ธวัชชัย เสนอแนวทางแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม-น้ำท่วม-ขุดคลองไทย

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๒ · ๑๖ มกราคม ๒๕๖๐

ธวัชชัย สมุทรสาคร หารือปัญหาหลายมิติทั้งความยากลำบากของธุรกิจขนาดเล็กในการขออนุญาตดำเนินการตามกฎหมาย ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากจากสภาพภูมิอากาศและกิจกรรมมนุษย์ รวมถึงข้อเสนอการขุดคลองไทยเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมและส่งเสริมเศรษฐกิจ พร้อมเสนอแนวทางป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯ จากการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำทะเลและพื้นดินที่ยุบตัว โดยเน้นการปรับปรุงกระบวนการราชการให้มีประสิทธิภาพ ส่งเสริมการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน และผลักดันโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่เพื่อรองรับความเสี่ยงในอนาคต

พลเอก ธวัชชัย สมุทรสาคร

เรียนท่านประธาน และผู้ร่วมประชุม ที่เคารพครับ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมที่นําเรื่องนี้มาอภิปรายในวันนี้ ส่วนใหญ่แล้วผมก็เห็นด้วย ระดับหนึ่งครับ แต่ว่าผมอยากจะเรียนข้อเท็จจริงที่ผมเคยอยู่ในพื้นที่มาก็จะมีทั้งภาคธุรกิจ ภาคราชการ ก็จะมีปัญหาบ่นมาเรื่องผู้รับผิดชอบ เรื่องจะออกอีไอเอ (EIA) อีเอชไอเอ (EHIA) อะไรต่าง ๆ ในส่วนนี้ คือเนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่แล้วอาจจะไม่เข้าใจในรายละเอียด พวกนี้ คือภาพรวมดีครับ แต่ว่าส่วนใหญ่แล้วบางครั้งในการขออนุญาตให้ถูกต้อง ตามกฎหมายเป็นไปได้ยากแล้วก็เสียค่าใช้จ่ายมาก อันนี้ยกตัวอย่างที่ผมเคยสัมผัส ทางชะอํา มีบ้านพัก รีสอร์ต (Resort) อะไรต่าง ๆ ๒๐๐-๓๐๐ แห่ง แต่มีถูกต้องที่ออกใบเสร็จ เป็นทางการได้จริงแค่ ๒ แห่ง ผมก็ถามว่าเป็นไปได้อย่างไร เพราะว่าทุกแห่ง เมื่อใครจะเอาใบเสร็จให้ถูกต้องก็ต้องไปเสียเปอร์เซ็นต์ของ ๒ โรงแรมนี้ในส่วนนี้ อันนี้เป็น เรื่องที่ผมรับทราบมาครับ ข้อเท็จจริงอย่างไรก็ต้องไปเช็ก (Check) อีกทีหนึ่งที่เขาเล่ามา ให้ฟัง เพราะว่าเขาบอกว่ากว่าจะตั้งคณะกรรมการได้ต้องเสียเงินหลายล้านบาท เพราะว่า บางทีรีสอร์ต (Resort) เล็ก ๆ เขาก็ไม่สามารถทําได้ เขาก็เลยต้องหลบหนีเรื่องผิดกฎหมาย ไปในส่วนนี้ เพราะฉะนั้นถ้าทําให้ง่าย กะทัดรัด ชัดเจน คือให้มีข้อเท็จจริงว่ามีอะไรบ้าง ที่เขาต้องเตรียมการ ถ้าผ่านจุดนี้ทางจังหวัดสามารถดําเนินการได้เลย เพราะว่าเป็น การกระจายอํานาจ แล้วก็เป็นการถูกต้องในส่วนนี้ อันนี้เป็นการยกตัวอย่างในส่วนนั้นครับ

