สุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ หารือปัญหาความไม่ไว้วางใจระหว่างแพทย์กับผู้ป่วยจากการฟ้องร้องทางการแพทย์ พร้อมตั้งข้อสังเกตต่อการปรับแก้กฎหมายประกันสังคมที่อาจส่งผลต่อสิทธิของทั้งลูกจ้างและนายจ้าง โดยเรียกร้องให้ทบทวนกระบวนการรักษาพยาบาล เสริมสร้างความโปร่งใสในระบบสาธารณสุข และพิจารณาข้อเสนอการดำเนินการกองทุนอย่างรอบคอบร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ เพื่อป้องกันพฤติกรรมไม่เหมาะสมจากทั้งสองฝ่าย
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ พี่ ๆ หรือเพื่อน ๆ สมาชิกที่เคารพรักทุกท่าน ผม สุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ สมาชิก สปท. หมายเลข ๑๗๓ ก่อนที่ผมจะอภิปรายเรื่องนี้ผมขอยกพระราชดํารัสของ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร์ อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ขออนุญาตจากท่านประธาน ก่อนว่าขอยกมาพูด แล้วก็เป็นข้อความที่ดีมาก ผมไปถ่ายมาจากตึกที่คณะแพทยศาสตร์ ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผมคิดว่าที่โรงพยาบาลศิริราชก็คงจะมีถ้าท่านเป็นหมอ ที่จบจาก ๒ ที่นี้ พระราชดํารัสมีความว่า ขอให้ถือประโยชน์ส่วนตัวเป็นที่สอง ประโยชน์ ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง ลาภ ทรัพย์ และเกียรติยศจะตกแก่ท่านเอง ถ้าท่านทรงธรรม แห่งอาชีพไว้ให้บริสุทธิ์ อันนี้เกี่ยวกับเรื่องการแพทย์เลย ถ้าให้ลึกไปกว่านั้นเมื่อ ๒,๐๐๐ กว่าปี พระพุทธพจน์พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า อโรคยา ปรมาลาภา ความไม่มีโรคเป็นลาภอย่างยิ่ง แต่ท่านบอกว่าถ้าจะให้สุขจริง ๆ ต้องไปนิพพาน พระพุทธเจ้าท่านสอนนะครับ ถ้าท่าน กรรมาธิการที่จะมีข้อโต้แย้งโปรดอธิบายต่อนะครับ ความหวังดีของคณะกรรมาธิการ ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสังคมของท่านเป็นความหวังดีที่ผมขอน้อมรับไว้ แต่ผม คิดว่าในบางโอกาสเรื่องดี ๆ ถ้ามันมาผิดฝาผิดตัวก็มีข้อสงสัยเยอะ จริง ๆ ถ้าเรื่องนี้เสนอโดย คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมก็จะไป อีกแบบหนึ่ง และวันนี้ผมมองเลย คุณหมอผู้ใหญ่ รวมทั้งอดีตปลัดกระทรวงอะไรเกือบจะ ไม่อยู่ในที่ประชุม และเดี๋ยวจะรู้ว่าท่านนั่นหรือไม่นั่นตอนลงมติ ผมเตรียมเพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) มาแล้วจํานวน ๖-๗ ภาพ จะขึ้นก็ได้ ไม่ขึ้นก็ได้ เดี๋ยวให้เจ้าหน้าที่ขึ้นก็ได้ ว่าการรักษาพยาบาลของประเทศไทยมีมาตั้งแต่โน่น พ.