สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๒๖ · ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๐

สุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ เสนอข้อเสนอการปฏิรูปปฏิบัติงานในรัฐสภา รวมถึงการปรับปรุงเครื่องมือเครื่องใช้ไม้สอยและระบบไอที เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริการให้กับสมาชิกสภาและประชาชน นอกจากนี้ยังเสนอข้อคิดเห็นเกี่ยวกับภาคเอกชน โดยเน้นย้ำว่าควรตรวจสอบประสิทธิภาพและเป็นประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง

นายสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิก สภาที่รักทุกท่าน กระผม นายสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ สมาชิก สปท. หมายเลข ๑๗๓ เรื่องการ ปฏิรูปปฏิบัติงานในรัฐสภา ถ้าจั่วหัวแบบนี้ ถ้าไม่ได้อ่านในไส้ในเป็นเรื่องดี เรื่องใหญ่ เรื่องโต และสมควรที่จะต้องทํา แต่ว่าพออ่านลึก ๆ เข้าไป มีเฉพาะแค่สถาบันพระปกเกล้า ก็เน้นไป เรื่องการดูงานในต่างประเทศ ก็ทําให้ผมงงเล็กน้อย ผมขออนุญาตใช้เพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) แล้วก็เพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) หน้าสุดท้าย เดี๋ยวผมจะเสนอด้วยวาจา คือข้อเสนอเพื่อพิจารณานะครับ ขอเพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ภาพแรกก่อนครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดพรีเซนเทชัน (Presentation))

ท่านครับ ก่อนที่จะอภิปรายผมจะนําเสนอว่า การทํางานร่วมกันของสังคมไทย มิได้หมายถึงว่าทําได้คนเดียว ต้องทํากันเป็นหมู่คณะ ต้องมี บูรณาการกันนะครับ เพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) มาหรือยังครับ ภาพต่อไปครับ ท่านครับ ภาพนี้กว่าผมจะไปหามาให้ท่านชมได้นะครับ ที่ช้ายากลําบากมาก เจ้าหน้าที่ก็ช่วยนะครับ ท่านเห็นไหม มด ท่านดูสิครับ มันจะข้ามจากใบไม้อีกใบหนึ่งนี่นะครับ ท่านประธานครับ ไปสู่ อีกใบไม้หนึ่งแล้วทําอย่างไรไม่ตกตายไปนี่ ท่านลองดูสิครับ สุดยอดเลยครับ เพราะฉะนั้น ที่ไหนไม่มีบูรณาการกัน ที่ไหนไม่มีความสามัคคี ท่านประธานครับ ให้เอาภาพนี้ไปให้ดูครับ ก็ต้องอายมด ท่านประธานผ่านไปยังท่านประธานกรรมาธิการครับ ภาพต่อไปครับ เมื่อสักครู่นี้ อธิบายไปว่า สุขา สังฆัสสะ สามัคคี ความพร้อมเพรียงของหมู่คณะทําให้เกิดสุข ในรายงาน การประชุมจะได้เขียนให้ชัดเจนว่าอันนั้นสําคัญมาก จะมีภาษิตอีกภาษิตหนึ่ง อาจจะบาดใจ บาดตาใครบ้าง ผมก็ขออภัยนะครับ มีเงินนับเป็นน้อง มีทองนับเป็นพี่ ถ้าไม่มีทั้ง ๒ อย่าง ไม่มีใครคบหรอกครับ และมีทั้ง ๒ อย่าง ผมว่าไปไม่ได้มันต้องด้วยความสามัคคีและต้องมี สติปัญญาในการทํางานไม่ว่าจะองค์กรไหน โดยเฉพาะที่เป็นแหล่งขุมทรัพย์ทางปัญญา การปกครองในระบอบประชาธิปไตยเขาก็ถือ ๓ เสาหลักใช่ไหมครับ ๑. สภานิติบัญญัติ เราไม่ใช่สภานิติบัญญัติ แต่ก็ทําหน้าที่ปฏิรูป ถ้ามี ส.