คํานูณ สิทธิสมาน สนับสนุนการใช้ระบบบันทึกภาพและเสียงในชั้นศาลเพื่อเพิ่มความแม่นยำ ลดข้อผิดพลาดจากการจดบันทึกแบบเดิม และช่วยให้การพิจารณาคดีมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยย้ำว่าการบันทึกดังกล่าวไม่ใช่เพื่อเผยแพร่ แต่เพื่อเก็บเป็นหลักฐานอย่างถูกต้องภายใต้ขั้นตอนกฎหมาย
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม คํานูณ สิทธิสมาน สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศนะครับ ไม่ได้ตั้งใจมาแต่แรก ว่าจะอภิปราย แต่ว่าเมื่อฟังเพื่อนสมาชิกแล้วอยากจะขอกราบเรียนข้อมูลจากประสบการณ์ ตรงนะครับ ในฐานะเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ในการขึ้นศาลมากเป็นพิเศษสักเล็กน้อยนะครับ ผมไม่ใช่ผู้ประกอบวิชาชีพทนายความโดยตรงเหมือนท่านเสรี สุวรรณภานนท์ แต่ขอยืนยันว่า สิ่งที่ท่านเสรี สุวรรณภานนท์ ขออนุญาตเอ่ยนามลับหลังนี้นะครับที่ท่านอภิปรายไปนี้ เป็นความจริงทุกประการครับ ข้อเสนอแผนการปฏิรูปเรื่องการใช้ระบบบันทึกภาพและเสียง ในการพิจารณาในชั้นศาลนี้นะครับกระผมเห็นด้วยเต็มที่ เห็นด้วยอย่างยิ่งในที่ประชุม คณะกรรมาธิการกิจการสภาวันนั้นมีกรรมาธิการบางท่านให้ความเห็นว่าเห็นด้วยอย่างยิ่ง และควรจะเป็นอย่างนี้มา ๕๐ ปีแล้ว ท่านประธานครับ นี่ไม่ใช่เรื่องใหม่นะครับ การบันทึก คําให้การหรือกระบวนการพิจารณาในชั้นศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งคําให้การของทนายความ ของโจทก์ของจําเลยทั้งสิ้นนี้นะครับมีการบันทึกอยู่แล้วครับในศาลยุติธรรม แต่ระบบบันทึก ในปัจจุบันนี้นะครับ ในอดีตนี้ก็คือผู้พิพากษาท่านใช้ลายมือของท่านบันทึกเป็นการจด นะครับ เดี๋ยวนี้ก็ยังใช้ระบบบันทึกโดยผู้พิพากษาอยู่เพียงแต่ว่าจะมีกระบวนการให้ หน้าบัลลังก์เป็นคนช่วย โดยผู้พิพากษานี้นะครับท่านก็จะมีเทปคาสเซ็ต (Tape Cassette) เล็กของท่าน มีเครื่องมือเป็นประจํานะครับ เวลาอย่างเช่นสมมุติกระผมเป็นพยานขึ้นไป ให้การศาลท่านก็จะทําหน้าที่ถาม เมื่อท่านถามเสร็จแล้วนี้แทนที่ท่านจะต้องจดเหมือนแต่เดิม ซึ่งในยุคอดีตหลายสิบปีก่อนก็จะมีปัญหาเรื่องลายมือ ท่านก็เปลี่ยนมาเป็นการที่ท่านบันทึก ซ้ําอีกทีหนึ่งด้วยวาจาของท่านเสียงเบา ๆ วันนี้พยานมาศาล นายคํานูณ สิทธิสมาน อายุ ๖๒ ปี ท่านก็จะบันทึกไปแบบนี้ ในขณะที่เรา กําลังให้การอยู่ แล้วพอท่านบันทึกไปประมาณสัก ๓ ถึง ๔ คําถาม ท่านก็จะถอดเทป คาสเซ็ต (Tape Cassette) ออกมาทีหนึ่ง แล้วก็ยื่นลงไปให้หน้าบังลังก์ที่อยู่ต่ําเป็นผู้พิมพ์ เป็นรายละเอียด การก็จะเป็นไปเช่นนี้อยู่ตลอดกระบวนการพิจารณาสืบพยานในชั้นนั้น สมมุติว่าผมสืบพยานช่วงเช้า ใช้เวลาประมาณ ๒ ชั่วโมง ระยะเวลาเกือบครึ่งหนึ่งจะถูก แบ่งแยกไป แบ่งแยกสมาธิ ด้วยความเคารพนะครับ ผู้พิพากษาท่านต้องมีสมาธิสูงมาก ท่านต้องรับฟังพยาน ขณะเดียวกันพอรับฟังผมเสร็จ พยานท่านก็ต้องบันทึกเสียงว่า เหมือนกับท่านจดด้วยมือท่านครับ ท่านประธานนึกออกไหมครับ ท่านก็จะต้องบันทึกเสียง ลงเทปคาสเซ็ต (Tape Cassette) พอได้ระยะเวลาหนึ่ง ท่านก็จะดึงเทปคาสเซ็ต (Tape Cassette) ส่งให้หน้าบัลลังก์ หน้าบัลลังก์ก็จะพิมพ์ แล้วก็ส่งเทปคาสเซ็ต (Tape Cassette) ขึ้นมาสับเปลี่ยน พอให้การเสร็จก็จะนําเอาคําพิมพ์ คําให้การพิมพ์ของหน้าบัลลังก์นี่นะครับ ท่านผู้พิพากษาท่านก็จะตรวจดู ซึ่งก็ต้องมีคําผิดถูก ตกหล่น มากมายทีเดียว แล้วถึงจะให้ พยานเซ็นรับรองว่าเป็นคําให้การที่ถูกต้อง ซึ่งในหลายกรณีก็เป็นการบันทึกชนิดที่ไม่ได้ บันทึกคําถามของทนายความ กลายเป็นพยานตอบ คือไม่ใช่เป็นการบันทึกคําต่อคํา เป็นการ บันทึกโดยสรุป ก็ขึ้นอยู่กับผู้พิพากษาแต่ละท่าน ท่านจะใช้วิธีการอย่างไร กระบวนการ บันทึกแบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน กระผมว่าเสียเวลาไปกับระบบนี้ค่อนข้างมาก แล้วก็เสียเวลา กับการตรวจแก้ แล้วก็มีโอกาสที่ในการตรวจแก้นั้นจะไม่ตรงกับคําให้การอยู่พอสมควร ถ้าพยานเป็นอย่างท่านประธาน เป็นอย่างกระผมนี่เราก็จะตรวจดูละเอียด เพราะว่าจะมีผล ต่อกระบวนการพิจารณาในอนาคต แต่ถ้าพยานเป็นระดับชาวบ้าน การตรวจโดยละเอียด อาจจะไม่เกิดขึ้น พยานอาจจะมีความบกพร่องในการอ่านหนังสือ หรือแม้ผู้พิพากษาท่านจะ อ่านให้ฟัง พยานก็จะเกิดความเกรงใจ หรือความประหม่าต่อสถานที่ การเซ็นรับว่า เป็นคําให้การของตน แม้ว่าจะถูกโดยสารัตถะสําคัญ แต่รายละเอียดที่มันเป็นบริบทปลีกย่อย มันจะขาดหายไป หากมีการบันทึกด้วยระบบภาพและเสียงที่มีความคมชัด จะแก้ปัญหานี้ ได้ทั้งหมด และการบันทึกภาพและเสียงในที่นี้ก็ไม่ได้แปลว่าเป็นการบันทึกเพื่อเผยแพร่ทั่วไป ก็เป็นการบันทึกที่เสมือนเป็นการบันทึกด้วยวิธีการแบบเดิมนั่นละครับ อะไรที่เป็นเรื่อง ล่อแหลมหรือเป็นคดีที่มีความสําคัญ เคยพิจารณาลับได้อย่างไร ก็พิจารณาลับได้อย่างนั้น การจะขอถ่ายทอดคําบันทึกนี้ออกไปข้างนอกก็ต้องผ่านการพิจารณาจากศาล แต่ว่าจะทําให้ การจดการบันทึกนั้นสามารถที่จะมีความละเอียดมากกว่าที่จะทําการบันทึกด้วยระบบเดิม แล้วท่านประธานครับ ในคดี ๆ หนึ่งก็ไม่ได้หมายความว่าองค์คณะชุดเดิมจะอยู่ทําการ พิจารณาตั้งแต่ต้นจนจบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อไปยังชั้นอุทธรณ์ ยังชั้นฎีกา ซึ่งมิได้มีการ สืบพยานหรือสืบหาข้อเท็จจริงอีกเป็นเรื่องของข้อกฎหมาย เมื่อผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ หรือศาลฎีกาเจ้าของสํานวนท่านใด ท่านมีความสงสัยในปากคํา ท่านก็จะเรียกดูสํานวน คําให้การนั้นย้อนหลัง ทีนี้ถ้าสํานวนนั้นมีการบันทึกที่มันอาจจะไม่ครบบริบททั้งหลายแหล่นะครับ การอํานวย ความยุติธรรมก็มีโอกาสที่จะขาดความสมบูรณ์เต็มร้อยไป เพราะฉะนั้นกระผมเห็นว่า นี่เป็นการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมครั้งใหญ่ และผมเชื่อว่าในขณะนี้ศาลยุติธรรมก็กําลัง ดําเนินการอยู่อย่างเต็มที่ในเรื่องนี้เป็นที่สอดคล้องต้องกัน ถ้าเราจะเห็นระบบการบันทึกภาพ และเสียงในศาลนะครับ ในศาลยุติธรรมยังคงเป็นแบบเดิม แต่สิ่งที่เราจะเห็นได้จากในระบบใหม่ ก็คือการพิจารณาคดีในชั้นศาลรัฐธรรมนูญ การพิจารณาคดีจะรื่นกว่ามากครับ ก็คือ ตุลาการท่านก็จะทําหน้าที่สอบถาม พยานก็ตอบคําถามไปโดยไม่มีการสะดุด ไม่มีการต้องรอ การบันทึก แล้วก็จะให้ถือว่าภาพและเสียงที่บันทึกไว้นั้นเป็นบันทึกคําให้การ ศาลปกครอง ก็ได้เริ่มมีการใช้บ้างแล้ว แต่ยังไม่ได้ใช้เต็มรูปแบบ อันนี้ก็เป็นพัฒนาการที่เกิดขึ้นมา ในระยะเวลาเกือบ ๒๐ ปีที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นถ้าจะเกิดการปฏิรูปในชั้นศาลยุติธรรม โดยเริ่มต้นจากน้อยไปสู่มากตามจํานวนงบประมาณ แล้วก็เป็นตัวอย่าง ไม่ใช่ว่าทุกศาล จะต้องมีห้องพิจารณาคดีที่บันทึกภาพและเสียงทุกห้อง แต่จะเริ่มต้นด้วยศาลละ ๑ ห้อง กระผมเห็นว่าจะเป็นการอํานวยความยุติธรรมให้เกิดมากขึ้น เพราะว่าหลายสิ่งหลายอย่าง บางครั้งเราอ่านคําที่เราพูด คําที่เราให้สัมภาษณ์จากสื่อมวลชนโดยทั่วไปโดยที่ไม่ได้เห็นภาพ และเสียงมันก็จะเป็นอารมณ์แบบหนึ่ง แต่ถ้าดูภาพและเสียง และดูตั้งแต่ต้นจนจบ ดูบริบท ของสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ แล้วก็จะให้ข้อเท็จจริงที่ประกอบกันมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้น กระผมขออนุญาตสนับสนุนอย่างเต็มที่ของรายงานฉบับนี้ แล้วก็ขอให้ทางคณะกรรมาธิการ ช่วยอรรถาธิบายประกอบให้เพื่อนสมาชิกได้เห็นภาพมากยิ่งขึ้น เพราะว่าก็ต้องยอมรับว่า ถ้าท่านไม่เคยขึ้นศาลมาก่อนก็อาจจะมองภาพรวมไม่เห็นถนัดนัก แต่อาศัยที่ผู้ที่มีประสบการณ์ ในศาล หลาย ๆ ท่านที่นั่งอยู่ในที่นี้ก็คงจะเห็นได้ว่าถ้ามีการนําเอาระบบนี้มาใช้ในชั้นศาลยุติธรรม แล้วผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนจะได้ประโยชน์อย่างเต็มที่ ขอบพระคุณครับ