ชูชัย ศุภวงศ์ อภิปรายเน้นย้ำความสำคัญของการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) โดยเสนอให้บรรจุ SEA ไว้ในร่าง พ.ร.บ. แผนและขั้นตอนการปฏิรูปประเทศอย่างชัดเจน เพื่อป้องกันการพัฒนาที่ขัดกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โดยยกตัวอย่างภูฏานที่มีนโยบายสิ่งแวดล้อมเข้มแข็งแม้ไม่ใช้คำว่า SEA และเรียกร้องให้จัดทำแผน SEA อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในพื้นที่สำคัญทางนิเวศน์และท่องเที่ยว เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อความอยู่รอดของโลก
กราบเรียนท่านประธาน ท่านกรรมาธิการ และ เพื่อนสมาชิกครับ ผม นายแพทย์ชูชัย ศุภวงศ์ สมาชิก หมายเลข ๐๔๐ ท่านประธานครับ ผมจะอภิปรายเฉพาะประเด็นหลักการ คงไม่ลงรายละเอียด แต่ว่าจะมีคําถามในตอนท้าย เพื่อให้ท่านกรรมาธิการทําความเข้าใจร่วมกันกับสมาชิกในความชัดเจนในเรื่องของ สิ่งที่เรียกว่าเอสอีเอ (SEA) ท่านประธานครับ เรื่องเอสอีเอ (SEA) มีความสําคัญสูงมาก มันสูงมากพอที่จะบัญญัติในรัฐธรรมนูญนะครับ ที่พูดเช่นนี้ก็เพราะว่ารัฐธรรมนูญฉบับที่ ไม่ผ่าน สปช. เราได้บัญญัติไว้ แล้วอยากจะเรียนท่านกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข และสิ่งแวดล้อมว่าเรื่องนี้ไม่เพียงแต่จะผลักดันระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีออกมานะครับ แต่ว่าในไม่กี่เดือนข้างหน้าเมื่อรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ประกาศออกมาแล้วก็จะมีกระบวนการ ที่จะจัดทําร่าง พ.ร.บ. แผนและขั้นตอนการปฏิรูปประเทศ แล้วตรงนั้นเป็นโอกาสที่เรา จะบัญญัติสิ่งที่เรียกว่าเอสอีเอ (SEA) ลงไป ผมขอเสนอเลยว่าเราควรจะบัญญัติว่า ให้นําการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์มาใช้ในการกําหนดนโยบาย แผน และการพัฒนาพื้นที่ลงในกฎหมาย ที่เรียกว่าร่าง พ.ร.บ. แผนและขั้นตอนการปฏิรูปประเทศ อันนี้เป็นหัวใจเลยครับ ถ้าพูดให้สุดขั้วไปเลยก็อยากจะบอกว่าเอสอีเอ (SEA) ควรจะเป็น เรื่องที่โลกทั้งโลกนี้จะต้องร่วมกันกําหนดว่าจะต้องมีเอสอีเอ (SEA) ของโลกใบนี้ แล้วโลกจะอยู่รอด พูดเช่นนี้ก็เพื่อให้มีความตระหนักว่าโลกใบนี้อยู่ในความเสี่ยงสูงมาก ในเรื่องระบบนิเวศ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมถูกทําลาย แต่ว่าความเป็นจริงที่จะมี ข้อตกลงระดับสากล ที่ท่านกษิตถามลักษณะทํานองนี้นะครับ เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ไม่ง่ายนัก ด้วยเหตุที่ว่ามนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวที่มีโลภะจริต และโลกใบนี้ถูกขับเคลื่อนด้วย โลภะจริต เพราะฉะนั้นการตกลงอนุสัญญาว่าด้วยสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ชาติมหาอํานาจ บางชาติก็ยังไม่ลงนาม ด้วยเพราะว่าการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม หรืออะไรต่าง ๆ ประเทศนั้น ๆ เน้นในเรื่องของรายได้หรือการบริโภคที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้น ในศตวรรษนี้เป็นเรื่องที่พูดถึงอันตรายที่เกิดกับโลกใบนี้มากที่สุดนับตั้งแต่ตั้งโลกมาก็ว่าได้ ถ้าถามว่าที่พูดนี้มันเกินไปหรือเปล่า ผมอยากจะเรียนอย่างนี้นะครับว่าในโลกนี้มีประเทศ บางประเทศที่เขาไม่ต้องพูดคําว่าเอสอีเอ (SEA) แต่ว่าเขาทําเสมือนหนึ่งว่าเขาทําเอสอีเอ (SEA) ทั้งประเทศ ท่านประธานครับ ผมเคยอภิปรายเรื่องนี้ครั้งหนึ่งเมื่อเราพูดถึงเรื่อง การปลูกป่า แล้วก็ยกตัวอย่างที่นายกรัฐมนตรีของประเทศภูฏานซึ่งเป็นประเทศเล็ก ๆ แต่ว่าเขามีจิตสาธารณะที่ยิ่งใหญ่ เขาบอกว่าประเทศของเขาไม่เพียงเฉพาะเป็นคาร์บอน นิวทรัล (Carbon Neutral) ที่ผลิตคาร์บอน อุตสาหกรรมหรือเกษตรกรรมแล้ว เขาจะปลูกป่า ปลูกอะไรต่าง ๆ ดูดซับให้หมด แต่ว่าเขายังมีจิตสาธารณะที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มนุษยชาติด้วยนะครับ โดยกําหนดว่าประเทศเขาต้องเป็นคาร์บอนเนกาทิฟ (Carbon Negative) หมายความว่าประเทศอื่นที่ไปสร้างมลภาวะอะไรเพิ่มเติม คาร์บอนเพิ่มเติม ประเทศเขาซึ่งเป็นประเทศเล็ก ๆ จะช่วยดูดซับด้วย เขากําหนดในรัฐธรรมนูญว่า ป่าไม่น้อยกว่า ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ แต่ว่านายกรัฐมนตรีประเทศนั้นตั้งเป้าว่าจะต้องได้ ๗๒ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ แล้วแผนที่ ที่เขาเรียกว่าไบโอโลจิคัลคอร์ริดอร์ (Biological Corridor) ผมขออนุญาตแปลว่าแนวเชื่อมทางชีวภาพ ซึ่งสิงสาราสัตว์ทั้งหลายได้เดิน เชื่อมกัน แล้วสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ละครับเป็นตัวสร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์แบบ เขาบอกว่า เขาจะเชื่อมแนวเชื่อมทางชีวภาพให้ครบทั้งประเทศ แล้วก็ฉายภาพแผนที่ว่ายังมีจุดที่แหว่ง ตรงไหนบ้าง ขณะที่ป่าของเขามีมากกว่า ๖๐ กว่าเปอร์เซ็นต์แล้วนะครับ เขาก็ยังทํา มากขึ้นกว่านี้เข้าไปอีก อันนี้ชัดเจนเลยนะครับว่าแม้เขาจะไม่พูดเอสอีเอ (SEA) แต่เขาทําได้ไปไกลมาก แล้วเขา ต้องการเตือนสติว่าการที่ทําแนวเชื่อมทางชีวภาพนั่นหมายความว่าสิ่งมีชีวิตอื่นที่ไม่ใช่คน เป็นคนที่ช่วยเสริมสร้างระบบนิเวศ เสริมสร้างธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม แต่ว่าสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า คนหรือมนุษย์เป็นตัวทําลาย ท่านประธานครับ ในระดับประเทศเราพอเห็นนะครับ
สําหรับประเทศไทยนั้นผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ดี และต้องขอบคุณมากนะครับ ที่หยิบเรื่องนี้มาอีกครั้งหนึ่งทั้ง ๆ ที่หายไปจากรัฐธรรมนูญฉบับที่ไม่ผ่าน สปช. แต่อย่างไรก็ตาม ผมก็ได้เสนอแล้วว่าเราต้องไปดูในเรื่องของร่าง พ.ร.บ. แผนและขั้นตอนการปฏิรูปประเทศ อีกทีหนึ่ง ผมมีคําถามว่า ๗ ประเภทที่กําหนดนั้นถ้ามีการพัฒนาจะต้องทําเอสอีเอ (SEA) ฟังดูแล้วถ้ายุทธศาสตร์ชาติเรากําหนดว่าประเทศไทยต่อไปเป็นแหล่งอาหารของโลก ที่เราชอบพูดกันว่าครัวไทยเป็นครัวโลก แหล่งสมุนไพร แหล่งความหลากหลายทางชีวภาพ แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ หรือแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ แล้วเราเน้นอุตสาหกรรมเรื่องการบริการ เพราะอัธยาศัย จิตใจที่งดงามของคนบนแผ่นดินนี้มีคุณค่ามาก