ถวิลวดี นำเสนอปฏิรูปกลไกภาครัฐ เสริมธรรมาภิบาล-การมีส่วนร่วม

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๒๗ · ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๐

ถวิลวดี บุรีกุล นำเสนอประเด็นการปฏิรูปกลไกภาครัฐเพื่อส่งเสริมธรรมาภิบาล โดยเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการนโยบายสาธารณะ พร้อมรายงานความคืบหน้าร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องและผลักดันให้มีกรอบกฎหมายรองรับการบูรณาการแผนพัฒนาอย่างเป็นระบบ รวมถึงเสนอให้จัดตั้งคณะกรรมการมาตรฐานทางจริยธรรมและปรับปรุงกฎหมายข้าราชการพลเรือนเพื่อให้การปฏิรูปด้านจริยธรรมเกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับหลักการของรัฐธรรมนูญ

นางถวิลวดี บุรีกุล กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศและท่านสมาชิกที่เคารพ ดิฉัน ถวิลวดี บุรีกุล สมาชิกหมายเลข ๖๑ ในฐานะกรรมาธิการ ขอนําเสนอประเด็นที่สําคัญซึ่งเป็นประเด็นในการปฏิรูปกลไกภาครัฐ เพื่อเสริมสร้างธรรมาภิบาลใน ๒ เรื่อง

เรื่องแรกคือการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเสริมสร้างธรรมาภิบาล ประสิทธิภาพและการพัฒนาบุคลากรภาครัฐ ร่างพระราชบัญญัติการมีส่วนร่วมของประชาชน ในกระบวนการนโยบายสาธารณะ พ.ศ. .... ซึ่งเป็นเรื่องที่กรรมาธิการได้นําเสนอไปแล้ว แต่ว่าจะรายงานความก้าวหน้านะคะ ร่างกฎหมายฉบับนี้จัดทําขึ้นเพื่อเป็นรากฐานของ ประชาธิปไตยและเสริมสร้างวัฒนธรรมธรรมาภิบาลจะทําให้เกิดการรับฟังเสียงของประชาชน แล้วก็จะมีการตอบสนอง ตลอดจนผู้บริหารมีความรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น นอกจากนี้ จะทําให้เกิดการมีกลไกที่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ซึ่งได้มีคําปรารภบัญญัติไว้อย่างชัดเจนในเรื่องของหลักธรรมาภิบาล การมีส่วนร่วมเป็น ส่วนสําคัญของการทําให้หลักธรรมาภิบาลนี้เป็นผลและนําไปสู่สังคมที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ซึ่งในรัฐธรรมนูญมีเรื่องของการมีส่วนร่วมในหลายมาตรา ทําอย่างไรถึงจะให้เกิดความเข้าใจ ที่ตรงกัน และไม่เกิดปัญหาในการตีความ และมีแนวปฏิบัติที่เป็นเรื่องที่ชัดเจนเข้าใจตรงกัน เราจึงได้เสนอร่างกฎหมายฉบับนี้ขึ้นและมีส่วนที่สําคัญก็คือบัญญัติการรับรองสิทธิในการ มีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการนโยบายสาธารณะ การกําหนดขั้นตอนที่ประชาชน สามารถมีส่วนร่วมในกิจกรรมของหน่วยงานของรัฐได้ ตั้งแต่ขั้นตอนการอนุมัติระหว่าง ดําเนินนโยบายและภายหลังดําเนินนโยบาย ซึ่งในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้บัญญัติไว้ชัดเจน ในหลายมาตรา โดยเฉพาะในมาตรา ๕๘ หรือมาตรา ๔๓ (๓) เป็นต้น กําหนดให้มี คณะกรรมการการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการนโยบายสาธารณะ ซึ่งจะทําให้ เป็นกลุ่มงานที่จะมากําหนดมาตรฐานที่ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งมีตัวแทนจากหลายภาคส่วน แล้วเราเสนอว่าให้ประกาศใช้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้โดยเร็ว เพื่อที่จะเป็นกรอบสําคัญ ในการวางหลักเกณฑ์และวิธีการทํางานของภาคส่วนต่าง ๆ อันเกี่ยวข้องกับกระบวนการ นโยบายสาธารณะด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยผลการปฏิรูปนั้นบัดนี้ท่านนายกรัฐมนตรี ได้เห็นชอบแล้วและได้ส่งให้คณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คณะที่ ๓ ซึ่งมี ท่านวิษณุ เครืองาม เป็นประธานและสํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรีได้พิจารณา ดําเนินการในส่วนเกี่ยวข้อง

