ชูชัย ศุภวงศ์ หารือการปฏิรูประบบโครงสร้างการผลิตและการใช้พลังงาน เพื่อส่งเสริมความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ และผลักดันพลังงานทดแทน โดยเฉพาะการติดตั้งโซลาร์รูฟในครัวเรือนที่ยังติดขัดจากข้อจำกัดของกฎระเบียบ จึงเสนอให้ปรับนโยบาย เร่งการกระจายอำนาจพลังงานไปสู่ประชาชน สนับสนุนการผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กอย่างเสรี และสร้างความสมดุลในการดำเนินงานระหว่างภาครัฐ ธุรกิจ และประชาสังคม ผ่านการปฏิรูปกฎหมายให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจพอเพียงและยุทธศาสตร์ชาติ
กราบเรียนท่านประธาน ท่านกรรมาธิการ ท่านสมาชิก ที่เคารพทุกท่านครับ วันนี้เป็นการเสนองานที่สําคัญของ สปท. นะครับ เป็นเรื่องที่สําคัญ และมีประโยชน์ต่อประเทศชาติบ้านเมืองมาก ต้องขอบคุณท่านประธานคุรุจิต ขอบคุณ ท่านศาสตราจารย์ดุสิต เครืองาม ที่ได้อธิบายให้เห็นระบบโครงสร้างและกลไกที่สามารถ พูดได้เต็มปากว่านี่คือการปฏิรูป เพราะว่าเป็นการปฏิรูประบบกลไกและโครงสร้างของ ทั้งผู้ผลิตและผู้ใช้ครับ อันนี้เป็นเรื่องที่น่าชื่นชมมาก ผมอยากจะเรียนอย่างนี้นะครับว่า ท่านประธานเองก็ได้นําเสนอในทุกโอกาสที่มีว่าแผ่นดินนี้มีเรื่องดี ๆ มาก แล้วประเทศ ของเรานี้ได้พัฒนามาในระดับนํา อันดับที่ ๒๐ หรือไม่เกินอันดับที่ ๓๐ ในทุก ๆ ด้านของโลก จากประเทศที่มีประมาณ ๒๐๐ ประเทศ ถ้าพูดเป็นสัดส่วนของเปอร์เซ็นต์แล้วก็อาจจะ กล่าวได้ว่าเราอยู่ในอันดับ ๕ เปอร์เซ็นต์แรก หรือ ๑๐ เปอร์เซ็นต์แรกของโลกด้วยซ้ําไป ผมคิดว่าถ้าเราทําเรื่องนี้ได้สําเร็จนะครับ มันจะนําไปสู่การลดความเหลื่อมล้ํา และสร้าง ความเป็นธรรมในสังคมได้มาก แล้วเรื่องที่ดีที่ผมอยากจะเรียนเสริมที่ท่านประธาน ได้พยายามเสนอมา ก็คือว่าเราตั้งอยู่ในภูมิประเทศที่เป็นพื้นที่ที่เหมาะสําหรับการทํา พลังงานทดแทน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องพลังงานจากองค์สุริยเทพนะครับ ถ้าไปอ่าน เรื่องมหาภารตะ หรือดูเรื่องนี้ จะเห็นว่าองค์สุริยเทพเป็นเทพที่มีความสําคัญยิ่งในจักรวาลนี้ แล้วท่านก็เผื่อแผ่มนุษย์ทุกผู้ทุกคนนะครับ ถ้าเราสามารถรับพลังงานนี้ แล้วใช้ประโยชน์ จากพลังงานนี้ได้ เราจะพูดคงไม่เกินเลยไปนะครับว่า เราสามารถจะพลิกแผ่นดินนี้ได้เลย นะครับ
