ว่าที่ร้อยตรี พลกฤษณ์ คล้ายวิตภัทร บรรยายประสบการณ์การศึกษาและวิจัยในต่างประเทศ พร้อมผลักดันให้ประเทศไทยพัฒนาวิจัยนิวเคลียร์ฟิวชันร่วมกับนานาชาติ โดยเสนอให้รัฐสนับสนุนทั้งด้านงบประมาณและทรัพยากรมนุษย์เพื่อก้าวเป็นผู้นำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
กราบเรียนท่านประธานนะครับ มหาวิทยาลัยทักษิณอยู่ที่จังหวัดสงขลา แล้วก็มีวิทยาเขต อยู่ที่จังหวัดพัทลุง ผมเป็นคนพัทลุง ผมจบ ม. ๓ จากพัทลุง ผมก็มาต่อเตรียมวิศวกรรมศาสตร์ ที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ก็คือเป็นเตรียมวิศวกรรมศาสตร์ แล้วก็เรียน วิศวกรรมเครื่องกล หลังจากนั้นผมก็ได้รับทุนจากเยอรมนี เพราะว่าพระนครเหนือเขาโค (Co-operate) อยู่กับเยอรมนี แล้วไปฝึกงานที่เยอรมัน แล้วผมไปเห็นเรื่องเทคโนโลยีฟิวชัน (Technology Fusion) เขาก็ชวนผมเรียนต่อที่โน่น แต่ผมพอฝึกงานเสร็จกลับมาอยู่เมืองไทย ใจผมก็สนใจไปทางด้านโน้นแล้วก็พอดีผมมาเจอกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประกาศสนับสนุนทุน ผมก็อยากจะอยู่เมืองไทยด้วย แล้วก็อยากจะไปที่โน่นด้วย กระทรวง วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเขาก็ให้ทุนวิจัยสามารถเรียนในประเทศ ลงทะเบียนเรียน ในประเทศไทยได้ แล้วไปทําวิจัยที่ต่างประเทศได้ ผมก็เลยเรียนปริญญาโท ผมเรียนที่พัทลุง แต่ผมไม่ได้อยู่ ผมเรียนมหาลัยทักษิณแต่ผมไปอยู่ที่ฝรั่งเศส ปริญญาเอกผมก็เรียนที่สถาบัน เทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แต่ผมก็ไม่ได้อยู่เมืองไทย ผมก็ไปอยู่ที่ ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ โปรตุเกส คือผมจบจากสถาบันการศึกษาในประเทศไทย ทั้งปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก แต่ผมทําวิจัยอยู่ต่างประเทศตลอด แล้วพอผมจบกลับมาเขาก็ชวน อยู่ที่โน่น ผมว่าไม่ใช่เฉพาะบ้านเรานะครับที่ขาดแคลนนักวิทยาศาสตร์ ผมอยากจะเรียนว่า ยุโรปเองก็ขาดแคลนนักวิทยาศาสตร์เหมือนกัน ผมไปเรียน ผมได้ทุนจากที่นี่แล้วไปอยู่โน่น เขาก็ยังให้เงินผมอีก ผมเรียนตอนโน้นเงินเดือนตอนเรียนเกือบ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ผมกลับมา เมืองไทยทํางานเงินเดือน ๓๐,๐๐๐ บาท แต่ผมตั้งใจจะกลับมาแล้วก็จะผลักดันเรื่องนี้ เพราะผมเห็นแล้วว่าถ้าเรามัวแต่โทษรัฐบาล โทษคนอื่น ทําไมเราไม่โทษตัวเราเองบ้างว่า ทนอยู่ในสภาวะที่มหาอํานาจเอาเปรียบเราอย่างไร ทนอยู่ในสภาวะที่เพื่อนบ้านเราจะ แซงหน้าเราได้อย่างไร ผมก็เลยกลับมาแล้วผมผลักดันดีกว่า ถ้าเรามัวแต่โทษรัฐบาลไม่ช่วย รัฐบาลก็คงไม่ไหว ผมก็กลับมาครับ กลับมาอยู่เมืองไทย อยู่มหาวิทยาลัยทักษิณ ถามว่า ผมทําวิจัยเรื่องอะไร ตอนนี้ผมทําเกี่ยวกับยางพารา ช่วยพี่น้องชาวใต้ผม แต่ผมไม่ทิ้งเรื่อง โทคาแมค (Tokamak) ผมทํางานร่วมกับอาจารย์ธวัชชัย