และมีมากจนโดดเด่น เป็นพิเศษ จนเพื่อนประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกอยากมาเที่ยวแผ่นดินนี้มากที่สุดเป็นอันดับ ๑ ของโลกแล้ว อันนี้เป็นประจักษ์พยานโดยที่เราไม่ต้องแอบอ้างตัวเอง ถ้ายุทธศาสตร์ชาติเรา ดําเนินการไปเป็นอย่างนี้เอสอีเอ (SEA) ทั้งประเทศจะกําหนดได้หรือไม่ ผมตั้งโจทย์ เป็นอย่างนั้น เพราะว่าตอนนี้เราพูดกันบ่อยเรื่องยุทธศาสตร์ ๒๐ ปี ประเทศไทย ๔.๐ ผมไม่สู้แน่ใจเลยครับว่าประเทศไทย ๔.๐ เอสอีเอ (SEA) จะทําหน้าที่ของมันได้อย่างมี ประสิทธิภาพหรือไม่ ทีนี้ถ้าสมมุติว่าเรายังไปไม่ถึงขนาดนั้น ถ้าระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีนี้ ออกมา หรือ พ.ร.บ. แผนและขั้นตอนการปฏิรูปประเทศออกมาแล้วมีการกําหนดตรงนี้ด้วย กลุ่มพื้นที่อันดามันซึ่งเป็นกลุ่มพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวระดับโลก แหล่งบริการระดับโลก แหล่งระบบนิเวศ ระบบธรรมชาติที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลกจะได้รับการทําเอสอีเอ (SEA) ล่วงหน้าหรือเปล่า ทันทีเลยที่ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีนี้ออก เพราะเหตุที่ผมตั้งคําถาม อันนี้ก็ด้วยเหตุที่ว่าถ้ามีเอสอีเอ (SEA) ในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน นั่นก็หมายความว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ก็คือจะมีการไปตั้งโรงไฟฟ้าถ่านหินที่นั่นที่นี่ ซึ่งเป็นจังหวัดหนึ่ง อยู่ในกลุ่มของอันดามัน ถ้ามีแผนสิ่งที่เรียกว่าเอสอีเอ (SEA) สิ่งเหล่านี้ยังคงตั้งได้หรือไม่ แต่ถ้าเคลื่อนไปที่อื่น เมื่อที่นี่ตั้งไม่ได้เคลื่อนไปที่อําเภอเทพา จังหวัดสงขลา ตามที่ฟังมา ว่าอย่างนั้น และถ้าพื้นที่อําเภอเทพา จังหวัดสงขลา มีเอสอีเอ (SEA) บอกว่าเป็นไป ทํานองเดียวกัน เพราะว่าจังหวัดสงขลาก็เป็นจังหวัดที่ผู้คนไปท่องเที่ยวอย่างมากมาย อย่างนี้เป็นต้น เอสอีเอ (SEA) จะมีหน้าที่ในการดํารงรักษาทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ ความหลากหลายทางชีวภาพได้มีประสิทธิภาพแค่ไหน เพียงไร อันนี้คือสิ่งที่อยากจะให้กรรมาธิการทําความกระจ่างชัด ถ้ามีภาพเช่นนี้ออกมา ระเบียบ สํานักนายกรัฐมนตรีออกมา มีกระบวนการทําในพื้นที่ต่าง ๆ รวมทั้งพื้นที่แม่น้ํา ซึ่งต้องขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีที่บอกให้ไปทบทวนลุ่มน้ําโขงที่จะมีการระเบิดเกาะแก่ง อะไรต่าง ๆ เราจะทําล่วงหน้าไปก่อนหรือไม่ ทีนี้เมื่อโครงการต่าง ๆ มาลงแล้วไม่สอดคล้อง กับสิ่งที่แผนของเอสอีเอ (SEA) ได้ทําอันนั้นจะเกิดอะไรขึ้น อยากสร้างความกระจ่างชัด ตรงนี้ครับ เพราะฟังสุ้มเสียงดูแล้วว่าเอาไปประกอบการพิจารณาเฉย ๆ ผมคิดว่าเอสอีเอ (SEA) มีมนต์ขลังมากกว่านั้นนะครับ เพราะว่าโลกใบนี้กําลังอยู่ในอันตรายในเรื่องของการทําลาย ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระบบความหลากหลายทางชีวภาพ ก็อยากจะขอเสนอ อีกครั้งหนึ่งว่าอยากให้ผลักดันให้มีการบัญญัติสิ่งเหล่านี้ในร่าง พ.ร.บ. แผนและขั้นตอน การปฏิรูปประเทศ ขอบพระคุณครับท่านประธาน