ประเด็นที่ผมอยากจะเสนอ แล้วก็อยากจะพูดเรื่องที่เกี่ยวกับตัวเองบ้าง นะครับ ขออนุญาตท่านประธาน คือประมาณ ๕ ปีที่แล้วก็คิดเหมือนกันนะครับว่าจะติด โซลาร์รูฟ (Solar Roof) ก็ปรึกษาเพื่อนที่เป็นวิศวกร ปรึกษาอะไรต่าง ๆ แต่เสร็จแล้ว ก็ถอยหลังนะครับ ไม่ได้เป็นเพราะว่าเรื่องราคาเรื่องอะไรหรอกครับ เพราะว่าเราคิด เรื่องพลังงานสะอาด คิดเรื่องว่าเป็นคนส่วนหนึ่งที่สามารถลดมลภาวะให้กับบ้านเมือง ลดโลกร้อนได้บ้างไม่มากก็น้อย แต่ว่าติดอยู่ที่กฎระเบียบที่ศาสตราจารย์ดุสิตได้พูดนะครับ ติดกฎระเบียบจนต้องถอยครับ แล้วมาถึงวันนี้ก็เห็นได้ชัดว่ากฎระเบียบนี้ยังรัดรึง ไม่สามารถที่จะเดินไปข้างหน้าได้ การนําเสนอในวันนี้เป็นการที่ให้เราพ้นพันธนาการเหล่านี้ ผมถือว่าเป็นการนําเสนอที่เป็นกระบวนการของประชาธิปไตยครับ ท่านอาจจะงงว่าทําไม เกี่ยวกับประชาธิปไตย เป็นการนําเสนอที่กระจายอํานาจ ท่านก็อาจจะสงสัยว่าทําไม กระจายอํานาจ ก็เพราะให้พ้นพันธะการรวมศูนย์ในระบบที่ดํารงอยู่ครับ แล้วเป็น การกระจายไปสู่ประชาชนทุกครัวเรือน เดี๋ยวผมจะนําเสนอต่อไปนะครับว่าเอกสารนี้ ที่นําเสนอนั้นดีมากแล้วนะครับ แต่อยากให้ปรับเปลี่ยนสิ่งที่เรียกว่าไพรออริตี (Priority) หรือลําดับความสําคัญดังที่ผมจะเสนอต่อไป ท่านประธานครับได้เคยพูดถึงนักอนาคตศาสตร์ คนหนึ่งชื่อ อัลวิน ทอฟฟ์เลอร์ ผมขออนุญาตพูดใน ๒ ประเด็นนะครับเพื่อเสริมรายงาน ฉบับนี้
ประเด็นแรก ก็คือท่านพูดเรื่องในหนังสือเรื่อง เรโวลูชันเวลท์ (Revolution Wealth) หรือแปลว่าความมั่งคั่งปฏิวัติ ได้พูดถึงมิติของความเร็วครับ มิติของความเร็ว ท่านพูดถึงบริบทของอเมริกัน แต่ผมเชื่อว่าบริบทของไทยหรือบริบททั่วโลกนี้ก็มาปรับใช้ได้ ท่านพูดว่ามิติของความเร็วของกลไกต่าง ๆ ในสังคมนี้ บอกว่าภาคธุรกิจเอกชนมีความเร็ว ๑๐๐ ไมล์ต่อชั่วโมง แล้วภาคประชาสังคมนี้ก็น่าสนใจนะครับ เพราะมีความเร็วถึง ๙๐ ไมล์ ต่อชั่วโมง เพราะว่ามีความตื่นตัว มีความว่องไว มีการรวมกลุ่มอะไรต่าง ๆ แต่ว่าภาคระบบ ราชการ หน่วยงานของรัฐนี้มีความเร็ว ๒๕ ไมล์ต่อชั่วโมง มันตามภาคธุรกิจไม่ทัน มันตาม ภาคพลเมืองไม่ทัน แต่ที่ร้ายไปกว่านั้นก็คือระบบรัฐสภาของเรานี้ ผมคิดว่าท่านประธาน จะรู้ดีที่สุด เพราะสัมผัสมานานจนต้องออกมาครับ มีความเร็วแค่ ๓ ไมล์ต่อชั่วโมง แล้วที่ลําบากยากเย็นที่สุดก็คือระบบกฎหมายมีความเร็วน้อยที่สุดคือ ๑ ไมล์ต่อชั่วโมง เพราะฉะนั้นกฎ ระเบียบ ที่ไม่สามารถเอื้อต่อกลไกต่าง ๆ ที่อยู่ในสังคมได้นี้ จะทําให้สังคม ความเร็วไม่เท่ากัน มันก็เกิดอาการฉีกขาดได้ เพราะฉะนั้นการเสนอวันนี้เป็นการเสนอปรับ กฎหมายระเบียบต่าง ๆ เพื่อให้เอื้อต่อความเร็วของภาคธุรกิจเอกชน ความเร็วของ ภาคประชาสังคมที่เขาไปได้ไกลแล้ว เขาเรียกร้องมานานแล้วนะครับในเรื่องเหล่านี้ เป็นการเสนอให้ปฏิรูประบบราชการนะครับ ผมออกจะเห็นด้วยกับท่าน สปท. ท่านกษิต ภิรมย์ ซึ่งท่านมีความรู้ประสบการณ์สูงมาก ท่านถึงเสนอขนาดให้ว่ามีกลไกกลางระดับชาติ ที่มาดูแลเรื่องพลังงานหมุนเวียน พลังงานทดแทน ส่วนเรื่องกรม กองต่าง ๆ ที่เสนอยุบนั้น ก็เป็นเรื่องต้องไปดูรายละเอียดอีกทีนะครับ แต่ว่าอันนี้เป็นการเสนอให้เห็นว่ากลไกต่าง ๆ ที่ดําเนินไปในสังคมนั้นจะต้องมีดุลยภาพและสอดคล้องกัน หาไม่แล้วประเทศจะถูกฉุดรั้ง
ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานครับที่ผมอยากจะนําเสนอ ก็นักอนาคตศาสตร์ คนเดียวกันนี้ละครับได้พูดไว้เมื่อประมาณ ๓๘ ปีที่แล้วในหนังสือชื่อว่าฟิวเจอร์ช็อก (Future Shock) เมื่อปี ๑๙๗๙ ความตอนหนึ่งท่านพูดถึงว่าอนาคตข้างหน้า นั่นพูด ๓๘ ปีที่แล้ว ร่วม ๔ ทศวรรษ ว่าผู้ผลิตกับผู้ใช้จะกลายเป็นคน ๆ เดียวกัน เพราะวันนี้มาถึงแล้ว ท่านอาจจะยกตัวอย่างเรื่องการใช้สื่อ เดี๋ยวนี้หลายท่านรวมทั้งตัวผมเองนะครับ ก็ทําหน้าที่ เป็นผู้ผลิตสื่อและผู้บริโภคสื่อในชุมชนในอะไรต่าง ๆ ขนาดเล็กเขาออกแบบเองในเรื่อง โพรดักต์ (Product) ต่าง ๆ แล้วรวมทั้งใช้เองแล้วก็จําหน่ายด้วย มาถึงเรื่องระบบการผลิต และใช้ไฟฟ้า วันนี้มาถึงบ้านเราแล้วครับ จริง ๆ แล้วมาถึงแล้วในต่างประเทศ คือผู้ผลิต และผู้ใช้เป็นคนคนเดียวกันนะครับ ผมกําลังพูดถึงโซลาร์รูฟ (Solar Roof) เขาสอดคล้องกับ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอย่างชัดเจน รวมทั้งเมื่อกี้มีข้อเสนอรูปธรรมของห้างสรรพสินค้า ที่เขาสามารถผลิตได้ด้วย แต่ว่าระบบ ระเบียบไม่เอื้ออํานวยให้เขาทําอย่างนั้น คําพูด ขออนุญาตใช้คําภาษาอังกฤษนะครับ เขาใช้คํา ๒ คําครับ คอนซูมเมอร์ (Consumer) คือ ผู้บริโภค กับ โพรดิวเซอร์ (Producer) คือผู้ผลิต แต่เมื่อผู้ผลิตกับผู้บริโภคมารวมกัน เขาก็ใช้ คําว่า โพรซูมเมอร์ (Prosumer) วันนี้ข้อเสนอเอกสารนี้เป็นข้อเสนอไปในทิศทางนี้ครับ ผมมีข้อเสนออยู่ ๓ – ๔ ประการครับท่านประธาน ด้วยข้อจํากัดเรื่องเวลา
