ปิติธรรม เสนอใช้ดิจิทัลเฝ้าระวังสังคม สร้างระบบร้องเรียนรวมศูนย์

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๒๖ · ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๐

ปิติธรรม ฐิติมนตรี หารือแนวทางการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการเฝ้าระวังทางสังคมและการบังคับใช้กฎหมายอย่างสร้างสรรค์ โดยเสนอให้บูรณาการระบบการรับเรื่องร้องเรียนให้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริการประชาชนและลดความสับสน พร้อมเน้นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ระบบตรวจสอบประเมินผล และการปฏิรูปโครงสร้างการบริหารจัดการให้มีความเป็นเอกภาพ โดยให้ศูนย์ดำรงธรรมมีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแล ติดตาม และสนับสนุนการมีส่วนร่วม พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลแบบเรียลไทม์ เพื่อเสริมประสิทธิภาพการเฝ้าระวัง คืนพื้นที่สาธารณะ สร้างจิตสำนึกและวินัยให้ประชาชน นำไปสู่สังคมที่สงบ น่าอยู่ และบังคับใช้กฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายปิติธรรม ฐิติมนตรี ผู้ชี้แจงในนามคณะกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศและท่านสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศที่เคารพ กระผม นายปิติธรรม ฐิติมนตรี อนุกรรมาธิการ ขออนุญาตกราบเรียนว่า จากแนวความคิดในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการเฝ้าระวังทางสังคมและการบังคับใช้ กฎหมายที่ทั้งท่านประธานอโณทัย ท่าน พลตํารวจเอก ชิดชัย วรรณสถิตย์ และท่านเพิ่มพงษ์ ได้กรุณากราบเรียนต่อสภาแห่งนี้กระผมจะขออนุญาตกราบเรียนสรุปในรายละเอียดเพิ่มเติม เพื่อท่านประธานและท่านสมาชิกได้กรุณารับทราบเพิ่มเติมนะครับ ขออนุญาตกราบเรียนว่า คณะอนุกรรมาธิการได้กําหนดหลักการสําคัญของเรื่องนี้ไว้ว่านะครับ

ประการแรกจะเป็นเรื่องของการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในเชิงสร้างสรรค์ กล่าวคือเทคโนโลยีดิจิทัลนั้นซึ่งเราใช้อยู่กันในปัจจุบัน รวมทั้งสื่อโซเชียลมีเดีย (Social Media) ต่าง ๆ ก็ถูกนําไปใช้ทั้งในทางบวกและทางลบ แต่ในกรณีนี้จะเป็นเรื่องของการใช้ เพื่อการสร้างสรรค์ทางสังคมนะครับ

ประการที่ ๒ ก็คือว่าจะเป็นการบูรณาการเชื่อมโยงหน่วยรับเรื่องราว ร้องเรียนร้องทุกข์ ซึ่งก็มีจํานวนมากมายแล้วก็ต่างหน่วยต่างทํานี่ให้เป็นเอกภาพ เนื่องจาก การรับเรื่องราวร้องเรียนร้องทุกข์ของประชาชนที่ผ่านมาก็เป็นลักษณะที่หน่วยงานต่างคน ต่างทํา ประชาชนจะต้องจําเลขหมายโทรศัพท์ ไม่ว่าจะเป็นเลข ๓ ตัว เลข ๔ ตัว หรือแม้กระทั่งเลข ๘ ตัว ที่เป็นโทรศัพท์ทั่วไปเป็นจํานวนมาก ทําให้เกิดความสับสน แล้วก็เป็นภาระ บางเรื่องต้องแจ้งหลายหน่วยงาน ทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริงแล้วถ้าระบบนี้ เกิดขึ้นได้การแจ้งเพียงหน่วยเดียวนะครับหรือเข้าไปในระบบการเฝ้าระวังทางสังคมมันก็จะ วิ่งไปสู่ส่วนราชการแล้วก็มีการประมวลผลจากส่วนกลางด้วย อันนี้ก็เป็นส่วนที่ ๒ นะครับ

