เพิ่มพงษ์ เสนอท่องเที่ยวยั่งยืน เน้นท้องถิ่น-เทคโนโลยี-วัฒนธรรมร่วมมือ

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๒๕ · ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๐

เพิ่มพงษ์ เชาวลิต หารือการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโดยเน้นการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่น มีส่วนร่วมของชุมชน และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ พร้อมเสนอแนวทางเสริมสร้างศักยภาพผ่านตัวอย่างจากต่างประเทศ ส่งเสริมความปลอดภัย การใช้เทคโนโลยี การบูรณาการอย่างเป็นระบบ และการผนวกรวมวัฒนธรรมและศิลปะผ่านสื่อต่าง ๆ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศ

นายเพิ่มพงษ์ เชาวลิต

กราบเรียนท่านประธาน สปท. ที่เคารพ กระผม เพิ่มพงษ์ เชาวลิต สปท. หมายเลข ๑๑๐ ผมคิดว่าเราคงทราบกันดีเรื่องการท่องเที่ยว กับการสร้างรายได้ให้กับประเทศ เพราะจริง ๆ แล้วถ้าเราดูในรอบอาจจะเรียกว่า หลายสิบปีที่ผ่านมารายได้หลักของประเทศเราเป็นรายได้จากการท่องเที่ยว ผมเองได้เคย อ่านบทความของอาจารย์เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ท่านก็บอกว่าที่จริงแล้วจุดขายที่ดีมากที่สุด ของประเทศไทยแล้วเราแทบจะไม่ต้องทำอะไรมากมายนักก็คือเรื่องของการท่องเที่ยว ถ้าทำให้ดีขึ้นจะเพิ่มรายได้อย่างมากมาย ตรงนี้ผมเห็นด้วย จึงมีความสำคัญ เราได้ทำ เรื่องการท่องเที่ยวมาระดับหนึ่งในเรื่องของการขายธรรมชาติ ขายอะไรต่าง ๆ แล้วเพื่อน สมาชิกก็ได้พูดว่าที่จริงขณะนี้ธรรมชาติหลายอย่างของเราก็อาจจะมีสภาพที่เสื่อมโทรมลงไป แล้วเรากำลังพูดถึงการขยายศักยภาพในเรื่องของการท่องเที่ยว ผมคิดว่ารายงานฉบับนี้ เป็นเรื่องของการพูดถึงการขยายศักยภาพของการท่องเที่ยวให้มีความยั่งยืน แล้วก็มี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ตรงนี้จะเป็นเรื่องหลัก ถ้าพูดถึงเรื่องนี้เป็นเรื่องหลักแล้ว ใจความ จริง ๆ จะอยู่ตรงไหน ผมคิดว่าการพัฒนาการท่องเที่ยวในรอบที่ผ่านมาเป็นเรื่องของรัฐเป็นคนดำเนินการ หรือเราขายธรรมชาติค่อนข้างมาก ขณะนี้เราก็ขายธรรมชาติอยู่ได้ระดับหนึ่ง แต่ขณะนี้ เรากำลังขยายเรื่องการท่องเที่ยวให้มากขึ้น สิ่งหนึ่งที่ผมเห็นด้วยกับสมาชิกหลายท่านก็คือ การกระจายความรับผิดชอบและกระจายบทบาทอำนาจไปยังศูนย์ระดับพื้นที่ทั้งจังหวัด และท้องถิ่น ตรงนี้เป็นเรื่องใหญ่ เป็นเหมือนกับเรื่องที่เราพูดกันหลายเรื่องของ สปท. เมื่อไร ก็ตามที่สามารถทำให้คนในระดับล่าง ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดหรือท้องถิ่นตระหนักต่อปัญหานี้ มากขึ้น ต่อปัญหาอะไรก็ตามแต่ สิ่งที่เป็นปัญหานั้นจะได้รับการพัฒนามากยิ่งขึ้น ผมคิดว่า สิ่งหนึ่งที่กรรมการกำลังทำเรื่องนี้ก็คือตรงนี้ ผมมีข้อเสนอยู่ ๔-๕ ข้อที่ผมคิดว่าจะช่วย เติมเต็มในข้อเสนอของกรรมาธิการ

