เบญจวรรณ สร่างนิทร หารือประเด็นเอ็นบีทีและหน่วยงานลักษณะพิเศษ โดยชี้แจงความแตกต่างระหว่างหน่วยงานแม่กับลูก รวมถึงกลไกการจัดสรรงบประมาณที่ต้องพึ่งพิงหน่วยงานต้นสังกัด เนื่องจากไม่ใช่นิติบุคคล พร้อมย้ำความเข้าใจผิดเกี่ยวกับสถานะบุคลากรที่ไม่ใช่ข้าราชการ และการไปปฏิบัติงานที่อื่นไม่มีการรักษาตำแหน่ง หากไม่มีกฎหมายกำหนด จึงเห็นควรพิจารณาโครงสร้างองค์กรอย่างรอบคอบเพื่อให้เกิดความเหมาะสมและประโยชน์สูงสุด
เรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศ ดิฉัน เบญจวรรณ สร่างนิทร หมายเลข ๘๕ ขออภัยด้วยค่ะ เมื่อสักครู่ไม่ได้ยิน เรียกชื่อตัวเอง ดิฉันก็จะมีข้อสังเกต คือพูดถึงเรื่องเอ็นบีที (NBT) นี้ก็พูดกันมาหลายสมัยแล้ว เพราะว่ารัฐบาลเอง โดย ครม. ก็มีหลักการในการจําแนกประเภทหน่วยงานของรัฐนะคะ ไม่ว่าจะเป็นส่วนราชการ ไม่ว่าเป็นรัฐวิสาหกิจ ไม่ว่าเป็นองค์การมหาชน หรือไม่ว่าจะเป็น หน่วยงานลักษณะพิเศษอื่น ๆ อย่างที่ท่านกรรมาธิการหลายท่าน ท่าน สปท. หลายท่าน ที่พูดถึงว่า ตอนนี้เอสดียู (SDU) มีเพียง ๒ หน่วยเท่านั้น หน่วยแรกที่ตั้งขึ้นมาเลยนะคะ ก็คือ โรงพิมพ์ของสํานักงานเลขาธิการ ครม. เราจะได้ยินบ้าง แต่ก่อนราชกิจจานุเบกษาอะไร ทั้งหลายนี้ต้องพิมพ์นะคะ ตอนนี้ก็พิมพ์เหมือนกัน โดยโรงพิมพ์ สลค. เป็นคนพิมพ์ตรงนี้ให้ อีกหน่วยหนึ่งที่มี ณ ขณะนี้ก็คือสถาบันส่งเสริมการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีของ ก.พ.ร. ๒ หน่วยนี้เป็นเอสดียู (SDU) นะคะ ส่วนหน่วยอื่น ๆ ที่พยายามผลักดันให้เกิดเป็นเอสดียู (SDU) ก็ยังไม่มีการตั้งนะคะ มีแต่ว่าสนใจ แต่ว่าพอถึงเวลาก็ถอย เนื่องจากเอสดียู (SDU) นั้น ไม่ใช่นิติบุคคล เขาจะไม่ได้รับงบประมาณจากรัฐบาลโดยตรง ถามว่าแล้วงบประมาณได้จากไหน งบประมาณจะได้จากหน่วยงานแม่ ทั้งสถาบันส่งเสริมการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีและโรงพิมพ์ สลค. นั้นจะได้งบจากหน่วยงานแม่ ก็คือหน่วยงานแม่ซื้อบริการจากเขานะคะ อย่างกรณีของ ก.พ.ร. สถาบันส่งเสริมการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีนะคะ หน่วยงานแม่ตั้งงบประมาณ แล้วก็เอาเงินนั้นไปซื้อบริการจากลูก จากลูกก็คือทางสถาบันนี้ก็จะรับงานในเรื่องการจ้าง ติดตามประเมินผล รับงานในเรื่องการฝึกอบรมนักบริหารการเปลี่ยนแปลงที่เราจะได้ยิน อยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นงบหลักของเขาจะมาจากหน่วยงานแม่ หน้าที่หลักของเขาก็คือ ทํางานให้หน่วยงานแม่ ถ้ามีเวลาเหลือก็จะไปรับบริการให้กับหน่วยงานอื่น อย่างเช่นโรงพิมพ์ เราก็จะพูดว่าถ้ามีเวลาเหลือก็ไปพิมพ์ใบทอดกฐิน ใบผ้าป่าหรืออะไรก็แล้วแต่ให้กับ หน่วยงานอื่น กรณีของสถาบันของ ก.พ.ร. ก็เหมือนกัน ถ้ามีเวลาเหลือก็อาจจะไปรับงานวิจัย ให้กับสถาบันอื่นด้วย ลักษณะงานมันจะเป็นแบบนี้ เพราะฉะนั้น ๑. งบประมาณแน่นอนค่ะ การของบประมาณแต่ละปีไม่ได้ขอได้ด้วยตัวเอง ต้องหน่วยงานแม่เป็นคนให้เงินว่าจะให้เงิน หน่วยงานนี้ไปทําอะไร แค่ไหน อย่างไร ประเด็นที่ ๑ เรื่องงบประมาณเนื่องจากไม่ใช่นิติบุคคล
ประเด็นที่ ๒ เมื่อสักครู่นี้ดิฉันฟังมาแล้ว ตอนแรกก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะลุกขึ้น อภิปรายนะคะ แต่เมื่อได้ฟังการชี้แจงแล้วดิฉันเกรงว่าจะเกิดความเข้าใจผิดของคนที่รับฟัง อยู่ ณ ขณะนี้ หรือแม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ของเอ็นบีที (NBT) เองก็จะเข้าใจผิด ต้องเรียนอย่างนี้ นะคะ สถานภาพของผู้ปฏิบัติงานที่โรงพิมพ์ สลค. เดิม กับสถาบันส่งเสริมการบริหารกิจการ บ้านเมืองที่ดีนั้นเป็นลูกจ้างนะคะ ไม่ใช่ข้าราชการ เพราะว่าสถานภาพของหน่วยงานของเขา ไม่ใช่เป็นส่วนราชการ ทีนี้การที่บอกว่าไปแล้วจะมีการคงตําแหน่งไว้ นี่ไม่ใช่นะคะ กรณีก็เหมือน องค์การมหาชน ถ้าเกิดองค์การมหาชนที่จัดตั้งขึ้นใหม่ แต่ ครม. ก็เห็นว่าเพื่อที่จะจูงใจให้คน ออกไป ในระยะแรกอาจจะมี พ.ร.บ. สั่งใช้ให้ไปปฏิบัติงาน ถ้ากรณีนี้ไปแล้วสามารถกลับคืน มาได้ แต่ถ้าไปโดยไม่มี พ.ร.บ. สั่งใช้นี้ เขาไปขาดเลยนะคะ นี่คือประเด็นที่บอกว่าไม่มีค่ะ อย่าไปให้ข้อมูลว่าเมื่อไปแล้วทางกรมจะคงตําแหน่งไว้ให้ เดี๋ยวจะเป็นความเข้าใจผิดนะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันยืนยันได้ว่าตรงนี้ไม่มี นอกจากจะมี พ.ร.บ. สั่งใช้เท่านั้น เพราะฉะนั้นด้วย ข้อมูลที่ฟังมาทั้งหมด ๑. เรื่องการคิดโครงสร้างของเอ็นบีที (NBT) นี้มีมานานแล้ว มี พ.ร.บ. องค์การมหาชน กว่าจะให้เป็นองค์การมหาชน มีเอสดียู (SDU) ขึ้นมาก็จะให้เป็นเอสดียู (SDU) เป็นอย่างนี้มาตลอด เพราะเราก็รู้สภาพปัญหาของเอ็นบีที (NBT) ว่าการทํางานของ เขาไม่มีความคล่องตัวอะไร ปัญหาหลาย ๆ ด้านนะคะ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็พยายามคิดกันอยู่ ว่าควรจะออกมาเป็นรูปแบบไหน อย่างไร แต่ในข้อเสนอสําหรับวันนี้ การที่จะไม่ให้เป็น ส่วนราชการนั้นก็เป็นข้อคิดที่ดีนะคะว่า มันอาจจะเป็นรูปแบบอื่นที่ไม่ใช่ส่วนราชการ แต่การ จะเป็นเอสดียู (SDU) ก็จะต้องเป็นข้อคิดอีกแบบหนึ่งนะคะ แม้กระทั่งองค์ประกอบของ คณะกรรมการของการที่จะเป็นเอสดียู (SDU) นั้น ส่วนใหญ่ก็จะประกอบด้วยองค์ประกอบ ของคณะกรรมการในส่วนราชการเป็นหลัก เพราะว่าเหมือนเป็นลูกของหน่วยงานแม่ จะต้อง ทํางานบริการหน่วยงานแม่เป็นหลัก แล้วสถานภาพไม่ใช่เป็นข้าราชการนะคะ เพราะฉะนั้น นี่คือประเด็นที่ดิฉันอยากจะนําเรียนว่าเห็นด้วยในการที่อาจจะไม่ใช่ส่วนราชการ แต่ควรจะ เป็นรูปแบบไหนต้องคิดให้ถี่ถ้วน ให้ถ้วนถี่มากกว่านี้ เงินเดือนได้เยอะกว่าแน่เพราะไม่ใช่เป็น ข้าราชการ เอาแค่ตําแหน่งพนักงานราชการแค่นั้น เราก็กําหนดว่าพนักงานราชการต้องได้ เงินเดือนมากกว่าข้าราชการทั่วไป ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นกรณีของหน่วยงานที่ไม่ใช่ ส่วนราชการ ไม่ว่าจะพูดถึงองค์การมหาชนหรือพูดถึงหน่วยงานประเภทอื่นใดก็ตามที่ไม่ใช่ ข้าราชการ เงินเดือนสูงกว่าข้าราชการแน่ ๆ แต่เรื่องอื่น ผลประโยชน์อื่น หรือว่าสวัสดิการ ต่าง ๆ ก็ต้องเป็นอีกส่วนหนึ่ง นี่คือประเด็นที่อยากจะลุกขึ้นมาอภิปราย หลายท่านที่พูด ในที่นี้ที่สมาชิกทุกท่านที่พูด ดิฉันเห็นด้วยทั้งหมดเลยนะคะว่าจะต้องคิดเรื่องนี้ให้ถ้วนถี่ว่า ควรจะเป็นรูปแบบไหน อย่างไร แต่ที่ต้องการลุกขึ้นมาติงก็คือกรณีเรื่องตําแหน่งเท่านั้น ยืนยันนะคะ สามารถมี พ.ร.บ. สั่งใช้ได้ แต่จะสั่งใช้อาจจะรอบเดียวเท่านั้น แต่รอบต่อไป ไม่ใช่แน่นอนค่ะ ขอยืนยันค่ะ ขอบคุณมากค่ะ