สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๒๖ · ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๐

กิตติ กิตติโชควัฒนา หารือเรื่องความสำคัญของการเสริมสร้างวินัยและความมีวินัยในคนไทย และขอให้เน้นไปที่พื้นฐานของคนไทยในการสร้างความสงบสุขในประเทศ

นายกิตติ กิตติโชควัฒนา

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม กิตติ กิตติโชควัฒนา สปท. ๑๐ จากจังหวัดยะลา ก่อนอื่นต้องขอโทษท่านประธานครับที่ไม่ได้ ลงชื่อก่อนอภิปราย เพราะโดยกติกาของพวกเราที่ถูกกําหนดไว้ล่วงหน้าก่อนแล้วว่าใครที่จะ ให้อภิปรายต้องเสนอชื่อเสียก่อน แต่เผอิญว่าวันนี้เรื่องนี้ผู้อภิปรายมีอยู่ท่านเดียว ก็คือ ท่านกษิต ภิรมย์ ก็เลยถือโอกาสนี้ขอโทษท่านประธานด้วย ท่านประธานครับ ผมคิดว่า เนื้อหารายละเอียดต่าง ๆ ที่ทางฝ่ายคณะทํางานได้นําเสนอในเรื่องการใช้เทคโนโลยีเกี่ยวข้อง ต่าง ๆ เรื่องของดิจิทัลนั้น ผมเองผมไม่ติดใจด้วยประการทั้งปวง เพราะนี่ก็คือนําไปสู่การ แก้ปัญหาปลายทางอย่างที่ท่านกษิต ภิรมย์ได้ว่าไว้นะครับ แต่สิ่งที่ผมคิดว่ามันน่าจะเป็น ปัญหาหลัก ๆ ถามว่าในสังคมบ้านเรา ใครคือตัวสร้างปัญหา หมู หมา เป็ด ไก่ วัว ควาย อย่างนั้นหรือเปล่า ธรรมชาติ น้ําตก ไฟไหล เป็นตัวสร้างปัญหาหรือเปล่าผมว่าอันนั้นไม่ใช่ เพราะฉะนั้นพื้นฐาน ตัวสร้างปัญหาก็คืออย่างที่พวกเรานั่งกันอยู่ในขณะนี้ หรือคนอื่นก็แล้วแต่ที่เป็นตัวสร้าง ปัญหา แก้ปัญหา พัฒนาชาติบ้านเมือง เพราะฉะนั้นประการเรื่องแรกผมคิดว่าน่าจะไปดูที่ พื้นฐาน อย่างที่ท่านกษิตได้หยิบยกมาเป็นประเด็น ถ้าพื้นฐานตัวนี้มันแน่น เพราะเมื่อกี้ เราพูดถึงเรื่องการเสริมสร้างวินัยของคน ถ้าตัวนี้มันแน่นผมคิดว่าศูนย์ดํารงธรรมอาจจะมี แต่ไม่ต้องถึงขนาดว่ารวมทุกกระทรวง ทบวง กรม เข้ามานั่งเป็นกองพะเนินเทินทึกเพื่อมา ร่วมกันทํางานเสียงบประมาณเยอะแยะมากมาย รวมไปตลอดจนถึงการซื้อเครื่องไม้ เครื่องมือเพื่อมาเป็นเครื่องมือในการใช้ดูแลสังคมให้เกิดความสงบสุข อย่างไรก็ตามบ้านเมือง ในขณะนี้มันเจริญขึ้น ก้าวหน้าขึ้น ความจําเป็นในการใช้เครื่องมือติดต่อสื่อสารเพราะโลก มันแคบ ผมดูทีวี (TV) ครับท่านเมื่อเดือนที่แล้ว ได้เห็นในทีวี (TV) ส่งข่าวทันทีทันใด พูดถึง เครื่องบินของอีกประเทศหนึ่งบินไปทิ้งระเบิดในอีกประเทศหนึ่ง ภาพเห็นทันตา นี่ก็แสดง ให้เห็นว่าโลกมันเจริญขึ้น เพราะฉะนั้นความจําเป็นในการใช้เครื่องมือสื่อเพื่อให้สังคมได้ รอบรู้ ได้รู้ทันเหตุการณ์นั้นจึงจําเป็น แต่ก็ต้องไม่ทิ้งฐานว่าพื้นฐานของคนที่นี่มันอยู่ตรงไหน เป็นอย่างไร อย่างคนไทยเราขณะนี้ถ้าจะเรียนตรง ๆ ก็คือผมอยากจะบอกว่ายังขาดเสีย ซึ่งความมีวินัยครับท่านประธาน อันนี้ผมว่าแน่นอน ไม่มีใครกล้าปฏิเสธ ผมอยู่จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ผมอยากจะยกเปรียบเทียบ เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ๒ – ๓ วันที่แล้วเกิดอะไรนะ เขาเรียกว่า รายอ พี่น้องบ้านผมที่ไปหากินที่ประเทศมาเลเซียก็จะกลับมาบ้าน เป็นอย่างไร ปกติเขาอยู่ประเทศมาเลเซีย ผู้หญิงไทยเราในทางใต้ไปอยู่ประเทศมาเลเซีย ได้แฟนเป็นคน มาเลเซีย ที่นั่นการขับรถขับราก็จะเป็นไปด้วยตามกฎจราจร เช่นเดียวกับพวกเราใครที่เคย ไปปีนัง ไปประเทศมาเลเซีย ไปกัวลาลัมเปอร์ ประเทศสิงคโปร์ การขับรถขับรามันก็เป็นไป ตามระเบียบตามวินัยกฎจราจร เราไม่กล้าหรอกครับที่จะเที่ยวแซงซ้ายแซงขวาโดยไม่ดูตาม้า ตาเรือ ตํารวจมันจะจับเอาครับ แต่เมื่อสักครู่ที่ผมยกตัวอย่างว่าพี่ไทยเราที่เป็นสตรีไปมี ภรรยาคนต่างประเทศมาเลเซีย พอกลับมาบ้านรถของคนมาเลเซียติดป้ายมาเลเซียครับ ภาษาอังกฤษครับ จอดซ้ายจอดขวาแบบพี่ไทยเราจอดเลยครับ ทั้ง ๆ ที่อยู่บ้านไม่กล้า แต่พอ มาอยู่เมืองไทยเสร็จเลยครับ เหมือนพี่ไทยเราไม่มีผิดเลยครับ นี่คือพื้นฐานของคนเกี่ยวกับ เรื่องของขาดเสียซึ่งวินัย เพราะเรื่องวินัยจําเป็นต้องเสริมสร้างให้มันเบ็ดเสร็จตั้งแต่ต้นน้ํา ต้องเอาตั้งแต่ต้นน้ํา เดี๋ยวนี้เรามักจะพูดถึงเรื่องว่าบ้านเมืองจะสงบนั้นต้องไปดูที่ต้นทาง ต้นน้ํา ตั้งแต่ในบ้าน ตั้งแต่อนุบาล ปฐมวัย ที่เราเคยพูดมาตลอดระยะเวลา แต่เรื่อง การศึกษาก็เช่นเดียวกัน อันนี้ก็มาก จะไม่ต่างไปจากเรื่องของการศึกษาเช่นกัน เพราะฉะนั้น ต้องไปดูที่เรื่องตั้งแต่ในบ้าน ในโรงเรียน ในชุมชน ในสังคมต่าง ๆ ที่เราดูมาตลอดว่า ทําอย่างไรจะให้ต้นทางพื้นฐานของคนไทยเรานี้มีระเบียบ มีวินัย เพื่อว่ามันโตขึ้นมาแล้ว มันจะได้เป็นคนที่ไม่ผิดศีลผิดธรรม ถ้าภาษาพระก็เรียกว่าศีลธรรมครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่า สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เราอย่าพูดไปข้างหน้าจนเลยเถิดลืมไปถึงพื้นฐานของคนไทยเราที่ขาดเสีย ซึ่งส่วนนี้อย่างมากมาย เพราะฉะนั้นสิ่งที่อยากจะฝากให้เป็นข้อคิดที่เป็นหลักพื้นฐานเบื้องต้น ที่จะต้องเอาจริงเอาจัง อย่างที่ท่านกษิต ภิรมย์ บอกว่าเราจะทําอย่างไรให้คนของเรา ใครจะเป็นคนฝึกคนเหล่านี้ ซึ่งความจริงมันมีอยู่แล้วว่าใครจะต้องฝึก แต่มันละเลย ละเว้น การปฏิบัติหน้าที่ ละเว้นการดูแล ละเว้นการเอาใจใส่อย่างเอาจริงเอาจัง เพราะฉะนั้นความ เอาจริงเอาจังการละเลยในสิ่งเหล่านี้มันเป็นจุดอ่อนของคนไทย ที่เราบอกว่าที่ไหนมีปัญหา แน่นอนครับที่นั่นกลไกของรัฐอ่อนแอครับท่าน ลองไปดูสิครับ ที่ไหนที่มีปัญหาที่นั่นถ้าไม่ใช่ เพราะเจ้าหน้าที่กลไกของรัฐอ่อนแอ ผมคิดว่าน่าจะคิดผิดเสียแล้ว เพราะฉะนั้นต้องไปไขลาน เดี๋ยวนี้ขณะนี้เรากําลังพูดถึงว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐต้องเข้มแข็งอย่างที่นายกรัฐมนตรีได้พูด ตลอดเวลาว่า จะต้องไขลานบรรดาเจ้าหน้าที่ของเราจะทําอย่างไรให้เจ้าหน้าที่ต้องเข้มแข็ง ต้องคอยไขไป อย่าไปใส่เกียร์ว่าง เพราะฉะนั้นผมคิดว่าการอบรมให้ชาวบ้านมีความรู้ความเข้าใจเรื่องวินัย