เรืองศักดิ์ สนับสนุนปฏิรูปการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เน้นความปลอดภัย

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๒๕ · ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๐

เรืองศักดิ์ จริตเอก อภิปรายสนับสนุนการปฏิรูปการท่องเที่ยวเชิงระบบเพื่อความยั่งยืน โดยเน้นย้ำความสำคัญของความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว และเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนร่วมเป็นหูเป็นตาในการดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างทั่วถึง

พลตำรวจเอก เรืองศักดิ์ จริตเอก

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ คณะกรรมาธิการผู้ทรงเกียรติ รวมทั้งสมาชิกสภาที่เคารพทุกท่าน ท่านประธานครับ กระผม ขออนุญาตอภิปรายในส่วนที่เกี่ยวข้อง เสริมและเห็นด้วยอย่างยิ่งกับการที่จะปฏิรูป เรื่องสำคัญคือเรื่องการท่องเที่ยวเชิงระบบเพื่อความยั่งยืน เพราะว่าชีวิตของมนุษย์เราอยู่กับ การเดินทาง และการเดินทางที่ไม่มีที่สิ้นสุดเป็นที่สราญรมย์ แล้วก็เป็นที่ต้องการของทุกคน ทุกหมู่เหล่าก็คือการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวในหมู่บ้าน การท่องเที่ยวระดับจังหวัด หรือระดับข้ามประเทศ ตั้งแต่ขั้วโลก หรือจากทวีปสู่ทวีปอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ก็เป็นความต้องการ ที่ทุกคนต้องการ การทำเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่มีความรื่นรมย์ และเป็นการสร้างรายได้ของชาติด้วย ช่วยวิถีชีวิตของคนที่อยู่ให้พบกับคุณภาพชีวิตที่ดี แต่สิ่งหนึ่งก็คือเราจะเห็นว่าการเดินทาง เราจะได้ยินตั้งแต่เล็ก ๆ น้อย ๆ ตั้งแต่เสียงอวยพรหรือข้อความว่าขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ เดินทางด้วยความสะดวกและปลอดภัย ตรงนี้ก็มีอยู่เสมอ คำที่สำคัญที่มีอยู่ในหัวใจทุกคน ก็คือคำว่า ความปลอดภัย การท่องเที่ยวตั้งแต่ออกประตูบ้านไปจนกระทั่งกลับมาถึงบ้าน โดยสวัสดิภาพและปลอดภัยอยู่ในหัวใจของคนทุกคน ไม่ว่าจะไปเวลาเท่าไร ใช้เวลาเท่าไรก็ตาม ต้องขอบคุณคณะกรรมาธิการที่ได้มีแผนการปฏิรูป โดยเฉพาะท่านประธานและคณะ ที่เข้มแข็งมาก แล้วผมก็คอยติดตามอยู่ตลอด หลาย ๆ ท่านที่นั่งอยู่ผมก็รู้จักแล้วก็ชื่นชม หลาย ๆ ส่วน โดยเฉพาะขออนุญาตใช้คำว่าไมนด์เซต (Mindset) คำว่าไมนด์เซต (Mindset) สร้างความเข้าใจและทำด้วยใจ ตรงนี้คำสำคัญครับ สร้างจิตสำนึกรับผิดชอบในการมีส่วนร่วม ด้านการท่องเที่ยว ช่วยกันดูแลสอดส่อง เป็นหูเป็นตา ดูแลนักท่องเที่ยวในการรักษา ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ตรงนี้ผมอยากจะขีดเส้นว่า ช่วยกันสอดส่อง เป็นหูเป็นตา ดูแลนักท่องเที่ยว ท่านประธานครับ ในส่วนหนึ่งที่ขออนุญาตเข้ามาส่วนตัว ก็คือว่าผมเคย รับราชการเป็นตำรวจ และช่วงหลัง ๆ ก็ทำงานด้านการป้องกัน ปราบปรามอาชญากรรม ทำคดีหลาย ๆ ส่วน บางส่วนที่คุณหญิงพรทิพย์ซึ่งท่านนั่งอยู่ข้างล่างผม ท่านก็ได้อธิบาย บางส่วนแล้ว ผมจำได้ว่าหลาย ๆ คดีซึ่งต้องขอชื่นชมทุกภาคส่วนในการป้องกันอาชญากรรม และเมื่อคดีเกิดหรือเกิดแล้ว เจ้าหน้าที่ของรัฐเราทุกส่วนเข้มแข็งด้านนี้ แล้วก็เป็นนโยบาย ของรัฐ โดยเฉพาะรัฐเราเน้นมากเรื่องการให้ความปลอดภัยกับนักท่องเที่ยว เพราะนักท่องเที่ยว มาจากทุกมุมโลก เขามาด้วยจิตสำนึกของเขา ด้วยสมอง ถึงแม้จะมาตากอุณหภูมิร้อน แต่ใจของเขา วัฒนธรรม การกระทำ ภาษากาย และการกระทำของเขาก็ยังเหมือนเดิม เหมือนกับอยู่สวีเดน เหมือนกับอยู่อังกฤษ เดินกลางคืนต่าง ๆ เหล่านี้เขายังทำเหมือนเดิม เฉกเช่นมีคดีอยู่คดีหนึ่งผมจำได้ ใน ๑๐๐ คดีผมได้รับแจ้งว่าแหม่มเพิ่งแต่งงานกันกับ ดอกเตอร์ชาวอังกฤษ ดอกเตอร์นะครับ มาพักที่ใกล้ ๆ กับ สน. ชนะสงครามไม่ถึง ๕๐ เมตร แหม่มเดินออกมาหาผัดไทยรับประทานตอนเวลาเที่ยงคืนเศษ ได้ถูกคนร้ายใช้อิฐตัวหนอน ซึ่งคนร้ายเป็นพวกยาเสพติด แล้วสิ่งนี้ก็เกิดขึ้น ก็อยู่ในไอซียู (ICU) ผมรีบไปที่เกิดเหตุ ก็ไปเจอกับสามีเขา เขาก็มาทัก ซึ่งผมยังมีความรู้สึกไม่สบายใจ ยังไม่ได้ไปเยี่ยมภรรยาเขา ที่นอนอยู่ห้องไอซียู (ICU) เขาพูดภาษาอังกฤษว่าเจเนอรัล (General) ไม่เป็นไรครับ จุดที่เกิดเหตุห่างจากโรงพักชนะสงครามเพียง ๒๐ เมตร ตำรวจก็คงเข้าใจดี คนอาจจะมองตำรวจ เป็นคนแรก พูดเป็นภาษาอังกฤษแปลเป็นใจความอย่างนี้ละครับ แต่จริง ๆ แล้วตำรวจ เป็นคนที่ ๓ คนที่ ๔ ที่จะโทษหรือจะว่า จริง ๆ แล้วผมไม่โทษใคร เขาบอกว่าผมโทษ ตัวผมเองด้วย ถ้าเดินไปเป็นเพื่อนก็คงไม่เป็นอะไร แต่ภรรยาผมเขาคิดว่าก็เหมือนอยู่อังกฤษ เหมือนอยู่อะไรอย่างนี้ ก็โดนคนร้ายกระทำ แต่เขาบอกว่าเจเนอรัล (General) ถึงแม้จะ ๒๕ เมตร ทุกคนควรมีส่วนช่วย ก็คือแม่ค้าแม่ขายอะไรต่ออะไร เราไม่ได้ว่าแม่ค้าแม่ขายนะครับ แสงไฟก็ต้องสว่าง เขาบอกว่าสิ่งเหล่านี้เป็นบทเรียน ผมก็เลยบอกว่าขอโทษครับ ผมยังไม่ได้ไปเยี่ยมภรรยาท่านเลย อยู่ในห้องไอซียู (ICU) นะครับ เขาบอกว่าเรื่องนั้นไม่เป็นไร ถ้าภรรยาเขาหายแล้วเมื่อมีลูก จะให้ลูกมาที่นี่บ่อย ๆ คุณพ่อเขาตั้งแต่รุ่นปู่ รุ่นพ่อ ญาติพี่น้องเขาก็มาที่นี่อยู่แล้ว แม้ภรรยา เขาจะอยู่ไอซียู (ICU) เขาบอกว่าเขายังมาเมืองไทยเช่นเดิม แต่เขาฝากนิดเดียวว่าอยากจะให้ ทุกคนช่วยกันดูแลนักท่องเที่ยวหรือดูแลคนต่างชาติให้มากอีกหน่อยยิ่งดี เขาบอกอย่างนี้ เป็นหูเป็นตา ตำรวจทำคนเดียวก็ไม่ไหวเขาเข้าใจ ทีนี้พออภิปรายวกมาตรงนี้ก็คือว่าในนี้ ได้มีแผนการปฏิรูปหลาย ๆ ส่วนโดยเฉพาะคำที่ผมอภิปรายเมื่อสักครู่ แล้วก็มีในส่วนของ รายงานหน้า ๒ ที่ว่าแผนการปฏิรูปในแต่ละส่วนนั้น โดยเฉพาะเรื่องของด้านการป้องกัน และการให้ความปลอดภัย การรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินนั้น เพราะว่า มี ๒ ส่วน สมมุติว่าคนที่เข้ามามีทั้งคนดี เราต้องมองว่าเป็นคนดีเกือบหมด แต่อาจจะมี ปะปนบ้างเป็นคนร้ายหรือเป็นคนร้ายข้ามชาติอะไรก็ตาม ในเซกเตอร์ (Sector) ในส่วนของ ผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง ยกตัวอย่าง สำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เขาก็มีปรัชญาเข้มทุกคนก็มีในหัวใจ ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษว่ากู้ด กายส์ อิน แบด กายส์ เอาต์ (Good guys in, bad guys out) แปลว่าคนดีต้องให้ความสะดวกและปลอดภัย คนร้าย ต้องเอาให้อยู่ คนร้ายต้องสกัด คนร้ายต้องหวาดกลัว หมายความว่าเราต้องใช้แหแบบตาเล็ก ๆ ก็คือสกัดให้อยู่ โดยเฉพาะเดี๋ยวนี้นักท่องเที่ยวมาคนเดียวเป็นผู้หญิงเดินอยู่ อย่างเมื่อวานผมไปดู เป็นผู้หญิงมาคนเดียวมีแพ็ก (Pack) ข้างหลังเดินอยู่ ยังไปทักทายเขาว่ามันไม่ปลอดภัย เพราะเขาคิดว่าเขาอยู่ในสวีเดน เขาเอาวัฒนธรรมแล้วก็จังหวะชีวิตหรืออะไรต่าง ๆ มาครอบ ในสังคมของเรา มันเหลื่อมกันอยู่ หรือบางแห่งเช่นไปตามต่างจังหวัดหลาย ๆ แห่ง เราก็คอยให้ความปลอดภัย โดยเฉพาะผู้ประกอบการต่าง ๆ ต้องให้ความสำคัญกับเขา ยกตัวอย่างสักเรื่องหนึ่ง เรื่องจราจร จะเห็นว่าหลาย ๆ คนมาเสียชีวิตที่นี่มาก อย่าง ๒-๓ วันมานี้ ผมจะเห็นว่าแถว ๆ บ้านผมพระราม ๓ จะมีฝรั่งออกเช้ามืดขี่จักรยานเป็นแถว ๆ เราก็ไปบอก คนไทยที่พาเที่ยวว่ามันไม่ปลอดภัย มันมืด ถ้าเป็นต่างประเทศก็สะดวกและปลอดภัย ทีนี้ ของเราต้องปรับอะไรหลาย ๆ อย่าง ของเราก็ดีแล้วแต่ผมพยายามให้กระเพื่อมขึ้นอีก