ธวัชชัย อ่อนจันทร์ ตอบข้อซักถามด้วยการย้ำการตอบเป็นประเด็นย่อยอย่างเป็นระบบ พร้อมแสดงความขอบคุณผู้ร่วมอภิปราย และหารือถึงความจำเป็นในการพัฒนาเครื่องปฏิกรณ์ฟิวชันแบบโทคาแมคเพื่อยกระดับศักยภาพด้านเทคโนโลยีพลังงานฟิวชันของประเทศ โดยเสนอให้จัดตั้งเป็นโครงการระดับชาติภายใต้การนำของสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติร่วมกับพันธมิตรวิจัยทั้งในและต่างประเทศ
เรียนท่านประธาน ท่านสมาชิก สปท. ทุกท่าน ผม รองศาสตราจารย์ดอกเตอร์ธวัชชัย อ่อนจันทร์ ปัจจุบันเป็นรองผู้อํานวยการฝ่ายวิชาการ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ สําหรับคําถามแรกก็ต้องขอบคุณท่านกษิต แล้วก็ทางท่านศาสตราจารย์ดุสิตมากนะครับ ที่ท่านให้กําลังใจแล้วก็มีคําถาม ผมก็จะขอตอบเป็นราย ๆ ข้อไปนะครับ
สําหรับอันแรกที่ผมจะพูดถึงก่อนก็คือ คําถามที่ว่าถ้าเราจะพัฒนาทางด้าน ฟิวชัน (Fusion) เราจําเป็นจะต้องมีเครื่องโทคาแมค (Tokamak) หรือไม่ อันนี้จริง ๆ แล้ว ถามว่าเราจําเป็นจะต้องมีเครื่องโทคาแมค (Tokamak) ไหม อันนี้เราจําเป็นมากครับ เราจะต้องมีเครื่องปฏิกรณ์ฟิวชัน (Fusion) รูปแบบใดรูปแบบหนึ่งอย่างน้อย ๑ เครื่อง ซึ่งก็ เปรียบได้เหมือนกับว่าถ้าเราจะทดลองเรียนรู้เกี่ยวกับรถยนต์แต่เราไม่เคยมีรถยนต์มาก่อน เราศึกษารถยนต์จากในหนังสือ จากในตํารา ความรู้ความเชี่ยวชาญของเรา เราไม่สามารถ ที่จะสร้างมันได้ เราก็จะทําได้แค่ระดับหนึ่ง เราไม่สามารถที่จะเข้าใจและสามารถที่จะพัฒนา ต่อยอดไปถึงขั้นที่จะเป็นเทคโนโลยีของเราเองได้เลย เพราะฉะนั้นประเทศไทยถ้าเราสนใจ ที่จะพัฒนาเทคโนโลยีฟิวชัน (Technology Fusion) เพื่อที่จะเป็นพลังงานสําหรับลูกหลาน ของเราในอนาคต เราจําเป็นจะต้องมีเครื่องปฏิกรณ์ฟิวชัน (Fusion) อย่างน้อย ๑ เครื่อง จะเป็นรูปแบบหนึ่งรูปแบบใดก็ได้ แต่ในปัจจุบันเครื่องปฏิกรณ์ฟิวชัน (Fusion) ที่มีความ ก้าวหน้าและมีโอกาสที่จะประสบความสําเร็จมากที่สุดก็คือเครื่องปฏิกรณ์ฟิวชัน (Fusion) ในรูปแบบที่เรียกว่า โทคาแมค (Tokamak) ซึ่งท่านอาจารย์ธรรมศักดิ์และทางดอกเตอร์พลกฤษณ์ ก็ได้ให้ข้อมูลเบื้องต้นไปแล้ว เพราะฉะนั้นเราจําเป็นจะต้องมีเครื่องใดเครื่องหนึ่งนะครับ คราวนี้การที่เราจะพัฒนาโปรแกรมฟิวชัน (Program Fusion) ในประเทศไทยได้สิ่งหนึ่ง ที่จําเป็นก็คือว่า เราจะต้องเป็นโปรเจกต์ (Project) ที่เราเรียกว่า เนชันนัลโปรเจกต์ (National Project) เท่านั้น ในหลาย ๆ ประเทศมีความพยายามที่จะพัฒนาการศึกษาวิจัยทางด้าน ฟิวชัน (Fusion) มาก่อน ผมยกตัวอย่างประเทศใกล้บ้านเรานะครับ ท่านอาจจะไม่เคยทราบ มาก่อนก็คือประเทศมาเลเซีย ประเทศมาเลเซียมีเครื่องโทคาแมค (Tokamak) มาก่อน เป็นเครื่อง โทคาแมค (Tokamak) ขนาดเล็กโดยที่อาจารย์ท่านหนึ่งพยายามทําในมหาวิทยาลัยด้วย ทําในรูปแบบที่ง่ายที่สุด แต่สิ่งหนึ่งที่ทางท่านอาจารย์ท่านนี้ได้พบเจอก็คือพบว่า เนื่องจาก ท่านอาจารย์ท่านทําอยู่ท่านเดียว โดยที่เป็นความร่วมมือกันในมหาวิทยาลัยเล็ก ๆ สิ่งที่เกิดขึ้น ก็คือว่าไม่สามารถพัฒนาต่อยอดไปได้ เพราะว่าโปรเจกต์ (Project) ทางด้านฟิวชัน (Fusion) เป็นโปรเจกต์ (Project) ขนาดใหญ่ ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญและความร่วมมือหลาย ๆ ด้าน เข้ามาทําร่วมกัน จะพึ่งแค่นักวิจัยฝ่ายเดียวไม่ได้นะครับ ก็จะเป็นจุดที่ทําให้ความพยายาม ของอาจารย์ท่านนี้ที่ประเทศมาเลเซียล้มเหลวไปในปี ๑๙๗๐ ในช่วงนั้นนะครับ ขณะนี้ ถ้าเกิดประเทศไทยสนใจ แน่นอนว่าเราจะต้องยกระดับโครงการนี้ให้เป็นโครงการระดับชาติ เท่านั้น ไม่ใช่เป็นโครงการระดับที่มหาวิทยาลัยใดมหาวิทยาลัยหนึ่งดําเนินการ หรือ สถาบันวิจัยใดสถาบันวิจัยหนึ่งทําเท่านั้น ต้องเป็นความร่วมมือกัน เป็นการบูรณาการ งานระดับชาติ หน่วยงานวิจัยของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หน่วยภาคการศึกษา มหาวิทยาลัยต่าง ๆ แล้วก็หน่วยงานอื่น ๆ ต้องมาร่วมมือกันทํา เพื่อให้โครงการนี้ประสบ ความสําเร็จและก้าวหน้าไปได้นะครับ คราวนี้ถามว่าถ้าเราจะผลักดันโครงการนี้ควรที่จะอยู่ที่ใครนะครับ ตอนนี้ที่ความพยายาม ที่เกิดขึ้นเนื่องจากสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ เป็นหน่วยงานที่มีความรับผิดชอบ โดยตรงในการพัฒนาและวิจัยทางด้านนิวเคลียร์ ซึ่งนิวเคลียร์ฟิวชัน (Nuclear Fusion) ก็เป็นขอบข่ายหนึ่งในงานของสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ หรือที่เราเรียกว่า สทน. เพราะฉะนั้นโดยหน้าที่และพันธกิจ สทน. เป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง แต่ สทน. ต้องการ เครือข่ายพันธมิตรจากมหาวิทยาลัย จากหน่วยงานวิจัยอื่น ๆ ในกระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีและหน่วยงานวิจัยในกระทรวงอื่น ๆ สวทช. สํานักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) ต้องมาร่วมกันทํานะครับ แต่แกนหลัก อาจจะต้องให้ สทน. เป็นแกนหลักเนื่องจากพันธกิจเป็นพันธกิจโดยตรง เพราะฉะนั้นถ้าจะ ถามว่างบประมาณควรอยู่ที่ใคร เบื้องต้นอาจจะเป็นกระทรวงวิทยาศาสตร์ก่อน แล้วก็ ไปร่วมมือกับกระทรวงอื่น ๆ ในขณะเดียวกัน ณ ขณะนี้ ทางสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์ แห่งชาติ หรือ สทน. ก็ได้จับมือร่วมกับทางมหาวิทยาลัย โดยเราได้เซ็นเอ็มโอยู (MOU) ร่วมกันเพื่อที่จะพัฒนางานวิจัยทางด้านนี้ โดยร่วมกับมหาวิทยาลัยจํานวน ๑๔ มหาวิทยาลัย ทั่วประเทศเลยที่จะทํางานวิจัยนี้ร่วมกัน โดยเบื้องต้นทางสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์ แห่งชาติ นอกจากร่วมมือกันในประเทศ ได้ร่วมมือกับประเทศอื่น ๆ ยกตัวอย่างเช่น ประเทศ ญี่ปุ่น ประเทศจีน และประเทศฝรั่งเศส เรามีกิจกรรมที่ดําเนินการทางด้านฟิวชัน (Fusion) หลายอย่าง และกิจกรรมหนึ่งที่เรากําลังมุ่งหน้าแล้วก็พยายามอย่างมากก็คือ การที่เรา ร่วมมือกับประเทศจีน โดยที่เขาจะให้เครื่องปฏิกรณ์ฟิวชัน (Fusion) ที่เขาเคยทําในอดีต มาให้เราเป็นจุดเริ่มต้นนะครับ โดยเราจะเอาเครื่องนี้มาแล้วเราจะมาพัฒนาต่อ ยกระดับให้มี ความทันสมัยและมีความก้าวหน้า และเราจะสามารถวิจัยและพัฒนาทางด้านฟิวชัน (Fusion) ได้นะครับ คราวนี้คําถามอีกคําหนึ่งที่ถามว่า ถ้าเกิดพัฒนาทางด้านฟิวชัน (Fusion) เครื่องฟิวชัน (Fusion) เชื้อเพลิงที่ใช้ก็คือใช้จากดิวเทอเรียม (Deuterium) สาเหตุที่ต้องใช้ดิวเทอเรียม (Deuterium) กับทริเทียม (Tritium) เพราะว่าเป็นเชื้อเพลิงที่เมื่อทําปฏิกิริยาฟิวชัน (Fusion) มันเกิดขึ้นได้ง่ายที่สุด เราสามารถใช้อย่างอื่นได้ไหม เราสามารถใช้ไฮโดรเจน ได้โดยตรง แต่จะมีความยุ่งยากและซับซ้อนในการสร้างปฏิกิริยามาขึ้นเกือบ ๒ เท่า เพราะฉะนั้นในโลก สิ่งที่เราพยายามทําก็คือเอาดิวเทอเรียม (Deuterium) กับทริเทียม (Tritium) มาใช้ก่อน นะครับ แต่ว่าดิวเทอเรียม (Deuterium) ก็เป็นเชื้อเพลิงซึ่งหาได้ไม่ยาก มีอยู่ทั่วไปในน้ําทะเล โดยประมาณการว่าในน้ําทะเลประมาณ เรียกว่า ๘,๐๐๐ ส่วน มีไฮโดรเจนอยู่ ๘,๐๐๐ ส่วน จะมีดิวเทอเรียม (Deuterium) อยู่ ๑ ส่วน เพราะฉะนั้นเชื้อเพลิงที่เราจะสามารถสกัดได้มา เป็นดิวเทอเรียม (Deuterium) ที่จะเป็นเชื้อเพลิงสําหรับเครื่องปฏิกรณ์ฟิวชัน (Fusion) สามารถมีเพียงพอที่จะให้มนุษย์ใช้เป็นหลาย ๆ พันปีเลยนะครับ เพราะฉะนั้นฟิวชัน (Fusion) มีเชื้อเพลิงจากแค่ดิวเทอเรียม (Deuterium) อย่างเดียวก็อยู่เยอะมากแล้ว ทําให้เชื้อเพลิง จากดิวเทอเรียม (Deuterium) มีราคาถูกนะครับ และฟิวชัน (Fusion) สามารถที่จะให้ พลังงานที่สะอาดอย่างที่ท่านกษิตและทางท่านดุสิตได้บอกไปนะครับ ก็คือว่าไม่ก่อให้เกิด สารกัมมันตรังสีตกค้าง อย่างหนึ่งที่เรากลัวเมื่อเราพูดถึงนิวเคลียร์ฟิวชัน (Nuclear Fusion) หรือโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่พูดถึง ณ ปัจจุบันก็คือว่า เมื่อใช้เสร็จแล้วก็จะเกิดกากกัมมันตรังสี เกิดขึ้น ซึ่งเราก็ต้องดูแลและจัดเก็บเป็นอย่างดี ถ้าเกิดมีการรั่วไหลสู่ชั้นบรรยากาศหรือสู่ สภาวะแวดล้อมก็สามารถเป็นอันตรายต่อมนุษย์และสิ่งมีชีวิตได้ แต่ถ้าเราใช้ปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชัน (Nuclear Fusion) สิ่งนี้จะไม่เกิดเลย เพราะว่าสิ่งที่ สําคัญในการเกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชัน (Nuclear Fusion) ได้ก็คือต้องมีความร้อนที่สูงมาก ถ้าเมื่อไรที่เครื่องปฏิกรณ์เปิดขึ้นหรือมีการรั่วไหลอุณหภูมิมันจะลดลงโดยอัตโนมัติเลย และจะทําให้ปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชัน (Nuclear Fusion) หยุดไปโดยปริยาย ก็จะเป็นระบบ รักษาความปลอดภัยโดยตัวมันเอง ทําให้แนวทางนี้มีความปลอดภัยสูงมาก และอีกส่วนหนึ่ง ก็คือว่าเป็นการสร้างพลังงานที่สะอาดไม่มีการปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เข้าสู่ชั้นบรรยากาศ ทางด้านนิวเคลียร์ฟิวชัน (Nuclear Fusion) เป็นเทคโนโลยีที่สามารถให้พลังงานในอนาคตได้ แต่ขณะเดียวกันเนื่องจากการสร้างเทคโนโลยีนิวเคลียร์ฟิวชัน (Technology Nuclear Fusion) ต้องใช้เทคโนโลยีชั้นสูงเท่านั้น ทางด้านซูเปอร์คอนดักเตอร์ (Super Conductor) ทางด้าน วัสดุศาสตร์ ทางด้านโรโบติก (Robotic) ทางด้านหุ่นยนต์ เพราะฉะนั้นการที่เราเรียนรู้ ทางด้านฟิวชัน (Fusion) นั่นจะก่อให้เกิดการเรียนรู้ทางด้านอื่น ๆ อีกมากมาย ทางด้าน ซูเปอร์คอนดักเตอร์ (Super Conductor) ทางด้านหุ่นยนต์ และเราสามารถที่จะเอา องค์ความรู้และเทคโนโลยีเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้ในเทคโนโลยีอื่น ๆ ได้อีกมากมายตรงตาม แนวทางของรัฐบาลไทยแลนด์ ๔.๐ (Thailand 4.0) แล้วก็ ๑๐ อุตสาหกรรมที่รัฐบาล ต้องการครับ ขอบคุณมากครับ