วันชัย สอนศิริ หารือประเด็นการปฏิรูปกระบวนการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) โดยเรียกร้องให้เพิ่มความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน พร้อมเน้นการให้ความรู้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการเพื่อให้เกิดความเสมอภาคในการดำเนินโครงการ.
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สปท. วันชัย สอนศิริ ความจริงเดิมไม่คิดจะอภิปรายเรื่องนี้นะครับ เพียงแต่ว่าพอฟัง ๆ จากเพื่อนสมาชิกแล้ว มีบางประเด็นที่ผมอยากจะขออนุญาตเพิ่มเติม โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากท่าน พลตํารวจเอก สุวิระ ทรงเมตตา ท่านได้พูดไว้จากข้อเท็จจริง แล้วก็เอาจากข้อเท็จจริง ไปถึงเสนอแนวทางปฏิรูป ผมว่าอันนี้เป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ซึ่งสามารถเอาไปปฏิรูป และปรับปรุงเปลี่ยนแปลงได้ ท่านประธานครับ ตัวท่านประธานอนุกรรมาธิการ หรือเลขาธิการ สผ. คนปัจจุบัน เท่าที่ผมเคยได้พูดคุยแล้วก็เคยประสานงานติดต่อ ในบางเรื่อง ยืนยันได้ว่าท่านมีเจตนาดีในการแก้ปัญหาของหน่วยงานนี้ของท่าน และสิ่งที่ ท่านทํามาได้มีโอกาสพูดคุยกับปลัดกระทรวงและเลขาธิการในสมัยนั้น ยืนยันได้ว่าที่นี่ ต้องโปร่งใส และยืนยันได้ว่ากําหนดระยะเวลาในการทํางานนั้นชัดเจน ตรวจสอบได้ ถึงขนาดบอกว่าใครเรียกสตางค์บอกมาผมจะล่อมันให้ดู ปลัดกระทรวงคนเก่าคนนั้น นั่นหมายความว่าตัวท่านเลขาธิการเองและผู้บริหารนั้นรู้ว่าปัญหาอย่างนี้มันมีผลกระทบ ต่อประชาชนและประเทศชาติ แล้วก็พยายามแก้ไข แต่สิ่งที่ท่านเสนอมาผมจึงชอบใจครับ ท่านประธาน ท่านบอกว่าวิธีการปฏิรูปนั้นจะดําเนินการเชิงรุกโดยให้ความรู้และสร้าง ความตระหนักให้กับประชาชนผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนในการมีส่วนร่วมในกระบวนการ อีไอเอ (EIA) เป็นเรื่องที่ผมว่าสุดยอดมาก นั่นหมายความว่าถ้าประชาชนผู้ประกอบการนั้น เข้าใจ รู้วิธีการ และดําเนินการได้ตามกระบวนการเขาจะได้ไม่ต้องเสียเงินเสียทอง มากมายมหาศาล ท่านประธานที่เคารพครับ เป็นที่ค่อนข้างจะชัดเจนและเป็นที่รู้กัน ในแวดวงผู้ที่ทําโครงการและประกอบกิจการ ผมไม่แน่ใจว่าท่านเลขาธิการนั้นทราบถึงเรื่องนี้ หรือเปล่า ผมเชื่อในความสุจริตของท่านเป็นที่ตั้ง มีตัวอย่างเหมือนที่ท่านผู้อภิปราย ขออนุญาตเอ่ยนามอีกครั้งหนึ่ง ท่าน พลตํารวจเอก สุวิระ เขาบอกกันว่าทําโครงการต่าง ๆ ทั้งหมดดี โดยบริษัทที่ปรึกษาถูกต้อง ครบถ้วน ไม่ผ่าน อย่างไร ๆ ก็ไม่ผ่าน แต่ถ้ามีบริษัทนี้ผ่าน ใช้เงิน ๑๐ ล้านบาท ๑๕ ล้านบาทผ่าน แต่ต้องเป็นบริษัทนี้ ผมไม่ได้พูด ในเชิงกล่าวหา ใส่ร้ายป้ายสี แต่พูดในเชิงต้องการปฏิรูป ถ้าท่านประธานจะลองไปตรวจสอบ ดูว่ามีบริษัทที่ปรึกษาไหนที่เขาเป็นอย่างนี้ ผมไม่แน่ใจว่าจะตรวจสอบได้หรือเปล่า แต่พูดกัน ในแวดวงของพ่อค้านักธุรกิจ จนกระทั่งเกิดความคลางแคลงใจว่าคนที่มาเป็นกรรมการ ใน คชก. บางคนอยู่เบื้องหลังของบริษัทที่ปรึกษาเหล่านี้หรือเปล่า บางคนมีส่วนเกี่ยวข้อง กับบริษัทเหล่านี้ในทางใดทางหนึ่ง