ศ. ๒๔๓๑ เมื่อมีการเปิด โรงพยาบาลศิริราช เมื่อวันที่ ๒๖ เมษายน ถ้าใครจบที่โรงพยาบาลศิริราชก็คงจะทราบว่า เหตุของการตั้งโรงพยาบาลศิริราชเพราะเนื่องจากล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๕ ท่านมีพระราชประสงค์ที่อยากจะเห็นคนไทยมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง และการรักษาพยาบาลก็มีเรื่อยมานับตั้งแต่การรักษาประชาชน ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๓๑ จนถึง ในเรื่องของข้าราชการได้รับสิทธิประโยชน์ตามพระราชกฤษฎีกา มาจนถึงประกันสังคม มาจนถึง ๓๐ บาทรักษาฟรีของ สปสช. ผมไม่ทราบว่าที่ท่านทําท่านรอบคอบหรือยัง เช่น ท่านบอกว่าจะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติประกันสังคม ขอคิด ๑ เปอร์เซ็นต์ จากเงินสมทบ เงินสมทบเป็นของใครครับ เป็นของนายจ้างและลูกจ้าง รัฐบาลมีนิดเดียว เอาแค่นี้ก่อนเลย สูงสุดคือ ๗๕๐ บาทลูกจ้าง แล้วก็นายจ้าง ๗๕๐ บาทต่อคน ก็คือ ๑,๕๐๐ บาท ท่านยังไม่ได้ถามเขาเลยว่าเขาเห็นด้วยไหม เพราะเงินของเขา ไม่ใช่เงินรัฐบาล แล้วเงินรัฐบาลก็ถามว่าประชาชนคนเดินดินทั้งหลายเขาเห็นด้วยกับท่านไหม อันนี้ก็เป็น ประเด็นหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่เกิดขึ้นการฟ้องร้องก็ตามผมไม่เคยคิดจะฟ้องร้องหมอเลย ขนาดผมเป็นเลขาธิการประกันสังคมผมไปเยี่ยมโรงพยาบาลผมยังต้องยกมือไหว้หมอ ไปหาหมอก็ต้องยกมือไหว้ก่อนไม่ว่าท่านจะเป็นเด็กหรือไม่เด็กก็ตามใจเถอะ เพราะมี ความรู้สึกว่าหมอนั้นเป็นผู้เยียวยาช่วยเหลือชีวิตผม แต่มันเกิดอะไรขึ้น เกิดความไม่ไว้วางใจ ซึ่งกันและกันว่าหมอรักษาดีครบถ้วนตามกระบวนการของวิชาชีพแพทย์ไหม เหมือนดัง พระราชดํารัสว่าท่านทรงธรรมหรือยังในวิชาชีพ เป็นที่มาที่ท่านกําลังทํา แล้วท่านไปดู รายงานของท่านเลย ผมไม่ได้เอามาจากไหนเลยนะครับ อย่างที่หมอเฉลิมชัยกล่าวไปแล้ว แล้วก็ท่านรัฐมนตรีวิทยาพูดไปแล้ว ผมขอให้ท่านไปดูหน้า ๖ รายงานของท่าน สถิติสาเหตุ ของการฟ้องคดี ข้อมูล ณ วันที่ ๓๐ มีนาคม ท่านจะเห็นเลยว่าฟ้องในคดีรักษาผิดพลาด ไม่ได้มาตรฐาน ๑๑๖ คดี คิดเป็น ๔๙.๓๖ เปอร์เซ็นต์ เกือบ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ความไม่มั่นใจว่า หมอที่มารักษาเราใช้วิชาชีพรักษาถูกต้องครบถ้วนไหม ต่อไปทําคลอดลูกเขามีปัญหา อย่างที่ว่า ๆ กันไปแล้ว ๒๓ เปอร์เซ็นต์ ๕๖ ราย วินิจฉัยผิดพลาด ๙.๓ เปอร์เซ็นต์ คือ ๒๒ ราย ไม่เอาใจใส่ดูแลเนื่องจากภารกิจของหมอมีเยอะ คนไข้ก็มากขึ้น ท่านไปดูสิครับ จิ้งจกตกไม่ถึงพื้นเลย ตอนเช้าผมไปโรงพยาบาลของรัฐเมื่อเวลาผมไม่สบาย ๒๓ ราย ๙.๗ เปอร์เซ็นต์ แพ้ยา ๑๐ ราย ๔.๒ เปอร์เซ็นต์ ผิดมาตรฐาน ๖ ราย ๒.