อลงกรณ์ ชี้ปัญหาข้อระเบียบขวางงาน หนุนบูรณาการ-ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๒๕ · ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๐

อลงกรณ์ พลบุตร หารือการพัฒนานครศรีธรรมราชจากมุมมองวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ โดยเสนอโครงการบูรณะวัดบูรพาที่ได้รับอิทธิพลจากพระบูรพาจารย์ ๕ องค์ พร้อมยกตัวอย่างความสำเร็จของสงขลานครินทร์และช่างชุ่ยเพื่อสนับสนุนแนวทางการพัฒนาที่เน้นการบูรณาการหน่วยงานและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ทั้งยังเรียกร้องให้แก้ไขข้อระเบียบราชการที่เป็นอุปสรรค รวมถึงปรับระบบการศึกษาเพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และงานด้านเครื่องหมายการค้าอย่างจริงจัง

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง

ขอบคุณท่านเสรีครับ ต่อไปขอเชิญคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ อดีตผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ขอเชิญครับ

คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ : เรียนท่านประธานสภา ท่านกรรมาธิการ และสมาชิกทุกท่าน แพทย์หญิง คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ สมาชิกหมายเลข ๑๐๔ คงเป็นครั้งแรกที่พูดนอกเหนือจากเรื่องงานที่ทำ ความจริงเป็นประสบการณ์ที่ใช้สืบจากศพ มาสืบจากวัฒนธรรมตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ แล้ว ในเรื่องแรก ก็คงจะขออนุญาตยกตัวอย่างเพื่อจะ สนับสนุนความคิดโครงการนโยบายนี้ และเรื่องที่ ๒ ก็จะเป็นการสรุปประเด็นที่ได้ทำมา แล้วเจอปัญหา

เรื่องแรก จากการที่ทำงานภาคใต้เราก็เริ่มโครงการติดตามหลวงปู่ทวดค่ะ หลวงปู่ทวดเป็นพระที่คนไทยนับถือมากที่สุด เป็นพระที่คนมาเลเซีย คนสิงคโปร์มากราบ มากที่สุด เพียงแต่ว่าเขาไม่ได้มาที่วัดช้างไห้ก็เลยเกิดการตาม เราก็พบว่ารกของท่านฝังที่ สำนักสงฆ์ต้นเลียบ ท่านถูกแม่เลี้ยงไว้ที่นาเปล แล้วมาบวชเป็นเณรที่วัดดีหลวง จากนั้น ก็เดินทางมาบวชพระที่วัดท่าแพ จังหวัดนครศรีธรรมราช เหยียบลงน้ำทะเลจืดที่เกาะนุ้ย จากนั้นขึ้นมากรุงเทพมหานคร เหล่านี้เป็นเส้นทางของท่านซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าถ้าเราทำ โครงการสิ่งที่ติดคืออะไร ในปี ๒๕๕๕ ได้เริ่มต้นคิดอยากจะตามรอยหลวงปู่ทวดทั้งหมด ก็เลยคิดเริ่มต้นจากการที่จะสร้างวัด คือหมายความว่าซื้อที่เปลี่ยนจากสำนักสงฆ์เป็นวัด จริง ๆ คนไทยน่าจะได้ทราบว่าท่านนายกรัฐมนตรีเมื่อสมัยที่ท่านเป็น ผบ.ทบ. ท่านเป็น ต้นบุญในการสนับสนุนให้มีการซื้อที่นี้ได้ และวันนี้เป็นวัดแล้ว แต่ประเด็นปัญหาคือ อยู่หลายจังหวัด และอยู่ในหลายภาคส่วน มีปัญหาในการที่จะทำโครงการภาพใหญ่ นี่เป็น เรื่องแรก

