สุรินทร์ เสนอท่องเที่ยวยั่งยืน เน้นความปลอดภัย-สุขาภิบาล-เชื่อมแหล่งท่องเที่ยว

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๒๕ · ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๐

สุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ หารือการปฏิรูปการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยเสนอให้เพิ่มมาตรการความปลอดภัย บริการสุขภาพฉุกเฉิน และการจัดการสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐานอย่างมีประสิทธิภาพและสะอาด พร้อมเรียกร้องตรวจสอบสุขาภิบาลของสตรีตฟู้ดและผลักดันการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวแบบบูรณาการที่สระบุรี โดยเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวสำคัญและเน้นการขยายผลโครงการท่องเที่ยวผ่านความร่วมมือระหว่างโรงเรียน วัด และ อบต. ทั่วประเทศ

นายสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผมกราบ ขอบคุณท่านมากครับ เพื่อนสมาชิก พี่ ๆ สมาชิกที่รักทุกท่าน กระผม สุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ สปท. หมายเลข ๑๗๓ รายงานการปฏิรูปการมีส่วนร่วมด้านการท่องเที่ยวทั้งระบบ เพื่อความยั่งยืนของท่านสั้น ต้องถือว่าสั้นมาก ๆ เลยเท่าที่มีเอกสารปรากฏในที่ประชุมแห่งนี้ แต่สาระสำคัญเพียบต้องขอชื่นชม แล้วก็มีการนำเสนอสิ่งที่ใหม่ ๆ แต่อย่างไรก็ตาม ผมเห็นด้วยกับท่านทุกประการ เพียงแต่ผมอยากจะนำเสนอว่าท่านกรรมาธิการรวมทั้ง ท่านประธานก็คงจะเคยไปเที่ยวต่างประเทศและในประเทศ โดยเฉพาะไปต่างประเทศ ท่านก็จะมีความรู้สึกว่าปลอดภัยไหม ถ้าเจ็บป่วยจะไปหาหมอที่ไหน มนุษย์กลัวตายที่สุด รวมทั้งผมด้วย คำถามว่าผมอยากให้ท่านเพิ่มในเรื่องของความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ๑. ถ้าเขาป่วยนอกจาก ๑๖๙๙ แล้วสักกี่นาทีถ้าเขาฮาร์ตแอตแทก (Heart Attack) หรือสโตรก (Stroke) อะไรจะถึงมือหมอในทุกที่ ยิ่งชาวต่างประเทศกลัวที่สุด ๒. เขามี อินชัวรันซ์ (Insurance) มาแล้วในโรงพยาบาลทั้งรัฐและเอกชน เข้าใจไหมบัตรอินชัวรันซ์ (Insurance) เป็นอย่างไร ไม่รักษา ต้องเอาเงินสด นี่ก็เป็นเรื่องที่ขอให้ท่านไปลองคิดดูว่า ใช่หรือไม่ บัดนี้อย่างไรก็ตามศูนย์นเรนทร ๑๖๙๙ ของกระทรวงสาธารณสุขทำงานได้ผลดีมาก ต้องขอชื่นชม แต่ว่าอยากจะให้ครบวงจรในเรื่องของสิ่งเหล่านี้ สถานที่ท่องเที่ยวท่านก็คง จะติกันแล้วต้องสะอาด ป้ายต่าง ๆ ต้องเป็นระเบียบ และสำคัญที่สุดอีกประการหนึ่งก็คือ เราไปต่างประเทศเรามักจะหาห้องน้ำยาก ต้อง ๑ เหรียญ ๑ ยูโร ของเราเกือบจะฟรี แต่ไม่เปิดหรือเปิดก็ไม่สะอาด ท่านครับ เราไปต่างจังหวัดกันมาเราก็จะมีความรู้สึกอย่างนี้ใช่ไหม วัดวาอารามก็เช่นเดียวกัน ขอเลยไปหน่อยนะครับ ขออภัยท่านเจ้าคุณรวมทั้งพระทั้งหลาย เวลาเรี่ยไรสร้างบางแห่งเป็นสิบเป็นร้อยห้องแต่ปิดหมด พอคนไปเที่ยวไม่รู้จะเข้าห้องน้ำ ตรงไหน เก็บเงินก็ไม่ว่าอะไร นี่เป็นสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ผมมองว่าเล่มนี้ดี แต่ต้องคำนึงถึง ความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ว่าเขาต้องการอะไร