เรื่องแรก ก็คือเรื่องของการกระจายบทบาทหรืออำนาจ หรือในเรื่องของ การท่องเที่ยวลงไปสู่ข้างล่าง ซึ่งขณะนี้มีกรรมการมีอะไรกันอยู่แล้ว ผมเข้าใจว่าอย่างนั้น ท่านลองดูว่ามีการกระจายอำนาจลงสู่จังหวัดหรือท้องถิ่นอะไรบ้างที่จำเป็นต้องเสริม ให้เขามีความเข้มแข็ง มีความพร้อม หรือมีการทำงานได้มากขึ้น ผมว่าถ้าขอให้ท่าน รีบกระจายตรงนี้ไปให้เขารู้สึกว่าคนในจังหวัดเป็นเจ้าของต่อปัญหานี้ แล้วเรื่องนี้จะเป็นเรื่อง ที่มีความสำคัญ ถ้ายังผูกอยู่กับส่วนกลางอย่างเดียวจะเป็นเรื่องยากมาก เพราะจริง ๆ แล้ว ขณะนี้การท่องเที่ยวแบบธรรมชาติหรือการท่องเที่ยวหลัก ๆ เราค้นหาครบหมดแล้ว แต่การท่องเที่ยวจะขยาย ตรงนี้หลายอันเราอาจจะยังไม่ได้ค้นพบจริง ๆ แล้วสายตา ของส่วนกลางก็จะไกลเกินกว่าสายตาของท้องถิ่น ผมคิดว่าเรื่องแรกก็คือเรื่องนี้

เรื่องที่ ๒ ผมอยากเสนอนิดหนึ่ง ผมดูการรายงานที่กรรมาธิการได้เสนอมา หลายประเทศเขามีการท่องเที่ยวระดับพื้นที่ ระดับท้องถิ่นมากมาย ดูญี่ปุ่น ดูอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ เมื่อสักครู่ที่เพื่อนสมาชิกได้บอกแล้วเรายังเห็นประโยชน์ตรงนี้ไม่มากนัก ถ้าเป็นไปได้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือกรรมาธิการ หรืออะไรก็ตามแต่ เรารวบรวมการท่องเที่ยว แบบธรรมชาติหรือแบบยั่งยืนที่ต่างประเทศเขามีอยู่ แล้วสามารถเอาสิ่งเหล่านี้ไปเผยแพร่ ความรู้ให้กับคนในจังหวัด คนในท้องถิ่น หรือคนในหมู่บ้านต่าง ๆ ได้เห็นว่าจริง ๆ แล้ว ถ้าได้เห็น ถ้าได้ขยายศักยภาพตรงนี้ แม้แต่เป็นเรื่องหมู่บ้านหรือสิ่งที่เขาอยู่ธรรมดา สามารถเป็นรายได้ขึ้นมาได้ ถ้าเขาได้เห็นสิ่งเหล่านี้จากต่างประเทศหรือจากที่ดี ๆ ในจังหวัดอื่น หรือที่อื่น ผมคิดว่าจะกระตุ้นทางปัญญาเขาได้มากขึ้น สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าถ้าเราขยายลงมาก เท่าไรก็ตามแต่เราจะได้รับระบบ หรือสถานที่ที่เป็นการท่องเที่ยว หรือคิดใหม่ ๆ ได้มากขึ้น ผมว่าการขยายทางปัญญาจะเป็นส่วนสำคัญในการที่จะนำไปสู่การเพิ่มอะไรหลาย ๆ อย่าง

เรื่องที่ ๓ ที่ผมอยากจะเสนอก็คือเรื่องการมีส่วนร่วมของชุมชนก็ดี ผมว่า จากรายงานบางส่วนแหล่งท่องเที่ยวของเราไปทำขึ้นมาปรากฏว่าคนท้องถิ่นคัดค้าน อันนี้แสดงว่าเอกภาพระหว่างการท่องเที่ยว รายได้ กับคนท้องถิ่นไม่ไปด้วยกัน กลายเป็น คนท้องถิ่นก็ไปทำลาย สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าให้เขาได้มีส่วนร่วมอย่างไรบ้าง ให้เขาได้ประโยชน์ อย่างไรบ้าง อีกอันหนึ่งที่ผมคิดว่ามีความสำคัญมาก เมื่อเรากระจายการท่องเที่ยวไปมากขึ้น มี ๒-๓ เรื่องที่เราต้องพิจารณา

