กิตติ กิตติโชควัฒนา หารือปัญหาความรุนแรงในสังคมที่เพิ่มขึ้นทั้งปริมาณและคุณภาพ พร้อมเสนอให้มีการบูรณาการมาตรการป้องกันและแก้ไขโดยอาศัยการมีส่วนร่วมขององค์กรสหวิชาชีพและชุมชน เพื่อลดภาระเจ้าหน้าที่และป้องกันไม่ให้ปัญหาบานปลายถึงกระบวนการยุติธรรม
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม กิตติ กิตติโชควัฒนา สปท. หมายเลข ๑๐ จากจังหวัดยะลา ท่านประธานครับผมคิดว่าเอกสาร ที่เกี่ยวข้องที่ถูกนํามาเสนอเรื่องการบูรณาการและการเสนอแนวทางขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศเรื่องการพัฒนามาตรการต่อผู้กระทําความผิดอาญาแทนการควบคุม ท่านประธานครับผมคิดว่าปัญหาสังคมในทุกวันนี้ ในแง่ของสังคมที่เดือดร้อนอย่างที่ ท่านผู้รายงานได้กล่าวไว้เมื่อกี้นี้ว่ามีความรุนแรงมากขึ้น ทั้งในแง่ของเนื้อหาเชิงปริมาณ และคุณภาพมากขึ้น ๆ ซึ่งยากแก่การเยียวยา และเป็นที่ยอมรับของสังคมทั่วไปตั้งแต่เด็ก เยาวชน จนถึงผู้หลักผู้ใหญ่ในสังคมก็เกิดปัญหากันเรียกได้ว่าทั่วไปทุกภาคของประเทศ เพราะฉะนั้นอันนี้จึงเป็นปัญหาหลักเป็นปัญหาหนักที่กระบวนการยุติธรรมจะต้องหยิบยก ขึ้นมาว่าจะหาวิธีการมาตรการอย่างไรนําไปสู่การแก้ไข เพื่อให้ลดระดับความรุนแรงทั้งในเชิง ปริมาณและคุณภาพให้มันลดลงจะได้ไม่เป็นที่เดือดร้อนของสังคม ท่านประธานครับถ้าหากว่าผมจะแยกแยะเนื้อหาที่กําลังพูดอยู่ในขณะนี้มีอยู่ ๓ - ๔ ประเด็น ๑. ก็คือตัวผู้ถูกกระทําความผิด ๒. ผู้กระทํา ๓. เจ้าหน้าที่ ทั้ง ๓ ประการนี้ต่างก็มีปัญหา ในตัวของมัน อย่างเช่นเมื่อกี้นี้ที่บอกว่าเจ้าหน้าที่เราไม่พอ ส่วนผู้กระทําความผิดทําแล้ว ออกมาก็ทําอีก ซ้ําซาก เราจะแก้ปัญหานี้อย่างไร ส่วนผู้ที่ถูกกระทําความผิดบางทีคิดว่า ตัวเองบริสุทธิ์ไปไหนมาไหนไม่เป็นไรก็คงจะปลอดภัย คิดว่าทําดีแล้วจะได้ดีแต่ความจริง หาได้เป็นเช่นนั้นไม่ ผู้ทําความดีก็เดือดร้อนอีกเหมือนกัน เพราะไม่รู้ว่าเมื่อไรลูกหลงจะมา เพราะฉะนั้นสิ่งที่เรากําลังพูดอยู่ในขณะนี้ก็คือว่าหาตัวช่วย อย่างที่ใช้คําว่า โดยการมีส่วนร่วม ขององค์กรสหวิชาชีพและชุมชนเพื่อบรรเทาความหนัก ความไม่พอของเจ้าหน้าที่ อันนี้ ผมเห็นด้วยครับท่านประธาน ในภาวะที่เจ้าหน้าที่เราไม่พอ งบประมาณเราไม่พอเราก็หา ตัวช่วยมาช่วย มาเสริม เพื่อให้งานเราเบาขึ้น ง่ายขึ้น