใช่เป็นที่ที่จะทํา อาชญากรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ของการขายยาเสพติด เป็นที่เจ้ามือโต๊ะเถื่อนต่าง ๆ เหล่านี้ อันนี้ ก็ต้องมาดูแลกันด้วยนะครับว่า จะต้องเป็นสถานที่ เป็นที่พักอันแท้ แล้วก็ไม่ใช่เป็นที่ที่จะทํา ให้สีเทานั้นก้าวย่างเข้ามาได้ เรื่องสวัสดิการก็เป็นเรื่องหนึ่งที่น่าจะทํานะครับ แล้วก็โอนให้ ท้องถิ่นได้ไหมในเรื่องนี้ แล้วก็ตํารวจก็จะทําในเรื่องของสันติบาล ในเรื่องของข่าวกรอง ในเรื่องของความสัมพันธ์กับตํารวจสากลระหว่างประเทศ การสืบราชการลับอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นไปได้ไหม งานทุกข์สุขก็ให้มาอยู่ที่ท้องถิ่น ตัดใจได้ไหมครับว่าให้สถานีขึ้นกับ ผู้ว่าราชการจังหวัด

ส่วนอีกประเด็นหนึ่ง ก็คือว่าผมโตมากับเด็ก แล้วก็สิ่งที่ทําให้ผมสบายใจ ชื่นชมตํารวจก็คือ ป้อมยามตํารวจ นี่เราก็ไปพูดว่าตํารวจต้องนั่งอยู่บนจักรยานยนต์หรือว่า บนรถยนต์ ก็ถามบอกว่า กระจายป้อมยามได้ไหมครับ แล้วก็เสริมงานของป้อมยามอันนั้น ด้วยเทศกิจได้ไหม หรือว่าเจ้าหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทย หรือว่าของท้องถิ่น เราก็มีอาสา กระทรวงมหาดไทยได้ไหม เทศกิจใน กทม. ร่วมกันทํางาน แล้วก็เชิญอาสาสมัครจาก ประชาชนมา มาช่วยงานของป้อมยามตํารวจ แล้วที่สําคัญก็คือว่าจําเป็นที่จะต้องมีแค่ รถยนต์กับจักรยานยนต์หรือไม่ จักรยานได้ไหมครับ แล้วทําไมตํารวจไม่เดิน หรือว่าเดิน ไม่ได้แล้ว ถ้าเผื่อมีป้อมยามก็เดินได้ ก็บอกไปในระยะ ๑ กิโลเมตร ๒ กิโลเมตรนั้นก็ต้องเดิน ที่เขาเรียกว่า ให้มีเพรเซนต์ (Present) ให้มีปรากฏการณ์ โดยเฉพาะในช่วงวันศุกร์ วันเสาร์ วันอาทิตย์ ที่มีการออกไปหาความบันเทิง หาความสุขต่าง ๆ รถติดกันเยอะแยะไปหมด เหล่านี้ ก็มักจะไม่เห็นการปรากฏกายของตํารวจ จะอ้างว่างบไม่พอ คนไม่พอ ผมว่ามันก็อ้าง ได้ทั้งนั้น แต่ว่าผมยังไม่เห็นความเพียรพยายามที่จะทํางานให้ดีที่สุด ผมอยู่ในตรอก ในซอย ใกล้ ๆ กับสี่แยกคอกวัว เดือน ๆ หนึ่งอาจจะเห็นตํารวจสักครั้ง ๒ ครั้งที่มาดูแลรถยนต์ ๔ โมงครึ่งปิดอีกข้างของถนนแล้วก็เอาเครื่องมาติดที่ลูกล้อ แต่ว่าอีก ๒๙ วันแทบจะ ไม่ได้เห็นหน้าเลย โดยเฉพาะยามค่ํายามคืน เพราะบริเวณบ้านผมมีร้านอาหารเป็นร้อย ๆ ร้าน ฉกชิงวิ่งราว ทุบตู้รถอะไรต่าง ๆ การจัดจราจรเละเทะต่าง ๆ เหล่านี้ ไม่มีระเบียบใด ๆ เลย ทั้งสิ้น แล้วก็ไม่เห็นตํารวจมาดูแลสักคนหนึ่ง ก็เอาพื้นฐานตรงนี้เสียก่อนเป็นสําคัญ

