ดุสิต เครืองาม หารือการนำเทคโนโลยีฟิสิกส์อนุภาค โดยเฉพาะเตาโทคาแมคสำหรับงานวิจัยฟิวชันนิวเคลียร์ มาใช้ประโยชน์ในประเทศไทย พร้อมเสนอแนวทางการขอรับบริจาคเตาที่เลิกใช้จากต่างประเทศเพื่อสนับสนุนงานวิจัย และอธิบายศักยภาพของอิเล็กตรอนบีมและไอออนบีมที่พัฒนามาจากปรากฏการณ์โฟโตอิเล็กทริกเอฟเฟกต์ พร้อมยกตัวอย่างการประยุกต์ใช้ในนวัตกรรมต่าง ๆ เช่น ชิปคอมพิวเตอร์ โซลาร์เซลล์ และการผลิตรังสีเอกซเรย์ รวมถึงอธิบายกลไกนิวเคลียร์ฟิวชันด้วยการเปรียบเทียบการสูญเสียมวลเป็นพลังงาน และเน้นย้ำความสำคัญของการลงทุนในเทคโนโลยีนี้เพื่อความมั่นคงทางพลังงานของประเทศในอนาคต
ขอบคุณครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก สปท. ทุกท่าน กระผม ดุสิต เครืองาม สปท. ลําดับที่ ๕๓ ครับ หัวข้อที่นําเสนอ ในการขับเคลื่อนการปฏิรูปในวันนี้ ก็คือเรื่องการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีฟิสิกส์อนุภาค ภาษาอังกฤษของคําว่า ฟิสิกส์อนุภาค ก็คือพาร์ติเคิลฟิสิกส์ (Particle Physics) กระผมขอ กราบเรียนว่าความจริงเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมได้ศึกษาเรื่องนี้มาโดยตรงก็ว่าได้ ตลอดชีวิตที่ไป เรียนอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น ทั้งในระดับปริญญาตรี แล้วก็ปริญญาโท แล้วก็ปริญญาเอก ก็ต้อง ขอขอบคุณคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาที่หยิบยกประเด็น เรื่องนี้ขึ้นมา ถือว่าเป็นวิทยาศาสตร์ที่มีความก้าวหน้าเป็นอย่างยิ่ง ก็ต้องเรียนว่าเหมือนกับ ท่านกําลังจะทําความฝันที่ผมฝันมา ๓๐ ปีนี้ กําลังจะให้เกิดเป็นเรื่องจริงขึ้นมา ก็ต้องย้อน ความไปว่าใน พ.ศ. ๒๕๒๐ – ๒๕๒๕ ประมาณช่วงนั้นเป็นช่วงที่ผมกําลังเรียนอยู่ในระดับ ปริญญาตรี แล้วก็จะต้องเลือกทําวิทยานิพนธ์ซีเนียร์โปรเจกต์ (Senior Project) ในระดับ ปริญญาตรีก่อน ก็เคยกลับมาเมืองไทยมาศึกษา ถ้ากลับมาเมืองไทยแล้วจะมาทํางานด้าน อะไร เพราะเผอิญมหาวิทยาลัยที่ผมเรียนอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น ปริญญาตรีใน พ.ศ. ๒๕๒๐ ขณะนั้นคือมหาวิทยาลัยนะโงยะ เป็นมหาวิทยาลัยที่มีเตาโทคาแมค (Tokamak) อยู่ เป็นของตนเองนะครับ โพรเฟสเซอร์ (Professor) ที่สอนหนังสือผมสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า เป็นคนออกแบบ แล้วก็ก่อสร้าง มีขนาดเส้นฝ่าศูนย์กลางประมาณ ๑๐ เมตร ผมเคยขึ้นไปเดิน ขึ้นไปเหยียบอยู่บนเตานั้นแล้ว ก็ยิ้มซ้าย ยิ้มขวาว่ามาประเทศญี่ปุ่นทั้งทีจะต้องเอาของที่ดี ที่สุดในโลกกลับมาเมืองไทยให้ได้ แต่ว่าเมื่อกลับมาที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ ไม่ทราบตอนนั้นมีหรือยังนะครับ ก็ถามไปถามมา เขาบอกนิวเคลียร์ฟิวชัน (Nuclear Fusion) นี้คนยังไม่รู้จักหรอก ยังเป็นเรื่องใหม่มาก ๆ ผมก็เลยเบนทิศทางไปเรียนพลังงานทดแทน คือพลังงานแสงอาทิตย์แทน แต่ว่าตอนนี้ ผมเกษียนราชการมาแล้ว ถ้าเรื่องเตาโทคาแมค (Tokamak) ในเรื่องฟิวชัน (Fusion) นี้จะมี ให้มาได้ทดลองทําวิจัยในประเทศไทย ผมก็คิดว่าเป็นเรื่องดีเป็นอย่างยิ่ง ผมเองก็คงน่าจะ มีโอกาสมาช่วยโปรเจกต์ (Project) นี้ได้ ท่านไม่ได้บอกว่าเตาโทคาแมค (Tokamak) นี้ จะมาสู่ประเทศไทยได้อย่างไร ก็ฝากไว้แล้วกันนะครับว่าประเทศไหนที่เขามีเตาเก่า ๆ แล้ว ไปขอเขามาเลย ไปขอบริจาคมาเลยครับ เห็นบอกอิตาลีก็มีหลายเตา ญี่ปุ่นก็มีเยอะ เผลอ ๆ เดี๋ยวผมไปขอจากนะโงยะมาให้ก็ได้ ไม่ทราบยังอยู่หรือเปล่านะครับ
ขอย้อนกลับมาหัวข้อการปฏิรูปเรื่องฟิสิกส์อนุภาคนิดหนึ่งครับ ฟิสิกส์อนุภาค หรืออนุภาคที่มนุษย์เรารู้จักนี้มีหลายสิบหลายร้อยชนิด ผมก็ต้องขอช่วยทางกรรมาธิการ ในการอภิปราย เพื่อให้พี่น้องประชาชนที่อยู่ทางบ้านได้เข้าใจง่าย ๆ หรือว่าท่าน สปท. ก็จะ ได้เข้าใจง่าย ๆ ด้วย เอาง่าย ๆ ว่าสสารที่มีอยู่บนโลกนี้มีโมเลกุล เล็กลงไปก็คืออะตอม หน่วยย่อยที่สุดที่มันอยู่ได้อย่างเสถียรภาพก็คืออะตอม แล้วในอะตอมนั้นมีอะไรเป็น ตัวสําคัญ ตรงกลางก็คือมีนิวเคลียส ในนิวเคลียสนั้นก็มีนิวตรอนและโปรตรอนอยู่ศูนย์กลาง ถูกไหมครับ นิวตรอนและโปรตรอนรวมกันก็คือนิวเคลียส รอบ ๆ นิวเคลียสก็มีอิเล็กตรอน ตัวเล็ก ๆ วิ่งวนอยู่ เหมือนกับดวงอาทิตย์ก็คือนิวเคลียส แล้วโลกก็คือเป็นอิเล็กตรอนที่วิ่งวนอยู่ ทีนี้อนุภาคที่ท่านให้ความสนใจในการปฏิรูปในวันนี้ เช่น อิเล็กตรอนก็ใช่ นิวตรอนก็ใช่ ไอออน ก็ใช่ ผมก็จะขอเรียนชี้แจงให้พี่น้องที่ฟังอยู่ทางบ้านได้เข้าใจว่า สมมุติว่าเรามีสายไฟอยู่เส้นหนึ่ง