อภิชาต จงสกุล หารือเรื่องการปฏิรูปเอ็นบีที และชี้ว่าการปฏิรูปนั้นยากและต้องมีคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกัน พร้อมเสนอแนวทางปฏิรูปการถ่ายทอดข่าวทางโทรทัศน์ โดยเฉพาะการปรับปรุงเอ็นบีทีให้เป็นกระบอกเสียงของรัฐที่มีคุณภาพ
กราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิก สปท. ที่เคารพ ผม อภิชาต จงสกุล กรรมาธิการครับ ก็คงต้องขอขอบพระคุณท่านสมาชิก สปท. ทั้ง ๘ ท่าน และเพื่อนสมาชิกที่ได้ให้ข้อคิดเห็นต่าง ๆ สําหรับการจัดทํารายงานของ คณะกรรมาธิการในเรื่องนี้ก็ขอตอบ แต่คงไม่ได้ครบทุกประเด็น แต่ว่าก็คิดว่าในภาพรวม
สําหรับท่านสุรินทร์นั้น ความจริงแล้วทางกรรมาธิการเห็นด้วยว่าถ้าการปฏิรูป มันง่ายคงไม่ตกมาถึงมือกรรมาธิการชุดนี้ต้องทํา เพราะว่าเขาคงทํากันนานแล้ว แต่ว่าทําแล้ว ทําเล่าก็ยังไม่บังเกิดเป็นผลได้ มันเป็นเรื่องยากในการที่จะปรับเปลี่ยนคณะของเอ็นบีที (NBT) การปฏิรูปนั้นก็จะต้องมีคนเห็นด้วย แล้วก็ไม่เห็นด้วยแน่นอน แล้วก็สิ่งที่ทําแล้ว มีปัญหาก็คือ คนที่คิดว่าตัวเองจะต้องเสียเขาคงเพิกเฉยในการที่จะไม่ทํา แล้วก็ในช่วงที่มี ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่องของการปรับเปลี่ยนตลอดมามันจะเป็นช่วงรอยต่อ ทางการเมืองทุกครั้ง ออกระเบียบฉบับแรก ปี ๒๕๔๘ ปี ๒๕๔๙ ก็มีการปฏิวัติ พอท่านสุรยุทธ์ ทําในปี ๒๕๕๐ ก็มีการเปลี่ยนคณะรัฐมนตรี เปลี่ยนรัฐบาลไปสู่การเลือกตั้ง หรือแม้กระทั่ง ช่วงของท่านอภิสิทธิ์ก็ยังไม่ได้ทําอะไรก็มีการเปลี่ยนแปลง เปลี่ยนขั้วการเมืองอะไรต่าง ๆ ขึ้นมา เป็นเรื่องยากสําหรับข้อเสนอของท่านทั้ง ๖ ข้อ ทางกรรมาธิการคิดว่าเห็นตรงกันแล้ว เราสามารถที่จะนําไปปรับปรุงเพิ่มเติมในส่วนของเราได้
ของท่านเลิศรัตน์นะครับ ความจริงแล้วผมกราบเรียนท่านว่าเรื่องเรตติง (Rating) เราคงไม่ได้เอามาแข่งขันระหว่างทีวีสาธารณะกับทีวีเพื่อการธุรกิจ มันแข่งกันไม่ได้ นะครับ สนามคนละสนามอยู่แล้ว แต่ที่เรายกขึ้นมาเพราะว่าเราอยากจะให้เห็นว่าช่องนี้ มันมีคนดูมากน้อยขนาดไหน ก็คงไม่ใช่เป็นความรู้สึกอย่างเดียวว่าท่านไม่ดู ไม่ชอบดู เปิดรีโมต (Remote) ที พอถึงช่องนี้ก็ต้องกระโดดข้ามทุกที อะไรต่าง ๆ แต่ว่าตัวนี้เป็นตัวชี้ ตัวหนึ่งว่ามีคนดูมากน้อยเท่าไร เป็นตัวเลขที่ยืนยันเป็นตัวชี้วัด ส่วนเรื่องของเอสดียู (SDU) ก็ขอกราบเรียนท่านสมาชิกว่าอย่าไปติดกับดักว่าข้อเสนอจะต้องเป็นเอสดียู (SDU) อย่างเดียว หรือจะต้องเป็นรูปแบบนี้เท่านั้น เราศึกษาในรายงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรมหาชนเราก็เห็นข้อดีข้อเสีย จุดเด่นจุดด้อย อะไรต่าง ๆ แม้กระทั่งรัฐวิสาหกิจเปลี่ยนไปรูปนั้นมันก็มีปัญหาทั้งหมดนะครับ เพราะฉะนั้น อย่างน้อยเรื่องของเอสดียู (SDU) นี้เรามองเห็นว่าระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีมีแล้วถึง ๒ ช่วงด้วยกัน แล้วก็มีระเบียบเรื่องเงินรายได้ของกระทรวงการคลังออกมาแล้วด้วย แต่ยังไม่ได้ นํามาปฏิบัติ ยังไม่ได้นํามาใช้ เราก็ยกตัวนี้ขึ้นมาเป็นตุ๊กตานํา