หรือมีผลประโยชน์ทับซ้อนใดหรือไม่ ผมว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ประชาชนเขาสงสัย และผู้ประกอบการเขากลัวมากกับการทําอีไอเอ (EIA) ไป ๆ มา ๆ จนกระทั่งต้องเสียเงินเป็น ๑๐ ล้านบาท ๑๕ ล้านบาท บางบริษัทเสียมาก ผมก็ว่า เอ๊ะ มันอะไรกันนักหนา โดยหลักทั่วไปถ้าเป็นหลักการทําการวิจัยโดยปกติ ผมว่าเสียเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ไม่เกิน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท น่าจะพอสมควรแล้ว แต่ทําไมจะต้องไปเสียเงินเพื่อบริษัทอย่างนี้ถึง ๑๐ ล้านบาท ๑๕ ล้านบาท แล้วเขาบอกว่าทําเหมือนกันเป๊ะไม่ผ่าน แต่ถ้าบริษัทนี้ผ่าน นี่ละครับ ผมว่าเป็นเรื่องที่ท่านจะต้องปฏิรูปให้คนมีความรู้สึกว่าใครก็ได้ถ้าเป็นไปตามกฎ ตามกติกา ตามระเบียบข้อมูล ตามสิ่งที่เราวางไว้ชัด คุณผ่านแน่ และใช้ระยะเวลาเท่านั้นเท่านี้ ไม่ใช่ ๔ ปี ๕ ปีอย่างที่ปรากฏ แก้กันไปแก้กันมา บางทีเขาก็บอก เอ๊ะ ตกลงจะเอาอย่างไร เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ผมว่าเป็นเรื่องใหญ่ครับ ท่านประธานครับ เป็นเรื่องใหญ่มากกว่า เรื่องอื่น ๆ ทําอย่างไรให้คนที่เขาจะประกอบการมีความรู้สึกว่าเป็นเรื่องปกติที่คุณจะต้อง รับผิดชอบต่อประเทศชาติและสังคม คุณจะมาชุ่ย ๆ เอาเงินมายัดใต้โต๊ะฉันก็ไม่ยอม ที่สําคัญที่สุดคุณจะต้องทําให้ถูกต้อง ถ้าคุณทําถูกต้องมา โปร่งใส ตรวจสอบได้ เอาเลย ผ่านไปเลย เรื่องเงินเป็นเรื่องหลัง ผมว่าถ้าคนเขารู้สึกอย่างนี้แปลว่าสิ่งที่ท่านกําลังทํา ผมถือว่าเป็นการปฏิรูปยิ่งใหญ่ทีเดียว ที่บอกว่าจะดําเนินการเชิงรุกโดยให้ความรู้และสร้าง ความตระหนัก แปลว่าต่อไปนี้คุณจะประกอบการคุณจะต้องมีความตระหนักรับผิดชอบ ต่อสังคมและส่วนรวมเป็นสําคัญมากกว่าที่จะเอาเงินมายัดใต้โต๊ะ มากกว่าที่จะไปเที่ยวทํา ผิดกฎหมายแล้วได้อนุญาต ผมว่าถ้าทําอย่างนี้ได้สังคมเขาจะมีความรู้สึกเสมอภาคกัน ทุกวันนี้ทุกคนมันคลางแคลงใจต่อประเด็นนี้ ขออนุญาตท่านประธานผ่านไปยังท่านประธานอนุกรรมาธิการ ทําอย่างไรประเด็นนี้ ให้คนมีความรู้สึกเหมือนที่ท่านวางแผนจะปฏิรูปจริง ๆ คุณไปทํามาให้ถูกต้อง เรื่องเงิน เรื่องเวลาไม่ต้องพูดกัน ชัดเจน แล้วก็วางกรอบกติกากับกรรมการกันให้เรียบร้อย ไม่ใช่เป็น อย่างที่ท่านผู้อภิปรายท่านบอกไปแล้วไป ๆ มา ๆ ๔ ปีโยกกันไปเรื่องเดิม ผมเชื่อว่า กรรมการส่วนใหญ่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิจริง แต่บ้านเมืองเรามันเป็นอย่างนี้ มีคนพยายามหาช่อง หามุม และหาประโยชน์ ผมว่าแก้ตรงนี้ได้ก็คือจากจิตสํานึกของคน ที่จะประกอบกิจการ แล้วเกิดความโปร่งใส ตรวจสอบได้ แค่นี้ครับ เรื่องอื่นผมว่าจะเรื่องเล็ก มากกว่านี้อีก คุณต้องทําให้ถูก ทําให้ได้ ทําให้ดี ทําให้เป็นไปตามกฎกติกาที่เรากําหนด ไม่ต้องมาวิ่งเต้น ไม่ต้องมาทําอะไรทั้งสิ้น เหมือนสิ่งที่ท่านเลขาธิการคนปัจจุบันทําอยู่แล้ว และตั้งใจมุ่งมั่นจะทําต่อไป แต่แก้ความคลางแคลงใจของประชาชนตรงนี้ให้ได้ แค่นี้ก็ปฏิรูป เรื่องนี้สําเร็จแล้วครับ ขอบพระคุณครับ