สุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ หารือประเด็นผลกระทบจากการใช้โซเชียลมีเดียที่เพิ่มขึ้นในสังคมไทย ทั้งต่อพฤติกรรม การสื่อสารในครอบครัว การเรียนรู้ในสถาบันการศึกษา และความมั่นคงของชาติ พร้อมเสนอให้มีการตรวจสอบและพัฒนาเครื่องมือเพื่อส่งเสริมการใช้สื่ออย่างมีสติและรับผิดชอบ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กราบขอบคุณ ท่านมากครับ กระผม สุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ สมาชิก สปท. หมายเลข ๑๗๓ เอกสารของท่าน กรรมาธิการฉบับเรื่องผลการศึกษาและข้อเสนอแนะการปฏิรูปการใช้สื่อโซเชียลมีเดีย (Social Media) นี้นะครับ ผมคิดว่าสั้น กระชับ ทันสมัยตรงกาลเวลา ปัจจุบันนี้ท่านครับ ถ้าเกิดเป็นคนไทยแล้วใครไม่มีโทรศัพท์มือถือถือว่าค่อนข้างจะตกกรอบมาตรฐานไปเสียแล้ว ทุกคนมีหมดนะครับ แล้วก็มีมากกว่า ๑ เครื่องก็เยอะ ทีนี้คําถามว่าสิ่งที่มันเกิดขึ้น ในสังคมไทยเราไปห้ามได้ไหม คงไม่ได้ ท่านจะห้ามผมไม่ให้หยิบมือถือแล้วส่งภาพดี ๆ หรือส่งข้อความดี ๆ ไปยังคนอื่นโดยเฉพาะครอบครัวคงไม่ได้ เขาเรียกปิดกั้นเสรีภาพ เหมือนเมื่อสักครู่ที่ระเบียบวาระที่แล้วผมไปหาภาพความสามัคคีของมดที่ต่อตัวกันนะครับ มีคนโทรศัพท์มาขอผมเยอะเลยว่ามาจากไหนอย่างไรนะครับ นั่นคือแสดงถึงความสามัคคี ยกตัวอย่างนะครับ ผมไม่ได้เป็นคนทํานะครับขอประทานโทษครับผมไปหามาจากสื่อ ออนไลน์ (Online) คือโซเชียล (Social) นี่นะครับไปหาทางอินเทอร์เน็ต (Internet) มา ทีนี้ที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพก็คือว่า ท่านครับสังคมไทยผมคิดว่า ยุ่งขึ้นทุกวัน แข่งกันที่ว่าใครจะส่งอินเทอร์เน็ต (Internet) ส่งข้อความไปทางสื่อได้เร็วกว่ากัน พอรับมาปั๊บส่งปุ๊บทันทีโดยไม่ได้ได้ตรวจสอบเสียก่อนว่ารูปภาพนั้น ข้อความนั้นถูกต้อง หรือไม่ แล้วในบางเรื่องบางโอกาสก็ไปหมิ่นเหม่ต่อการล่วงล้ํากล้ํากลายสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น แล้วบางเรื่องบางราวที่ส่งกันไปนี่นะก็ไปกระทบต่อความมั่นคงของชาติบ้านเมือง นอกจาก ความมั่นคงของชาติบ้านเมืองในเรื่องปกติธรรมดา เรื่องของความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ตกใจ นะครับ หรือท่านจะเห็นการโฆษณาผ่านสื่อโฆษณาสินค้า คนที่ไม่รู้เชื่อก็จ่ายของแพงไป ทีนี้ในรายงานของท่านมีหลายเรื่องที่ผมคิดว่าน่าสนใจ หน้า ๑ ท่านก็ว่ามาเลย สังคมก้มหน้า ท่านไปดูเลยทุกคนอยากไปอบรมหลักสูตรดี ๆ เช่น วปอ. ซึ่งกําลังจะเปิดในเดือนตุลาคมนี้ ก็ต้องไปนะครับหลักสูตรต่าง ๆ แล้วท่านไปดูได้เลยในสังคมของผู้ไปอบรมนะครับเกินครึ่ง ของเวลาในการฟังการอบรมนะครับ สมมุติว่าช่วงแรก ๓ ชั่วโมงทุกคนก้มหน้าหมด ทั้งส่ง ทั้งรับร้อยแปดจิปาถะถามว่าฟังวิทยากรสักกี่เปอร์เซ็นต์ ร้ายไปกว่านั้นผมมีเพื่อนฝูงเป็น อาจารย์มหาวิทยาลัยเยอะท่านไปดูในมหาวิทยาลัยสิครับ ไม่ใช่ในมหาวิทยาลัยอย่างเดียว ในโรงเรียนระดับมัธยมประถมขึ้นไปนะครับนี่ก็สังคมก้มหน้าที่ท่านเขียนมานี้ผมโดนใจนะ แล้วจะแก้ไขปัญหาอย่างไร ถ้าไปค้นหาข้อมูลต่าง ๆ ที่อาจารย์พูดนี่น่าเชื่อถือไหมหรือไปขอ เพิ่มเติมสิ่งที่อาจารย์สอนมันก็อีกเรื่องหนึ่งนะแต่ไม่ใช่หรอกครับเกิน ๘๐ เปอร์เซ็นต์เป็นเรื่อง ไม่ค่อยจะมีสาระ สิ่งต่าง ๆ ที่ผมกราบเรียนท่านประธานมาว่านี้นะครับเราจะทําอย่างไร