ถ้าจะมีการปรับเรื่องของโครงสร้าง รูปแบบเอสดียู (SDU) เป็นรูปแบบหนึ่งที่สามารถที่จะเดินเริ่มต้นได้ แต่ว่าจะมีการปรับโฉม ปรับอะไรต่าง ๆ บ้างก็ทําได้นะครับ เรื่องของเงินอย่างที่ท่านวรวิทย์ว่า หรือทางท่านคุณหมอ ชูชัยว่าไว้นี้ผมก็คิดว่ามันก็สอดคล้องกัน เรื่องของการที่จะยึดโยงเอสดียู (SDU) หรือของ เอ็นบีที (NBT) ที่เป็นเอสดียู (SDU) นี้เป็นกระบอกเสียงของรัฐบาล ต้องเป็นกระบอกเสียง ของรัฐบาล เพราะฉะนั้นหน้าที่ก็คือจะต้องสร้างความเข้าใจ สื่อสารนําข้อมูลของรัฐไปสร้าง ความเข้าใจให้พี่น้องประชาชน รวมทั้งรับในแนวกลับก็คือสิ่งที่ประชาชนคิด สิ่งที่ประชาชน ต้องการเห็นให้เกิดขึ้นนี้เอ็นบีทีก็จะเป็นส่วนที่สามารถรับมาส่งต่อให้รัฐบาลได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นเอสดียู (SDU) อย่างน้อยจะมีแขนที่เกี่ยวกับรัฐบาลก็คือเป็นหน่วยงานของ กรมประชาสัมพันธ์นั่นเองนะครับ แล้วก็รูปแบบที่จะแต่งตัวอะไรต่าง ๆ นี้ผมก็คิดว่าวันนี้ ถ้าเราเริ่มต้นก็คงไปถึงจุดนั้นได้
ส่วนความเห็นของทางกรมประชาสัมพันธ์ คณะอนุกรรมาธิการการวิทยุ โทรทัศน์ได้ไปพบท่านรักษาการอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ผู้บริหาร รวมทั้งผู้บริหารของ เอ็นบีที (NBT) มาแล้ว มีแต่เสียงว่าเห็นด้วยอยากจะปฏิวัติ ที่สําคัญรอว่าเมื่อไรทาง สปท. นี้ เราจะชงลูกไปสักที เพราะว่าเขาก็รอเตรียมทําหลาย ๆ อย่างเพื่อจะเดินหน้าต่อไปนะครับ เพราะฉะนั้นถ้ารายงานฉบับนี้ออกไปกรมประชาสัมพันธ์เขาเตรียมรับเต็มที่ แล้วก็เป็น นโยบายที่เขามีความเห็นพ้องต้องกัน รวมทั้งจะต้องทําตามนโยบายที่ทางคณะกรรมการ ประชาสัมพันธ์แห่งชาติได้กําหนดไว้เป็นยุทธศาสตร์แล้ว
ข้อเสนอของท่านกษิตหลาย ๆ เรื่องนี้ก็เป็นสิ่งที่ทางกรรมาธิการเองเห็นด้วย นะครับ เห็นด้วยทั้งหมด แล้วก็คิดว่าเราสามารถที่จะนํามาขยาย นํามาเขียนให้ชัดเจนมาก ยิ่งขึ้นจากข้อเสนอของท่านครับ เพราะทุกข้อที่ท่านเสนอมาความจริงแล้วในกรรมาธิการเอง เราก็พูดในหลาย ๆ เรื่อง เราต้องการเห็นเอ็นบีที (NBT) เป็นกระบอกเสียงของรัฐต่อไป เป็นช่อง ที่ให้ความรู้นะครับ ละครดี ๆ หลาย ๆ เรื่องถ้าออกช่องอื่นอาจจะมีคนดูเยอะแยะ พอมา ออกเอ็นบีที (NBT) ปรากฏว่าคนดูน้อยมาก น่าเสียดายในหลาย ๆ สิ่งหลาย ๆ เรื่อง สารคดี หลาย ๆ เรื่องก็เช่นกันนะครับ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นสิ่งที่เราต้องเดินหน้าต่อไป ทั้งเรื่องของ การสร้างในเรื่องของสังคม ศีลธรรม ปกป้องเยาวชนอะไรต่าง ๆ นั้นยังน้อยมาก ที่สําคัญ การชี้แจงข่าวอะไรต่าง ๆ นั้นเอ็นบีที (NBT) จะต้องทําอย่างรวดเร็วนะครับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทุกคนทราบจากข่าวช่องอื่น กว่าจะมาเห็นในช่องเอ็นบีที (NBT) ทุกคนไม่สนใจที่จะรับทราบ เพราะว่าทราบจากช่องอื่นมาหมดแล้ว เรื่องของนโยบายยุทธศาสตร์ชาติ ความจริงแล้วทาง กรรมาธิการเราเคยเขียนในข้อเสนอแนะไว้แล้ว แต่ก็มีการปรับรูปแบบการเขียนไปอาจจะ ไม่ชัดเจน ก็ยอมรับที่ท่านชูชัยเสนอมา แล้วก็คิดว่าจะนําสิ่งนั้นไปปรับปรุง ขอบคุณมากครับ