เพราะฉะนั้นตัวนี้ถ้าหากว่าทําถูกทิศ ถูกทางมันจะช่วยบรรเทาปัญหาตอนแรกเริ่มได้ดี และยิ่งไปกว่านั้นดีไม่ดีปัญหาตัวนี้ วิธีการ อย่างนี้มันจะช่วยแก้ปัญหาก่อนที่จะนําไปสู่กระบวนการยุติธรรมด้วยซ้ําไป ตัวอย่างเยอะครับ เพราะฉะนั้นในเมื่อนําสิ่งเหล่านี้มาพูดผมก็อยากยกตัวอย่าง เพื่อชี้ให้เห็นว่าการมีส่วนร่วม ขององค์กรสหวิชาชีพและชุมชนนั้นมันสําคัญอย่างไรถ้าเรารู้จักเลือกรู้จักใช้ ท่านประธานครับ ผมจําได้สมัยตอนที่ผมเป็นนายอําเภอ พอเข้าไปในพื้นที่ ในพื้นที่นั้นปรากฏว่า ชาวบ้าน บ้านผมในสมัยนั้นชอบล้างแค้นกัน ยิงกันไปยิงกันมามันคล้าย ๆ เป็นเรื่องปกติวิสัยไป หมู่บ้านหนึ่งชาวบ้านเกิดความรู้สึกเอือมระอาต่อการที่ล้างแค้นยิงกันไปยิงกันมา ฝ่ายผู้ถูกกระทําความผิดก็มาหาผมโดยคิดว่าผมนั้นจะสามารถแก้ปัญหาให้ได้ เขาก็เกรงว่า ถ้าหากว่าไม่รีบจัดการเสีย อีกไม่กี่วันคนต่อไปก็จะเกิดขึ้นอีกในหมู่บ้านหรือในตําบลรวมไป ตลอดจนถึงญาติพี่น้องของเขา สังคมก็จะไม่มีความสุข ก็มาคุยกัน เผอิญว่าผมเป็นคน ในพื้นที่พอจะมีความรู้บ้างว่าปัญหาบางอย่างเราไม่จําเป็นต้องยุให้ชาวบ้านฟ้องร้องไป พิจารณาในชั้นศาล ไปบอกตํารวจ แจ้งความตํารวจมันจะได้ยุติเราจะได้ไม่ต้องเดือดร้อน แต่โดยสัญชาตญาณ จิตสํานึกของการเป็นนายอําเภอ คิดว่าอะไรบ้างที่จะบรรเทาเหตุไม่ให้ บานปลายไม่ให้ชาวบ้านทะเลาะขยายวงกว้างออกไป อันนั้นเป็นหน้าที่ ก็คือเรื่องความดี เป็นหน้าที่ที่เราจะต้องแก้ไข ที่จะต้องช่วยทํา ก็เรียกส่งข่าวไปยังคู่กรณี แต่สิ่งที่ชาวบ้านกลัวก็คือตํารวจ เพราะเกิดคดีแล้วกลัวตํารวจจับ เกิดคดีแน่นอนครับ เกิดคดี แล้วกลัวถูกจับ ถูกขัง ถูกดําเนินคดี เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราจะต้องทําต่อไปก็คือว่าต้องดูต่อว่า ในพื้นที่ที่เราดูแลบังคับบัญชานั้น เจ้าหน้าที่ที่ชาวบ้านกลัว ชาวบ้านเชื่อถือไว้วางใจหรือไม่ เผอิญผมโชคดีครับ ไปที่ไหนตํารวจซึ่งเป็นคู่มือ มือขวามักจะเป็นตํารวจที่ชาวบ้านไว้วางใจ อาจจะเป็นความโชคดีของผมก็ได้ เป็นนายอําเภอที่ไหนก็จะได้นายตํารวจที่เป็นสารวัตร เป็นผู้กอง เป็นที่เชื่อถือของชาวบ้าน อาจจะเป็นเพราะกรมตํารวจสมัยนั้นเวลาเลือกคน เขาจะเลือกคู่กับนายอําเภอ ที่ไหนมีนายอําเภออย่างไรควรจะส่งผู้กํากับ ผู้กองตํารวจที่ดี ไปทางนั้นเพื่อจะได้คู่กันในการทํางาน