ส่วนประเด็นที่ ๕ ก็คือว่าเครื่องมือเครื่องใช้ทางด้านเทคโนโลยี ผมเคยไปดูงาน ที่ฝ่ายความมั่นคงภายในของนครชิคาโก ประเทศสหรัฐอเมริกา เราสามารถที่จะนั่งที่ห้อง แล้วก็ใช้ระบบแซตเทลไลต์ (Satellite) ดาวเทียม ดึงภาพมาได้เลยว่ามุมไหนของถนน ของนครชิคาโก เหตุเกิดปั๊บกล้องมันดึงภาพมาได้ มันก็จะช่วยงานของการลาดตระเวน บนท้องถิ่นไปอีกอันหนึ่ง เทคโนโลยีต้องเอาเข้ามาครับ แล้วเราก็ได้พูดกันมากเรื่องสังคม ไอที ๔.๐ (IT 4.0) ต่าง ๆ เหล่านี้ สิ่งแรกที่จะต้องทําคือเพื่อเสริมงานของตํารวจ อีกประเด็นหนึ่ง ที่มันเกี่ยวข้องก็คือกล้องซีซีทีวี (CCTV) มันเป็นของท้องถิ่น หรือมันจะเป็นของตํารวจ หรือจะเป็นของใคร แล้วก็ทุกครั้งที่มีประเด็นปัญหาเกี่ยวกับอาชญากรรมทั้งหลาย มีคดี ก็จะบอกว่ากล้องนั้นใช้การไม่ได้ ปลอมบ้าง จริงบ้าง ชํารุดบ้าง อยู่ตลอดเวลา จะทําให้ ระบบกล้องเป็นเรื่องเป็นราว เสริมกับระบบของดาวเทียมได้หรือไม่

ส่วนประเด็นที่ ๖ ก็คือว่า ผมขอเสนอเลยได้ไหมครับ ว่าตํารวจตั้งแต่พลขึ้น ไป เมื่ออายุ ๑๗ – ๑๘ ปี ต้องเข้าโรงเรียนพลตํารวจอย่างน้อย ๓ ปี ติวเข้มในเรื่องกฎหมาย ในเรื่องการเมืองการปกครอง ในเรื่องการที่จะดูแลเรื่องอาชญากรรมทั้งหลาย แต่ว่าต้องให้มี วุฒิภาวะอย่างน้อยต้องอายุ ๒๒ ปีขึ้นไปได้หรือไม่ แล้วก็เงินเดือนขั้นต่ํา ผมขอเสนอที่นี่เลย ๓๐,๐๐๐ บาท งบประจําตําแหน่งเลิกได้ไหมครับ งบออกไปปฏิบัติการต้องมีค่าเบี้ยเลี้ยง หรือไม่ เอามาโปะที่เงินเดือน ให้เงินเดือนให้สูง บวกสวัสดิการของที่อยู่อาศัยต่าง ๆ เหล่านี้ ให้มันเป็นกิจจะลักษณะ แล้วก็อย่าให้เงินเดือนขั้นต่ํา ๓๐,๐๐๐ บาทนี้ห่างจากผู้บัญชาการ ตํารวจสูงสุด อย่าให้มีแกป (Gap) หรือว่าช่องห่างมันไม่จําเป็นที่จะต้องห่างกันมาก เพราะว่า งานที่มันเสี่ยงต่อชีวิต ต่ออันตราย อยู่กับฝุ่น อยู่กับแสงแดดต่าง ๆ เหล่านี้มันมีความจําเป็น อย่างยิ่งที่จะต้องได้รับเงินเดือนขั้นต่ําที่สูงกว่าเงินเดือนขั้นต่ําของหน่วยราชการอื่น ๆ ที่ไม่มี ความเสี่ยง แล้วก็ส่วนใหญ่อยู่ในอาคารแล้วก็อยู่ในห้องแอร์ (Air Condition) อันนี้เป็นเรื่องที่ อยากจะเสนอไว้เพื่อเป็นขวัญและกําลังใจให้กับตํารวจ เวลาหมดแล้วผมขอเสนอแค่นี้ ก็แล้วกันท่านประธาน ขอบคุณมากครับ