ส่วนเรื่องต่อไปในเรื่องของการปฏิรูปกลไกภาครัฐเพื่อเสริมสร้างธรรมาภิบาล ก็คือการจัดการของจังหวัดที่มุ่งหวังผลสัมฤทธิ์โดยยึดพื้นที่เป็นหลัก หรือที่เรียกว่า แอเรีย เบส แอปโพรซ (Area based Approach) ซึ่งแอเรีย เบส แอปโพรซ (Area based Approach) นี้เป็นเรื่องของการเสริมสร้างการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพสอดคล้องกับ ความต้องการของประชาชนในแต่ละพื้นที่และมีการใช้งบประมาณที่คุ้มค่าโดยไม่ซ้ําซ้อน ตลอดจนเป็นการบูรณาการการทํางานของทุกภาคส่วน ซึ่งเรื่องของแอเรียเบส (Area based) นี้จะเริ่มจากการมีวิสัยทัศน์ที่จะนําประเทศไปสู่สังคมที่มั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน จะเกิดประโยชน์โดยทั่วถึงเพราะเป็นการพัฒนาศักยภาพของพื้นที่และของประชาชนนําไปสู่ ไทยแลนด์ ๔.๐ (Thailand 4.0) แล้วก็นําแนวทางนโยบายของรัฐไปสู่การปฏิบัติได้โดยใช้ กลไกแอเรียเบส (Area based) มีเครื่องมือคือแผนพัฒนาจังหวัดเป็นแผนแบบบูรณาการ เป็นจุดเชื่อมประสาน วิธีการก็คือการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนแบบประชารัฐ ผู้เกี่ยวข้องคือทุกภาคส่วน ทั้งหมดนี้ จะทําให้เกิดองค์ประกอบที่สําคัญและนําไปสู่การใช้ประชารัฐที่เป็นจริง และทําให้เกิดความ เป็นธรรมในสังคมขึ้นมาได้ โดยข้อเสนอการปฏิรูปนี้เราเสนอให้มีการกําหนดให้แผนพัฒนา จังหวัดหรือกลุ่มจังหวัดที่มาจากใช้ข้อมูลตามศักยภาพของจังหวัดเป็นเครื่องมือในการบูรณาการ มีการเชื่อมโยงกับแผนพัฒนาหมู่บ้าน ชุมชน แผนพัฒนาตําบล แผนพัฒนาอําเภอ โดยกระบวนการบูรณาการ การจัดทําแผนพัฒนาในระดับพื้นที่ เสนอให้มีการกําหนดให้ ทุกกระทรวง กรม จะต้องนําแผนพัฒนาจังหวัด กลุ่มจังหวัดมาใช้เป็นกรอบในการจัดทํา งบประมาณของหน่วยงาน เสนอให้มีการกําหนดให้คณะกรรมการหมู่บ้านเป็นผู้ดําเนินการ ตามโครงการในระดับพื้นที่ได้ด้วยตนเอง เสนอให้มีการส่งเสริมให้สํานักงาน ก.พ.ร. สนับสนุนการพัฒนาแผนพัฒนาจังหวัด กลุ่มจังหวัดให้มีคุณภาพและมีความต่อเนื่อง อย่างจริงจัง ทั้งนี้เพื่อให้ข้อเสนอของการปฏิรูปดังกล่าวเป็นผลสมควรให้มีการออก กฎระเบียบ นั่นก็คือระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการบูรณาการ การจัดทําแผนพัฒนา ในระดับพื้นที่ ซึ่งจะทําให้เกิดการทํางานในระดับพื้นที่ได้อย่างแท้จริง โดยผลการปฏิรูปที่ พวกเราได้ดําเนินการไปแล้ว บัดนี้ท่านนายกรัฐมนตรีได้รับทราบและส่งให้รองนายกรัฐมนตรี ท่าน พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ คณะกรรมการเตรียมการปฏิรูปประเทศ คณะที่ ๓ และกระทรวงมหาดไทยพิจารณาดําเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องเรียบร้อยแล้ว ขอบพระคุณค่ะ

