กษิต เสนอจัดตั้งทีมเร่งพัฒนาฟิสิกส์-วิทยาศาสตร์ทางทะเล

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๒๙ · ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๐

กษิต ภิรมย์ หารือความจำเป็นในการจัดหาเตาโทคาแมคเพื่อการวิจัยฟิวชัน พร้อมเสนอแนวทางความร่วมมือกับต่างประเทศในการเช่าหรือซื้อด้วยราคาพิเศษ และหารือเรื่องแหล่งงบประมาณรวมถึงต้นกำเนิดพลาสมาสำหรับการวิจัย นอกจากนี้ยังเน้นการส่งเสริมความสนใจในวิทยาศาสตร์และฟิสิกส์แก่เยาวชนผ่านการพัฒนาครู การจัดกิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจ และการวางแผนเส้นทางอาชีพ พร้อมเสนอให้จัดตั้งทีมงานชุดเล็กเพื่อผลักดันการพัฒนาด้านฟิสิกส์และวิทยาศาสตร์ทางทะเลอย่างเร่งด่วน โดยเน้นความคล่องตัว การสนับสนุนจากรัฐบาล และการเชื่อมโยงกับโครงการพระราชดำริและปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

นายกษิต ภิรมย์

ขอบคุณครับท่านประธาน ผม กษิต ภิรมย์ สมาชิก สปท. ลําดับที่ ๗ ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณท่านอาจารย์ดอกเตอร์ดุสิตที่ได้ช่วยอธิบาย เพราะนั่น เป็นสิ่งที่ผมอยากจะถามคําถามผ่านท่านประธานไปที่คณะกรรมาธิการที่ได้เสนอเรื่องนี้ นะครับ ก็เมื่อฟังเข้าใจแล้วก็จะไม่ถามตรงนั้น แต่ว่าจะขอถามอย่างนี้ครับว่า ๑. มีความ จําเป็นที่เราจะต้องมีเตาโทคาแมค (Tokamak) ใช่ไหมครับ อันนั้นเป็นอันที่หนึ่ง และถ้าเผื่อ จําเป็นที่จะต้องมีเตา ผมก็เห็นด้วยกับท่านอาจารย์ดอกเตอร์ดุสิตว่ารายงานนี้ช่วยเรียนไป ที่รัฐบาลท่านประยุทธ์ แต่พร้อมกับข้อเสนอให้สั่งการไปที่กระทรวงการต่างประเทศนะครับ ให้ท่านทูตของเราสัก ๑๐ – ๑๕ ประเทศ โดยเฉพาะในยุโรป อเมริกาเหนือ แล้วก็ทางเอเชีย ตะวันออก อาจจะเป็นไต้หวัน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น แล้วก็อาจจะบวกออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ด้วย ว่าขอความร่วมมือกับเขาในการที่จะจัดหาเตานี้มาให้กับเราแบบให้เปล่านะครับ ใช้แล้วก็ได้ เพื่อจะเอามาใช้ในการวิจัย ค้นคว้า แล้วก็ฝึกอบรม อันที่ ๒ ก็ไปทาบทามหรือเริ่มเจรจาสิว่า ถ้าเผื่อให้ฟรีไม่ได้ เช่าได้ไหมนะครับ แล้วก็อันที่ ๓ ก็คือถ้าเผื่อจะซื้อก็เจรจาเรื่องในราคา มิตรภาพ เพราะว่าเราเป็นประเทศกําลังพัฒนา ก็เอาเป็นข้อเสนอเสียอันหนึ่งว่าวันหนึ่ง ถ้าเผื่อตอบว่าจําเป็นที่จะต้องมีเตาเพื่อจะทดลอง ค้นคว้า แล้วก็ใช้ฝึกอบรมบุคลากรของเรา ก็ให้เป็นคําสั่งจากท่านนายกรัฐมนตรีไปที่กระทรวงการต่างประเทศให้รีบดําเนินการนะครับ กับอันที่ ๒ ก็อาจจะตามด้วยเป็นคณะที่จะไปช่วยอธิบายให้ท่านทูตของเราทราบ แล้วก็ พบปะกับหน่วยงานของประเทศต่าง ๆ เหล่านี้ด้วย เพราะมันค่อนข้างจะเป็นเรื่องของงาน เทคนิค ท่านทูตอาจจะมีข้อจํากัดในการที่จะอธิบายความนะครับ นั่นก็เป็นเรื่องหนึ่ง คราวนี้ ถ้าเผื่อจําเป็นที่จะต้องมีเตาแล้ว และในที่สุดแล้วคงจะต้องจัดซื้อ ถามว่างบประมาณอันนี้ จะอยู่ในความรับผิดชอบของใคร จะเป็นกระทรวงวิทยาศาสตร์หรือว่ากระทรวงศึกษาธิการ ที่ควบคุมกํากับบรรดามหาวิทยาลัยอยู่ นั่นก็เป็นเรื่องหนึ่งที่น่าจะเตรียมการกันตั้งแต่บัดนี้ เพราะมันมีความจําเป็นที่เราจะต้องมีความรู้เรื่องฟิสิกส์ เรื่องอนุภาค เรื่องพาร์ติเคิลฟิสิกส์ (Practical Physics) ต่าง ๆ เหล่านี้เป็นเรื่องที่จําเป็นเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาคนแล้วก็ ประเทศด้วย คราวนี้ระหว่างจะเป็นข้อเสนอต่อรัฐบาลท่านประยุทธ์ได้ไหมว่างบ สสส. กสทช. งบลอตเตอรี่ แล้วผมเข้าใจว่า ณ วันนี้มันมีกองทุนต่าง ๆ อีกประมาณสัก ๒๐ กองทุน เหล่านี้มันจะขอสัก ๑๐ – ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เอามาลงขันตรงนี้ได้ไหมนะครับ แล้วผมคิดว่า ท่านนายกรัฐมนตรีน่าจะอยู่ในวิสัยที่จะพูดจากับเจ้าของกองทุนเหล่านี้ แล้วก็นํามาใช้ประโยชน์ เพราะว่าจะบอกว่าเป็นเรื่องกองทุนเกษตรเข้ามาโยงไม่ได้ บอกไม่ใช่ เพราะภาคเกษตรก็จะ ได้รับประโยชน์จากตรงนี้ทั้งหมดเลย แม้กระทั่งงานของกรมประมงที่เกี่ยวกับน้ําทะเล นั่นก็เป็นสิ่งที่จะเสนอ คราวนี้อีกประเด็นหนึ่งก็คือว่านอกจากน้ําทะเลที่เป็นแหล่งแล้ว ผมก็ อยากจะขอความรู้ด้วยว่าแล้วมันมีอะไรในธรรมชาติที่จะไปตัก ไปตวง ไปตัดมา แล้วก็เอามา ทําการวิจัยเพื่อจะผลิตพลังงานในระบบฟิวชัน (Fusion) อันนี้ พลาสมามาจากไหน ในเอกสารผมอ่านก็ยังไม่ค่อยเข้าใจว่าได้พลาสมามาจากที่ใดนะครับ อันนี้ก็อยากจะให้ช่วย แจงด้วย นั่นก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับวิชาการ

คราวนี้การสร้างความสนใจให้แก่เด็กกับสาธารณชนโดยทั่ว ๆ ไป เราจะต้อง พัฒนาครูฟิสิกส์กี่พันคนครับ แล้วถ้าเผื่อแต่ละโรงเรียนไม่สามารถที่จะมีได้มีระบบโมบาย (Mobile) ได้ไหมครับ ให้มีครูฟิสิกส์เดินทางไปทั่วประเทศไทยกระจายกันไปทําให้เป็น กิจจะลักษณะ แล้วก็เป็นเรื่องเป็นราว แล้วก็จะต้องเสริมสร้างความสนอกสนใจของเด็กในเรื่องภาควิทยาศาสตร์เป็นสําคัญ ไม่อย่างนั้นก็อยากจะเป็นนักร้อง นักแสดง ไปเป็นสื่อไปสู่เอนเตอร์เทนเมนต์อินดรัสทรี (Entertainment Industry) ไปหมด เด็กชั้น ๑ ของเราเดี๋ยวนี้ไม่มาทางด้านวิทยาศาสตร์ จะทําอย่างไรให้เด็กมีความสนอกสนใจก็ต้องคิดในเรื่องของการแข่งขัน แต่แข่งขันก็ไม่ใช่เพื่อ รับถ้วยแล้วก็เงินรางวัลเล็ก ๆ น้อย