ด้วยความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ไปอยู่ ฝรั่งเศส อาจารย์ธวัชชัยก็มีคอนเนกชัน (Connection) ฝรั่งเศสช่วยพูดให้กับจีน เพราะว่าอย่างที่ผมบอกเครื่องโทคาแมค (Tokamak) มันอยู่ที่ ฝรั่งเศส เครื่องที่ทุกโลกรวมเงินกันนี้ แต่ว่าแต่ละประเทศไม่ได้เรียนรู้ทุกเรื่อง แต่ละประเทศ ก็แบ่งงานกันทํา ประเทศจีนก็รู้เรื่องหนึ่ง ฝรั่งเศสก็รู้เรื่องหนึ่ง ทีนี้จีนอยากจะรู้เพิ่มขึ้น จีนอยากจะ รู้เรื่องการอีตติง (Eating) อีกแบบหนึ่งต้องอาศัยความร่วมมือ ฝรั่งเศสเป็นคนชํานาญ ฝรั่งเศสต้องมาสอนเรื่องนี้จากจีน คนฝรั่งเศสก็ขอเขาว่า ให้เขาช่วยขอโทคาแมค (Tokamak) มาจากจีนให้หน่อย เพราะรู้ว่าจีนเขาไปล้ําแล้ว เครื่องนี้ตั้งทิ้งอยู่ในแล็บ (Lab) ของเขา ฝรั่งเศสเป็นคนคุยให้ว่าให้จีนให้โทคาแมค (Tokamak) เรา แต่ว่าเขาถอดอุปกรณ์อื่น ๆ นี้ ไปหมดแล้ว เหลือเฉพาะแชมเบอร์ (Chamber) กลวง ๆ นั้น ถ้าเราเอามา เครื่องนี้ถ้าให้ผม ประมาณการที่จีนให้น่าจะเกือบ ๆ ร้อยล้านบาท แต่เราต้องเพิ่มเงินที่อาจารย์ธรรมศักดิ์ บอกอีกประมาณ ๓๐๐ – ๔๐๐ ล้านบาทเพื่อที่จะให้มันเดินเครื่องได้ แต่อย่างที่ว่าได้เครื่องมา ถ้าเราไม่มีกําลังคนมันก็ไปต่อไม่ได้ เรื่องนี้จึงต้องทําคู่กันเราก็จะพยายามถ้ารัฐบาล สนับสนุนนะครับ ผมว่าเราก้าวผ่านหลาย ๆ เรื่องไปได้แน่นอน เพราะว่าเรานี้อย่างเช่น ท่านกษิตบอกแล้วว่าถ้าเราไม่ไปติดกับดักนิวเคลียร์ฟิวชัน (Nuclear Fusion) จากพลังงาน ฟอสซิล (Fossil) นี้เราสามารถก้าวข้ามไปฟิวชัน (Fusion) ได้ไหม ถ้าเราทําได้ ประเทศไทย เราผมว่าเป็นลีดเดอร์ (Leader) กลับมาเป็นลีดเดอร์ (Leader) อีกครั้งในเซาท์อีสเอเชีย (Southeast Asia) แน่นอน แล้วก็เผลอ ๆ เราอย่าดูถูกคนไทยนะครับ คนไทยเก่ง ๆ หลายคน แต่เนื่องจากว่าไม่มีเวทีให้เขา บรรยากาศรอบตัวในการทํางานนี้ไม่เอื้อเขาก็เลยจะอยู่ใน ระบบตรงนี้ค่อนข้างยาก ผมเองก็ขอบคุณมหาวิทยาลัยทักษิณที่ว่าให้โอกาสผมได้มาทํา นิวเคลียร์ฟิวชัน (Nuclear Fusion) ผมกลับพัทลุงเขามีแผนจะทําคณะวิศวกรรมศาสตร์ ผมก็อยากจะบรรจุเรื่องพวกนี้ให้เป็นหลักสูตร แต่ถ้าว่าประเทศเราไม่มีนโยบายเกี่ยวกับเรื่อง พวกนี้ ผมจะไปตั้งภาควิชานิวเคลียร์ หลักสูตรนิวเคลียร์ฟิวชัน (Nuclear Fusion) นี้มันก็คง จะเป็นไปไม่ได้ แต่ด้วยความว่าโชคดีอย่างมากทางกรรมาธิการนี้มีหนังสือไปทั่วเลย ไป สทน. ไปอะไร เราก็มาคุยกัน สุดท้ายนี้ผ่านมาจนถึงนี้มันเป็นอะไรที่คล้าย ๆ กับความฝันนะครับ เข้ามาในสภาได้ แล้วก็ถ้าวันนี้ สปท. อนุมัติเรื่องนี้ผมว่าจะเป็นการยกระดับประเทศเรา ไปอีกระดับหนึ่งครับ ขอบคุณมาก ๆ นะครับ ขอบคุณท่านสมาชิกทุกท่านที่ช่วยกันสนับสนุน ถ้าไม่มีเสียงคัดค้านเลย ปกติผมก็ดูช่องอยู่ ท่านอาจารย์กษิตนี้ส่วนใหญ่ก็จะไปอีกทางหนึ่ง วันนี้ช่วยผมแบบว่าเต็มที่เลย ผมขอขอบคุณมาก ๆ ครับ ขอบคุณครับ