ชูชัย เสนอพัฒนาช่อง 11 ยกระดับสื่อสาธารณะสนับสนุนปฏิรูปประเทศ

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๒๙ · ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๐

ชูชัย ศุภวงศ์ หารือประเด็นการปฏิรูประบบราชการและการเสริมสร้างบทบาทของช่อง 11 ให้มีเอกลักษณ์และน่าเชื่อถือ พร้อมเสนอการใช้ทรัพยากรและบุคลากรอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อยกระดับคุณภาพสื่อและสนับสนุนการเรียนรู้ของประชาชน การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และการปฏิรูปประเทศอย่างยั่งยืนผ่านการจัดสรรงบประมาณและการพัฒนาภารกิจที่ชัดเจนร่วมกับโครงข่ายดิจิทัลและสื่อสาธารณะ

นายชูชัย ศุภวงศ์

กราบเรียนท่านประธาน ท่านกรรมาธิการ และเพื่อน สมาชิกครับ ผม นายแพทย์ชูชัย ศุภวงศ์ สมาชิกหมายเลข ๔๐ ครับ ประเด็นที่นําเสนอ ในวันนี้ผมคิดว่ามีความสําคัญ แล้วก็มีความเชื่อมโยงกับเรื่องการปฏิรูปและยุทธศาสตร์ชาติ แต่เข้าใจว่ายังไม่ได้มีการหยิบตรงนี้ขึ้นมาขยายนะครับ ผมอยากจะเรียนว่าระบบราชการ เป็นเครื่องมือที่สําคัญที่จะทําหน้าที่การปฏิรูปประเทศ แต่ว่าเครื่องมือชิ้นนี้มันวิกฤต และมี ความจําเป็นอย่างยิ่ง ต้องการการปฏิรูป วันนี้กรรมาธิการท่านได้หยิบสื่อในระบบราชการ ซึ่งเป็นเครื่องมือที่สําคัญอันหนึ่งมาปฏิรูป ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องขอบคุณนะครับ แล้วการ เสนอในรูปของเอสดียู (SDU) ผมเข้าใจเอาเองว่าน่าจะเป็นข้อเสนอที่เป็นไปได้ และเป็น ข้อเสนอที่น่าจะยอมรับได้ ถ้าครั้นจะเสนอในเรื่องลักษณะที่เราอยากให้ไปไกลมากกว่านั้น เช่น เป็นองค์การมหาชนหรืออะไรก็ตามแต่นะครับ แต่ว่าผมเข้าใจว่าเท่าที่ฟังดูสุ้มเสียงแล้ว อาจจะไปลําบาก ท่านประธานครับ ปัญหาที่เราพูดกันมาตลอดใน ๓ ทศวรรษ ตั้งแต่เกิด ช่อง ๑๑ ประเด็นหนึ่งก็คือเรื่องของการเมืองแทรกแซง แต่ไม่ได้พูดเรื่องราชการแทรกแซง จริง ๆ ราชการก็เป็นพรรคราชการพรรคหนึ่งเหมือนกัน ประเด็นที่ ๒ ก็คือเรื่องปัญหา งบประมาณ ซึ่งเราไปหารายได้ไม่ได้ เพราะว่าจะต้องทําหน้าที่พันธกิจตามที่ได้มอบหมายมา ผมคิดว่าท่าน สปท. กษิตพูดถูกนะครับว่าอันนี้ก็เป็นสื่อของรัฐนะครับ ถ้ารัฐบาลก็เป็นสื่อที่ รัฐบาลต้องใช้เป็นเครื่องมือในการที่จะทําหน้าที่เสนอนโยบายอะไรต่าง ๆ และที่สําคัญที่ผมจะ เพิ่มเติมกันในภายหลังว่าจะต้องเป็นสื่อเพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศและยุทธศาสตร์ชาติ เดี๋ยวผมจะไปเสนอในช่วงหลังอีกทีนะครับ องค์กร ๆ ใดก็ตาม ผมคิดว่าถ้าจะประสบความสําเร็จ แล้วจะต้องทําให้สาธารณชนเข้าใจ ๒ อย่าง ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษ อันที่ ๑ คือเรื่อง ไอเดนทิตี (Identity) คือพอพูดออกมาปั๊บ เขานึกภาพออกทันทีนะครับ ถ้าช่อง ๑๑ สามารถ พัฒนาไปถึงจุดหนึ่งที่เรื่องข่าวที่แม่นยํา ชัดเจน และทันการณ์แล้ว อันนี้ก็คือไอเดนทิตี (Identity) เวลาจะติดตามเรื่องการปฏิรูปประเทศก็ต้องติดตามที่ช่องนี้ อันนี้ก็เป็นไอเดนทิตี (Identity) เพื่อนชาวญี่ปุ่น ผมเคยถามนะครับว่า เวลาข่าวที่สับสนในสังคม เขาต้องการเช็ก (Check) ข่าวข้อมูลต่าง ๆ เพื่อความถูกต้องแม่นยําเขาทําอย่างไร เขาตอบอย่างไม่ลังเลว่า เขาก็ตรวจจากเอ็นเอสเค (NSK) อันนี้ไอเดนทิตี (Identity) ของช่อง ๑๑ เราจะผลักดันไป อย่างไร ผมคิดว่าก็คงต้องเสนอนะครับ และระดมความคิดเห็นจากท่านทั้งหลาย

ประเด็นที่ ๒ คือเครดิทะบิลิตี (Creditability) คือความน่าเชื่อถือ ถ้าช่อง ๑๑ ยังดําเนินทิศทางในข้อจํากัดที่อยู่ภายใต้โครงสร้างระบบราชการ เครดิทะบิลิตี (Creditability) ก็ลําบากนะครับ ลําบากในแง่ที่ว่าหลายท่านก็บอกว่าไม่มีใครดู เพราะความเชื่อถือประการหนึ่ง นะครับ รวมทั้งคุณภาพ เนื้อหา รูปแบบการนําเสนออาจจะน่าเบื่อ อะไรเป็นต้น เพราะฉะนั้น คําว่า เครดิทะบิลิตี (Creditability) มันก็คงเกิดจากการดําเนินการที่มีทิศทาง มีเป้าหมาย มีไอเดนทิตี (Identity) ที่ชัดเจน แล้วเครดิทะบิลิตี (Creditability) คือสร้างจนสังคมยอมรับ และให้ความเชื่อถือนะครับ นั่นเป็นประเด็นที่ผมอยากจะขยายตรงนี้ก่อน

ประเด็นถัดมา คืออยากจะให้มองในจุดแข็งของช่อง ๑๑ นะครับ ผมค่อนข้าง มั่นใจนะครับว่าเป็นสถานีวิทยุโทรทัศน์ที่มีทรัพยากร อุปกรณ์ที่ทันสมัยและอาจจะมากกว่า ช่องอื่นด้วยซ้ําไป อันนี้ผมไม่มีตัวเลขนะครับ แต่ว่าการที่พัฒนาการมาร่วม ๓ ทศวรรษ แล้วก็มีสถานีในภูมิภาค ๘ ภูมิภาค มีข้าราชการทํางานอยู่ไม่น้อยกว่า ๕๐๐ คน ถ้าผมจํา ไม่ผิดนะครับ และมีงบประมาณไม่น้อย อันนี้เป็นจุดแข็งมากที่ยากที่จะหาสถานีโทรทัศน์ อื่นใดเข้ามาเทียบเคียงนะครับ จุดอ่อนเราก็อยู่ในโครงสร้างราชการที่ติดไปด้วยระเบียบ อะไรต่าง ๆ แล้วก็กรรมาธิการก็มีความพยายามเสนอให้หลุดพ้นจากพันธกรณีของราชการ ที่ระเบียบอีรุงตุงนังที่ไม่สามารถที่จะทําความคล่องตัวอะไรได้

มีอันหนึ่งที่ผมคิดว่าความกังวลในเรื่องการเมืองแทรกแซง ข้อเสนอนี้ก็ยัง ไม่เห็นทางออกว่าการเมืองจะไม่แทรกแซงอย่างไร อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ก็ต้องเป็นคน ดูแลเอสดียู (SDU) ประเด็นสําคัญก็คือที่มาของอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ที่จะเป็นคนที่มี ความซื่อตรง มีคุณภาพ แล้วก็เป็นสื่ออาชีพ ตรงนั้นกระบวนการที่จะได้มาซึ่งอธิบดีตรงนี้ ยังไม่ค่อยชัดนะครับ ถ้าจะตอบให้ชัดผมคิดว่าก็แก้ปัญหาได้ระดับหนึ่ง ส่วนเรื่องข้อจํากัด เรื่องงบประมาณ ท่าน สปท. วรวิทย์เสนอดีครับ ผมคิดว่าการที่ตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์จาก หน่วยราชการต่าง ๆ ๗,๐๐๐ ล้านบาทก็ได้ ๗๐๐ ล้านบาท ๗๐๐ ล้านบาทนี้ผมคิดว่าเสริม กับที่ได้อยู่ประมาณ ๓๐๐ ล้านบาท ถ้าตรงนี้ประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านบาทจะทําให้สื่อ มีคุณภาพได้เลยนะครับ แล้วก็เป็นไปตามที่เราต้องการ

ประเด็นสุดท้ายที่ผมคิดว่าผมจะเสนอนะครับว่า ภายใต้กรอบเท่าที่มีอยู่ อยากเห็นช่อง ๑๑ เป็นอย่างไร เราจะบอกว่าเป็นสื่อสาธารณะประเภท ๓ หรือว่ามีระเบียบ เอสดียู (SDU) รองรับ ผมเข้าใจว่าภารกิจหรือพันธกิจอันนี้น่าจะรองรับกันได้นะครับ

ประเด็นแรก คือเรื่องการส่งเสริมการเรียนรู้ ผมอยากให้ขยายกินพรมแดน ไปถึงซิวิกเอดูเคชัน (Civic Education) นะครับ การเรียนรู้เพื่อความเป็นพลเมือง อันนี้ เป็นหัวใจสําคัญ เป็นรากฐานของประชาธิปไตยนะครับ ซึ่งก็เป็นภารกิจของการถือกําเนิด ช่อง ๑๑ เหมือนกัน เรื่องประชาธิปไตย พัฒนาประชาธิปไตย ซิวิกเอดูเคชัน (Civic Education) คือการเรียนรู้เพื่อความเป็นพลเมือง มันครอบคลุมไปหมดแล้วครับอันนี้

ประเด็นที่ ๒ สิ่งที่หนีไม่พ้นคือบริการของข้อมูลข่าวสารของรัฐ อาจจะกิน พรมแดนไปถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานของรัฐอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งเราหนีไม่พ้นนะครับ วันหนึ่งเรื่ององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็จะต้องพัฒนาขึ้นมา

ประเด็นที่ ๓ การส่งเสริมการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศและยุทธศาสตร์ชาติ ให้เป็นภารกิจสําคัญเลยครับ จากนี้ไปอีก ๑๐ ปี หรือ ๒๐ ปีข้างหน้า

ประเด็นที่ ๔ เนื่องจากมีสถานีภูมิภาคถึง ๘ แห่ง และรัฐบาลบอกว่าภายใน ๒ – ๓ ปีนี้จะมีไวไฟ (WiFi) ติดตั้งทุกหมู่บ้าน ตรงนี้ครับผมคิดว่าเป็นจุดสําคัญทีเดียวที่เรา สามารถที่จะสร้างสื่อกระแสหลักเชื่อมโยงกับโซเชียลมีเดีย (Social Media) โซเชียลมีเดีย (Social Media) ที่เป็นเว็บไซต์ (Web Site) ของช่อง ๑๑ เองนะครับ รวมทั้งสื่อกระแสหลัก ซึ่งมีความสัมพันธ์กัน แต่ว่าเราก็เปิดพื้นที่ที่จะสร้างสิ่งที่ มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ทําอยู่ เขาเดินทางไปทั่วโลก แล้วเขา ประกาศเมื่อประมาณเดือนที่แล้วบอกว่า ขณะนี้ได้เกิดเฟซบุ๊กคอมมูนิตี (Facebook Community) คือชุมชนเฟซบุ๊ก (Facebook) ประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านคน เราก็สามารถที่จะ ใช้สื่อทั้งไวไฟ (WiFi) ทั้งช่อง ๑๑ ที่จะพัฒนาต่อไป แล้วก็มีจุดแข็งตรงโครงสร้างภูมิภาค ก็ทําเอ็นบีทีคอมมูนิตี (NBT Community) เอ็นบีทีคอมมูนิตี (NBT Community) อันนี้ก็ อาจจะได้หลากหลายเลยนะครับ จะเป็นเรื่องของการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ซึ่งบ้านเมืองของเราร่ํารวยด้วยระบบนิเวศที่สมบูรณ์แบบ แล้วก็เรื่องความหลายหลายทาง วัฒนธรรมเอามาเสนอกันได้เยอะแยะเลย ท่านประธานครับ เทคโนโลยีสมัยใหม่ฝึกหัดไม่มาก หรอกครับ เราก็สามารถเป็นสื่อระดับน้อง ๆ มืออาชีพได้ แล้วมาตัดต่อได้ ผมเชื่อว่าชาวบ้าน ทําได้แล้วนําเสนอกันผมคิดว่าจะมีความตื่นตัวทั่วประเทศ แล้วถ้ายุทธศาสตร์ชาติกําหนดว่า ๒๐ ปีข้างหน้าบ้านของเราจะเป็นแหล่งที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ท่องเที่ยวเชิงนิเวศผมจะ จบแล้วครับ เป็นแหล่งประชุมนานาชาติ เป็นแหล่งเจรจาสันติภาพ เป็นที่ผู้คนแสวงหาอาหาร สุขภาพ สิ่งเหล่านี้ไม่มีประเทศไหนในโลกนี้มีเท่าเรานะครับ การใช้สื่อจุดแข็งของเอ็นบีที (NBT) เชื่อมกับไวไฟ (WiFi) ในนโยบายที่ทางรัฐบาลที่เดินไปจะสร้างเอ็นบีทีคอมมูนิตี (NBT Community) แล้วอันนั้นผมคิดว่าจะเป็นส่วนสําคัญในการที่จะขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ และยุทธศาสตร์ชาติต่อไปในอนาคต ขอบคุณครับ