กษิต ภิรมย์ ตั้งข้อสังเกตถึงความคลุมเครือในการมีส่วนร่วมของประชาชนในโครงการชุมชนเข้มแข็ง พร้อมเรียกร้องให้ชี้แจงกลไกการมีส่วนร่วมอย่างชัดเจน โดยเน้นบทบาทของ อสม. อส. ผู้นำท้องถิ่น และการควบคุมคนแปลกหน้าเพื่อป้องกันปัญหาตั้งแต่ต้นทาง รวมถึงตั้งคำถามถึงความโปร่งใส การประสานงาน งบประมาณ และการดำเนินงานของศูนย์คุณธรรมทั้งในรูปแบบองค์กรและดิจิทัล พร้อมเสนอให้มีระบบตรวจสอบ ประเมินผล และการร้องเรียนที่โปร่งใส มีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริง และเน้นการแก้ปัญหาทุจริตโดยเสริมสร้างธรรมาภิบาลในทุกขั้นตอน
ขอบคุณครับท่านประธาน ผม กษิต ภิรมย์ สมาชิก สปท. อันดับ ๗ คือข้อแรกผมยังติดใจที่ชื่อของโครงการ โดยเฉพาะความเข้มแข็งของชุมชนในสังคม แล้วก็ภาษาอังกฤษใช้คําว่า คอมมูนิตี วอตช์ ด็อก (Community Watch Dog) อ่านผิวเผิน ผมก็คิดว่ามันน่าจะเป็นประชาชนร่วมแรงร่วมใจกันในการที่จะเฝ้าระวังความปลอดภัยของ ตนเอง และการได้รับการปฏิบัติที่เป็นธรรมและรวดเร็วจากหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ ที่จะต้องบริการแล้วก็รับใช้ประชาชน แล้วก็ไปโยงไปกับที่เมื่อกี้นี้ทางกรรมาธิการได้ชี้แจงว่า ประชาชนจะมีส่วนร่วมนอกเหนือจากมีมือถือแล้วก็ส่งเบอร์ไปมีอะไรก็แจ้งมาแล้ว ไม่ชัดครับ ว่าจะให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมจริง ๆ จัง ๆ อย่างไร เพราะว่าในระดับท้องถิ่นไปที่ระดับ หมู่บ้านมันก็มี อสม. ของกระทรวงสาธารณสุข มี อส. ของกระทรวงมหาดไทย แล้วก็มีกํานัน และผู้ใหญ่บ้าน แล้วก็มีคณะกรรมการหมู่บ้าน อันนี้ระดับท้องถิ่นแท้ ๆ ท้องที่เลย และเมื่อมี ประเด็นปัญหามาแล้ว ก่อนที่จะมีประเด็นปัญหาเขาจะร่วมกันในการที่จะป้องกันระวังภัย อย่างไร ต้องป้องกันก่อนนะครับ เหมือนกับที่ได้พูดในเรื่องที่แล้วว่าจะขจัดปัญหาอย่างไรก่อน คราวนี้ก็ถามกันบอกว่า ระบบการลงทะเบียนของคนเข้าออกในหมู่บ้าน ในตําบล แล้วก็ โดยเฉพาะในเทศบาลเมือง ที่อารยธรรมประเทศทั้งหมดที่เป็นประชาธิปไตย แล้วก็ พวกคอมมิวนิสต์ทั้งหมด ว่าเมื่อมีคนแปลกหน้าเข้ามาต้องมีการขึ้นทะเบียนแล้วก็จดทะเบียน แล้วก็ข้ามเรื่องมานิดหนึ่งมันก็มีการฝังตัวของพวกมาเฟียต่างชาติอยู่ที่พัทยา ตอนนี้ไปที่ หัวหิน ไปที่ภูเก็ต หรือว่าในหลาย ๆ ถนนของกรุงเทพมหานคร แล้วก็ ผอ. เขตก็ดี นายอําเภอก็ดี หรือว่ากํานันก็ดี มีการร่วมมือกับชุมชนอย่างไรในการเฝ้าระวังแล้วก็ป้องกัน แล้วก็ขึ้นทะเบียน มันต้องมาพูดกันในเรื่องพื้นฐานก่อนเป็นสําคัญ นั่นเป็นประเด็นที่ ๑ ครับ
ประเด็นที่ ๒ ผมไม่อยากจะเหมาทุกสิ่งทุกอย่างไปที่ศูนย์คุณธรรม เราก็ต้อง ถามว่าแล้วมีผู้ว่าราชการจังหวัดทําไม มีนายอําเภอ มีปลัดอําเภอ มีกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน อันนี้ สายตรงของกระทรวงมหาดไทย เคียงข้างก็มีสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ทั้งสันติบาล กองปราบ ตํารวจภูธร ตํารวจตระเวนชายแดน สถานีตํารวจทั้งหลาย แล้วเขาทําหน้าที่อะไร หรือว่ามันจะโอนไปทางนี้หมดว่าไม่ต้องไปที่สถานีแล้ว ไปร้องเรียนที่ศูนย์คุณธรรม เป็นการ ผลักภาระหรือเปล่าอันนี้ต้องดูให้ดี แล้วถ้าเผื่อร้องเรียนมาที่ศูนย์คุณธรรม จะเดินมาที่ ศูนย์คุณธรรมก็ตาม หรือจะโทรศัพท์ หรือจะอีเมล์ (E-mail) หรือจะเอสเอ็มเอส (SMS) มา ศูนย์คุณธรรมก็จะต้องกระจายเรื่องไปทั้งที่ส่วนกลาง ส่วนต่างจังหวัด แค่ส่งเรื่องไปแล้วก็ รอเมื่อไรสวรรค์จะโปรดว่าหน่วยงานนั้น ๆ จะแก้ไขประเด็นปัญหาที่ประชาชนร้องเรียนมา เพราะไม่ได้รับการยุติธรรม ล่าช้า หรือต้องจ่ายใต้โต๊ะต่าง ๆ เหล่านี้ คือแค่เป็นไปรษณีย์ผ่าน ผมว่ามันไม่มีประโยชน์ครับ มันต้องนําไปสู่การปฏิบัติภายใน ๕ วัน ๗ วัน ต้องพูดกันเสียให้ชัด แล้วมันก็ต้องโยงไปกับการบริหารราชการแผ่นดินว่าจะสร้างบ้านใหม่ ผมกรอกเว็บไซต์ (Web Site) ไปอนุมัติภายใน ๒๔ ชั่วโมงได้ไหม เมื่อผมร้องเรียนไปแล้วในเรื่องต่าง ๆ มันจะ ไปที่ไหน อย่างไร แล้วมันก็ต้องไปโยงกับศาลปกครอง อันนี้ไม่ได้มีการพูดถึง ว่ากฎเกณฑ์ ที่ออกมาโดยรัฐบาลกลางหรือท้องถิ่นมันไม่ยุติธรรมต่อประชาชน ไปร้องเรียนแล้ว ไปที่ ศูนย์คุณธรรมจะมีการประสานงานกับทางศาลปกครองหรือไม่อย่างไร นั่นก็เป็นอีกประเด็น
ส่วนอีกประเด็นหนึ่งก็คือว่า มันง่ายที่จะบอกว่ามอบงานดิจิทัลว่าด้วย การร้องเรียนไปที่ศูนย์คุณธรรม ผมได้เคยอภิปรายในสภานี้ผมขอทบทวนความจํา ท่านประธานและท่านกรรมาธิการทั้งหลาย ผมอยากจะรู้ว่าเครื่องมือเครื่องใช้มันสนนราคา เท่าไร การเปิดประมูลที่จะให้โปร่งใสในการที่จะซื้อเครื่องมือต่าง ๆ มาติดตั้งที่ศูนย์คุณธรรม แล้วจะมีศูนย์กลางคุณธรรมอยู่ที่ไหน อย่างไร เน็ตเวิร์กกิง (Networking) ทั้งหลาย แล้วใคร จะเป็นคนเลือกเครื่องมือเครื่องใช้ ระบบการจัดซื้อจัดจ้างว่าอย่างไร นั่นเป็นประเด็นที่ ๑ แล้วผมก็ได้พูด ผมขอย้ําอีกทีหนึ่ง เราจะมีการฝึกบุคลากรให้มีขีดความสามารถทางด้าน เทคนิคอย่างไร หรือว่าเป็นศูนย์รับข้อมูลที่มันตายคือส่งเรื่องเข้าไปแล้วแล้วมันก็เรกคอร์ด (Record) ไว้ รุ่งเช้าเจ้าหน้าที่มาก็มาคอยเปิดดู หรือว่าจะบริการ ๒๔ ชั่วโมง ออนคอล (On call) อันนี้เป็นเรื่องที่สําคัญ มันจะมีอํานาจในการสั่งการได้ไหมว่าเรื่องนี้มันเกิดที่หมู่บ้านนี้ ต้องโทรศัพท์ไปที่กํานัน ผู้ใหญ่บ้านได้ แล้วจะประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างไร ถ้าเผื่อเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการประปา ถนน ต่าง ๆ เหล่านี้ ผมว่ามันต้องไปคิดแล้วมันต้อง วางระบบกันให้เป็นเรื่องเป็นราว ไม่ใช่ว่าคิดว่ามันน่าจะมีระบบดิจิทัลเพื่อจะรองรับนโยบาย ของรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ เรื่อง ๔.๐ และทุกสิ่งทุกอย่างมันต้องเฮโลกันไปอย่างนั้น มันไม่ใช่นะครับ แล้วทุกคนก็อ้าง ๔.๐ อะไรพวกนี้ เรื่องของการเตรียมการขั้นพื้นฐานเป็น เรื่องที่สําคัญยิ่ง แล้วก็ตัวเลขว่าด้วยการใช้งบประมาณมันต้องแน่ชัด
อีกประเด็นหนึ่งคือถ้าเผื่อศูนย์คุณธรรมไม่ได้เรื่องใครจะประเมินและใคร จะลงโทษ ระบบการตรวจสอบมันอยู่ที่ไหน ต้องไปที่ ปปง. ต้องไปที่ ป.ป.ช. หรือเปล่า อย่างไร หรือมันจะมีองค์กรกลางภายในสังกัดของกระทรวงมหาดไทยที่จะดูแลเรื่องนี้ เพื่อจะให้ข้าราชการนั้นตอบสนองและเป็นผู้รับใช้ประชาชนจริงจังได้มากน้อยแค่ไหน แล้วอีกประเด็นหนึ่งก็คือว่าบางทีเราอาจให้ความสําคัญไปกับเรื่องดิจิทัล แต่ว่าสภาพ สังคมไทย ตัวเลขอาจจะบอกว่าเรามีมือถือเยอะ แต่ว่าการใช้ประโยชน์ที่เป็นเรื่องเป็นราว ใครจะไปฝึกอบรมประชาชนชาวไทยครับ ว่าเขาจะใช้อย่างไร วิธีใช้ และเขาจะได้ประโยชน์ อะไร แล้วถ้าเผื่อเขาร้องเรียนมาบอกเป็นความลับเปิดเผยไม่ได้ แล้วถ้าเผื่อเขาถูกอีกฝ่ายหนึ่ง กลั่นแกล้งถูกกล่าวหา เราจะป้องกันประเด็นนี้อย่างไร เราจะเคาน์เตอร์เช็ก (Counter Check) หรือว่าย้อนรอยไปว่าข้อร้องเรียนอันนี้หรือว่าข้อกล่าวหาอันนี้ต่อข้าราชการก็ดี ต่อใครก็ตาม อดีตมันมาด้วยความบริสุทธิ์ใจตามสาระเนื้อหาหรือเปล่า มันก็จะเป็นช่องทาง ของการกลั่นแกล้งกันก็ได้ แล้วค่าใช้จ่ายที่โทรมาล่ะครับ ฟรี หรือเปล่า เป็นระบบ ๙๙๑ หรือเปล่า อะไรที่เรื่องเกี่ยวกับบ้านเมืองส่วนรวมฉุกเฉินมันต้องฟรีหมด แล้วใครจะจ่ายภาระ อันนี้ ขอเงินทั้งหมดจาก กสทช. มาทําตรงนี้ได้ไหมครับ มาอุดหนุนจุนเจือ มาซับซิไดซ์ (Subsidize) จะได้ไม่ต้องไปขอร้องบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งหลายให้ขอความกรุณาให้ทําซีเอสอาร์ (CSR) ไม่ใช่ ผมอยากจะทั้งหมดให้มาคิดให้ครบระบบเสียก่อนแล้วก็ตอบคําถาม หรือว่า อุดช่องโหว่ได้ แล้วก็ให้มีการวางระบบที่มันสามารถที่จะใช้ได้จริง ๆ จัง ๆ อย่างทั่วถึง เราก็ ได้เห็นกันมามากแล้ว ท่านประธานผ่านไปที่กรรมาธิการ เราก็อยู่ในราชการโต ๆ กันมา ตั้งโน่นตั้งนี่มาแล้วมาวูบวาบโดยชั่วคราวมันไม่มีความยั่งยืน แล้วเราก็เสนอของเล่นใหม่ ๆ กันขึ้นมาเรื่อย คําสวย ๆ แล้วก็มักจะใช้ภาษาอังกฤษเป็นกํากับ แต่ว่าพื้นฐานของสังคมเรา มันยังไปไม่ถึงขนาดนั้น แล้วเราจะทําอย่างไร แล้วก็ทั้งหมดนี่ถ้าเผื่อมันสามารถไม่ต้องมี ศูนย์คุณธรรมก็ได้ ถ้าเผื่อนายก อบจ. ผู้ว่าราชการจังหวัด กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน นายกเทศมนตรี นายก อบต. แล้วก็ผู้อํานวยการสํานักงานต่าง ๆ จากส่วนกลางที่อยู่ในต่างจังหวัดว่าทํางาน อย่างจริง ๆ จัง ๆ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต การร้องเรียนมันต้องเป็นปลายทาง แต่มันเป็นการ สะท้อนความล้มเหลวซึ่งการบริหารราชการ การไม่เอาใจใส่ดูแลของผู้บังคับบัญชาทุกระดับ การปล่อยปละละเลย การเปิดช่องโหว่ให้มีการทุจริตคอร์รัปชัน เกรงกลัวบารมี เกรงกลัว อิทธิพลกัน ผมว่าไปดูตรงนั้นดีกว่ามาช่วยกันแก้ที่ต้นทาง เพื่อให้การร้องเรียนที่ศูนย์คุณธรรม ให้มันน้อยที่สุด ปลัดกระทรวง ซี. ๑๑ ทั้งหมดว่าอย่างไร อธิบดีว่าอย่างไร กรมบัญชีกลาง สํานักงบประมาณได้มีการตรวจสอบระบบการจัดซื้อจัดจ้าง การบริการรวดเร็วอย่างไร ประชาชนจะเข้าไปมีซุ่มมีเสียงในการประชุมของสภาจังหวัด ตําบล เทศบาล ท่านผู้ว่า ราชการจังหวัดจะเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้าไปพบ ต่าง ๆ เหล่านี้ มากน้อยแค่ไหน ในองค์รวม ไม่อย่างนั้นเราก็ไปคิดกันในเรื่องแก้ปัญหาปลายทาง ปลายทางก็มีทั้งศูนย์คุณธรรม ป.ป.ง. ป.ป.ช. สตง. แล้วก็ไปกระบวนการศาล แต่ว่าต้นทางที่นั่นต่างหากที่เราต้องมาคิดเพื่อ มาเสริมสร้างธรรมาภิบาลแล้วก็การเมืองการปกครองที่ดีงาม ขอบคุณมากครับท่านประธาน