๕ เปอร์เซ็นต์ อุปกรณ์ไม่สะอาด ไม่ทันสมัย ๒ ราย พอไปถึงศาลตัดสินถึงที่สุด ๔๖ ราย ซึ่งพอไปถึง ในหน้า ๗ ท่านก็จะบอกเลยว่าชนะคดี ๒๗ คดี คือผู้ฟ้อง ผู้ป่วยนะครับ แพ้คดี ๑๐ ราย ถอนฟ้องมากมายคือไกล่เกลี่ย เกี้ยเซี้ย ๑๑๐ คดี แล้วผมอยากกราบเรียนว่าที่ท่านนํามา ร่างพระราชบัญญัติประกันสังคมก็ยังไม่ครบ เพราะประกันสังคมมีพระราชบัญญัติ ๒ พระราชบัญญัติ คือพระราชบัญญัติประกันสังคมสําหรับคนที่ป่วยนอกงาน ถ้าป่วยในงาน อย่างผมกําลังอภิปรายถ้าผมฟุบตายไปผมต้องใช้อีกกองทุนหนึ่ง ท่านก็ยังไม่ได้มีไว้ใน พระราชบัญญัติฉบับนี้ เช่นมาตรา ๒๖ ของกองทุนเงินทดแทนที่ท่านไม่มีอยู่ในนี้เลย ถ้าจะผ่านเรื่องนี้ ให้มีกองทุนเงินทดแทนในสํานักงานประกันสังคมเพื่อจ่ายเป็นเงินทดแทน แก่ลูกจ้างแทนนายจ้างซึ่งมีหน้าที่ต้องจ่ายเงินสมทบตามมาตรา ๔๓ มาตรา ๔๔ คือบาดเจ็บ เนื่องจากการทํางาน นายจ้างจ่ายฝ่ายเดียวนะครับ ท่านก็ไม่มี ผมแปลความชัด ๆ นะครับ ยังไม่รอบคอบ และถ้าผมอภิปรายต่อไปความไม่รอบคอบของการที่ท่านนําเสนอยังมีอีกเยอะ มากนะครับ ผมจึงกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพผ่านไปยังกรรมาธิการว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดี ที่จะทําให้หมอมีความรู้สึกมั่นใจว่ารักษาไปแล้วจะไม่ถูกฟ้อง ก็ไม่จริงครับต้องถูกฟ้องได้ และเมื่อท่านใช้เงินของรัฐบาลจะ ๑ เปอร์เซ็นต์ของกองทุนไหนก็ตาม ก็เงินของรัฐ ของลูกจ้าง ของนายจ้างไป ถ้าท่านบอกไม่เป็นไรเลยเอาไปฟรี ไม่ต้องมีการฟ้องร้อง ไม่ต้องการพิสูจน์ว่าผิดหรือถูก ชอบไหม ขณะนี้คดีใหญ่ ๆ โต ๆ ที่กําลังเป็นปัญหาอยู่นี่ เขายังต้องมีการพิสูจน์เลยว่าใช่หรือไม่ใช่ เน่าหรือไม่เน่า
คําถามต่อไปว่าถ้าท่านทําอย่างนี้อย่างที่สมาชิก สปท. กล่าวไว้หลายท่าน มันก็จะสร้างพฤติกรรมที่ไม่ดีของผู้ป่วย ผู้ป่วยก็ไม่เป็นไรอยู่ไปก็ร้องไปก็ได้สัก ๕๐๐,๐๐๐ บาท ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ก็ยังดีกว่าไปตายที่บ้าน หรือทําให้จริยธรรม ทางการแพทย์เสียหายไปอีกก็คือหมอ พยาบาลไม่ต้องดูแล ไม่เป็นไร อย่างไรก็มีเงิน กองทุนนี้ไป และถ้ามีปัญหาเดี๋ยวไปกราบกรานท่านกรรมการกองทุนก็ได้ ผมคิดว่ามันสร้าง จริยธรรม คุณธรรมที่ไม่เหมาะสมในยุคปัจจุบันหรือในอนาคต
แต่อย่างไรก็ตามผมอยากกราบเรียนท่านประธานในประโยคสุดท้ายว่า ผมอยากเห็นท่านกรรมาธิการนํากลับไปทบทวนอีกครั้งหนึ่ง และปรึกษากับคณะกรรมาธิการ ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมให้รอบคอบอีกครั้งหนึ่ง และผู้รู้ ในที่นี้ก็มีเยอะที่เป็นหมอผู้ใหญ่หรือจะหมอไม่ผู้ใหญ่ก็ตามใจเถอะ และถ้าท่านมั่นใจว่า เดินไปข้างหน้าถูกต้องแล้ว ดีแล้ว รอบคอบแล้ว เป็นประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง และคนไทย ๗๐ ล้านคน ท่านก็นําเสนออีกครั้งหนึ่ง ไม่จําเป็นต้องรีบร้อนเลยเรื่องเหล่านี้ แต่สําหรับผมแล้ว ผมต้องกราบด้วยความเคารพว่าผมไม่เห็นด้วย ผมถึงไม่ขึ้นเพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ซึ่งผมเตรียมมาเลยนะครับ ด้วยความเคารพท่านก็ลองพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ขอบคุณครับ