เฉลิมชัย ชี้ พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภคควรถูกรีวิวเพื่อครอบคลุมสื่อออนไลน์

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๒๖ · ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๐

เฉลิมชัย เครืองาม ชี้ประเด็นความล้าสมัยของกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคที่ยังไม่ครอบคลุมสื่อออนไลน์ พร้อมเสนอให้ปรับปรุงนิยามคำว่า "สื่อโฆษณา" และ "บริการ" ในกฎหมายเพื่อให้สามารถคุ้มครองผู้บริโภคในโลกดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพและดำเนินคดีได้ง่ายขึ้น

พลอากาศตรี เฉลิมชัย เครืองาม

ขอบคุณท่านประธานครับ เฉลิมชัย เครืองาม หมายเลข ๓๑ ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความสําคัญมาก แต่เสียดายที่เราพยายามที่จะเร่งแล้วก็บีบเวลาสมาชิกก็คงจะพยายามคุมไม่ให้เกิน ๑๐ นาที อย่างที่ท่านประธานกําหนด มีประเด็นที่ผมอยากจะเสริมแล้วก็อยากจะให้ทางกรรมาธิการ ท่านช่วยกรุณาไปพิจารณาเพิ่มเติมนะครับ รายงานของท่านผมอ่านดูเร็ว ๆ แล้วเกือบทั้งเล่ม ครับ ผมเห็นด้วย ผมก็จะไม่พูดซ้ําในประเด็นที่ทางกรรมาธิการได้นําเสนอเอาไว้ซึ่งคิดว่า มีความสมบูรณ์ในระดับดีเยี่ยม สิ่งที่ผมอยากขออนุญาตเสริมท่านประธานกรรมาธิการ ช่วยพิจารณาก็คือท่านพูดถึงเรื่องกฎหมายที่จะต้องมีการปรับแก้มีการพิจารณาดําเนินการ ในการปฏิรูปของทางกรรมาธิการที่จะเสนอขั้นตอนต่อไปนั้นมีอยู่ ๒-๓ ฉบับเท่านั้น แต่ผม คิดว่ายกตัวอย่างก็คือ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ที่ท่านเสนอไว้ พ.ร.บ. วัฒนธรรมแล้วก็อะไร อีกอันหนึ่งจําไม่ได้ แต่มีกฎหมายอีกฉบับหนึ่งที่ผมเห็นว่าท่านสามารถหยิบยกขึ้นมาใช้ได้ ปรับแก้ในบางมาตราบางวรรคบางข้อความทําแล้วจะมีความสมบูรณ์แล้วก็จะสามารถ ให้ประโยชน์ต่อการคุ้มครองในเรื่องของผู้บริโภคต่อสื่อออนไลน์ (Online) ได้ เพราะฉะนั้น กฎหมายที่ผมพูดถึงนั้นคือกฎหมายพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค ท่านไปดูเถอะครับ เรื่องนี้จริง ๆ เป็นเส้นผมบังภูเขาจริง ๆ มีการพิจารณาดําเนินการต่าง ๆ พยายามที่จะให้ มีการแก้ไข พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภคมาพอสมควร แต่ละเลยถูกละเลยไม่ได้รับความสนใจ กฎหมายที่อยู่คู่กับ พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภคคือพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค ความสําคัญของเรื่องนี้คืออยู่ที่คําจํากัดความของข้อความต่าง ๆ ที่อยู่ในเรื่องของผู้บริโภค ไม่ว่าคําว่า โฆษณา ไม่ว่าคําว่า สื่อโฆษณา ไม่ว่าคําว่า บริการ ต่าง ๆ เหล่านี้เป็นต้น ถ้าอ่าน ดูแล้วยังมีความคลุมเครือยังมีความสับสนว่าสิ่งที่เขียนไว้ในกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคนั้น ครอบคลุมถึงการใช้สื่อออนไลน์ (Online) หรือไม่ ผมเคยเรียนปรึกษาผู้พิพากษาบางท่าน ให้ท่านอ่าน ๒ รอบ ๓ รอบ ท่านก็บอกว่าน่าจะครอบคลุมนะ แต่ขณะที่นักกฎหมายบางคน เขาบอกว่าไม่ครอบคลุม เพราะในพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภคนั้นพูดถึงคุ้มครอง ผู้บริโภคในกรณีที่ใช้สินค้าหรือบริการ ต้องมาดูความหมายว่าข่าวสารต่าง ๆ ที่ปรากฏในสื่อ ออนไลน์ (Online) นั้นเป็นสินค้าหรือเป็นบริการ บริการนั้นคือข้อความต่าง ๆ ที่ถูกส่งจาก ผู้ริเริ่มคนแรกหรือแชร์ต่อกันมานั้นผู้ที่มาอ่านภายหลังนั้นคือผู้ใช้บริการหรือไม่ ยังตีความ ที่แตกต่างกัน ประโยชน์ตรงนี้มีอย่างไรครับ มีตรงที่ว่าถ้าท่านใช้ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์นั้น ผู้ฟ้องผู้กระทําความผิดหรือผู้เสียหายนั้นอยู่ในวงจํากัดวงหนึ่ง การดําเนินการมีความยุ่งยาก พอสมควร แต่ถ้าใช้ พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภคนั้น และใช้พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดี ผู้บริโภคนั้นมีการฟ้องแทนได้ ไปศาลไปที่สํานักงานคุ้มครองผู้บริโภคบอกว่าผมได้รับ สื่อออนไลน์ (Online) อย่างนี้เป็นข้อความที่พูดถึงสินค้า เป็นข้อความที่พูดถึงมีความผิด ตามมาตรา ๑๑๒ เป็นข้อความที่โป๊อนาจารลามกหรืออะไรต่าง ๆ เหล่านี้ การฟ้องมันจะ ดําเนินการได้ง่ายขึ้น และวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภคนั้นเป็นระบบไต่สวนการดําเนินการนั้น ไม่ต้องวางมัดจําเงินศาล ไม่ต้องไปฟ้องแพ่งฟ้องอาญาอะไรให้เสียเวลา วิธีนี้จะทําให้ โพรไวเดอร์ (Provider) หรือผู้ดําเนินการในระบบอินเทอร์เน็ต (Internet) เฟซบุ๊ก (Facebook) หรืออื่น ๆ จะมีความระวังมากขึ้น เขาจะต้องตั้งศูนย์ในการกลั่นกรองในการ อย่าเรียกว่าเซนเซอร์ (Sensor) ในการกลั่นกรองในการพิจารณาข้อความต่าง ๆ ที่จะปรากฏ ไปสู่ผู้บริโภค ท่านเพียงแต่ไปแก้ข้อความว่าผู้บริโภคนั้นหมายถึงอะไร บริการนั้นหมายถึง อะไร ผมจะยกตัวอย่างซึ่งเป็นความล้าสมัยของกฎหมาย ท่านประธานครับ สื่อโฆษณาในกฎหมาย พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภคอันนี้ยังโบราณมาก สื่อโฆษณา หมายความว่า สิ่งที่ใช้เป็นสื่อในการโฆษณา เช่น หนังสือพิมพ์ สิ่งพิมพ์ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ ไปรษณีย์โทรเลข โทรศัพท์หรือป้าย แม้จะมีข้อความว่า โทรศัพท์ผมได้ถามผู้รู้แล้ว โทรศัพท์นี้หมายถึงโทรไปโฆษณาสินค้านะครับ ไม่ใช่หมายถึง สื่อออนไลน์ที่ปรากฏในโทรศัพท์ เพราะฉะนั้นแค่คําว่า สื่อโฆษณา นี้ก็ตกยุคแล้ว เวลานี้ สื่อออนไลน์ที่มันปรากฏอยู่ในโทรศัพท์มือถือสมาร์ตโฟน (SmartPhone) วิจิตรพิสดาร ก้าวล้ํานํายุคไปมากกว่านั้นมากมายหลายร้อยหลายพันเท่า แต่ว่ากฎหมายฉบับนี้ยังไป ไม่ถึงถ้าผมจะฟ้องตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภคสื่อโฆษณา ผมหาสื่อออนไลน์ (Online) ไม่เจอ ผมก็ไม่มีสิทธิที่จะไปฟ้องดําเนินการใดได้ ท่านประธานครับ การโฆษณาที่ขยายความ ตรงนี้เพื่อให้ทางกรรมาธิการท่านช่วยกรุณาตระหนักและหาทางแก้ไขมาตรการ เพราะว่า ผมเป็นกรรมาธิการสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม และสมัยที่เป็น ส.