อันดับแรก ก็คือเรื่องความปลอดภัย ผมคิดว่าเรื่องใดก็ตามแต่ถ้าเกิดกับ นักท่องเที่ยวไม่ว่าที่ใดก็ตามจะมีผลกระทบต่อประเทศชาติอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นการดูแล ความปลอดภัยจะเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมาก

อันดับที่ ๒ ผมว่าถ้าเป็นไปได้เราใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย ขณะนี้เราเป็น ไทยแลนด์ ๔.๐ (Thailand 4.0) แล้ว จะมีเทคโนโลยีอย่างไรที่สามารถจะทำให้ถึงจุด ของนักท่องเที่ยวได้ เขาไปที่ไหน อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ เพื่อเราจะได้ดูแลตรงนี้ ในเรื่องของ การบริการต่าง ๆ เรื่องราคา เรื่องความเป็นธรรม ผมว่าเรื่องนี้ถ้าเราสามารถทำได้ก็จะเป็น ประโยชน์

อันดับที่ ๓ ผมคิดว่ามีส่วนสำคัญมาก เมื่อเรามีการกระจายการท่องเที่ยว มากขึ้น มีการสร้างสิ่งใหม่ ๆ มากขึ้น สิ่งที่สำคัญอันหนึ่งคือการควบคุมคุณภาพ เพราะจริง ๆ แล้วหลายครั้งถ้าเราส่งเสริมกันไปมากขึ้นแต่เราไม่ได้มีการควบคุมคุณภาพ สิ่งที่ดีกลับกลายเป็นจุดด้อย จะถูกกล่าวหาแล้วทำให้เรามีภาพเสียด้วย การควบคุมคุณภาพ เราควรจะส่งเสริมบทบาทของจังหวัดและท้องถิ่นให้ตั้งกลไกนี้ขึ้นมา สมมุติว่าเราจะมี แหล่งท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น จากการที่เราไปกระตุ้นเตือนหรือไปรณรงค์แล้วมีการเพิ่มกันมากมาย เรามีการขึ้นบัญชีไว้ ของจังหวัดของท้องถิ่นต่าง ๆ และมีกลไกของการทำงานของจังหวัดนั้นเข้าไปตรวจ คุณภาพดู ไม่ว่าคุณภาพการบริการหรือสิ่งเหล่านี้ ถ้าเราทำได้ตรงนี้ผมคิดว่าเรื่องเหล่านี้ ไม่ต้องมาถึงส่วนกลาง เอาแค่ตรงนี้ได้ เมื่อไรก็ตามที่ท้องถิ่นเขารู้ว่าสิ่งเหล่านี้มีส่วน ในการเพิ่มรายได้ของเขา เขาจะทำงานได้อย่างเต็มที่ ถ้าชุมชนหรือว่ากลไกในพื้นที่ สามารถทำได้แบบนี้ ผมคิดว่าเราสามารถที่จะเพิ่มการท่องเที่ยวแล้วก็สามารถควบคุม คุณภาพได้อย่างเป็นธรรมและดูแลเรื่องความปลอดภัยต่าง ๆ อันนี้ผมคิดว่าเป็นข้อเสนอ ที่สำคัญ มีอีก ๒ ข้อที่เป็นเรื่องใหญ่มาก อาจจะเป็นเรื่องของการท่องเที่ยวยั่งยืนก็ได้ เรื่องหนึ่งก็คือจังหวัดควรจะมีการบูรณาการการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เพราะจริง ๆ เรื่อง เราไปมองเรื่องการท่องเที่ยวอย่างเดียวอาจจะยากมาก เพราะจริง ๆ แล้วกระทบกับเรื่องอื่น เมื่อจังหวัดไหนมีการท่องเที่ยวย่อมมีรายได้ พอมีรายได้ย่อมมีคนต่าง ๆ เข้ามา เพราะฉะนั้น ถ้าสังเกตว่าจังหวัดที่มีการท่องเที่ยวมักจะมีหลาย ๆ เรื่องอยู่ในนั้น เรื่องอิทธิพล เรื่องผลประโยชน์ เรื่องการเก็บค่าหัวคิว เรื่องของการอาชญากรรม รวมถึงเรื่องของบางส่วน ที่ละเลยไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย เรื่องการปล่อยน้ำเสีย เรื่องต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่ทำลาย ศักยภาพของการท่องเที่ยวทั้งสิ้น ผมคิดว่าเราคงต้องทำแผนบูรณาการ โดยเฉพาะจังหวัด ที่มีการท่องเที่ยวแบบนี้เราควรจะขีดวงไว้และบูรณาการการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ อย่างเบ็ดเสร็จ ไม่ใช่ว่าการท่องเที่ยวมาดูเรื่องนี้อย่างเดียว แน่นอนไม่ใช่เป็นเรื่องของ การท่องเที่ยว แต่ว่ารัฐบาลควรหยิบตัวนี้เป็นการบูรณาการ รวมทั้งการรับจ้างระบบเฝ้าระวัง ทั้งหมดเข้ามา เมื่อใดก็ตามที่คนมาเที่ยวรู้สึกปลอดภัย ผมคิดว่ารายได้จะเข้ามามากขึ้น เพราะฉะนั้นจังหวัดที่มีการท่องเที่ยวมักจะเป็นที่หารายได้ของอาชญากรหรือผู้ที่ทำผิด กฎหมายควบคู่ไปด้วย ผมคิดว่าอยากจะให้เราทำแบบนี้บูรณาการเข้ามาด้วยกันทั้งหมด และเป็นการวางแผนอย่างเบ็ดเสร็จขึ้นมา อันนี้ผมคิดว่าจะเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างมาก ผมสังเกตระยะหลังหลายครั้งที่เกิดปัญหาเหล่านี้ขึ้นกับการท่องเที่ยว แสดงว่าเรายังขาด การบูรณาการเหล่านี้อย่างเพียงพอ แล้วตรงนี้จะเป็นการทำลายการท่องเที่ยวของพื้นที่นั้น ไปเลย