แล้วภาพรวมที่มีปัญหาย้อนไปถึงเรื่องน้ําท่วม น้ําแล้งอะไรต่าง ๆ มันก็เป็น ความโลภของประชาชนคนไทยเอง และเป็นการทุจริตของข้าราชการที่เลว ๆ ก็มีอยู่ ๒ อัน แค่นั้นเองครับ ถ้าลบ ๒ อันนี้ได้ประเทศไทยเจริญอยู่แล้วนะครับ ไม่ต้องมานั่งพูด หรืออภิปรายเรื่องนี้ เพราะข้าราชการตั้งแต่อายุ ๕๐ ปีขึ้นไปจนถึงปลดเกษียณไปแล้ว ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทําให้ป่าหมด หรือภัยแล้ง หรืออะไรต่าง ๆ ก็แล้วแต่ เพราะฉะนั้นตอนนี้ เราจะมาแก้ปัญหาโดยใช้กฎหมายเป็นหลักเลยนี่ผมว่าก็เป็นสิ่งที่จะทําให้เสียหาย เพราะฉะนั้นการที่จะแก้ปัญหาให้ยั่งยืนเราก็ต้องมองว่าอันไหนที่มันเสียไปแล้ว ถึงแม้ว่า ไปรื้อเขามา ไปทําลายเขาออกมันก็มีผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจอย่างอื่น เพราะทุกรีสอร์ต (Resort) ทุกสถานอะไรต่าง ๆ ที่ไปรุกล้ําเขตอะไรก็แล้วแต่ ไม่ว่าจะป่าสงวนหรืออุทยาน ก็ไม่มีความชัดเจนแน่นอน เพราะว่าบางทีเขาก็ไปซื้อโฉนดที่เปลี่ยนมือเป็นคนที่ ๕ คนที่ ๖ แล้วก็บอกว่าเป็นโฉนดปลอม ทั้ง ๆ ที่เจ้าหน้าที่รัฐย้ายกันมาหลายเที่ยวแล้วในส่วนนี้ แล้วเขาก็ลงทุนไป ส่วนใหญ่ก็ไปกู้ธนาคารมาทั้งสิ้น เมื่อไปยึดเขามาทําลายเขาไป อันนั้น เขาต้องเป็นเอ็นพีแอล (NPL) ก็ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจ เขาก็ไม่มีเงินไปใช้หนี้ธนาคาร ทั้งต้น ทั้งดอกเบี้ย ภาพรวมเศรษฐกิจมันจะย้อนกลับมาให้ประเทศเราเสียหายต่อไปนะครับ เพราะฉะนั้นผมก็เคยเรียนชี้แจงผู้รับผิดชอบไปส่วนหนึ่งว่าเมื่อมันเสียหายแล้ว ยกตัวอย่าง เหมือนรีสอร์ต (Resort) ไปบุกรุกมา ๕๐ ไร่ ๕ ปี เอา ๕๐ คูณ ๕ ได้ ๒๕๐ ไร่ ป่าไม้ หรืออุทยานที่รับผิดชอบตรงนั้นก็ไปหาพื้นที่ที่มันไม่ห่างมากนัก ๑๐ กิโลเมตร ๒๐ กิโลเมตร แล้วก็เอากล้าไม้ไปไว้ที่รีสอร์ต (Resort) เขา ให้เขาไปปลูกทดแทนในส่วนนี้ เรายึดมา แต่ว่าให้เขาเข้ามาบริหารต่อเพื่อจะไม่ให้ระบบเศรษฐกิจมันเสีย แล้วผมยืนยันว่าทุกรีสอร์ต (Resort) หรือทุกอะไรต่าง ๆ จะไม่มีการให้ใครไปตัดไม้ทําลายป่าเพิ่มเติมอย่างแน่นอน เมื่อมันเสียไปแล้วเราไปรื้อรีสอร์ต (Resort) เขา อีก ๑๐๐ ปีป่าไม้ก็ปลูกไม้ไม่ขึ้นแน่นอน