พลตํารวจโท อาจิณ โชติวงศ์ : กราบเรียนท่านประธานและสมาชิก สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศครับ กระผม พลตํารวจโท อาจิณ โชติวงศ์ สมาชิกสภา ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศครับ ในเรื่องแนวทางเรื่องนี้สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ได้พิจารณาแล้วก็เสนอแนะให้ทางรัฐบาลไปแล้ว ในเรื่องของแนวทางในการกําหนด มาตรฐานทางจริยธรรม และการบังคับใช้ในกระบวนการบริหารบุคคลของหน่วยงานของรัฐ ในการนี้เนื่องจากว่าได้พิจาณาถึงสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นกับการนํามาตรฐานทางจริยธรรม ไปใช้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ผ่านมา ตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ จนกระทั่งมาถึงในปัจจุบันนี้ครับ ได้เสนอแนวทางในการกําหนดมาตรฐานและการบังคับใช้ ดังกล่าว ทั้งนี้โดยเสนอวิธีการพิจารณาในแง่มุมต่าง ๆ ไปทั้งหมดรวมหลายด้านด้วยกัน แต่ที่สําคัญ ที่สุดก็ได้เสนอให้มีการแก้ไขกฎหมายหรือเพิ่มเติมกฎหมายขึ้นมา ๒ ฉบับ ฉบับแรก เป็นการสร้างกฎหมายที่ว่าด้วยคณะกรรมการมาตรฐานทางจริยธรรม ค.ม.จ. ทั้งนี้ คณะกรรมการดังกล่าวก็ใช้ผู้แทนขององค์กรกลางการบริหารบุคคลทั้งหมดของเจ้าหน้าที่ ของรัฐมาร่วมกันพิจารณากําหนดมาตรฐานจริยธรรมสร้างกลไก สร้างสภาพบังคับให้เป็นจริงขึ้น ในทางปฏิบัตินะครับ แล้วก็ใช้เจ้าหน้าที่ของสํานักงาน ก.พ. ซึ่งมีอยู่แล้ว แล้วก็หน่วยงาน ใน ก.พ. ซึ่งมีอยู่แล้วผสมกับหน่วยงานต่าง ๆ ขององค์กรกลางบริหารงานบุคคลต่าง ๆ เสนอเป็นกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมา ทั้งนี้เพื่อจัดทําและปรับปรุงมาตรฐานทางจริยธรรม ให้ส่วนราชการนําไปกําหนดประมวลจริยธรรมขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งตามที่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ปัจจุบันนี้กําหนดไว้ครับ แล้วกําหนดเนื้อหาจริยธรรมให้เหมาะสมกับความต้องการในแต่ละ ขั้นตอนของการบริหารงานบุคคล ไม่ว่าจะเป็นในตอนของการสรรหาคนเข้ามารับราชการ ไม่ว่าจะเป็นในการทดลองงาน ในการเลื่อนเงินเดือน ในการแต่งตั้ง และแม้กระทั่งการให้ ออกจากราชการ เนื่องจากมีการดําเนินการทางจริยธรรมที่ไม่ถึงมาตรฐานที่ควรจะเป็น ของเจ้าหน้าที่ของรัฐครับ เสนอแนะให้คําแนะนําแก่องค์กรกลางต่าง ๆ ในการจัดทํา และปรับปรุงประมวลจริยธรรมและประเมินวัดผลในขั้นตอนต่าง ๆ และกําหนดมาตรการ คุ้มครองประกันความเป็นอิสระเที่ยงธรรมของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีหน้าที่ในการนํามาตรฐาน จริยธรรมไปบังคับใช้ และเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งปฏิบัติตามประมวลจริยธรรม รวมทั้งผู้ที่แจ้ง หรือรายงานข้อมูลเกี่ยวกับการประพฤติปฏิบัติตนตามมาตรฐานทางจริยธรรมของเจ้าหน้าที่ ของรัฐครับ นอกจากนั้นแล้วก็ได้เสนอขอแก้ไขพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน เพื่อเป็นแบบอย่างหรือเป็นต้นแบบให้กับการแก้ไขพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐต่อไปครับ ในกฎหมายที่แก้ไขของทางพลเรือนก็เสนอให้มีการสร้าง หมวดที่ว่าด้วยประมวลจริยธรรมขึ้นมาครับ แล้วในหมวดนั้นก็จะกําหนดให้ ก.พ. ซึ่งแต่เดิม ไม่เคยกําหนดนะครับ เป็นผู้มีอํานาจหน้าที่ในการกําหนดประมวลจริยธรรมขึ้นมาสําหรับ ใช้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐตลอดทุกขั้นตอนครับ รวมทั้งกลไกและสภาพบังคับต่าง ๆ แล้วก็มี การยึดโยงการทํางานระหว่างคณะกรรมการกลางที่สร้างขึ้นตามกฎหมายฉบับที่ผ่านมา และก็แต่ละฉบับของแต่ละองค์กรกลางครับ กฎหมายทั้ง ๒ ฉบับนี้กับแนวทางในการปฏิบัติที่จะสร้างมาตรฐานทางจริยธรรมให้เป็นจริง ขึ้นได้ในระดับหนึ่งในทางปฏิบัติ ในเรื่องนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้รับทราบแล้ว แล้วก็ได้ส่งให้ รองนายกรัฐมนตรี ท่านวิษณุ เครืองาม ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการเตรียมการปฏิรูป ประเทศ คณะที่ ๓ นําไปดู ขณะนี้คณะกรรมการดังกล่าวและท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านวิษณุได้ส่งเรื่องให้ทาง ก.พ. หรือคณะกรรมการพลเรือนไปดูต่อครับ เท่าที่ได้ตามดู ขณะนี้ได้มีการประชุมขององค์กรกลาง คือ ก.พ. ไป ๒ ครั้งแล้ว และทางสํานักงาน ก.พ. ก็ได้ นัดประชุมองค์กรกลางต่าง ๆ ทั้งหมดรวมไป ๒ ครั้งแล้วเช่นกัน แล้วเมื่อวานนี้ทางกรรมการ ตรวจสอบและติดตามกฎหมายให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์แห่งชาติและการปฏิรูปประเทศ ซึ่งมีท่านบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ท่านเป็นประธานเมื่อวานนี้ก็ได้หยิบยกกฎหมาย ๒ ฉบับนี้ ขึ้นมาพิจารณาครับ แล้วก็ช่วยกรุณาเร่งรัดติดตามให้ทาง ก.พ. เร่งดําเนินการอยู่ครับ