ว. ที่ดูแลกรรมาธิการ สาธารณสุขนั้นเราได้รับการร้องเรียนเรื่องนี้เป็นอันมาก เรื่องการโฆษณาบรรดาสรรพสินค้า ทั้งหลาย ยารักษาโรค ไม่ว่าจะเป็นยา อ้างว่าเป็นยาแผนปัจจุบัน ยาสมุนไพรหรืออะไร ก็แล้วแต่ที่โฆษณากันโอ้อวดเป็นเท็จ โฆษณาเกินความเป็นจริง รักษาได้เกือบทุกโรค เบาหวาน ความดัน ไขมันสูง สิว ฝ้า ไปจนถึงมะเร็ง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ปรากฏอยู่ ผู้บริโภค เขาเดือดร้อน เขาก็ไม่รู้ว่าเป็นจริงหรือไม่เป็นจริง เขามาถาม มาหากรรมาธิการ กรรมาธิการ ก็บอกว่าให้ลองไปร้องกับ อย. อย. ก็ปัดไปบอกว่าให้ไปร้องกับ กสทช. กสทช. บอกว่า เกินขีดความกฎหมายแล้วต้องไปร้องกับคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ก็โบ้ยกันไปโบ้ยกันมา เขาไม่รู้จะไปไหนเขาก็จึงมาหากรรมาธิการ เพราะฉะนั้นสิ่งที่กรรมาธิการเสนอไว้ในเอกสาร เรื่องของการบูรณาการในการดําเนินการต่าง ๆ นั้น ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง เรื่องสินค้า และบริการที่โฆษณาโอ้อวดเกินความเป็นจริง โฆษณาเท็จนั้นถ้าได้มีบูรณาการของหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน มีสิ่งที่ขออนุญาตที่จะอ่านให้ทางสมาชิก ทางกรรมาธิการท่านช่วยกรุณาไปพิจารณา ว่าในกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคนั้นพูดถึง สิทธิของผู้บริโภคซึ่งผมเห็นว่านี่คือเส้นผมบังภูเขาที่ควรจะได้มีการแก้ไข มาตรา ๔ ผู้บริโภค มีสิทธิได้รับความคุ้มครองดังต่อไปนี้ ข้อ ๑ สิทธิที่จะได้รับข่าวสารรวมทั้งคําพรรณนา คุณภาพที่ถูกต้องและเพียงพอเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ ข้อ ๒ สิทธิที่จะมีอิสระในการ เลือกหาสินค้า หรือบริการ ข้อ ๓ สิทธิที่จะได้รับความปลอดภัยจากการใช้สินค้าหรือบริการ ข้อ ๔ สิทธิที่จะได้รับการพิจารณาและชดเชยความเสียหาย ความสําคัญที่สุดอยู่ที่ข้อ ๑ ครับ สิทธิที่จะได้รับข่าวสาร รวมทั้งคําพรรณนาคุณภาพที่ถูกต้องและเพียงพอเกี่ยวกับสินค้า และบริการ แต่ข่าวสารนั้นไม่ได้มีการขยายความให้ชัดเจน ในนี้พูดถึงข่าวสารเกี่ยวกับสินค้า และบริการเท่านั้นครับ แต่เนื้อหาหรือคอนเทนต์ (Content) ของข่าวสารเองล่ะ จําเป็น จะต้องเป็นเท็จ จําเป็นจะต้องมีคุณภาพเพียงพอหรือไม่ เพราะฉะนั้นผมเห็นว่ากฎหมาย ฉบับนี้ถ้าท่านจะดําเนินการจะแก้ไขปัญหาเรื่องของสื่อออนไลน์ (Online) ที่มีปัญหา อยู่ในเวลานี้ได้มาก ท่านเพียงแต่เพิ่มวรรคสองของ (๑) ของมาตรา ๔ ขยายความคําว่า ข่าวสาร ท่านอยากจะให้ข่าวสารนี้เป็นข่าวสารประเภทใด ข่าวสารที่เป็นเท็จ ข่าวสารที่ไม่ผิด กฎหมาย ข่าวสารที่ไม่มอมเมาเยาวชน ข่าวสารที่ไม่เป็นก้ํากึ่งผิดมาตรา ๑๑๒ อะไรต่าง ๆ ท่านสามารถที่จะดําเนินการได้ ท่านกรุณารับไปพิจารณาดําเนินการเรื่องนี้ ขอบคุณมากครับ ท่านประธาน