ๆ จะประคองเขาให้เป็นนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัย ไปอีก ๑๐ ปี ๑๕ ปีข้างหน้าอย่างไร เราก็เห็นว่าเด็กของเราไปประกวดเรื่องฟิสิกส์ เรื่องวิทยาศาสตร์ เรื่องอะไรเราก็สู้กับต่างประเทศได้ เพราะมันเป็นครีม (Cream) ของสังคม เป็นมันสมองอันยอดเยี่ยม แต่เมื่อกลับมาแล้วเข้ามหาวิทยาลัยแล้วเขาจะมีงานทําไหม ตรงนี้ก็เป็นเรื่องที่จะต้องวางแผนของเรื่องที่เขาเรียกว่าแคเรียร์พาท (Career path) เส้นทาง ให้เด็กเหล่านี้มีงานทํา ไม่ใช่มาเป็นข้าราชการแล้วก็มาจัดงานการศึกษา มาเป็นครู จะต้อง เป็นนักวิจัยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจจะโยงไปกับสิ่งที่เราได้พูดในวาระที่ผ่านมาว่าเราจะสร้างคน อย่างไร สร้างประเทศอย่างไร แล้วตรงฟิสิกส์นี้ พาร์ติเคิลฟิสิกส์ (Particle Physics) มันอยู่ใน ส่วนไหนของ ๔.๐ หรือว่ามันไปอะไรครับ สนับสนุนแขนงว่าจะไปในเรื่องของอิเล็กทรอนิกส์ คาร์ (Electronic Car) หรือว่าเออบานซิตี้ (Urban City) ในระบบไอที (IT) อย่างไรต่าง ๆ เหล่านี้ผมคิดว่ามันต้องมามองดูกันในภาพกว้างด้วย ในขณะเดียวกันจะใช้สื่ออย่างไร อันนี้ เดี๋ยวจะพูดในตอนนี้ บ่ายนี้ ในวาระนี้ก็ขอเสนอล่วงหน้าว่าสื่อของรัฐจะต้องมามีเวลา แล้วก็มี รายการที่จะให้เด็กสนใจฟิสิกส์นะครับ ภาพยนตร์ของชีวิตของสตีเฟน ฮอว์กกิ้ง เด็กนักเรียน สมัยนี้มันต้องดูกันทุกคนว่าคนพิการถึงขนาดนั้นทําไมถึงเป็นเลิศได้ ชีวิตต้องต่อสู้กับ แฮนดิแคป (Handicap) ของร่างกาย แต่ว่าเป็นที่หนึ่งของโลก ณ วันนี้ ควันตัมฟิสิกส์ (Quantum Physics) จะว่าอย่างไรต่าง ๆ พาร์ติเคิลฟิสิกส์ (Particle Physics) จะว่าอย่างไร มันก็มีหนังเยอะแยะ นอกจากนั้นแล้วมันก็มีรายการด็อกคิวเมนทารี (Documentary) จะเป็นของดิสคัฟเวอรี (Discovery) ของเนชันนัลจีโอกราฟฟิก (National Geographic) อื่น ๆ ต่าง ๆ เหล่านี้ให้เป็นมันเป็นส่วนหนึ่งของวิทยุโทรทัศน์ แล้วก็การที่จะเปิดเว็บไซต์ (Web Site) แล้วก็การที่จะพูดกัน แล้วก็ดูหนัง ดูด็อกคิวเมนทารี (Documentary) กันในห้องเรียนในโรงเรียนกันอย่างสม่ําเสมอได้หรือไม่ มันต้องโหมโรงกันนะครับ แล้วก็จะ ให้มีการประกวดทําแอนิเมชัน (Animation) ทําการ์ตูนที่มันเกี่ยวกับฟิสิกส์ ได้หรือไม่ อย่างไร มันต้องทํากันให้มาก แล้วก็กว้างขวางเพื่อให้เยาวชนของเรานั้นมีความเป็น นักวิทยาศาสตร์มากกว่าที่จะเป็นนักแสดงต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สําคัญ นอกจากนั้นแล้วกับสาธารณชนโดยทั่ว ๆ ไปจะทําอย่างไร ก็ในเมื่อเรามี อบจ. อบต. ท้องถิ่นทั้งหลายเขาจะมีส่วนร่วมในการที่จะให้ลูกบ้านของเขาได้มีความรู้ที่มันกว้างและที่มัน