ประการที่ ๓ ก็คือในเรื่องของการกระตุ้นแล้วก็สร้างความร่วมมือและการมี ส่วนร่วมของประชาชนในการเฝ้าระวังทางสังคม รวมทั้งประชาชนผู้แจ้งข้อมูลข่าวสาร จะได้รับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและความปลอดภัยด้วย อันนี้ถือว่าเป็นหัวใจของการใช้ เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการเฝ้าระวังทางสังคม ฉะนั้นข้อมูลที่พี่น้องประชาชนได้ส่งต่อมายัง ศูนย์ปฏิบัติการจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับ แล้วก็การส่งต่อข้อมูลเหล่านั้นก็จะเป็นการ ส่งต่อข้อมูลเพื่อให้เกิดผลในทางปฏิบัตินะครับ

ในประการที่ ๔ ก็คือจะต้องมีระบบการตรวจสอบติดตามประเมินผล และแจ้งผลการดําเนินงานของหน่วยงานในการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้รับทราบ ผมเชื่อว่าที่ผ่านมานี้เมื่อประชาชนแจ้งเรื่องราวต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลข่าวสารเบาะแส หรือเรื่องราวร้องเรียนร้องทุกข์ต่าง ๆ ก็คาดหวังว่าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจะนําผลการแจ้งนี้ ไปสู่การปฏิบัติ แล้วก็คาดหวังต่อว่าเมื่อปฏิบัติแล้วเขาควรจะได้รับรู้รับทราบด้วยว่า สิ่งที่เจ้าหน้าที่นําไปปฏิบัติหรือรับข้อมูลไปแล้วสามารถที่จะแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ได้อย่างไรนะครับ อันนี้ก็เป็นหลักการของการทํางานตรงนี้นะครับ ทีนี้ในเรื่องของการปฏิรูป เรากําหนดการปฏิรูปไว้ใน ๓ เรื่องด้วยกันนะครับ ซึ่งส่วนใหญ่ที่ผมได้กล่าวนามทั้ง ๓ ท่าน เมื่อสักครู่ขออนุญาตที่กล่าวนามถึงท่านนะครับว่าก็ได้พูดในรายละเอียดลงไปมากแล้ว นะครับ ก็จะพูดเฉพาะว่าในเรื่องของการปฏิรูป ๓ เรื่องนั้นมีอะไรบ้าง

เรื่องแรก ก็เป็นการปฏิรูปโครงสร้างแล้วก็กลไกของการบริหารจัดการ เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการเฝ้าระวังทางสังคม ที่ได้นํากราบเรียนไว้เบื้องต้นก็คือว่าในเรื่อง การรับเรื่องราวร้องเรียนร้องทุกข์ของประชาชนนั้นส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่องของการต่างคน ต่างทํา แต่ว่าถ้าเรามีกลไกในบริหารจัดการตรงนี้ ที่มีความชัดเจนแล้วก็มีเอกภาพ ประชาชน สามารถที่จะส่งข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ มาสู่ศูนย์ตรงนี้นะครับแล้วก็มีกระบวนการบริหาร จัดการที่ชัดเจนนะครับ ในโครงสร้างในเรื่องของกลไกโครงสร้างที่ได้นํากราบเรียนไปแล้วก็ จะมี ๓ ระดับนะครับ