การเข้มงวดกวดขัน เจ้าหน้าที่ของรัฐให้ปฏิบัติตามหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง รวมไปตลอดจนถึงการมีผู้นําของ ประเทศเป็นต้นแบบ เป็นแบบอย่างในเรื่องของการมีวินัย เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้มันก็จะช่วย ประคับประคองทําให้เด็กรุ่นใหม่ได้เห็นผู้ใหญ่มีวินัย เป็นต้นแบบของผู้ใหญ่ที่ดีนําทาง ผมคิดว่ามันก็จะช่วยได้เยอะ ถ้าผู้ใหญ่เหลวไหลเด็กมันก็เอาตามครับ ผมคิดว่าสตางค์ทอน มันจะไม่เกิดขึ้นถ้าหากว่าผู้หลักผู้ใหญ่อยู่ในศีลในธรรม เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าน่าจะ คิดให้มันครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ํา กลางน้ํา ปลายน้ํา วันนี้เราก็มาพูดถึงว่าจะเอาเครื่องมือ เพื่อมาช่วย อันนั้นก็ไม่ใช่เป็นเรื่องผิด ก็ถูกครับ เพราะบ้านเมืองมันเจริญขึ้น เครื่องไม้ เครื่องมือก็จําเป็นที่จะต้องถูกนําเอามาใช้ให้เกิดประโยชน์ในแง่ของการสร้างความเข้มแข็ง ให้กับประเทศชาติบ้านเมืองเป็นตัวเฝ้าระวังโดยใช้เครื่องมือ แต่คนก็ต้องไม่ยิ่งหย่อนไปเรื่อง ของการมีเครื่องมือที่ดี การมีเครื่องมือที่ดีนั้นถ้าคนเหลวไหลก็เสร็จอีก ก็ไปซื้อเครื่องไม้ เครื่องมือที่ใช้ไม่ได้ ซื้อมาแล้วก็ไม่ได้ใช้ หรือใช้ไม่ได้ประโยชน์ เพราะไส้ในมันไม่ได้เป็นไป ตามสเปก (Spec) ตัวอย่างเยอะครับ เพราะฉะนั้นก็อยากจะฝากท่านประธานเพื่อไปยัง คณะกรรมการที่นําเสนอเรื่องนี้ พูดถึงเรื่องการสร้างเสริมคนที่มีความเป็นวินัยนั้น มันต้อง ตั้งแต่ต้นน้ํา กลางน้ํา ปลายน้ํา เครื่องมือมันเป็นเครื่องมือที่ถูกใช้ ฉะนั้นเอามาใช้ให้เกิด ประโยชน์ เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าคนมันดีแล้ว เครื่องมือบางทีมันอาจจะอ่อนแอบ้าง ก็ไม่เป็นไร ท่านประธานคงจําได้ใช่ไหม ว่าตอนเล็ก ๆ ผมเด็ก ๆ ผมจําได้ ผมเคย สัมผัสกับกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ใหญ่บ้านที่ดี กํานันที่ดี เพียงแต่ตีเกราะชาวบ้านมันก็แห่กันมา เพราะเราได้ตกลงสัญญากันไว้แล้วว่าถ้าตีอย่างนี้ชาวบ้านต้องรีบมา เพื่อมาช่วยกันทําอะไร ก็แล้วแต่ สกัดกั้นชาวบ้านมาขโมยลักวัวลักควายก็แล้วแต่ เห็นไหมครับ อันนั้นคือความ เชื่อถือของบุคคลที่เป็นผู้นําหน่วยงานในพื้นที่ แค่ตีเกราะครับ กํานัน ผู้ใหญ่บ้านตีเกราะ ใครไม่มาเสร็จครับ หรือเช้า ๆ ที่บ้านผมก็มีมัสยิด ผู้นําในพื้นที่ เพียงแต่ตีกลอง ถึงเวลา ละหมาดชาวบ้านก็จะออกไปละหมาด เห็นไหมครับ อันนี้ก็คือเกิดความเชื่อถือของคนที่ใช้ เครื่องมือในการส่งสัญญาณให้ชาวบ้าน เพราะชาวบ้านเชื่อว่าถ้ากลองดังก็ตี ชาวบ้านต้องมา ตามสัญญาที่นัดไว้ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าความน่าเชื่อถือของบุคคลที่ทําหน้าที่อันนี้ต้องมี บุคคลที่น่าเชื่อถือทําหน้าที่เป็นต้นแบบให้เยาวชนรุ่นหลังได้เอาเป็นแบบอย่างเพื่อเป็นวินัย ที่ดี ขอบคุณท่านประธานครับ