ประเด็นสุดท้าย ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่น่าจะทำมาก ถ้าท่านดูตัวอย่างของ ประเทศเกาหลี การผูกเรื่องการท่องเที่ยวกับวัฒนธรรมเป็นสารคดี เป็นภาพยนตร์ต่าง ๆ จะมีประโยชน์อย่างมาก เมื่อ ๒ ปีที่แล้วถ้าท่านสังเกตเห็นมีคนจีนมาสร้างหนังที่เมืองไทย แล้วก็ไปที่จังหวัดเชียงใหม่ ปรากฏว่าคนจีนเข้ามาเที่ยวเชียงใหม่เป็นล้าน ๆ คน แสดงว่า ถ้าเราสามารถขายจุดของวัฒนธรรมได้ถูก มีการส่งเสริมการท่องเที่ยว ประเทศเกาหลี ฉายละครเรื่องแดจังกึมขึ้นมา การท่องเที่ยวเกาหลีสูงขึ้นมามาก ผมคิดว่าถ้าเราครีเอต (Create) ในเรื่องเหล่านี้จริง ๆ จัง ๆ แล้วส่งไปยังประเทศต่าง ๆ จะมีส่วนในการกระตุ้น เข้ามาอีกอันหนึ่ง เราอย่ามองการท่องเที่ยวแยกออกจากเรื่องการขายทางวัฒนธรรม ทางศิลปะ ผมคิดว่าเรามีครีเอต (Create) ดีมากพอที่จะทำในเรื่องเหล่านี้ ถ้าเป็นไปได้ แหล่งท่องเที่ยวใหม่ ๆ ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวของหมู่บ้านธรรมชาติ ถ้าเรา สามารถรวบรวมเป็นเว็บไซต์ (Web Site) เป็นอะไรต่าง ๆ และคนสามารถมาดูได้เลย ทั้งระบบทั้งประเทศผมคิดว่าเราจะส่งเสริมการท่องเที่ยวได้อย่างมากมาย ผมขออนุญาต เรียนเป็นข้อเสนอเท่านี้ครับ