เรื่องที่ ๒ จะคล้าย ๆ กัน คือจากการตามรอยหลวงปู่ทวดเราก็ไปเจอที่ นครศรีธรรมราช นครศรีธรรมราชเป็นเมืองที่น่าสนใจในเชิงวัฒนธรรม คือมีทุกอย่างเลย แต่ถ้าเราย้อนรอยประวัติศาสตร์ไป เริ่มต้นตั้งแต่อาณาจักรศรีวิชัย แต่ไม่ได้อยู่เฉพาะที่พระธาตุ ในยุคสมัยอาณาจักรศรีวิชัยแสดงว่าพระธาตุที่วัดมหาธาตุมีพลังมาก มีเจ้าหญิงเดินทางมา แล้วเจ้าหญิงนั้นชื่อสุพัตรา พอมาถึงปรากฏว่าเขาทำพิธีไปแล้ว ก็เลยเอาสิ่งที่มีค่าทั้งหลาย ไปไว้ที่วัดนางตรา มันคือคนละอำเภอ นอกจากนั้นนครศรีธรรมราชยังมีอีกหลายเรื่อง มีทั้งวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นคีรีวง หรืออะไรหลาย ๆ อย่าง เป็นจุดที่ควรจะพัฒนาอย่างยิ่ง เพียงแต่ว่ามีหลายมิติ มีทั้งวัด มีทั้งสิ่งท่องเที่ยว มีทั้งอาหาร มีร้านอาหารที่เป็นอาหารธรรมชาติ ที่น่าสนใจมากก็คือเรือนผักกูด อย่างนี้เป็นต้น เรื่องที่ ๓ ก็เป็นโครงการล่าสุดคือ ที่อุบลราชธานี สืบเนื่องจากไปตามเรื่องของเหรียญที่มีพระบูรพาจารย์ ๕ องค์ ก็เลยทำให้ เราได้ทราบว่าบูรพาจารย์ ๕ องค์เป็น ๕ อรหันต์ของไทย ซึ่ง ๑ ในนั้นคือที่คนไทยนับถือ มากที่สุดคือหลวงปู่มั่น ปรากฏว่าพอตามรอยไปก็พบว่าพระบูรพาจารย์ทั้ง ๕ ท่าน ฝึกกรรมฐานในวัดบูรพา สิมหรืออุโบสถได้พังลงจนกระทั่งเหลือแค่ฐาน บูรณะได้ยากมาก ก็เลยคิดทำโครงการ ซึ่งโครงการจะทำผ้าป่าในวันที่ ๒๒ กรกฎาคมนี้ ประเด็นปัญหา คืออะไร พอคิดจะทำ งบประมาณไม่ได้เอาของรัฐค่ะ สิ่งที่ติดก็คือทั้งเรื่องของสำนักงาน พระพุทธศาสนาแห่งชาติทั้งเรื่องของกรมศิลปากร เพราะมันขึ้นทะเบียน จะต้องมีการออกแบบ มีอันโน้นอันนี้ ซึ่งประเด็นปัญหาก็จะไปสรุปในตอนขั้น ๒ แต่ว่าก็เป็นสิ่งที่น่าจะสร้าง เป็นโครงการอย่างที่ท่านได้ทำโครงการเรื่องนี้ขึ้นมา

เรื่องที่ ๔ เป็นโครงการที่สำเร็จแล้วก็คือสงขลานครใน หรือเมืองเก่า สงขลานครในเป็นเมืองที่มีสตรีตอาร์ต (Street Art) และมีสตรีตฟู้ด (Street Food) ที่เราอาจจะมีต้นแบบมาจากปีนัง แต่เราทำได้สวยกว่าเยอะเลย ณ วันนี้ ถามว่าทำไมสำเร็จ นายกในพื้นที่ซึ่งเขาสามารถรักษาแล้วก็กระตุ้นให้เกิดการรักษาวัฒนธรรมเดิม มีไก่ทอดเทพา แต่มาอยู่ที่หาดใหญ่ มาอยู่ที่สงขลา ส่วนไก่ทอดไปอยู่ที่อื่นในทั้งประเทศ ก็เป็นจุดขาย ที่น่าสนใจใช่ไหมคะ

เรื่องที่ ๕ เป็นตัวอย่างที่อยากให้เห็นซึ่งก็จะไปตรงกับท่านเลิศรัตน์ก็คือ ช่างชุ่ยค่ะ ช่างชุ่ยนั้นถูกคิดขึ้นโดยคุณสมชัย ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์ (Brand) เสื้อ รวม ๆ คือ เขาเอาพื้นที่มาพัฒนาบนธีม (Theme) ที่ว่าทุกสิ่งทุกอย่างมีค่า เขาจึงเอาของที่ช่างทำชุ่ย ๆ หรือทิ้งไปแล้วเอามาประกอบกัน แล้วใส่ไอเดีย (Idea) สร้างสรรค์ เอาเด็กรุ่นใหม่ เอาทุกคน ที่มีไอเดีย (Idea) เข้าไป เป็นสิ่งที่เห็นว่าเป็นโครงการที่เติมเต็มในโครงการเหล่านี้