ก็คือ สรุปว่าในการที่จะให้คนดีสะดวก ปลอดภัย คนร้ายหวาดกลัว เราก็เน้นโหมด (Mode) ด้วย การก้าวไปสู่การป้องกันแล้วก็ให้การบริการ และให้เกิดความสมดุลระหว่าง ๒ โหมด (Mode) นี้ ซึ่งหลาย ๆ ท่านอภิปรายแล้วว่าทำไมโดน ตม. กักนาน ทำไมกักไว้ตั้ง ๑ ชั่วโมง แต่คนนั้น ไปก่ออาชญากรรมที่โน่น ไปเป็นแก๊งที่โน่น ที่นี่ มาได้อย่างไรไม่กลัวหรือ มาหยามกัน เยอะแยะ มันมี ๒ ขั้ว คือความสมดุลระหว่างตรงนี้ผมบอกไปแล้วว่าเจ้าหน้าที่ของเราต้องยึดตรึงหมุดว่า คนดีต้องสะดวกปลอดภัย คนร้ายต้องหวาดกลัว ต้องแตกกิ่งให้ได้ เพราะอันนี้ก็เป็นกิ่งหนึ่ง ของการปฏิรูปแผนนี้ โดยสรุปครับท่านประธาน ผมก็อยากจะฝากว่าในการปฏิรูปผมเห็นด้วย ทุกอย่างสนับสนุน และขอให้ผลักดันให้เป็นเรื่องสำคัญ หลาย ๆ ท่านได้อภิปรายว่า ควรจะเป็นวาระแห่งชาติเพราะว่าเราเดินหลาย ๆ ขา เราเดินเรื่องการเกษตร เรื่องการส่งออก เรื่องอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ แต่พื้นฐานธรรมชาติของดีที่มีอยู่ที่บรรพชนเราสร้างไว้เราค่อนข้าง จะรักษา คือมรดกทางวัฒนธรรมแล้วก็มรดกทางทรัพยากรธรรมชาติ แต่พวกเราคงไปบ่อย ในหลาย ๆ ส่วน พวกเราเองไปกับบ้านพี่เมืองน้องเราจะเป็นอ้าย แต่น้องเขาบอกว่าอ้ายนี่เสียแล้ว คือโทรมแล้ว เหมือนว่าเราไปภูเก็ต เราไปพัทยา อย่างท้ายสุดก่อนเกษียณผมไปที่ภูเก็ต ก็บอกคุณตำรวจช่วยเอาคนอย่าบอกว่าชาติไหน ประเทศที่ใหญ่ ๆ นี่ครับ บอกว่าคนเหล่านี้เอาเฉพาะคนดีได้ไหมให้มาอยู่บนผืนแผ่นดินภูเก็ต หรือเราบอกไปพัทยา เป็นอย่างไรบ้าง ชักเริ่มเงียบลง ถามว่าฝรั่งไปไหน ฝรั่งจะไปแถวประจวบคีรีขันธ์ ไปหัวหินไหม ก็ค่อย ๆ ขยับไป เหล่านี้ก็คือเป็นความเคลื่อนไหว แต่สิ่งเหล่านี้ก็คงต้องยอมรับความจริงแล้ว เราก็คงจะเสริมประมาณ ๕ ประเด็นสั้น ๆ ๑. การปฏิบัติตามแผนควรจะต้องมี ความเชื่อมโยงทั้งระดับแมโคร (Macro) ไมโคร (Micro) ไปถึงทุกหน่วยเลยต้องทำร่วมกัน ที่เราทำแบบคอนเนกทิวิตี (Connectivity) ทุกระดับ ช่วงแรกอาจจะกำหนดเป็นเซฟตีโซน (Safety Zone) ขึ้นเหมือนที่เราเคยทำไว้ เขตการท่องเที่ยวมีเงาเกิดขึ้นคือเงาเซฟตีโซน (Safety Zone) ทำอันนี้บวกไว้ด้วย จะได้มีงบ มีเครื่องมือ มีอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ เพราะเราเดินขานั้น เราก็เดินขานี้ไปด้วย ๒. มีหลาย ๆ ท่านอภิปรายก็คือมีเจ้าภาพหลัก เพราะงานแต่ละส่วน ต้องมีลำต้นแล้วก็มีกิ่ง