มิ่งขวัญ วิชยารังสฤษดิ์ แสดงความกังวลต่อข้อเสนอการจัดตั้งศาลสิ่งแวดล้อม โดยเสนอให้เปลี่ยนชื่อเรื่องเป็นข้อเสนอแนะแนวทางการจัดตั้ง เพื่อเน้นการศึกษาวิเคราะห์อย่างรอบด้าน โดยเฉพาะประเด็นความล่าช้าของกระบวนการยุติธรรม ขอบเขตอำนาจศาล และความชัดเจนของนิยามคดีสิ่งแวดล้อมในกฎหมาย พร้อมเสนอให้กระทรวงยุติธรรมเป็นหน่วยงานหลักในการศึกษา วิเคราะห์ผลกระทบ และปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบเพื่อให้ครอบคลุมและตอบโจทย์ทุกมิติอย่างแท้จริง
กราบขอบพระคุณค่ะท่านประธานสภา ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ดิฉัน นางมิ่งขวัญ วิชยารังสฤษดิ์ สปท. ๑๑๖ ดิฉันขออนุญาต ประการแรกนี่ต้องขอบพระคุณทางคณะกรรมาธิการชุดนี้นะคะที่ได้หยิบยกเรื่องยาก เรื่องที่ เป็นเรื่องใหญ่ แล้วก็ค้างกับในเรื่องของการดําเนินการที่เกี่ยวกับเรื่องนี้มานานมากกว่า ๑๐ กว่าปี แต่ประเด็นตามที่ทางท่านประธานและคณะกรรมาธิการได้นําเรียนว่าท่าน ดําเนินการนี้ส่วนใหญ่ได้ดูโดยพิจารณาจากของ สปช. เป็นหลักนะคะ แทบไม่ได้แก้ แล้วก็ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ ซึ่งประเด็นนี้ดิฉันมีข้อกังวลหลาย ๆ เรื่องที่เกี่ยวกับในเรื่องของข้อเสนอแนะ เพราะว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สําคัญเรื่องที่ใหญ่แล้วยาก โดยเฉพาะในเรื่องของสิ่งแวดล้อมซึ่งมี ประเด็นซับซ้อนมากมาย แล้วก็ในเรื่องของมีทั้งกฎหมายใหม่มีทั้งเรื่องของการปรับโครงสร้าง องค์กรทั้งหมด โดยเฉพาะในเรื่องเกี่ยวข้องกับในเรื่องของขอบเขตอํานาจศาลของศาล ทุกศาลนะคะ เพราะฉะนั้นในหลักการแล้วที่เสนอว่าท่านเห็นด้วยในเรื่องของการที่จะให้ ผลักดันในเรื่องนี้ แล้วก็ไปอยู่ในเรื่องของศาลยุติธรรม หรือว่าในเรื่องของการที่จะดําเนินงาน ในเรื่องนี้ต่อไปนะคะ ดิฉันคิดว่าอย่างนี้ค่ะ เนื่องจากเป็นเรื่องที่มีความเป็นสําคัญ แล้วก็ จําเป็นที่จะต้องมีการศึกษาในรายละเอียดนะคะ สําหรับในเรื่องของประเด็นข้อเสนอแนะ ที่เราจะเสนอในวันนี้ได้ ดิฉันอยากเสนอแนะอย่างนี้ว่า ชื่อเรื่องก็น่าจะเปลี่ยนเป็นบอกว่า ข้อเสนอแนะแนวทางในเรื่องของการจัดตั้งศาลสิ่งแวดล้อม แล้วก็พลิกไปถึงในเรื่องของ ข้อเสนอแนะในหน้า ๑๔ จนถึงหน้า ๑๕ ค่ะ ดิฉันอยากเรียนเสนอแนะอย่างนี้ค่ะ ถ้าหากว่าเราจะฟันธงไปบอกว่า เสนอให้มีการจัดตั้งศาลสิ่งแวดล้อม ดิฉันว่ามันเร็วไป ในส่วนที่จะต้องมีการศึกษาเพื่อที่จะได้สนับสนุนในเรื่องนี้หลายท่านได้มีการเสนอไว้แล้ว ว่าจะต้องมีการวิเคราะห์ว่าปัจจุบันนี้มีศาลลักษณะที่เราดําเนินการทั้งศาลแพ่ง ศาลอาญา แล้วก็ศาลปกครองนี้มีปัญหาประเด็นอย่างไร ถ้าหากจะมีเฉพาะในเรื่องของเป็นศาลชํานัญ พิเศษ หรือว่าเป็นศาลสิ่งแวดล้อมนี้แก้ไขปัญหาได้อย่างไร โดยเฉพาะในเรื่องของความล่าช้า หรือว่าในเรื่องของประเด็นต่าง ๆ ที่ครอบคลุม ถ้าหากท่านสามารถมีการที่จะระบุให้ได้ชัด ดิฉันคิดว่าทุกฝ่ายน่าที่จะมีการสนับสนุนนะคะ โดยเฉพาะในประเด็นที่ท่านบอกว่าสามารถ ดําเนินการได้รวดเร็วมากกว่าที่อยู่ในปัจจุบัน แล้วก็ครอบคลุมในเรื่องต่าง ๆ แล้วก็ตอบโจทย์ ในเรื่องของหลาย ๆ เรื่องที่ทางภาคประชาชนมีข้อร้องเรียนว่าจะขอความช่วยเหลืออย่างไร หรือจะได้รับการเยียวยาอย่างไร หรือว่าต้องมีการตัดสินอย่างไรที่จะให้ครบในเรื่องของ ทุกมิตินะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันอยากจะเสนออย่างนี้ค่ะว่า เห็นด้วยในหลักการในการที่จะ มอบใคร ในที่นี้ท่านก็บอกว่าเป็นกระทรวงยุติธรรม เป็นเจ้าภาพหน่วยงานหลักในเรื่องของ การศึกษาวิเคราะห์ในเชิงลึกนะคะ เพราะว่าในรายละเอียดแล้วในตัวของ ตัว พ.ร.บ. เอง ดิฉันมีข้อประเด็นหลาย ๆ เรื่อง แล้วก็ได้มีการหารือกันกับในกลุ่มของทางด้านสิ่งแวดล้อม ด้วยกันนี้ค่ะ เราไม่เข้าใจว่าถ้าอ่านจากในเรื่องของกฎหมายฉบับนี้แล้วคดีสิ่งแวดล้อมนี้ มันคัฟเวอร์ (Cover) ครอบคลุมในเรื่องของประเด็นอะไรบ้าง เพราะว่าสิ่งแวดล้อม ครอบคลุมทุกเรื่องเลยค่ะ แล้วโดยเฉพาะในเรื่องของ มาตรา ๓ ซึ่งบอกว่า ศาลสิ่งแวดล้อม คืออะไร หรือว่าคดีสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างไร ดิฉันคิดว่าประชาชนโดยทั่วไปนี้เข้าใจยาก
แล้วก็อีกในเรื่องหนึ่ง ก็คือในเรื่องของวิธีกระบวนการพิจารณาคดีต่าง ๆ ท่านคงจะต้องเทียบเคียงให้เห็นค่ะว่า ทุกวันนี้มีการดําเนินการด้วยวิธีการอย่างไร แล้วก็ตาม กฎหมายฉบับนี้ ตามในเรื่องของศาลสิ่งแวดล้อมเรื่องนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงกระบวนการ วิธีการอย่างไร เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องใหญ่ เรื่องใหม่ แล้วก็เรื่องที่จําเป็นที่จะต้องชี้แจง กับประชาชนทั้งหมดนะคะ เพราะว่าทุกคนก็ไม่คุ้นเคยกับในเรื่องนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี แต่ว่ามี ความยุ่งยาก แล้วก็ในเรื่องของทางปฏิบัติค่ะ ที่สําคัญคือกฎหมายฉบับนี้ออกมาหลักจากที่มี รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ เพราะฉะนั้นในเรื่องของการรับฟัง ซึ่งหลายครั้งที่รัฐบาลบอกว่า ในการรับฟังข้อมูล ในการรับฟังกฎหมายใหม่นี้ต้องตั้งแต่เริ่มต้นเลยค่ะ ไม่ใช่ร่างมาจนเสร็จ แล้วก็รับฟัง ซึ่งตรงนั้นกระบวนการตรงนี้ค่ะที่ดิฉันคิดว่ามีความสําคัญยิ่งในการที่จะต้อง รับฟังความคิดเห็นของภาคประชาชน แล้วก็สร้างการรับรู้ให้เขาเข้าใจตั้งแต่ต้นนะคะ เผื่อทางภาคประชาชนเองก็ได้มีส่วนร่วมในเรื่องของการที่จะให้ข้อคิดเห็นมา แล้วที่สําคัญค่ะ ในเรื่องของการที่จะต้องมีการศึกษาว่าผลกระทบตรงนี้เกิดขึ้นอะไรบ้าง เพราะว่าอย่างน้อย ๆ ในเรื่องของบุคลากร ท่านตอบบอกว่า ในเรื่องของศาลสิ่งแวดล้อมที่เกิดใหม่นี้ ส่วนหนึ่ง ก็คือจากผู้พิพากษาที่จากศาล แล้วก็มีผู้พิพากษาสมทบ ซึ่งจากบุคคลภายนอก ดิฉันเห็นด้วย เพราะว่าอันนั้นก็คือในเรื่องของการที่จะให้มีบุคลากรหลากหลายมิติเข้ามาร่วมกัน แต่คําถาม ในระยะเวลาที่เราจะต้องดําเนินการจัดตั้งนี้ เรื่องของการเตรียมบุคลากรมีความสําคัญยิ่งค่ะ โดยเฉพาะลงไปถึงศาลสิ่งแวดล้อมจังหวัด ดิฉันเชื่อมั่นว่าขณะนี้บุคลากรไม่เพียงพอแน่นอน เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้น่าจะเป็นการวางแผนในระยะยาว โดยเฉพาะในเรื่องของการเตรียม บุคลากรนะคะ แล้วก็ที่สําคัญในเรื่องของการศึกษานี้ค่ะ สมมุตินะคะว่าเราเสนอในเรื่องของ การที่จะให้มีศาลสิ่งแวดล้อม แล้วไม่เผื่อทางเลือกอื่นในเรื่องของการที่จะดูบอกว่าถ้าไม่ตั้ง ศาลสิ่งแวดล้อม แล้วควรที่จะต้องมีการปรับปรุงในกระบวนการได้หรือไม่นะคะ อันนี้ดิฉัน คิดว่าควรที่จะต้องมีการมอบหมายให้ใครเป็นเจ้าภาพหลักเพื่อที่จะดําเนินการศึกษา ในรายละเอียด วิเคราะห์ในเชิงลึก แล้วก็ดูผลกระทบในทุก ๆ ด้าน ที่สําคัญค่ะ ซึ่งเรื่องนี้ดิฉัน คิดว่า ไม่ว่าในเรื่องของข้อสังเกตของทุก ๆ ท่านที่อยู่ในวันนี้ ในเรื่องของการที่จะไปศึกษา วิเคราะห์ ก็ผนวก แล้วก็มอบให้กับ อย่างน้อย ๆ นี้ก็จะมีความชัดเจนว่าเป็นกระทรวงยุติธรรม ที่ดําเนินการผลักดันต่อเนื่องจากของ สปท. ค่ะ เพราะว่าขณะนี้เราไม่สามารถในการที่จะเสนออันนี้ผ่านไปเพื่อที่จะให้ไป อิมพลีเมนต์ (Implement) ได้นะคะ เพราะฉะนั้นข้อเสนอแนะของดิฉันก็คือเป็นข้อเสนอแนวทาง การจัดตั้งศาลสิ่งแวดล้อมโดยมอบให้กับกระทรวงยุติธรรมเป็นเจ้าภาพหลักในการ ที่จะดําเนินการในเรื่องนี้ตามข้อที่ทางสมาชิกได้อภิปรายนะคะ แล้วก็ในเรื่องของการศึกษา ผลกระทบ ในเรื่องของทบทวนในเรื่องของร่างพระราชบัญญัติค่ะ เพราะมีหลายมาตรา เหมือนกันนะคะในการที่จะต้องมีการปรับหรือว่าคํานึงถึงความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับ กฎหมายอื่น ๆ อีกจํานวนมาก โดยเฉพาะที่ท่านได้มีการรวบรวมมากกว่า ๓๖ ฉบับนะคะ ที่เกี่ยวข้องกับในเรื่องของทางด้านสิ่งแวดล้อม เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เรื่องที่มีความละเอียดอ่อน จําเป็นในการที่จะต้องมีการศึกษา มีการวิเคราะห์ในเชิงลึกแล้วก็ เสนอ โดยเฉพาะในเรื่องของโครงสร้างองค์กรแล้วก็ตัวกฎหมายทั้งกฎหมายหลัก และกฎหมายรองค่ะ ขอบพระคุณค่ะ