เป็นประโยชน์อย่างไรนะครับ แล้วก็แน่นอนในการพูดแบบนี้ก็อดที่จะจบลงที่ตรงปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงไม่ได้ แล้วก็โครงการของล้นเกล้ารัชกาลที่ ๙ ๔,๐๐๐ กว่าโครงการ มันจะ ไปโยงกับพาร์ติเคิลฟิสิกส์ (Particle Physics) ตรงไหน อย่างไร หรือว่าจะพัฒนาโครงการ ของท่านที่ท่านได้ทรงทําทดลองไว้ให้แล้วไปสู่ความเป็นนักวิทยาศาสตร์ของสังคมไทย และของคนไทยอย่างไร ผมคิดว่างานมันคงไม่ได้หยุดแค่นี้ แต่ว่าต้องคิดให้มันครอบคลุม และให้มันกว้างขวาง แล้วก็จริงจังให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้

ส่วนประเด็นสุดท้ายก็คือว่าเราที่ สปท. ร่วมกับรัฐบาล ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จะพูดกับท่านอธิการบดีของทุกมหาวิทยาลัยของรัฐของเอกชนอยู่ในระบบ นอกระบบ ไม่เป็นไร จะมีกี่มหาวิทยาลัย กี่คณะ ที่จะมีความเป็นเลิศทางด้านฟิสิกส์ เอาสัก ๕ มหาวิทยาลัย หรือ ๕ คณะ วิทยาศาสตร์หรือว่าวิศวกรรมได้ไหม แล้วจะสนับสนุนเขาอย่างไรในเรื่อง การผลิตบุคลากร แล้วก็คู่ขนานไปกับการวิจัยค้นคว้าในส่วนอะไร ถ้าเผื่อเราบอกว่าเรามีทะเล ๒ ฝั่งของประเทศอันดามันกับอ่าวไทยจะโหมโรงไปที่น้ําทะเลด้วยงบเท่าไร ด้วยบุคลากร เท่าไร ด้วยครูเท่าไร แล้วจะได้เด็กปริญญาตรีหรือเด็กที่จะทําวิจัยในระดับปริญญาโท ปริญญาเอกทางด้านนี้อย่างไร แล้วกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะเข้ามาอยู่ตรงไหน ณ ตรงนี้ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่สําคัญ ผมคิดว่าทุกหมู่เหล่าต้องเข้ามา แต่ว่ามันจะต้องมีแกน จะมอบไปที่กระทรวงศึกษาธิการหรือจะไปที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแล้วก็ ขอความกรุณาอย่าตั้งเป็นคณะกรรมการ ผมไม่เชื่อเรื่องคณะกรรมการ แต่เอาท่านสัก ๑ คน ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์นี่ครับ ๑ ท่านให้เป็นแกนได้ไหม มีทีมทํางานสัก ๒ – ๓ คนมันจะได้มี ความคล่องตัว มีงบประมาณแล้วก็ได้รับความเห็นชอบ ได้รับอนุมัติจากรัฐบาลไปทํางาน ให้เต็มที่ ผมชอบสไตล์ (Style) การทํางานว่าเรื่องของงาน ว่าด้วยพาร์ติเคิลฟิสิกส์ (Particle Physics) มันไปโยงกับดอกเตอร์คนนี้แล้วก็รับผิดชอบไปอีก ๓ ปี ๕ ปี ให้มันสัมฤทธิ์ผล โดยเร็วที่สุด มีอํานาจ มีความคล่องตัว แล้วก็ได้รับการที่เรียกว่า แบ็กอัป (Back up) อย่างเต็มที่ จากรัฐบาลว่าอันนี้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาประเทศและเป็นส่วนสําคัญที่จะสร้างองค์ความรู้ เป็นประเทศวิทยาศาสตร์ขึ้นมาครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน