ถวิลวดี บุรีกุล ชื่นชมกรรมาธิการพลังงานที่ผลักดันนโยบายพลังงานสะอาดและยั่งยืน พร้อมเรียกร้องให้รัฐสนับสนุนประชาชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาสังคมให้มีส่วนร่วมในการผลิตพลังงานอย่างเท่าเทียม เน้นลดการพึ่งพาน้ำมันฟอสซิล สร้างความมั่นคงพลังงาน และป้องกันการผูกขาด โดยยกประสบการณ์ส่วนตัวในการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าที่ต้องเผชิญอุปสรรคจากขั้นตอนราชการที่ซับซ้อน เพื่อผลักดันให้เกิดการปฏิรูประบบและส่งเสริมพลังงานทางเลือกอย่างแท้จริง
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ถวิลวดี บุรีกุล สมาชิกหมายเลข ๖๑ นะคะ ดิฉันต้องขอขอบคุณคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศด้านพลังงาน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เพราะได้กําลังทําเรื่องที่เป็นสิ่งที่ สําคัญแล้วทําให้ประเทศไทยยกระดับขึ้นมานะคะ สิ่งที่ยกระดับก็คือการที่จะทําให้ ประเทศไทยบรรลุเรื่องของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ตั้งแต่เรื่องแรกก็คือพลังงานสะอาด ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ หรือแม้กระทั่งเรื่องของการมีนวัตกรรมในทางอุตสาหกรรม หรือในเรื่องของการดําเนินการที่จะให้มีอากาศสะอาด เรื่องของคลีนแอ็กชัน (Clean Action) และนําไปสู่เรื่องของสันติภาพ เพราะว่าสิ่งที่ท่านกําลังจะทํานั้นจะช่วยลดปัญหา ความขัดแย้งที่จะเกิดจากความขัดแย้งอันเนื่องมาจากผลประโยชน์หรือเรื่องของข้อมูล ข่าวสารและอื่น ๆ เนื่องมาจากความพยายามที่จะสร้างโรงไฟฟ้าในอนาคตนะคะ และสุดท้าย ก็คือการบรรลุเป้าหมายข้อ ๑๗ ของ เอสดีจี (SDG) ก็คือการสร้างหุ้นส่วนในเรื่องของ การพัฒนาอันนี้ก็เป็นเรื่องที่ดีนะคะ เป็นเรื่องที่น่าสรรเสริญเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ข้อดีคือ ดิฉันจะมาชมโดยเฉพาะนะคะ ข้อดีของแนวนโยบายตรงนี้ก็คือการส่งเสริมกิจการที่สามารถ ให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ตั้งแต่สิ่งที่ท่านเขียนไว้ในรายงานมีข้อดีเยอะแยะนะคะ ไม่ว่าจะ เป็นลดโลกร้อนหรือการมีส่วนร่วมของประชาชนอันนั้นดิฉันเห็นด้วย การมีส่วนร่วมของ ประชาชนมีความหมายมาก ประชาชนในที่นี้ไม่ใช่เฉพาะเอกชน แต่ว่าก็คงต้องเป็นประชาชน ในระดับครัวเรือนอย่างที่ท่านสมาชิกได้พูดถึง รวมทั้งสหกรณ์และภาคประชาสังคมที่ รวมตัวกันที่จะสามารถเข้ามามีบทบาทตรงนี้ได้ ตลอดจนเราจะต้องแก้กฎหมายนะคะ เดี๋ยวดิฉันจะเสนอในตอนท้ายว่าที่จะทําให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถที่จะเข้ามา มีบทบาทในการที่จะผลิตพลังงานได้เช่นเดียวกัน นอกจากนี้เป็นเรื่องของการลดการใช้ ฟอสซิลฟูเอล (Fossil Fuels) ซึ่งเราไม่ค่อยปรารถนานะคะแต่ว่าอาจจะมีความจําเป็น ในระดับหนึ่งแต่ว่าก็จะเป็นการลดการใช้ฟอสซิลฟูเอล (Fossil Fuels) ในอนาคต ตลอดจน เกิดการแข่งขันแล้วก็ที่สําคัญที่สุดที่ดิฉันพูดไปแล้วคือนิมบีซินโดรม (NIMBY Syndrome) ก็คือไม่อยากที่จะให้มาสร้างใกล้บ้านฉันนี้นะคะก็อาจจะลดลงไปในเรื่องเหล่านี้แล้วก็ ช่วยเหลือเรื่องเศรษฐกิจในระยะยาวของประชาชนแต่ละคนที่มาร่วมลงทุนนะคะ เพราะว่า ก็เป็นการลงทุนเพื่ออนาคต เอจจิงโซไซตี (Ageing Society)กําลังจะเกิดขึ้นคือสังคมของ ผู้สูงวัย เพราะฉะนั้นผู้สูงวัยที่มองว่าในอนาคตจะไม่มีบํานาญใช้หรืออาจจะไม่มีเงินพอใช้ ก็เอาเงินส่วนหนึ่งมาลงทุนในเรื่องพลังงานนี้ก็ได้นะคะ นอกจากนี้เกิดจิตสํานึกสาธารณะในการมีส่วนร่วม แล้วก็จิตสํานึกสาธารณะในเรื่องของ พลังงาน เราไม่ค่อยมีความรู้เรื่องพลังงานสักเท่าไร แต่ว่าตรงนี้ก็จะเป็นการให้ความรู้ในเรื่อง พลังงานทางเลือกไปในตัว นอกจากนี้นโยบายประชารัฐก็จะเป็นจริงได้ เพราะมิเช่นนั้นจะ ไม่มีแนวทางว่าทําอย่างไรที่จะให้เกิดประชารัฐในเรื่องของพลังงาน ตรงนี้เป็นสิ่งที่สําคัญมาก ทําไมดิฉันถึงสนใจเรื่องนี้ เพราะตอนนี้ดิฉันก็ขายไฟให้กับการไฟฟ้าอยู่ทุกเดือน แต่ว่ากว่าจะ มาถึงวันนี้ได้ดิฉันต้องฝ่าฟันกับอุปสรรคมากมายที่ท่านสมาชิกหลายท่านได้พูดไว้นะคะ ตั้งแต่เรื่องของการอนุมัติ อนุญาต และต้องมีการอดทนต่อข้าราชการที่ไม่ค่อยจะเข้าใจอะไร ได้ง่าย ๆ นะคะ นี่ขนาดถวิลวดีนะคะ ถ้าเป็นชาวบ้านทั่วไปจะเป็นอย่างไร คือตั้งแต่รอเวลา ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะเข้าใจเรื่องของพลังงาน เรื่องของการเปิดโอกาสให้ประชาชน มีส่วนร่วมได้ เขาเอาเรื่องไปดองไว้นานมาก เพราะว่าเขาไม่รู้จะทําอย่างไรต่อไป นอกจากนี้ ก็ต้องไปรออุตสาหกรรม ไปจนกระทั่งถึงพลังงาน เยอะแยะ แต่ในที่สุดต้องขอบคุณนะคะ มาถึงวันนี้ได้ดิฉันก็ยังมีโรงไฟฟ้าที่บ้าน ตอนนี้ผลิตไฟฟ้าทุกวัน แต่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือระเบียบ มันยุ่งยากมาก คราวนี้ดิฉันจะมีข้อเสนอว่าแล้วควรจะต้องทําอะไรกันบ้าง ในอนาคตรัฐต้อง ทําอะไร ดิฉันเห็นด้วยกับสมาชิกท่านหนึ่งที่บอกว่าเรายังต้องการการดูแลในเรื่องของความ มั่นคงพลังงาน เสถียรภาพของพลังงาน และความมั่นคงของประเทศอยู่ เมื่อเป็นเช่นนี้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตจึงมีความจําเป็นที่จะต้องดูแลและทํางานด้านนี้ต่อไป