เพราะว่าผมร่วมปลูกป่ากับป่าไม้มาตั้งแต่ร้อยตรียันปลดเกษียณยังไม่เห็นมีจุดไหนที่ เป็นชิ้นเป็นอันเลยในส่วนนี้ เพราะว่าความไม่ซื่อตรงของเจ้าหน้าที่รัฐของเราที่รับผิดชอบ เสียหายในเรื่องนี้มาก ผมยืนยันนะครับ เราไปช่วยโดยตลอดโดยไม่ต้องไปมีเบี้ยเลี้ยง มีค่าน้ํามันให้เลย แต่ว่าก็ปลูกไม่ครบตามจํานวน แล้วก็จําหน่ายไฟป่าตลอด จําหน่าย ๕ ครั้ง ก็ไม่ต้องปลูกเลยก็ได้นะครับ แล้วก็ไม่ได้มีความผิดอะไร อันนี้ผมเรียนคร่าว ๆ นะครับ เพราะฉะนั้นถ้าเราทําแบบนั้นเราจะได้ป่าแบบฟรี ๆ เพราะว่าอันนี้ก็เป็นของรัฐ รีสอร์ต (Resort) ก็เป็นของกรมป่าไม้ เป็นของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แต่ว่า ให้เขาบริหารเพื่อจะให้เขาลืมตาอ้าปากให้ใช้หนี้ธนาคารหรือที่เขาไปกู้สถาบันการเงินที่กู้ได้ แล้วเราก็ได้ป่าอีก ๒๕๐ ไร่แต่ละจุด ๆ ปัจจุบันมีระบบจีพีเอส (GPS) ก็ง่าย อย่างผม ยกตัวอย่างว่ารับประทานอาหารเช้าเสร็จทางรีสอร์ต (Resort) ก็จะเชิญขึ้นรถไป ปลูกป่าร่วมกัน มีกล้าไม้ พออีกปีหนึ่งเขาก็ถ่ายรูปไปนี่ต้นไม้ของท่านปลูกตอนนี้ขึ้นใหญ่ แค่นี้แล้วท่านจะมาดูอีกไหม ทุกคนก็จะไปทุกปี ๆ ก็จะปลูกป่าเพิ่มมากขึ้น อันนี้มันจะยั่งยืน แน่นอน เพราะว่ามีบริษัท หรือมีอุทยาน มีรีสอร์ต (Resort) นั้นเป็นคนดูแล ต้องขึ้น ถ้าไม่ขึ้นเขาอาจจะไม่ให้ทํารีสอร์ต (Resort) ต่อ เปลี่ยนมืออะไรต่าง ๆ ไป เราอย่าไปรื้อ แล้วทุบ คือผมก็เคยถามรัฐมนตรีที่เคยเป็นเพื่อนผมว่าทําไมเราต้องไปรื้อทั้งหมด เพราะว่า เขาสร้างมาแล้วเงินเป็นร้อยล้าน เป็นพันล้าน แล้วเศรษฐกิจมันเสีย แล้วการท่องเที่ยว ก็ดีด้วยในส่วนนี้ เพราะว่าเราปล่อยให้สร้างไปแล้วเจ้าหน้าที่รัฐเราก็ผิดด้วย เพราะฉะนั้น ต้องไปเอาเจ้าหน้าที่รัฐที่ปลดเกษียณแล้วที่อนุมัติให้เขาสร้างตอนนั้น เพราะว่าทุกอย่าง มันไม่ใช่ว่าทํา ๓ วัน ๗ วันเสร็จ บางแห่งเขาทําเป็น ๕ ปี ๑๐ ปี แล้วอยู่ดี ๆ บอกว่าเขาผิด ให้ไปรื้อ ผมว่ามันก็ไปได้เศษอิฐ เศษหิน เพราะว่าหลักการของกฎหมายว่าถ้าศาลฎีกา ตัดสินแล้วต้องรื้อให้อยู่ในสภาพเดิม ผมก็ถามว่าทุกคนไม่ได้รื้อให้อยู่ในสภาพเดิม สิ่งที่สวยงามหายไป แต่ว่ากองหิน กองทรายยังระเกะระกะอยู่ แล้วต้นไม้ก็ไม่ได้ขึ้นแน่นอน ในส่วนนี้เพราะว่ามันแห้งแล้ง แล้วการปลูกต้นไม้ยากลําบากมากถ้าไม่ใช่ให้คนรับผิดชอบ เป็นจุด ๆ ไปนะครับ ในส่วนนี้ก็อยากจะเสนอส่วนหนึ่ง