เพราะฉะนั้นจาก ๕ ตัวอย่าง อยากจะสรุปเป็นประเด็นฝากท่านกรรมาธิการ

เรื่องแรก ทำอย่างไรจะไม่เป็นการผูกขาด กระจุกตัวที่หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง ไม่ใช่เรื่องของกระทรวงวัฒนธรรมเรื่องเดียว อาจจะไปแตะกับเรื่องของมหาดไทย

เรื่องที่ ๒ คือเกิดการบูรณาการ ซึ่งเรื่องนี้พอพูดแล้วก็น่าจะยากที่สุด เกิดการบูรณาการระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ รวมทั้งในพื้นที่ ยกตัวอย่าง วัดบูรพา ก็จะต้องให้ ศิลปากรในพื้นที่ ที่ดูแลเรื่องโบราณสถานในพื้นที่ติดต่อเข้ามาที่กรุงเทพมหานคร กว่าจะกลับไปกลับมาอะไรประมาณนี้ หรือแม้แต่มีหลาย ๆ สถานที่สำคัญใน กทม. ที่ กทม. อยากทำก็ติด ทำอย่างไรจะให้มองในเชิงบูรณาการเพื่อให้เกิดผลงาน

เรื่องที่ ๓ ก็คือนโยบายการมีส่วนร่วม ถ้าเรายึดติดระบบเดิม ถ้าจะให้ กรมศิลปากรบูรณะก็ต้องเป็นงบรัฐบาล สิมก็เลยพังไปจนถึงฐานแล้ว แต่ถ้าการมีส่วนร่วมนั้น ให้ภาคประชาชน ให้ภาคเอกชน ให้ท้องถิ่นได้มีส่วนร่วม ซึ่งจะเห็นได้จากตัวอย่างของกรณี ช่างชุ่ยที่ยกให้ฟัง ก็จะทำให้โครงการเหล่านี้สำเร็จ

เรื่องที่ ๔ ที่อยากจะเสนอ พอดีอ่านดูแล้วท่านไม่ได้มีข้อเสนอเรื่องการแก้ ข้อขัดข้องในเชิงระเบียบและกฎหมาย ระเบียบต่าง ๆ ที่มีเอาไว้กลายเป็นว่าเป็นตัวทำให้ การทำงานยากมาก เราไม่ต้องดูตัวอย่างอันนี้เราดูตัวอย่างที่เป็นข่าวเมื่อคืนก็คือที่ต้นไม้ อนุรักษ์ล้มไปทับบ้าน ๓ เดือนเอาออกไม่ได้เพราะติดข้อระเบียบอะไรก็ไม่รู้ซึ่งตลกมากเลย เพราะฉะนั้นโครงการเหล่านี้จะต้องไม่ติดขัดที่เรื่องระเบียบต่าง ๆ ของหน่วยงานราชการ ทั้งหมด

เรื่องที่ ๕ ที่สุดแล้วต้องพ่วงไปยังเรื่องของกระทรวงศึกษาธิการ หรือมหาวิทยาลัย ทั้งหลายที่จะต้องมุ่งเน้นสร้างให้เด็กมี ๒ อย่างเพิ่มขึ้น คือความคิดสร้างสรรค์ในทางที่ถูก กับอีกอันหนึ่งคือแบรนดิง (Branding) ซึ่งแบรนดิง (Branding) เป็นสิ่งที่ยากมาก เพราะว่าเราไปทิ้งไว้ในคณะนิเทศศาสตร์ หรือจะมองไม่ออกว่าคณะนิเทศศาสตร์ไม่ได้มีเฉพาะ เรื่องการแสดง แต่แบรนดิง (Branding) คือการหาสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์เป็นสิ่งที่จำเป็น อยากจะเสนอเป็น ๒ ท่อน ก็คือ ตัวอย่างกรณีที่เป็นภาพสะท้อนของโครงการเหล่านี้ และประเด็นปัญหา สุดท้ายยืนยันว่าโครงการนี้ดีมาก ถ้าไม่สามารถปฏิรูปกระบวนการ ยุติธรรมได้ก็จะไปอยู่กับปฏิรูปอันนี้แทน ขอบพระคุณค่ะ

ขอบคุณคุณหญิงพรทิพย์นะครับ นึกว่าจะเสนอการท่องเที่ยวเชิงศพ ต่อไปขอเชิญ ท่านสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ อดีตเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม อดีตรองปลัดกระทรวงแรงงาน ขอเชิญครับ