และป้องกันเรื่อง ของการทําลายในเรื่องของความมั่นคงทางพลังงานในอนาคต เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ต้อง ระมัดระวังไม่ให้แปรรูปไปเหมือนกับบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง แล้วสุดท้ายเราไม่สามารถที่จะ ควบคุมอะไรได้ เพราะว่ามูลค่าของน้ํามันขึ้นไปเรื่อย ๆ แล้วสุดท้ายก็เป็นการผูกขาดนะคะ นอกจากนี้รัฐก็คงต้องเตรียมระบบเครือข่ายอย่างที่ท่านกรรมาธิการได้พูดถึง สิ่งอํานวย ความสะดวกต่าง ๆ ที่จะรองรับตรงนี้ต้องเตรียมอยู่แล้ว เป็นการลงทุน รัฐจะต้องลงทุน นะคะ ถึงแม้ว่าพลังงานทดแทนมีความจําเป็นก็จริง แต่ว่าพลังงานสํารองก็ต้องมี ตรงนี้ก็คง ต้องเป็นการวางแผนต่อไป แล้วที่สําคัญก็คือความรู้ของประชาชนในเรื่องของพลังงาน และการมีส่วนร่วม ตลอดจนสิ่งที่สําคัญที่สุดคือลดการทุจริต ทําอย่างไรถึงจะลดการทุจริต ในเรื่องของการอนุมัติ อนุญาตได้ ดิฉันมองเห็นแต่ไกลเลยว่ามันจะมีช่องทางอะไรมากมาย เพราะว่าจากประสบการณ์ที่ดิฉันมีนะคะ เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นเรื่องที่ท้าทายมาก นอกจากนี้สิ่งที่ควรจะเดินต่อไปก็คือการมีส่วนร่วมของประชาชน แก้กฎระเบียบหลายฉบับ เลยนะคะที่จะต้องให้ครัวเรือนเข้ามาได้ ท้องถิ่นเข้ามาได้ และสถานที่ราชการก็ต้องเข้ามา มีส่วนร่วมในการดูแลเรื่องพลังงานเช่นกัน ดิฉันคาดหวังฝันลึก ๆ ว่าสภาแห่งใหม่จะมีการใช้ พลังงานโซลาร์ (Solar) แสงอาทิตย์ด้วย เหมือนกับรัฐสภาปากีสถาน แต่มองแล้วก็ยังไม่เห็น ตรงนั้น ตลอดจนหลังคาของสถานที่ราชการต่าง ๆ น่าจะมีส่วนร่วมในการผลิตไฟฟ้าตรงนี้ได้ แต่ว่าก็อาจจะยังไม่มีกฎระเบียบที่จะเอื้อได้ แล้วก็เรื่องของการลงทุนตรงนี้จะทําอย่างไร แต่อย่างน้อยเราก็มีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์พยายามที่จะเดินหน้าไปทางนั้น แล้วท่านก็จะ ไปเก็บภาษีเขา ซึ่งก็คงต้องมีการเจรจาหรือมีการดูในเรื่องนั้นต่อไป ตลอดจนสิทธิประโยชน์ ที่จะให้กับผู้มีส่วนร่วมทั้งหลาย และที่สําคัญที่สุดการทํางานในรูปแบบของประชาสังคม หรือสหกรณ์ที่จะมาร่วมผลิตกระแสไฟฟ้าตรงนี้ดิฉันเห็นว่าสําคัญ เพราะฉะนั้นก็คงต้อง สรรเสริญกรรมาธิการชุดนี้ที่กําลังคิดในเรื่องที่ดีแล้วเป็นการปฏิรูประบบตรงนั้น แต่ว่า ทําอย่างไรถึงจะเป็นจริง และสร้างความมั่นคงทางพลังงานและความมั่นคงของประเทศ เสถียรภาพของประเทศ ไม่ให้เกิดการผูกขาดโดยบุคคลใดหรือกลุ่มใครกลุ่มหนึ่งเป็นเอกชน แล้วก็เอาสิ่งที่เป็นของทรัพยากรของชาติไปเป็นของส่วนตัวนะคะ ขอบพระคุณค่ะ