ระดับแรกก็อาจจะเรียกว่าเป็นระดับอํานวยการของประเทศหรือระดับชาติ ก็จะมีหน้าที่ในเรื่องของการกําหนดแนวทางนโยบาย ในเรื่องของการเฝ้าระวังทางสังคม ในเรื่องของการพัฒนาเทคโนโลยีในเรื่องของการบริหารจัดการข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ที่ได้รับ จากประชาชนผู้ร้องเรียนหรือผู้ให้ข้อมูลข่าวสารนะครับ เสร็จแล้วก็จะมีเรื่องของการติดตาม ประเมินผลแล้วก็มีการประมวลผลของการทํางาน อันนี้ก็เป็นในระดับนโยบายนะครับ ซึ่งในระดับนโยบายนี้เราวางโครงสร้างให้มีคณะกรรมการบริหารจัดการเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อการเฝ้าระวังทางสังคมนะครับ ก็เอาไว้ที่ศูนย์ดํารงธรรม กระทรวงมหาดไทย จะมี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อ เศรษฐกิจสังคม และรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เป็นรองประธาน มีหัวหน้า ส่วนราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการรับเรื่องราวร้องเรียนร้องทุกข์ร่วมเป็นกรรมการ เพื่อที่จะได้กําหนดนโยบายแนวทางการบริหารการพัฒนาเทคโนโลยี รวมทั้งในเรื่องของ การสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนให้เกิดความหลากหลายแล้วก็ตอบรับต่อระบบตรงนี้ นะครับ อันนี้ก็เป็นส่วนแรกที่เป็นเรื่องของกลไกนะครับ

ในระดับที่ ๒ ก็เป็นกลไกในระดับจังหวัด ก็จะมีศูนย์ดํารงธรรมจังหวัด ทําหน้าที่อํานวยการแล้วก็ช่วยเหลือแก้ไขปัญหาของประชาชน รวมทั้งเรื่องของการบริการ ประชาชนด้วย

ในระดับ ๓ ซึ่งมีความใกล้ชิดกับประชาชน ก็คือศูนย์ดํารงธรรมอําเภอนะครับ ก็จะทําหน้าที่ช่วยเหลือแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนแล้วก็บริการประชาชนด้วย ขออนุญาต กราบเรียนว่าที่กําหนดให้ศูนย์ดํารงธรรมเป็นหน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ ก็เพื่อให้ เป็นไปตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๙๖/๒๕๕๗ เรื่องการจัดตั้งศูนย์ ดํารงธรรมให้เป็นศูนย์กลางในการรับเรื่องราวร้องเรียนร้องทุกข์ แก้ไขปัญหาและบริการ ประชาชน โดยให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องสนับสนุนการแก้ไขปัญหารวมทั้งจัดงบประมาณ บุคลากรช่วยเหลือ นอกจากนี้เมื่อเดือนที่แล้วคณะกรรมาธิการบริหารราชการแผ่นดินก็ได้ เสนอผลการศึกษาเรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพของศูนย์ดํารงธรรม เพราะฉะนั้นใน ๒ เรื่องนี้ ก็จะคาบเกี่ยวควบคู่กันไปทั้งในส่วนที่เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพและในส่วนที่เป็นเรื่องของ การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน

ในส่วนที่ ๒ ของการปฏิรูปก็คือเป็นเรื่องของการปฏิรูประบบการแจ้งข้อมูล ข่าวสารที่ได้นํากราบเรียนไปเบื้องต้น ก็คือต่างหน่วยต่างทํา ฉะนั้นก็จะมีข้อมูลเฉพาะของ ตัวเองนะครับ แต่ว่าในระบบที่เราจะจัดทําขึ้นใหม่นี้จะเป็นระบบที่เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยง เป็นเครือข่ายระหว่างศูนย์ดํารงธรรมในทุกระดับ แล้วก็ส่วนราชการที่มีหน้าที่ในเรื่องการรับ เรื่องราวร้องเรียนร้องทุกข์ แล้วก็แก้ไขปัญหาของประชาชน ในเรื่องของระบบข้อมูลข่าวสารนั้น เราวางแนวความคิดไว้ว่า ๑. ประชาชนจะต้องเข้าถึงได้ง่าย ๒. จะต้องสะดวกรวดเร็ว แล้วก็ เป็นเรียลไทม์ (Real Time) เพื่อที่จะให้ประชาชนมีความมั่นใจ แล้วก็ใช้เรื่องของเทคโนโลยี ดิจิทัลเพื่อการเฝ้าระวังทางสังคมให้เป็นประโยชน์นะครับ