กิ่งงานก็คือเรื่องความปลอดภัย หรือเรื่องคมนาคมการเดินทาง ก็คงมีเจ้าภาพ ๓. น่าจะสำคัญมาก ๆ เจ้าของที่แท้จริงคือชุมชน ถึงจะอยู่ข้อ ๓ ก็จริง แต่น่าจะอยู่ข้อแรกเลยว่าต้องคำนึงถึงชุมชน เขาคือเจ้าของที่แท้จริง ผมไปหลายแห่ง ซึ่งผมรู้จักคุ้นเคย สมมุติว่าผมเป็นข้าราชการตำรวจ เป็นสมาชิก สปท. จะช่วยอะไรได้บ้าง เขาบอกว่าช่วยได้เลยคือขอให้เขาอยู่แบบธรรมชาติเดิม ๆ ก็คือว่าอย่าได้ดัดแปลงอะไรเขา แล้วก็อย่าบอกว่าต้องทำโน่นทำนี่มากนัก คือเขารู้ว่าที่เขาอยู่ทุกวันได้ มีอยู่มีกินได้ เพราะเขากราบอัฐิคือกราบบรรพบุรุษตั้งแต่รุ่นปู่ รุ่นทวดที่รักษาเดิม ๆ นี้ได้ให้เขามีอยู่มีกิน แล้วก็คนยังมาที่นี่ ผมบอกว่าถ้าอ้ายเสีย คืออ้ายเสียแบบบ้านโน้นบ้านนี้คนจะไม่มา เขาก็ไม่มีเงินจะเลี้ยงชีพ เพราะฉะนั้นผมถามว่าจะให้รัฐหรือให้เราช่วยอะไรบ้าง เขายิ้ม ๆ บอกว่าไม่ต้องช่วยหรอก ช่วยให้เราอยู่อย่างนี้ดีแล้ว อย่าเอานายทุนมาซื้อโน่นซื้อนี่ ทำดี ๆ สวย ๆ จริง ๆ ก็คือเขาต้องไปอยู่ที่อื่นแล้วท้ายที่สุดไม่รู้เขาจะทำอะไร คือมรดกของดีที่มีอยู่ มันสูญสลายไปทีละนิด ๆ แล้วต่อไปก็คือสูญหมดเลย เพราะฉะนั้นเขาบอกว่าให้ช่วย แบบไม่ต้องช่วย จริง ๆ เขาลึกซึ้ง คือเขาบอกว่าให้เราช่วยแบบให้คำนึงถึงหัวอกว่าเขาคือ เจ้าของที่แท้จริง ตั้งแต่ซอยนี้ ชุมชนนี้ อำเภอนี้ ๔. ต้องหาแนวร่วม ต้องมีอาสาสมัคร สมมุติเรามีเซฟตีโซน (Safety Zone) อาสาสมัครเหล่านี้เขามาด้วยใจเราต้องเข้าถึงเขา เราต้องไปหาเขาก่อนแล้วจึงจะมีคนช่วยเยอะเลย อย่างที่ผมอภิปรายเมื่อสักครู่ อย่างเช่น แหม่มที่มาจากอังกฤษ ถ้าเรามีหูมีตาเยอะ ๆ ก็จะช่วยกันเยอะ อันสุดท้ายคือขอให้เรา ตระหนักว่าของดีมีอยู่ต้องรักษาเอาไว้ แล้วช่วยเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ในทางที่ถูกต้อง ทั่วโลกเขาสร้างขึ้นมา เมก (Make) ขึ้นมา ของเราไม่ต้องเมก (Make) ของจริง แต่ว่า เราควรจะรักษาไว้หรือพัฒนาขึ้นเพื่อส่งมอบให้ลูกหลานเรา ตอนนี้เรากินบุญเก่า หลาย ๆ ท่าน พูดคำว่ากินบุญเก่า หลายท่านอภิปรายก่อนหน้าผม เรารับมาแล้ว ตอนนี้ทุกคนรับมรดก อันนั้นมาแล้วต้องรักษาเอาไว้ หรือค่อย ๆ ขยับพัฒนาให้ดีขึ้น คือทำให้เหมือนเดิม หรือทำให้ดีขึ้นเพื่อเป็นสิ่งที่จะได้งอกเงยต่อไปและเพื่อส่งต่อบรรพบุรุษของเรา ๓ คำนี้ ท่องในหัวใจเสมอว่าของดีมีอยู่ เราจะได้ปฏิรูปแผนเหล่านี้ให้ครบวงจรและยั่งยืนตามหัวข้อ ที่เราต้องการ กราบขอบคุณครับ