ประเด็นที่ ๑ เพื่อให้เห็นความสําคัญชัดเจนในระดับครัวเรือน ผมขอเปลี่ยน ชื่ออย่างนี้นะครับ ลองพิจารณาดูอาจจะเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม การส่งเสริมกิจการไฟฟ้า เสรีที่ใช้พลังงานทดแทนในระดับชุมชน ให้เติม และระดับครัวเรือน ด้วยครับ อันนี้เป็นการ ส่งสัญญาณชัดเจนว่าไพรออริตี (Priority) หรือลําดับความสําคัญนั้นต้องมุ่งไปที่หลังคาเรือน ต้องมุ่งไปที่ชุมชน รวมทั้งเรื่องของการผลิตรายเล็กต่าง ๆ
ประเด็นที่ ๒ ข้อเสนอที่ท่านกษิตได้นําเสนอคือกลไกระดับชาติ เรื่องนี้คงต้อง คิดขึ้นมานะครับ ผมคิดว่ามีความจําเป็น เพราะกลไกนี้จะทําให้การเติบโตของพลังงานทดแทน พลังงานหมุนเวียนไปในทิศทางที่ชัดเจนขึ้น
ประเด็นที่ ๓ การปฏิรูปให้สิทธิประชาชนในระดับครัวเรือนนี้ครับ ผมคิดว่า เรื่องการคิดค่าไฟฟ้า รวมทั้งแบบเน็ตมิเตอร์ริง (Net-metering) ผมคิดว่าท่านอาจารย์ดุสิต ได้พูดแล้วนะครับ รวมทั้งการอํานวยความสะดวกในระบบเครือข่ายสายส่งให้กับประชาชน ประเด็นนี้ล่ะครับ โพรซูมเมอร์ (Prosumer) คงไม่สามารถที่จะมาจัดตั้งระบบสายส่ง แต่เป็น เรื่องของรัฐที่จะต้องลงทุนและเอื้ออํานวยความสะดวกให้มีการดําเนินการในเรื่องนี้มากขึ้น การลงทุนนี้ลงทุนน้อยมาก เพราะส่วนใหญ่มันลงทุนที่โซลาร์รูฟ (Solar Roof) หลังคาเรือน นะครับ เพียงแต่ว่าระบบต้องอํานวยความสะดวกและไม่เป็นอุปสรรค
ประเด็นสุดท้าย ผมอยากจะเรียนว่าถ้าเป็นไปได้ในแง่การปฏิบัติ เราแยก เรื่องโซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) ออกมาให้ชัดเจนได้ไหมครับ เพราะเรื่องนี้จะไปได้ว่องไว จะไปได้ไกล แยกให้ชัดเจนจากกลุ่มต่าง ๆ ที่เป็นไอพีพี (IPP) รายใหญ่ รายเล็ก หรือรายเล็กมาก แต่ก็ไปในทิศทางเดียวกัน เพราะว่านี่คือทิศทางในอนาคตที่ผู้ผลิตและผู้ใช้เป็นคน ๆ เดียวกัน และนี่เป็นการทํางานที่สอดคล้องกับแนวทางประชารัฐ ซึ่งอยู่ในคําปรารภของรัฐธรรมนูญ และแนวนโยบายของรัฐบาลนี้ และผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นความสําคัญระดับยุทธศาสตร์ชาติ ขอบคุณครับ