สําหรับปัญหาเรื่องน้ําท่วมทางภาคใต้หรือน้ําท่วมกรุงเทพฯ เกิดขึ้นแน่นอน ในอนาคต เพราะว่าอันนี้ไม่ใช่แต่ประเทศไทยอย่างเดียวที่ทําความเสียหาย มันทั้งโลกนะครับ เพราะความโลภของคน ความไม่ดีของข้าราชการทั้งโลก เพราะฉะนั้นเราจะมีทางป้องกัน อย่างไรในส่วนนี้ เพราะว่าถ้าทางภาคใต้ที่ใกล้ตัวปัจจุบันก็ถือว่าทุกอย่าง ไม่ว่าจะ แนวเขาบรรทัดถนนหนทางก็จะวิ่งจากเหนือลงใต้ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นเราจะทําสะพานข้าม ในบางจุดก็คงไม่เพียงพอ ถ้าเกิดฝนตก ๑๐ วัน ๑๐ คืนอย่างที่ผ่านมาก็จะไม่สามารถลงทะเล ได้ทั้ง ๒ ฝั่งก็ท่วม แล้วเราก็ไปตัดไม้ทําลายป่า อย่างที่ท่านดํารงค์ พิเดช ว่าก็เป็นส่วนหนึ่ง แล้วก็ทําให้น้ําไหลลงมาเร็ว เอาขี้ดิน โคลนลงมา ซุงลงมาทําให้บ้านเรือนพัง แล้วประชาชนตาย แต่ภาพรวมจริง ๆ ประเทศไทยก็ยังน้อยกว่าประเทศอื่นที่เราเฝ้าติดตาม ทางสื่อเยอะนะครับในส่วนนี้

ผมไม่อยากจะนั่น แต่ก็ตามที่ท่านคุรุจิตได้กรุณาพูดถึงเรื่องคลองไทยนะครับ ผมเรียนตรง ๆ ว่าเราไม่ต้องลงทุนอะไรเลยถ้าเรื่องนี้ ถ้าเราขุดคลองไทยก็จะไปผ่านแนว ที่น้ําท่วมปัจจุบันมหาศาล เพราะว่าเรื่องนี้ผมได้ทําและได้ตามจนถึงปัจจุบัน เรามีประชาชนที่เห็นด้วยประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าคน มีทั้งรายชื่อ มีทั้งหมายเลข บัตรประจําตัวประชาชน ๑๓ หลัก ว่าอยากจะให้รัฐบาลได้เพ่งเล็งในจุดนี้เพื่อจะแก้ปัญหา น้ําท่วมทางภาคใต้ส่วนหนึ่ง และจะทําให้ประเทศไทยเราไม่ต้องไปโรดโชว์ (Roadshow) ที่ไหนเลยครับ ถ้าคิดว่าเราจะทําเรื่องนี้ทุกประเทศในโลกจะมาดําเนินการและมาลงทุน ในประเทศเรา เพราะว่าถ้าขุดคลองไทยอันนี้ผ่าน ๕ จังหวัด จังหวัดสงขลา จังหวัด นครศรีธรรมราช จังหวัดพัทลุง จังหวัดกระบี่ และจังหวัดสตูล เราจะเห็นว่าคลองที่จะมีคน มาใช้ประโยชน์ใกล้เคียงประมาณ ๔,๐๐๐ กว่าล้านคน ประเทศอินเดีย ประเทศจีน อาเซียน ประเทศญี่ปุ่น ประเทศเกาหลี ๔,๐๐๐ กว่าล้านคนแล้วครับ เพราะฉะนั้นเราสามารถลด โลกร้อนได้มหาศาล เพราะว่าเรือ ๓๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ ตันจะผ่านคลองนี้ประมาณ ปีละ ๑๓๐,๐๐๐ กว่าลํา ๑๓๐,๐๐๐ กว่าลําไม่ต้องไปอ้อมผ่านช่องแคบมะละกา ๑๓๐,๐๐๐ กว่าลําใช้เวลา ๓ วัน น้ํามันที่ต้องใช้ไปจะทําให้ก๊าซเรือนกระจกขึ้นไป ไม่รู้กี่ล้านล้านตันต่อเดือนที่เราประหยัด เราช่วยลดโลกร้อนได้ จะทําให้ไม่เกิดในส่วนนี้ แล้วอาทิตย์หน้าผมจะเอาเอกสารเรื่องคลองไทยที่เราพยายามสรุปแล้วทําให้ดีที่สุด มาแจกจ่ายให้ท่านทั้ง ๒๐๐ คนตอนที่มาเซ็นชื่อกันนะครับ