เรื่องต่อไป อยากจะเรียนว่าถ้าใครไปเที่ยวจังหวัดน่าน ในอำเภอเมือง จังหวัดน่าน มีวัดเกือบจะ ๑๐๐ วัด และสวย ๆ มาก เทศบาลเขาจัดรถนั่งเปิดประทุนเที่ยว อันนั้น ก็เป็นความคิดที่ดี แต่สิ่งที่ดีไปกว่านั้นก็คือตามวัดวาอารามต่าง ๆ เขาใช้นักศึกษามาเป็น คนอธิบาย แต่งตัวเรียบร้อยพูดแจ้ว แจ้ว แจ้ว แล้วก็อธิบาย จริง ๆ ไปทดสอบดูแล้วก็ใช่เลย แม่นตรงว่าเขามีความรู้ เด็กนักเรียนนะครับ เฉพาะวันเสาร์ วันอาทิตย์จะมี วันธรรมดาอื่น ๆ ไม่มี แต่ว่าเป็นการจัดที่ดี ถ้าเราจัดอย่างนี้เรื่อย ๆ ให้โรงเรียน วัด อบต. ทั้งหลายที่มีแหล่งท่องเที่ยว ไม่จำเป็นต้องวัดอย่างเดียว สถานที่เที่ยวอื่น ๆ ก็เช่นเดียวกัน ถ้าร่วมมือกันผมคิดว่ากิจกรรม การท่องเที่ยวของประเทศไทยจะไปได้โลด ผมกลับมาพูดเรื่องสตรีตฟู้ด (Street Food) เสียหน่อยในเล่มของท่าน วันนี้เราไม่เคยพูดกันถึงเรื่องว่า ข้อที่ ๑ นอกจากสะอาด รับประทานแล้วไม่ท้องเสียถามว่ามันน่าชม น่าดูไหม โดยเฉพาะผมอยากจะบอกว่าโรคติดต่อ จากตะเกียบ จากช้อน จากจานนี่ก็เยอะ เช่นเฮพาไตติสบี (Hepatitis B) เป็นเบื้องต้นของ การเป็นโรคตับแข็ง ในทุกที่ที่มีสตรีตฟู้ด (Street Food) ของท่านโดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร ในเมืองใหญ่ท่านขอให้เจ้าหน้าที่อนามัยไปตรวจสอบได้ไหม ไม่ใช่ตั้งแต่เริ่มต้นเปิดร้าน ตอนใกล้พลบค่ำหกโมงเย็นจนถึงปิด ๖ ทุ่มใช้ถังเดียวเลย ล้างอยู่อย่างนั้นครับ ตรงนี้ต้องมี บริการของเทศบาลหรือเมืองต่าง ๆ มีก๊อกน้ำเฉพาะเหมือนกับในต่างประเทศเวลามีรถบ้าน ไปจอดที่ไหนก็มีน้ำ มีไฟฟ้าบริการ ถ้าอย่างนี้จะเสริมให้สตรีตฟู้ด (Street Food) ของเรา อีกหน่อยมิชลินจะต้องมาให้ดาว ตอนนี้ให้ไม่ได้ ผมยังไปดูไม่ว่าจะที่ไหนก็ตามผมไม่เอ่ยชื่อ ก็ยังไม่ค่อยกระชับเท่าไรในเรื่องของความสะอาด ความสะอาดในเรื่องถ้วยชาม เรื่องความสะอาด ของอาหาร แน่นอนพิสูจน์ได้ไม่มีใครรับประทานสตรีตฟู้ด (Street Food) แล้วท้องเสียเลย เพราะเขาทำวันต่อวัน สด ใหม่ สะอาด ราคาถูก ไม่มีที่ไหน มีในประเทศไทยเท่านั้น ในโลกนี้ก็ต้องขอชื่นชม

เรื่องต่อไป ผมอยากจะกลับไปเรียนว่าสถานที่ท่องเที่ยวมีเยอะแยะเลย ผมขออนุญาตแนะนำท่านสักที่หนึ่ง เมื่อสักครู่อาจารย์หมอทั้งหลาย ก็แนะนำไปแล้ว ที่สระบุรีมีพระพุทธบาท สมัยก่อนนี้ใครอยากจะขึ้นสวรรค์ต้องไปด้วยเกวียนนะครับ ก็ไปไหว้พระพุทธบาท ท่านเลยไปเขื่อนป่าสัก ไปชมเขื่อน ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ท่านทรงมีพระราชดำริไว้ที่เขื่อนนี้ มีพระพุทธรูปตั้งตระหง่านอยู่องค์หนึ่ง เพิ่งสร้างเมื่อปี ๒๕๔๙ โดยพระสำราญ ธัมมธุโร อาจารย์กล้วยท่านอยู่ขอนแก่น ชาวบ้าน เรียกว่าหลวงปู่ใหญ่ป่าสัก ถ้าเราทำการโฆษณาให้ครบวงจร ถ้า ๑ วันไปที่พระพุทธบาท ๒. มาน้ำตก ๗ ชั้น ๓ ชั้นหรืออะไรก็ตามแล้วก็ไปจบที่เขื่อนป่าสักไปนั่งดูปลาแล้วก็ รับประทานอาหาร อย่างนี้เป็นต้น ทั้งหมดทั้งสิ้นที่ผมกราบเรียนท่านก็คือว่าในเรื่อง ความปลอดภัย ความสะอาด รวมทั้งถ้าเขาเจ็บป่วยแล้วต้องบอก อธิบายว่าถ้าเจ็บป่วยแล้ว ไปเข้าที่ไหน เด็กเล็กในพื้นที่ต้องบอกว่านอกจากมีสถานที่สะอาด ปลอดภัย อาหารดีแล้ว เรื่องทางการแพทย์เราเป็นเลิศในเอเชีย ผมคิดว่าถ้าเราโฆษณาอย่างนี้เรื่องการปฏิรูป มีส่วนร่วมในการท่องเที่ยวทั้งระบบเพื่อความยั่งยืนก็จะก้าวหน้าอย่างยิ่ง เพราะการเจ็บป่วย ของมนุษย์ไม่เลือกเวลา ไม่เลือกสถานที่ แต่ถ้าบวกกันไปด้วยเป็นระบบบูรณาการอย่างศัพท์ใหม่ ก็จะทำให้บ้านเมืองของเราไปได้สวย ไปได้ถึง ๔.๐ แน่นอน ก็กราบเรียนท่านประธาน ไปยังกรรมาธิการด้วยความเคารพครับ