ในส่วนที่ ๓ ก็คือเรื่องการปฏิรูปที่ ๓ ก็คือเป็นการสร้างความร่วมมือและการ มีส่วนร่วมของประชาชน อันนี้ก็เป็นปัจจัยสําคัญของการเฝ้าระวังทางสังคม ฉะนั้นเพื่อให้ ประชาชนทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในเรื่องของการเฝ้าระวังทางสังคม แล้วก็เป็นการใช้พลัง ทางสังคมให้เป็นประโยชน์ รวมทั้งเป็นการสร้างความเข้มแข็งของประเทศของประชาชน แล้วก็ของชุมชนสังคมด้วย

ประโยชน์ที่คิดว่าคาดว่าน่าจะได้รับจากเรื่องของเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการ เฝ้าระวังทางสังคมนั้นผมคิดว่าก็มีหลายส่วนนะครับ แต่อย่างแรกก็คือว่าเป็นการลดปัญหา ทางสังคมที่มีผลกระทบต่อสุจริตชน ซึ่งผมเชื่อว่าเหตุการณ์ประจําวันที่เกิดขึ้นในสังคม บ้านเราล้วนได้รับรู้รับทราบ แล้วก็เป็นข้อกังวลใจ เพราะฉะนั้นถ้าเราสามารถทําตรงนี้ได้ ก็จะลดปัญหาสังคม แล้วที่สําคัญก็คือจะเป็นการคืนพื้นที่สาธารณะที่เคยถูกใช้โดยปัจเจก บุคคลหรืออะไรก็แล้วแต่ที่ผิดกฎหมายกลับคืนมาให้เป็นพื้นที่ของประชาชนนะครับ ในส่วนที่ ๒ ที่คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ก็คือว่าทําให้ประชาชนมีจิตสาธารณะที่จะร่วมกัน เฝ้าระวังปัญหาทางสังคมที่จะร่วมกันเฝ้าระวังทางสังคมนะครับ แล้วก็เป็นการสร้างวินัย ให้กับประชาชน ประชาชนเคารพกฎหมาย รวมทั้งการบังคับใช้กฎหมายก็มีประสิทธิภาพ เนื่องจากว่ามีข้อมูลข่าวสารที่ประชาชนส่งมาเพียงพอที่จะใช้ในการดําเนินการหรือแก้ไข ปัญหาให้กับประชาชนนะครับ สุดท้ายบ้านเมืองก็เกิดความสงบเรียบร้อย บ้านเมืองก็มี ระเบียบเป็นสังคมที่น่าอยู่นะครับ โดยเราใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นเครื่องมือเป็นกลไกนะครับ ในการที่จะทําให้การเฝ้าระวังทางสังคมนั้นมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเป็นกลไกในการสร้างความ สงบสุขให้กับประชาชนนะครับ ก็ขออนุญาตกราบเรียนว่าในประเด็นเกี่ยวกับเรื่องของการ ปฏิรูปที่เป็นสาระเพิ่มเติม ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานสภารวมทั้งท่านสมาชิก สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเพื่อกรุณารับทราบครับ ผมกราบขอบพระคุณครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เนื่องจากว่ามันมีระบบเทคโนโลยีข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับ เรื่องของดิจิทัลนะครับ ก็จะขออนุญาตให้ท่านสมญา พัฒนวรพันธุ์ ซึ่งก็เป็นอนุกรรมาธิการ ได้กรุณาให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าระบบเทคโนโลยีดิจิทัลที่เราทําขึ้นมานั้นไม่ซ้ําซ้อนกับ ส่วนราชการใด ๆ แต่เป็นเรื่องของการซ้ําเสริม แล้วก็เป็นเรื่องของการทําเสริมต่อยอดให้ ระบบนี้มันมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นครับ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