เลิศรัตน์ รัตนวานิช หารือการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม โดยเสนอแนวทางฟื้นฟูผู้กระทำผิด โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ผ่านการพัฒนาพฤติกรรมในรูปแบบค่ายฝึกวินัยร่วมกับทหาร พร้อมผลักดันให้มีมาตรการทางเลือกแทนการควบคุมตัว ด้วยการมีส่วนร่วมของชุมชนและองค์กรวิชาชีพ เพื่อลดอาชญากรรมและส่งเสริมความปลอดภัยในสังคมอย่างยั่งยืน
กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศที่เคารพ เพื่อนสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ กระผม พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ขอขอบพระคุณ ท่านประธานที่ให้โอกาสในการอภิปรายในเรื่องนี้ ซึ่งก็ถือว่ามีความสําคัญยิ่ง เรียกว่า เกี่ยวข้องกับประชาชนทั้งประเทศก็แทบจะว่าได้ เพราะอาชญากรรมที่เกิดขึ้นนั้นไม่รู้ว่า จะเกิดขึ้นกับใคร ที่ไหน และเมื่อไร เพราะฉะนั้นการดูแลกระบวนการยุติธรรมในขั้นตอนนี้ จึงถือว่าเป็นเรื่องที่มีความสําคัญทั้งต่อผู้ที่ได้รับการดูแลเอง และต่อพี่น้องประชาชนบริสุทธิ์ ที่อาจจะตกเป็นเหยื่อของอาชญากรวันหนึ่งวันใดไม่รู้ได้ เพราะฉะนั้นเรื่องการพัฒนามาตรการต่อผู้กระทําผิดอาญาแทนการควบคุมตัวโดยการ มีส่วนร่วมขององค์กรสหวิชาชีพและชุมชนก็จึงเป็นเรื่องหนึ่งที่ผมคิดว่าหากได้มีการเร่งรัด ดําเนินการให้เป็นรูปธรรมโดยทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องก็น่าจะทําให้สังคมเรามีความปลอดภัย มากยิ่งขึ้น เราจะเห็นถึงคดีต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอยู่เนือง ๆ ทั้งที่เกี่ยวข้องกับพี่น้องคนไทยเอง และคดีที่เกี่ยวกับชาวต่างชาติหลาย ๆ คดีเป็นข่าวดังไปทั่วโลกทั้งคดีที่เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว ที่เกาะแห่งหนึ่ง คดีที่เพิ่งเกิดขึ้นที่เกาะอีกแห่งหนึ่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งมีผลกระทบต่อ ภาพลักษณ์ของประเทศ มีผลเสียต่อการท่องเที่ยวของประเทศไทย ซึ่งถือว่าเป็นอุตสาหกรรมหลัก ในการนํารายได้เข้าสู่ประเทศ เพราะฉะนั้นข้อเสนอการปฏิรูปที่กรรมาธิการได้เสนอคือ การจัดตั้งคณะอนุกรรมการด้านการปฏิรูปการพัฒนามาตรการต่อผู้กระทําผิดอาญาแทนการ ควบคุมตัวโดยการมีส่วนร่วมขององค์กรสหวิชาชีพและชุมชน ก็จะเป็นทางหนึ่งเป็นจุดเริ่มต้น ในการที่จะจัดระเบียบ จัดระบบ แล้วก็เริ่มดําเนินการให้การควบคุมตัวผู้กระทําผิด โดยการ ไม่ต้องเข้าไปอยู่ในที่คุมขังมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น กระผมเองจะขอกล่าวถึงพฤติกรรมของ เยาวชนและเด็กที่ตกเป็นผู้ถูกควบคุมตัวอยู่ในสถานพินิจของกรมพินิจคุ้มครองเด็ก