ว. ส.ส. นี่คือท่านเห็นอยู่ทุกวันแล้ว ผ่านไปได้เลยครับ แต่ว่าประชาชนที่ฟังหรือที่รับชมทางทีวี (TV) อาจจะไม่ค่อยเคยเห็น ภาพนี้ก็เช่นเดียวกันครับ ฝ่ายบริหารเมื่อสักครู่นี้ออกกฎหมายใช่ไหมครับ ฝ่ายบริหารต้องถือว่า ตึกไทยคู่ฟ้าเป็นสัญลักษณ์ของการบริหาร สํานักนายกรัฐมนตรีก็เป็นสมองของการขับเคลื่อน ในการบริหารประเทศของท่านนายกรัฐมนตรี ส่วนสภานั้นก็เป็นเรื่องของประธานรัฐสภา ภาพต่อไปครับ มีปัญหาก็ต้องไปที่ศาลสถิตยุติธรรม ๓ เสาหลักสําคัญที่สุดของการบริหาร ชาติบ้านเมืองให้เจริญก้าวหน้า ภาพต่อไปครับ ท่านอาจจะแปลกไหมครับว่า ทําไมผมเอารูปรถ ซึ่งผมไม่บอกยี่ห้ออะไรนี่มาเยอะแยะมากมายให้ท่านดู อันนี้ให้ดูเฉย ๆ นะครับ แต่ให้ท่านคิดตามไปว่ารถทุกคันเดี๋ยวนี้ รวมทั้งของท่านด้วย ถ้าไม่มีกล่องดํา ๆ นะ เราเรียก กล่องดําก็แล้วกัน แต่ไม่ใช่กล่องดําในเครื่องบินนะครับ กล่องนี้เรียกกล่องสมองกล รถทุกคัน ถ้าไม่มีกล่องสมองกลมันไปไม่ได้ จอดนิ่งสนิท ไม่ว่าจะราคากี่สิบล้าน ร้อยล้านก็ไปไม่ได้ ผมกําลังจะเปรียบเทียบให้ท่านประธานสภาผ่านไปยังกรรมาธิการว่า สําคัญที่สุดก็คือว่า มนุษย์ครับ ที่เราทํางานสภามาราบรื่น สปท. นี้นะครับ ก็เพราะทุกคนช่วยกันทํางาน เหมือนมดนะครับ แบ่งงานกันทํา รับต่อช่วงซึ่งกันและกันงานก็จะไปได้ เหนือกว่าสิ่งนั้น ผมกราบเรียนว่าผมประทับใจในส่วนราชการที่นี่ ผมไปหาข้อมูลที่ห้องสมุดนะครับ เจ้าหน้าที่ กุลีกุจอขึ้นไปที่ห้องส่งก็ช่วยกันทําอย่างดียิ่ง แต่ท่านประธานครับ ผ่านไปยังประธาน กรรมาธิการ อันนี้เป็นเรื่องที่ผมคิดว่าไม่ใช่เฉพาะสถาบันพระปกเกล้านะครับ รัฐสภาควรจะ ได้ปรับปรุงเรื่องเครื่องมือเครื่องใช้ไม้สอยขององค์กรที่นี่ โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์ว่าจะปรินต์ (Print) กว่าจะทําอะไรได้ต้องคอยนานเลยครับ ต้องปรับปรุงเรื่องระบบไอที (IT) ของสภา และการปรับปรุงอย่างนี้ต้องเลยไปยังสถาบันพระปกเกล้าหรือหน่วยงานทั้งหลายของสภา มิฉะนั้นการจะบริการให้กับสมาชิก สปท. สนช. หรือในอนาคตจะเป็นสภาผู้แทนราษฎร ๕๐๐ ท่าน วุฒิสมาชิก ๒๕๐ ท่านจะไม่ไหว แต่บางท่านอาจจะบอกว่า คุณสุรินทร์ ทําไมถึง ได้เซ่อขนาดนี้ ก็กําลังจะสร้างรัฐสภาใหม่ เดี๋ยวไปทําที่โน่นเลย คําถามก็คือว่าแล้วอีกปี ไม่ใช่ สภานี้ครับ สภา สนช. ยังอยู่ต่อไปเขาก็ทํางานได้ช้าถ้าเครื่องไม้เครื่องมือไม่ดี ผมกราบเรียน นะครับ ข้อเสนอพิจารณาผมก็คือว่าหน่วยงานทุกหน่วยงานต้องได้คนดีมีสมอง ต้องเก่ง และดี เก่งอย่างเดียวไม่ได้ต้องดี และข้อที่ผมบอกว่ามีเงินนับเป็นน้อง มีทองนับเป็นพี่ ที่นี่ ถ้าไม่มีเงินก็ไปไม่ได้ ต้องมีงบประมาณ เพราะฉะนั้นการจะไปตัดงบประมาณอะไรก็ตาม ขอให้คิดให้รอบคอบ และการจะไปเพิ่มงบประมาณใด ๆ ก็ตามของสภาหรือขององค์กร ในสังกัดสภาก็ขอให้คิดให้รอบคอบว่ามันจะมีผลกระทบกับการปฏิบัติหน้าที่ของสภาไหม ถ้าไปเป็นอุปสรรคมันก็จะนําไปสู่เป็นลูกคลื่นไปถึงสภาต่าง ๆ รวมไปถึงประชาชน กฎหมาย ก็อาจจะออกช้า วันนี้กว่าจะปรินต์ (Print) กว่าจะทําอะไรได้มันช้าไปหมดอย่างนี้ ที่นี่ต้องเร็ว เพราะฉะนั้นสมองกลของฝ่ายรัฐบาลคือสํานักนายกรัฐมนตรี สภา และตุลาการก็ต้องทํางาน บูรณาการกัน เครื่องไม้เครื่องมือต้องทัดเทียมกัน ต้องทันสมัย รวดเร็ว ติดต่อประสานงาน ต้องรวดเร็วโดยใช้อุปกรณ์ทางไอที (IT) อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหลาย ทีนี้พูดถึงสถาบันพระปกเกล้าบ้าง ผมเป็นศิษย์เก่าสถาบันพระปกเกล้าเป็น ๑๐ ปีมาแล้ว น่าจะเกือบ ๒๐ ปีด้วยซ้ํา ผมเป็น นักศึกษา ปปร. ๖ แล้วหลังจากนั้นก็ไม่ได้ไปเรียนอะไรอีกเลย แต่ก็ไปเป็นครั้งคราว เมื่อมีกิจกรรมสัมมนานะครับ ผมกราบเรียนว่าสถาบันพระปกเกล้าเขาออกแบบมา เพื่ออะไร เพื่อให้เป็นวิชาการของสภา ทีนี้วิชาการเฉพาะแค่ภายในสภามันก็ไม่กว้างขวาง มันต้องรับฟังจากที่อื่นด้วย แต่พอนาน ๆ นาน ๆ ไปทุกคนก็วิ่งไปเรียน ต้องฝากร้อยแปด จิปาถะ ประดุจดังอะไรครับ ท่านประธานสภาครับ สุภาษิตโบราณเขาบอกว่า ปลาเป็นต้อง วิ่งสวนน้ํา ปลาตายเท่านั้นที่มันลอยตามน้ํา เพราะฉะนั้นใครอยากจะเรียนหลักสูตรไหน ก็ต้องไปสมัครเริ่มต้นนะครับ แล้วก็มีคนสมัครเยอะแยะมาก จะเอาแค่ ๕๐ คน ๑๐๐ คน ก็จะต้องไปบอกว่าผมดีอย่างไร ดีแค่นี้ไม่พอ ผมออกไปแล้ว จบไปแล้วผมจะไปช่วยชาติ บ้านเมืองอย่างไร แต่ก็มีหลายคนที่ไปอบรมเกือบทุกหลักสูตร โดยเฉพาะภาคเอกชน ตรงนี้ ถามว่ารัฐบาลปัจจุบันของท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นะครับ ก้าวล่วงเลยไปนิดหนึ่งว่า ท่านทราบไหม ท่านก็ทราบแต่ต้น ก็บอกเลยว่าข้าราชการนี้ภายใน ๒ – ๓ ปีนี้ต้องเว้นวรรค ในการที่จะไปอบรม

ข้อที่ ๒ ภาคเอกชนนี้ต้องไม่เกิน ๑๕ เปอร์เซ็นต์นะครับ ทีนี้คําถามที่ผม จะเสนอก็คือว่า ภาคเอกชนนี้ท่านประธานครับ ต้องให้คัดที่มันจะเป็นประโยชน์ ดูภูมิหลังหน่อยว่าทํามาค้าขายดีไหม เป็นประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองไหมนะครับ แล้วก็ต้องไปดูปูมหลังว่าอบรมอะไรมามากมายก่ายกองหรือเปล่า ไม่ได้ใช้การฝึกอบรม ที่สถาบันพระปกเกล้าเป็นบันไดในการทํากิจกรรมบางกิจกรรมของบางคน ผมก็ใช้ว่า บางคน นะ ผมกราบเรียนเสนอมาท่านประธานเพื่อกรรมาธิการได้พิจารณา แต่หลายอย่าง ที่ท่านเสนอ ผมก็ไม่ได้เห็นด้วยนะครับ ท่านต้องตอบก่อน เพราะมีท่านสมาชิก สปท. หลายท่านก็เสนอไปแล้ว ผมขอเสนอเพียงเท่านี้ครับ กราบขอบพระคุณครับ