ถึงจะทําให้สังคมกลับมา สังคมก้มหน้าหรือโซเชียลมีเดีย (Social Media) มันทําให้ สังคมไทยที่ดี ๆ เราเริ่มเสื่อมโทรมลงเกือบทุกวัน เช่น ยกตัวอย่างในครอบครัว สมัยก่อน มีโทรศัพท์ยังไม่มีโซเชียลมีเดีย (Social Media) โทรศัพท์ คุณพ่อคุณแม่ วันนี้หนูขอกลับช้า ไปนิดหนึ่งนะหนูต้องทําการบ้าน คุณพ่อคุณแม่คะหนูอยากรับประทานโน่นนี่ คุณแม่ถ้ามี ช่วยเก็บไว้ให้หนูด้วยนะหนูไปช้ายังดูน่ารัก ๆ เดี๋ยวนี้ไม่ต้องแล้วกดไปเลย แม่หนูอยากกินนี่ แล้วก็อักขระวิบัติอีกนะครับ ภาษาวิบัติอีก แม่ก็ต้องปฏิบัติตาม ลูกก็ชิน ต่อไปนี้ถ้าพูดอะไร กับพ่อกับแม่จะขอเงินคุณพ่อพรุ่งนี้หนูต้องทํากิจกรรมอย่างนี้ ๆ หนูขอคุณพ่อสัก ๑๐๐ บาท ไม่ต้องแล้วสั่งไปทางโทรศัพท์เลยนิสัยอย่างนี้มันติดไปเรื่อย ๆ จนในบางหน่วยงานนะครับ เดี๋ยวนี้ไม่ต้องฟังผู้บังคับบัญชาไม่ต้องเข้าไปหาท่านแล้ว ขอโทษนะครับ นายครับ อธิบดีค่ะ อ้ายนู่นอ้ายนี่ว่าไปเลย ผมว่าถ้าเราไม่รีบทําเรื่องเหล่านี้สังคมเราจะ ลําบากขึ้น หลายท่านเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัย มันมีโปรแกรมหนึ่งนะครับท่านประธาน ผ่านไปทางกรรมาธิการ ถ้าท่านไปตั้งองค์กรหรือจับผิดคน ไปฟังนะครับ เอ๊ะมันพูดกันลามก หรือเปล่า หรือทําลายสถาบัน ผมว่าจะมีสักเท่าไร นอกจากจะต้องสอนให้มีจิตสํานึก ในมหาวิทยาลัยในโลกนี้และมหาวิทยาลัยใหญ่ ๆ ในประเทศไทย เวลาท่านทําวิทยานิพนธ์ เปิดมาเล่มหนา ๆ นี่นะครับ เวลาท่านส่งวิทยานิพนธ์ท่านจะต้องส่งสื่อไปด้วย พอวิ่งเข้าไป ในเครื่องปั๊บอาจารย์ที่ปรึกษาจะรู้เลย นี่พ่อสุรินทร์ เกือบทั้งหน้าท่านไปลอกของท่านพิสิษฐ์มา อาจารย์เขาอ่านมาแล้วแล้วเขาก็รู้ โปรแกรมอย่างนี้ท่านลองไปดูสิว่ามันสามารถจะมาใช้กับ ของท่านได้ไหม หรือเขาคิดแล้วเรายังไปไม่ถึง ถ้ายังไปไม่ถึงก็ฝากท่านประธานผ่านไปยัง ประธานกรรมาธิการ โดยเฉพาะประธานกรรมาธิการก็อยู่ กสทช. แล้ว ลองไปคิดอันนี้มาว่า ทันทีที่คุณส่งสื่อไปปุ๊บมันไปเข้าเครื่อง ไม่ใช่ท่านแอบฟังนะ เดี๋ยวจะเกิดต้นไม้พิษอีก ตามประสาของปรัชญาทางกฎหมายนี้นะครับ ถ้าท่านเอาสิ่งที่มีพิษไปเป็นพยานศาล ศาลไม่รับฟัง เช่น ท่านไปแอบดักฟังเขามาแล้วบอกอันนี้ใช่เลยเสียงนายสุรินทร์ ไม่ใช่นะ ไม่ได้นะ ท่านลองไปคิดดูสิว่ามันน่าจะมีได้ เพื่อแบ่งเบาภาระ แล้วไปดูคนที่มันไม่ได้เรื่อง ใช้สื่อออนไลน์ (Online) ไม่เป็นประโยชน์ต่อตนเอง กับสังคม แล้วยังทําลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และทําลายญาติพี่น้องหรือประชาชนคนไทยเราด้วยกัน แม้แต่คนทั่วโลก ก็ไม่ควรจะทํา ผมคิดว่าแอปพลิเคชัน (Application) นี้น่าคิดค้น น่าจะให้ใครไปลองทําดู เพราะต่างประเทศมีแล้วในเรื่องแท่นก๊อปปี้หนังสือใครก็ได้ในโลกนี้ทั้งโลกเขาจะรู้ทันทีเลย เมื่อเอาเล่มของท่านไปวิ่งว่าท่านทับซ้อน หรือไม่อ้างอิงร้อยแปดจิปาถะ ผมฝากท่านประธาน ไปยังกรรมาธิการว่าผมเห็นด้วยในรายงานของท่าน แต่อยากจะเห็นมีสิ่งมีใหม่ ๆ เกิดขึ้น ในสังคมไทย โดยเฉพาะการตักเตือนเยาวชนคนไทยว่าอย่าได้ใช้มือถือส่งข้อความโดยไม่มี การไตร่ตรอง ไม่ได้ใช้สติปัญญาเสียก่อน เริ่มต้นในครอบครัวเราเสียก่อนก็แล้วกันนะครับ แล้วถ้าเราทํากันทุก ๆ ครอบครัวผมคิดว่าก็จะเป็นประโยชน์ต่อสังคมไทยมากยิ่งขึ้น ผมก็ เสนอเพียงเท่านี้ครับ กราบขอบพระคุณท่านมากครับ