และเยาวชน จากประสบการณ์ที่ได้พบด้วยตัวเองช่วงที่รับราชการอยู่ ก็น่าจะเป็นประมาณ สัก ๑๕ - ๑๖ ปีที่แล้วที่ได้ไปรับผิดชอบนํากําลังทหารเข้าไปควบคุมสถานพินิจที่บ้าน แห่งหนึ่งเขาเรียกเป็นบ้าน ๆ นะครับเพื่อให้ดูดี แต่ก็เป็นสถานพินิจที่ควบคุมเด็กไว้ที่อยู่ที่ บางนา ซึ่งเด็กประมาณ ๒๐๐ - ๓๐๐ คน ได้หนีออกจากค่าย ได้ปีนออกจากค่าย ได้กระทํา การหลายสิ่งหลายอย่าง จนกระทั่งต้องใช้กําลังทหารเข้าไปล้อมไปควบคุม แล้วก็ไปนําตัวเด็ก เข้ามาอยู่ในการควบคุม ก็อยากจะเท้าความนิดหนึ่งว่านั่นเป็นครั้งแรกที่ผมได้พบกับคุณหญิง แพทย์หญิง พรทิพย์ของเราที่นั่น ซึ่งท่านก็ไปในฐานะที่อยู่ในกระทรวงยุติธรรม ผมได้รับ มอบหมายจากผู้บัญชาการทหารบกในวันนั้นให้เข้าไปควบคุมสถานการณ์ หลังจากควบคุม ได้แล้วเราก็ต้องใช้มาตรการหลายอย่างที่จะทําให้เด็กเหล่านั้นกลับเข้ามาสู่ความเป็นระเบียบ เรียบร้อย กลับเข้ามามีจิตใจที่พร้อมที่จะเดินหน้าต่อในสถานที่แห่งนั้นแล้วก็กลับตัวเป็นคนดี สิ่งที่เราค้นพบนะครับในสระน้ําของในบ้านแห่งนั้นในที่ของสถานพินิจ เราให้ทหารดําลงไป เราพบเหล็กทั้งหลายที่ถูกตีเป็นอาวุธหลายร้อยชิ้นอยู่ในสระน้ํา ซึ่งที่จริงแล้วเป็นเจตนาดีของ สถานพินิจที่ให้มีการฝึกเด็กแบบอาชีวศึกษามีเครื่องไม้เครื่องมือในการดัดแปลงในการทํา ตัดเหล็ก ต่อเหล็ก เชื่อมเหล็กช่างไม้ต่าง ๆ เขากลับใช้เวลาเหล่านั้นในการทําสิ่งเหล่านี้ ให้เป็นอาวุธเพื่อเตรียมที่จะแหกค่ายก็ใช้คําอย่างนั้นก็ได้นะครับ มีขาใหญ่คนอยู่ในคุกก็จะรู้ คนอยู่ในสถานพินิจจะมีขาใหญ่ที่คอยควบคุมดําเนินการ มีเรื่องของยาเสพติดที่โยนข้าม กําแพงเข้ามาซื้อขายให้เด็กเหล่านี้ได้ใช้ เพราะฉะนั้นการรวมเด็กไว้ ๒๐๐ - ๓๐๐ คน ด้วยกัน แล้วผู้ควบคุม ผู้กํากับปล่อยให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไรนะครับ เราไปดูเห็นกําแพงในที่เขา โยนยาเสพติดเข้ามา แล้วก็นํามาขายให้กับเด็กเหล่านี้ เพราะฉะนั้นการรวมเด็กเหล่านี้ เข้าด้วยกัน อายุ ๑๔ ปี ๑๕ ปี ๑๖ ปี ๑๗ ปี กลับกลายเป็นสร้างพฤติกรรมที่รุนแรง สร้าง พฤติกรรมของการเป็นเหยื่อของยาเสพติดของการรวมหัวกันเป็นหัวโจก นั่นก็คือสิ่งที่เราได้ ประสบด้วยตัวเอง เราก็ต้องค่อย ๆ เยียวยา ผมก็เอานักปฏิบัติการจิตวิทยา เอาดนตรีจาก ศูนย์สงครามพิเศษมาแสดง และสุดท้ายก็เอาเสก โลโซ มาร้องเพลง ร้องเพลงแม่นะครับ ทุกคนก็ร้องไห้นะครับ ใช้เวลาอยู่ประมาณ ๖ - ๗ วันในการที่จะควบคุมแล้วก็ปรับจิตใจของ เด็กให้กลับมาสู่ความเป็นเด็กที่อยู่ในการควบคุมได้