คือเส้นทองแดง อิเล็กตรอนนี้มันวิ่งอยู่ในเส้นทองแดงนี้มันก็คือกระแสไฟฟ้าครับ กระแสไฟฟ้า เกิดมาจากอนุภาคอิเล็กตรอน แต่มันวิ่งอยู่ในเนื้อทองแดง เนื้อโลหะ เมื่อไรก็ตามที่เรา สามารถฉุดให้อิเล็กตรอนหลุดออกมาจากเนื้อทองแดงได้ อิเล็กตรอนนั้นจะกลายเป็นอนุภาค อิสระวิ่งอยู่ในสุญญากาศ เพราะฉะนั้นท่านกรรมาธิการกําลังพูดบอกว่าอยากจะนํา อิเล็กตรอนบีม (Electron Beam) มาใช้ให้เป็นประโยชน์ ก็หมายความว่าเราจะต้องเตะ หรือว่าดึงเอาอิเล็กตรอนให้มันหลุดออกมาจากเนื้อโลหะให้ได้ จริง ๆ แล้วการนําเอา อิเล็กตรอนดึงให้หลุดออกมาจากเนื้อโลหะนี้ มนุษย์เราทําเป็นตั้ง ๑๐๐ กว่าปีแล้ว แล้วก็เกิด เหตุการณ์นวัตกรรมอันหนึ่งที่ได้รับรางวัลโนเบลไป ก็คือการเกิดเอกซเรย์ มิสเตอร์เรนเทอร์เจน ในขณะนั้นลองเอาหลอดสุญญากาศมา แล้วก็ใช้สนามไฟฟ้าผ่านขั้วโลหะ ๒ ขั้ว มันก็มีอิเล็กตรอน หลุดออกมา เพราะสนามไฟฟ้ามันเตะให้หลุดออกมา อิเล็กตรอนที่ไปกระทบโลหะฝั่งตรงข้าม มันไปกระตุ้นทําให้เกิดรังสีเอ็กซ์ หรือเอกซเรย์เกิดขึ้นมา จนกระทั่งเกิดเป็นวิวัฒนาการ เอกซเรย์ในทุกวันนี้ นั่นคือจุดเริ่มต้นของการนําเอาอิเล็กตรอนหรืออิเล็กตรอนบีม (Electron Beam) ไปใช้งาน
ถัดมาอีกยุคหนึ่งก็มีมนุษย์นําเอาโลหะ ๒ แผ่นมาประกบ แล้วก็ใช้สนามไฟฟ้า ป้อนด้วยหลอดสุญญากาศเช่นเดียวกัน ก็เกิดกระแสไฟฟ้าไหลน้อย ๆ แล้วมนุษย์เราก็ชอบ เล่นของนะครับ ก็เอาแสงส่องไปที่หลอดสุญญากาศที่มีกระแสไฟฟ้าไหลอยู่ในสุญญากาศนั้น ปรากฏว่ากระแสไฟฟ้ามันไหลมากขึ้น สมัยนั้นมนุษย์เราไม่รู้ว่ามันเกิดจากอะไร นักวิทยาศาสตร์ ที่เก่งมากที่สุดในอดีตคืออัลเบิร์ต ไอสไตน์ ก็อธิบายว่านั่น แสงก็เป็นอนุภาค แสงเป็นทั้ง คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและเป็นอนุภาคไปเตะทําให้อิเล็กตรอนหลุดออกมาจากหลอดสุญญากาศ หลุดออกมาจากแผ่นโลหะ ก็ทําให้กระแสไฟฟ้าไหลมากขึ้น และอัลเบิร์ต ไอสไตน์ ก็ได้รับ รางวัลโนเบล (Noble Prize) ไปจากการอธิบายทฤษฎีที่เรียกว่าโฟโตอิเล็กทริกเอฟเฟ็กต์ (Photoelectric Effect) ที่ผมเรียนเมื่อสักครู่นี้ ไอน์สไตน์ไม่ได้รับรางวัลโนเบล (Noble Prize) จากสูตรอี (E) เท่ากับเอ็มซีกําลังสอง (mc2) เลย ไม่ใช่นะครับ ถัดมาแล้วนําอิเล็กตรอนที่มันวิ่งอยู่ในสุญญากาศนั้นกระผมก็ขอกราบเรียนว่า ๒๐ กว่าปีที่แล้วที่ผมมาทํางานอยู่ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผมก็มีเตาสุญญากาศที่เรียกว่า อิเล็กตรอนบีม (Electron Beam) ด้วยครับ แล้วผมก็ยิงอิเล็กตรอนลงไปบนเซรามิก (Ceramic) เซรามิก (Ceramic) มันก็ระเหยก็กลายเป็นฟิล์มบาง ฟิล์มบางผมก็เอาไปผลิตเป็นหลอดดิสเพล (Display) บ้าง เป็นโซลาร์เซลล์ (Solar Call) บ้าง หลาย ๆ เรื่อง เพราะฉะนั้นนวัตกรรมที่เรียกว่า อิเล็กตรอนบีม (Electron Beam) ก็ดี หรือไอออนบีม (Ion Beam) ก็ดี ทุกวันนี้เรานําเอามาผลิต เป็นชิป (Chip) คอมพิวเตอร์กันเป็นมาตรฐาน ชิป (Chip) คอมพิวเตอร์ที่เราเอาไว้ดูดข้อมูล ที่ถือกันไปถือกันมานี้ครับ หรือว่าสติกเมโมรี (Stick Memory) ตัวหนึ่งมันมีทรานซิสเตอร์ (Transistor) ตั้งเป็นพัน ๆ ล้านตัว ก็เกิดมาจากการนําอิเล็กตรอนบีม (Electron Beam) กับไอออนบีม (Ion Beam) มาผสมผสานกันในกระบวนการผลิต เหล่านี้เป็นนวัตกรรมสุด ยอดที่มนุษย์เราใช้อยู่ทุกวันนี้เป็นกิจวัตรประจําวัน
ถัดมา กลับมาเรื่องนิวเคลียร์ฟิวชัน (Nuclear Fusion) ก็ต้องขอช่วยอธิบายเสริม เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจง่าย ๆ ถ้าเรานําเอาลูกแอปเปิลมา ๕ ลูก จับมากองใส่ตะกร้า เขย่า ๆ ๕ ลูก แล้วก็อัดมันเข้าไป เผามันเข้าไป แอปเปิล ๕ ลูกนี้มันจะกลายเป็นลูกสาลี่ เสีย ๔ ลูก ฟังให้ดีนะครับ แอปเปิล ๕ ลูกกลายเป็นสาลี่ ๔ ลูก มันหายไป ๑ ลูก แอปเปิล ที่หายไป ๑ ลูกคือพลังงานที่ออกมาจากนิวเคลียร์ฟิวชัน (Nuclear Fusion) เข้าใจไหมครับ เพราะฉะนั้นสูตรก็คือ ๕ ตัวรวมกัน เอามาเขย่ารวมกันมันไม่ใช่ ๕ ตัวเหมือนเดิม มันเหลือ ๔ ตัว มันหายไป ๑ ตัว ๑ ตัวที่มันหายไปก็คือมวลนั่นกลายเป็นพลังงานความร้อนมหาศาล ที่ออกมา แล้วทางกรรมาธิการพยายามอธิบายว่าลูกแอปเปิลนั้นมันคืออะไร มันก็คือธาตุ ไฮโดรเจน แต่ว่าเป็นไอโซโทปนะครับ ไอโซโทปคืออะไรพี่น้องไม่ต้องไปสนใจ เอาเป็นว่า ชื่อของมันก็คือดิวเทอเรียม (Deuterium) และทริเทียม (Tritium) ซึ่งสามารถสกัดมาได้จาก น้ําทะเล ประเทศไทยเรามีอ่าวไทยมหาศาล เรามีน้ําในทะเลอันดามันมหาศาล เอาเป็นว่า โลกทั้งโลกมีน้ําทะเลไม่สิ้นสุดก็ว่าได้ เพราะฉะนั้นเชื้อเพลิงที่เอามาทําเป็นเชื้อเพลิงของ นิวเคลียร์ฟิวชัน (Nuclear Fusion) นี้เขาบอกว่ามีมากไม่สิ้นสุด นี่คือความตื่นเต้นของ นักวิทยาศาสตร์ และผมก็ตื่นเต้นมา ๔๐ ปีแล้วนะครับ แล้วก็ตื่นเต้นจนกระทั่งทราบมาว่า การที่จะทําให้แอปเปิล ๕ ลูกมันกลายเป็นสาลี่ ๔ ลูกมันทําไม่ได้ง่าย ๆ มันจะต้องใช้ ความร้อนสูงถึง ๑๐๐ ล้านองศาเซลเซียส หรือต่ําที่สุดก็คือประมาณ ๑๐ ล้านองศาเซลเซียส แล้วเราจะเอาของไปใส่ไว้ในเตาแล้วก็จุดไฟเผา ใส่น้ํามันก๊าด ใส่น้ํามันเบนซินเผา ไม่ได้ ความร้อนมันขึ้นไปไม่ถึง มนุษย์เราก็ต้องหาวิธีที่จะปล่อยให้ดิวเทอเรียม (Deuterium) หรือทริเทียม (Tritium) ให้มันลอย ๆ อยู่ในสุญญากาศไม่ให้ไปแตะภาชนะอะไรเลย ให้มัน แตกตัวเป็นพลาสมาก็คือเป็นสีอะไรม่วง ๆ ที่มันสว่าง ๆ อยู่ในเตานั้นนะครับ แล้วก็ใส่ กระแสไฟฟ้าเข้าไป เพิ่มความร้อนเข้าไป ผมจําได้ว่าตอนที่ผมอยู่ปริญญาตรีนี้ครับ ผมสนุก จนกระทั่งถอดสมการที่แมกซ์เวลอีควอชัน (Maxwell’s Equation) พิสูจน์ออกมาว่า อุณหภูมิมันต้องใช้ถึง ๑๐๐ ล้านองศาเซลเซียสหรือ ผมเคยพิสูจน์สมการนั้นมาแล้ว เพราะฉะนั้นโดยสรุปก็คือว่าเทคโนโลยีจะเรียกว่าอนุภาคก็ดี ไอออนบีม (Ion Beam) ก็ดี อิเล็กตรอนบีม (Electron Beam) ก็ดีหรือว่านิวตรอนบีม (Neutron Beam) ก็ดีหรือว่า ฟิวชัน (Fusion) นี่ถือว่าเป็นสิ่งที่ล้ําหน้ามาก แล้วก็ประเทศไทยเรามีความจําเป็นที่จะต้อง ติดตามเทคโนโลยีนั้น ถ้าเรามีเตาโทคาแมค (Tokamak) มาสักเตาหนึ่งในประเทศไทย ผมว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม แล้วเราก็จะต้องใส่นักวิทยาศาสตร์เข้าไปในโครงการนี้ ส่งไปเรียนเลยครับ ให้จบปริญญาโท ปริญญาเอกกลับมาก็จะทําให้เรามีพื้นฐานตรงนี้ เพราะฉะนั้นแหล่งพลังงาน ที่มันจะสร้างความมั่นคงยั่งยืนให้กับประเทศไทย พลังงานทดแทน แสงอาทิตย์ ลม ก็ว่ากันไป ฟิวชัน (Fusion) ก็ต้องเป็นสิ่งที่เราจะต้องติดตามครับ อีก ๒๐ ปี ๓๐ ปี ๔๐ ปี ๕๐ ปีข้างหน้า เกิดแน่ครับเทคโนโลยีนี้ ก็ขอกราบเรียนแต่เพียงเท่านี้ว่าผมขอสนับสนุน เรื่องนี้ถือว่าเป็น การปฏิรูปในเชิงเทคโนโลยีและความรู้ที่ถึงเวลาแล้วที่จะต้องจุดประกายให้คนไทยได้ตื่นตัว เรื่องนี้ต่อไปครับ ขอบคุณครับ