เป็นปาท่องโก๋เลยครับ ฝ่ายปกครองกับตํารวจ เผอิญว่านายตํารวจที่ไปเป็นผู้กอง เป็นที่เชื่อถือของชาวบ้านไปด้วย อันนั้นก็เป็นประโยชน์ ประการสําคัญที่เกี่ยวข้องกับคดีต่าง ๆ ในพื้นที่ เพราะการที่เราได้ตํารวจที่ดีในพื้นที่นั้น มันเท่ากับว่าเป็นการป้องกันปัญหาเบื้องต้นไปแล้วในตัวในเรื่องความเป็นธรรม ในขณะเดียวกันถ้าเราได้นายอําเภอที่ดีอีกซ้ําเข้าไปอีกทีหนึ่ง ก็ยิ่งจะก่อให้เกิดความน่าเชื่อถือ ในแง่ของการบริหารราชการแผ่นดินในพื้นที่ที่อํานวยความเป็นธรรม รวมไปตลอดจนถึง การพัฒนาด้านต่าง ๆ ชาวบ้านจะเกิดความเชื่อถือขึ้นมา เพราะฉะนั้นเราได้ตัวจักร ๒ คนนี้ ที่เป็นคุณในแง่ของการบริหารราชการ มันจะก่อให้เกิดประโยชน์กับชาวบ้าน ในเมื่อชาวบ้าน เชื่อถือยอมรับ ๒ ตัวนี้แล้ว สิ่งที่เราจะต้องหาต่อไปคือว่าทําอย่างไรให้กระบวนการ การอํานวยความเป็นธรรมให้เกิดความมั่นใจกับชาวบ้าน ชาวบ้านที่บ้านผมเขามีความ เคร่งครัดในศาสนา ยึดมั่นในหลักธรรมแห่งศาสนา เคร่งครัดในการปฏิบัติศาสนกิจ อันนี้ก็จะ เป็นประโยชน์ เพราะมันมีตัวบุคคลที่ชาวบ้านเชื่อถือยอมรับโดยไม่ต้องผ่านการเลือกตั้ง เช่น โต๊ะอิหม่าม เป็นต้น หรือโต๊ะครู เป็นต้น เพราะฉะนั้นอันนี้ก็เป็นคุณประการที่ ๓ ช่วยเป็นตัว เสริมในเรื่องของต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความดีทั้งหลาย เพราะชาวบ้านยอมรับในตัวผู้นํา ชุมชนอย่างที่เรากําลังพูดว่าสหวิชาชีพและชุมชน แล้วก็ได้ตัวผู้นําชุมชนที่ชาวบ้านยอมรับ เชื่อถือ ก็ในเมื่อสํารวจข้อมูลที่เป็นคุณในเรื่องของการแก้ปัญหากระบวนการยุติธรรมพื้นฐาน เบื้องต้นอย่างนี้แล้ว ก็เชิญคู่กรณีมาคุยกันว่าในเมื่อตกลงใจว่าอยากจะยุติปัญหาเรื่องฆ่าแกงกัน ในหมู่บ้านเราก็ต้องมาคุยกัน ก็นัดวันมาคุย เชิญโต๊ะอิหม่าม โต๊ะครู กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน เชิญสารวัตร แล้วก็ผมก็มานั่งคุยกัน แต่ครั้งแรกทําท่าจะไปดีแต่มันก็ไม่ยุติ เพราะฝ่าย ผู้กระทําความผิดมาเพียงแต่บอกว่าจะมาขอโทษ ว่าลูกของแกฆ่าลูกของอีกคนหนึ่ง พ่อของ ผู้ถูกกระทําความผิดก็เฉย เพราะพ่อของผู้กระทําความผิดกับผู้กระทําความผิดไม่ได้บอกว่า ลูกชายของแกทําอะไรผิด เพียงแต่จะมาบอกว่าจะมาขอโทษให้อีกฝ่ายหนึ่งให้อภัย เหตุที่ ผู้กระทําความผิดไม่กล้าบอกเหตุแห่งการกระทําความผิด เพราะยังไม่สบายใจ กลัวว่าตํารวจ จะเอาคําสารภาพของผู้กระทําความผิดพาไปดําเนินคดีครับท่านประธาน ยังไม่มั่นใจมากพอ วันนั้นก็ยุติแค่นั้น ก็เรียกมาคุยใหม่ครับ เรียกทั้งพ่อ ทั้งแม่ ทั้งผู้กระทําความผิด มาพบกับ ผู้กองโดยตรง และผมนั่งอยู่ด้วย โต๊ะอิหม่ามอยู่ด้วย ว่าเรื่องนี้ถ้าหากว่าเราทั้ง ๒ ฝ่าย ๓ ฝ่าย ไม่เอาผิดจริง ๆ แล้ว สารภาพเถอะ เรื่องคดีเราจะช่วยดูแลให้ นัดครั้งที่ ๒ ก็มาอีกครับ มาเจออีก นี่ก็คืออาศัยผู้นําชุมชนที่ชาวบ้านศรัทธามาเป็นตัวช่วยในการแก้ปัญหากระบวนการ ยุติธรรมเบื้องต้นในระดับหมู่บ้าน พอมาครั้งที่ ๒ ทุกคนก็มาพร้อม ฝ่ายพ่อกับลูก โดยเฉพาะลูกที่เป็นผู้ลงมือกระทําความผิด ก็เล่ารายละเอียดแห่งการกระทําความผิดโดยละเอียด ทําให้พ่อของผู้กระทําความผิด เกิดรู้สึกภูมิใจ ดีใจว่า ผู้กระทําความผิดได้รับ ได้สารภาพตรงไปตรงมา ได้สารภาพ ตรงไปตรงมาจากการกระทําความผิดและเหตุแห่งการกระทํา พ่อของผู้กระทําความผิด บอกว่าในเมื่อผู้กระทําความผิดได้สารภาพความผิดแล้ว แกก็รู้ว่าผู้กระทําความผิด ทําความผิดเรื่องอะไร เพราะฉะนั้นแกก็สามารถที่จะให้อภัยได้ถูก ปัญหามันอยู่ตรงนั้น จะได้ให้อภัยถูก เพราะฉะนั้นอันนี้ก็คือความจริงใจของ ๒ ฝ่าย อีกฝ่ายก็อยากจะฟังจาก คําสารภาพที่เป็นความจริงว่าจะมาขออภัยเรื่องอะไร แล้วอีกฝ่ายก็สารภาพจริง ๆ ว่า เหตุที่กระทําความผิดคืออะไร เพราะฉะนั้นบทเรียนอันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ชี้ชัดว่า ถ้าหากว่า เรามีสหวิชาชีพหรือชุมชน และชุมชนที่ชาวบ้านยอมรับศรัทธาเชื่อถือแต่ไม่ใช่มาจาก การเลือกตั้งนะครับ ถ้าการเลือกตั้งเสร็จมันมีการแข่งขันแบ่งพรรคแบ่งพวก อันนั้นใช้ไม่ได้ ต้องเป็นตัวแทนของชุมชนที่ชาวบ้านเชื่อถือศรัทธา โดยเฉพาะถ้าหากว่าเป็นผู้นําศาสนา ด้วยซ้ําไปแล้ว อันนี้มันจะเป็นคุณในการแก้ปัญหาระดับเบื้องต้น อันนี้ก็เป็นเพียงแต่จะ หยิบยกเป็นตัวอย่างถึงเรื่องกระบวนการยุติธรรมระดับพื้นฐานเบื้องต้นในชุมชน ถ้าหากว่า เราเหตุ หาบุคคลที่มีลักษณะอย่างนี้มันก็จะช่วยแก้ปัญหา แต่ก็ไม่พ้นจากเรื่องเจ้าหน้าที่ ที่ชาวบ้านต้องไว้วางใจด้วย เช่น เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม ตํารวจอย่างนี้ เป็นต้น ก็มีเรื่องที่พอจะเล่าสู่กันฟังไว้เพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