อีก ๑ ประสบการณ์ที่ผมอยากจะฝากคณะกรรมาธิการไป ในช่วงนั้น เราได้ประสานกับศาลเยาวชนและเด็กให้พิพากษาเด็กจํานวนหนึ่งประมาณ ๕๐ คน ให้กองทัพบกนํามาฝึก ผมได้นําเด็กชุดแรกไปฝึกที่บ้านของท่านประธานอลงกรณ์ คือที่ ค่ายฝึกการรบพิเศษแก่งกระจาน ใช้เวลาฝึกประมาณสัก ๗ วัน ฝึกตั้งแต่ให้เขาทํางานเป็นทีม ให้เขาได้เข้าถึงศาสนาบ้าง หลักธรรมบ้าง ให้เขาได้เข้าใจถึงการช่วยเหลือผู้อื่น การทําตัว เป็นคนดี จากนั้นแทนที่เขาจะต้องไปถูกควบคุมตัวอยู่ในบ้านสถานพินิจ ๒ เดือน ๓ เดือน ๕ เดือน ๖ เดือน เขามาฝึกกับผม ๗ – ๑๕ วันในค่ายฝึกการรบพิเศษที่แก่งกระจานนะครับ ก็ปรากฏว่าเราก็สามารถที่จะให้เด็กเหล่านี้ปล่อยกลับบ้านได้โดยไม่ต้องไปอยู่ในสถานพินิจ จากนั้นมาก็มีหลายครั้งที่ศาลเด็กและเยาวชนได้ตัดสินในทํานองนี้ ผมก็ได้ใช้ค่ายฝึกการรบ พิเศษที่ปากช่อง แล้วที่หลาย ๆ แห่งในการฝึกเด็ก เพราะฉะนั้นเอาเด็กมารวมกัน แล้วก็ให้ เขาทํางานเป็นทีมอยู่ภายในกฎวินัยของทหาร จนผมได้รับเชิญพาเด็ก ๆ พวกนี้ไปออก รายการของคุณปัญญาเวิร์กพอยต์ (Work Point) สร้างความประทับใจให้กับพี่น้องประชาชน ทั้งประเทศว่านี่เป็นวิธีหนึ่งที่จะเปลี่ยนนิสัย ที่จะทําให้เด็กให้เยาวชนกลับมาเป็นคนดี พวกเยาวชนเหล่านั้นเป็นนักศึกษาเป็นนักเรียนจากโรงเรียนแถวสมุทรปราการคงจะรู้จักดี มี ๒ – ๓ โรงเรียนที่ตีกันเป็นประจํา เพราะนั่นเป็นวิธีหนึ่งซึ่งเราแก้ปัญหาเด็กตีกันในยุคนั้น ในช่วงที่ผมเป็นเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารบก เพราะฉะนั้นที่ผมพูดทั้งหมดนี้ก็อยากให้ ท่านได้คํานึงถึงได้ตระหนักถึงว่ามีคนอีกกลุ่มหนึ่งคือกองทัพ คือทหารซึ่งเป็นครูจิตวิทยา ซึ่งเป็นผู้ที่เล่นดนตรี เป็นผู้ที่สามารถที่จะพูดจากับเด็กได้ จะเข้าไปช่วยเหลือในสิ่งเหล่านี้ได้ ก็ทําอยู่หลายปีในช่วงที่ผมเป็นเจ้ากรม ไม่ทราบว่าทุกวันนี้มีแนวคิดอย่างนี้อยู่หรือเปล่า ในการที่จะนําเด็กมาฝึกครับ ๗ วัน ๑๐ วัน แทนที่จะไปคุมขังไว้หรือไปเก็บตัวไว้ในบ้าน เพราะฉะนั้นข้อเสนอที่ศาลฎีกาเยาวชนและเด็กให้สามารถพัฒนาเด็กเป็นรายบุคคล ซึ่งอยู่ใน เอกสารของท่าน พัฒนาสร้างแนวทางในการสร้างเด็กแต่ละคน แก้ปัญหาของแต่ละคนมี เคาน์เซลิง (Counseling) ต่าง ๆ เป็นเรื่องที่ดี แต่อาจจะต้องใช้เจ้าหน้าที่ ใช้คนจํานวนมาก ในการเข้าไปดูแลเขา เพราะฉะนั้นทางออกอีกทางหนึ่งที่ผมเสนอนี้ก็จะทําให้เราสามารถดูแล เด็กได้หลาย ๆ จํานวนหนึ่งในแต่ละครั้ง ๕๐ คน ๑๐๐ คน แล้วก็ใช้เวลาไม่มากนัก และผม มั่นใจเลยเด็กที่มาผ่านการฝึก การควบคุมภายใต้หน่วยของเราที่ได้รับการฝึกปรืออย่างดี เขาจะกลับไปเป็นคนดีและโอกาสที่จะกลับไปกระทําผิดอีกเมื่อเติบโตขึ้นจะมีน้อยลงมาก ก็จึงเรียนเสนอเป็นทางเลือกหนึ่งครับ ขอบพระคุณครับ