สําหรับอีกเรื่องหนึ่ง คือเรื่องภาคใต้แล้วเราก็มาดูถึงกรุงเทพฯ ในอนาคต กรุงเทพฯ ต้องจมน้ําแน่นอน อันนี้เป็นการวิเคราะห์ทางภาพรวมของสวิตช์โกลบอล (Switch Global) ที่เขาเคยเอาเอกสารมาให้ผมว่าอีกไม่ถึง ๒๐ ปีครับ ตอนนี้เหลืออีกประมาณ ๑๕ ปี กรุงเทพฯ น้ําจะท่วมเลยไปจังหวัดพระนครศรีอยุธยาตลอดเวลา ไม่ต้องฝนตก ไม่ต้องอะไร ทั้งสิ้น เพราะว่าขั้วโลกเหนือ ขั้วโลกใต้น้ําแข็งจะละลาย แล้วบ้านเราก็ขุดเจาะบาดาลทุกวัน ดูดน้ํามาทุกวัน เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่เตรียมการในเรื่องนี้เราก็ย้ายกรุงเทพฯ จะไปอยู่โคราช จะไปอยู่ที่ไหนนี่มันได้ แต่ว่ามันคงจะเป็นไปได้ยาก เพราะว่าเมืองหลวงต้องอยู่ใกล้ทะเล ใกล้แม่น้ํา เพราะการขนส่งทางทะเลมันสูงที่สุด เพราะถ้าเราย้ายหนีน้ําตามภูมิประเทศที่สูง ก็คงจะไม่มีใครมาติดต่อประเทศไทยนะครับ เรื่องนี้ผมเคยเสนอทําคันกั้น ที่ฝรั่งเสนอมา ให้ผมเองทําแบบฮอลแลนด์นะครับ จากแหลมฉบังมาแหลมผักเบี้ยยาว ๙๐ กิโลเมตร จากเมืองชลบุรีไปจังหวัดเพชรบุรีเลยนะครับ กั้นอ่าวไทยเลย กว้าง ๕ กิโลเมตร เขาจะดําเนินการบริหารจัดการให้แล้วเสร็จ ถ้าเราทํา ๒ เรื่องใหญ่ ๆ นี้ประเทศเรา จะปลอดภัยแล้วก็เจริญสูงสุด ผมว่าในเอเชียด้วยในส่วนนี้ และสําคัญว่าเราไม่ต้องลงทุน แต่เราต้องตั้งทีมงานมาศึกษาให้เราได้เสียเปรียบน้อยที่สุด เพราะการทําอะไรก็ต้องยอมรับว่า คนที่มาทําอาจจะมีกําไรบ้าง แต่เราก็ต้องทําให้เราเสียน้อยที่สุด เพราะเราคงไม่มีปัญญา จะไปลงทุนเอง เพราะว่าแต่ละโครงการประมาณ ๕๐,๐๐๐ ล้านล้านเหรียญที่เขามาลงทุน ในส่วนนี้ แต่เป็นเรื่องดี ถ้าเราไม่เตรียมการ พวกนี้ใช้เวลาเป็นสิบปีนะครับ ถ้าไม่ทํา เราก็ทําไม่ทัน แล้วเราจะไม่มีทางแก้ไขอย่างอื่น ก็ต้องขอบคุณท่านนะครับ ก็คงจะหมดเวลา พอดี แต่จริง ๆ ผมมีเรื่องที่จะเรียนอีกเยอะนะครับ แต่ว่าในขั้นต้นก็ขออภิปรายในส่วนนี้แค่นี้ แล้วผมก็หวังอย่างยิ่งว่าถ้าทางรัฐบาลได้เห็นและมีการเตรียมการ เพราะว่ารัฐบาล คสช. ก็คงจะทําเรื่องใหญ่ ๆ ที่รัฐบาลเลือกตั้งอาจจะทําลําบากเพราะว่าเสียงมันไม่บาลานซ์ (Balance) กัน เพราะฝ่ายค้านประเทศไทยไม่เคยยกมือพร้อมกันกับรัฐบาล ไม่เหมือน ประเทศอื่นเขา เพราะว่าอันไหนประโยชน์ของชาติเขาไม่มีฝ่ายค้านครับ แต่ประเทศไทยนี่ ค้านอย่างเดียวให้ได้เป็นรัฐบาล ก็คงจะมีเรื่องแค่นี้ ขอขอบคุณครับ