นิกร จำนง สนับสนุนแนวคิดการปฏิรูปการท่องเที่ยวแบบมีส่วนร่วมเพื่อความยั่งยืน พร้อมเสนอให้ชี้แจงรายละเอียดเชิงนโยบายและกลไกการขับเคลื่อนอย่างชัดเจน โดยเฉพาะบทบาทของคณะกรรมการท่องเที่ยวแห่งชาติในการส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ท่านกรรมาธิการ ต่อเรื่องการปฏิรูปการมีส่วนร่วมทางการด้านการท่องเที่ยวทั้งระบบ เพื่อความยั่งยืน หรืออินคลูซิฟทัวร์ริซึม (Inclusive Tourism) ผมเรียนว่าดูจากเอกสาร ประกอบแล้วผมขอสนับสนุนเป็นอย่างยิ่งต่อรายงานชิ้นนี้ และต่อแนวคิดที่จะปฏิรูปตรงนี้ เพราะเนื่องจากปัจจุบันนี้รายได้ที่เข้าประเทศจริง ๆ แล้วเหมือนเรากำลังกินบุญเก่า อาจจะเป็นบรรพบุรุษเรามาตั้งอยู่ตรงนี้ เป็นที่ที่มีความเหมาะสมต่อการท่องเที่ยวทางด้าน ภาคเกษตรของเราซึ่งเป็นสารัตถะสำคัญ อาชีพหลักของเราขณะนี้อาจจะมีปัญหา กระทบกระเทือนอยู่ค่อนข้างมากเพราะว่ากว้างขวางออกไป ขณะเดียวกันการท่องเที่ยว จะเป็นส่วนสำคัญอย่างมาก แต่อย่างไรก็ตามความเข้าใจต่อเรื่องนี้เดิมเราคิดว่าภาคเกษตร จะมีนัยสำคัญ ดังนั้นการทำความเข้าใจต่อเรื่องการท่องเที่ยวซึ่งเหมือนกับอยู่ข้างหลัง แล้วอยู่ ๆ ก็แซงหน้าขึ้นมาตอนนี้ต้องทำความเข้าใจกันในหลายมิติมาก ดังนั้นการที่ ท่านเสนอขึ้นมาในคราวนี้ผมเห็นว่าเป็นการมองภาพรวมที่สำคัญมาก ไมนด์เซต (Mindset) ที่ท่านพูดถึงคราวนี้เป็นไมนด์เซต (Mindset) ของประเทศเสียด้วยซ้ำ เราจะได้เข้าใจว่า ควรจะอยู่กับเรื่องนี้อย่างไร เพราะเรื่องนี้มากไปก็มีปัญหา ลักษณะของบางประเทศอย่างสเปนอยู่ได้ด้วยการท่องเที่ยวแท้ ๆ ของเราเราอยู่ได้หลายแบบ ทำให้บางทีเหมือนการท่องเที่ยวเป็นขนตา เรามองไม่เห็น อยู่ตรงหน้าเรา ดังนั้นการหันมามอง ช่วงนี้ท่านส่องกระจกให้เรามองได้เห็นชัดขึ้น ผมถือว่าเป็นเรื่องดีมาก อย่างไรก็ตามผมเอง ก็อยากจะร่วมแชร์ ร่วมให้ความเห็น เห็นด้วยในหลักการแล้ว แต่ในส่วนการปฏิบัติในฐานะที่ พอมีประสบการณ์อยู่บ้างในการมอง การบริหารจัดการและในเชิงนโยบายตรงนี้อาจจะ ขอเสนอความเห็นเพื่อสนับสนุน แต่หวังว่าจะเป็นข้อพิจารณาไป เอกสารที่ท่านเสนอมาเป็น เอกสารข้อเสนอที่กระชับ เข้าใจได้ง่าย กราฟฟิก (Graphic) ที่ทำก็ถือเป็นเรื่องดี ครอบคลุมทั้งหมดต่อเรื่องที่ท่านนำเสนอขึ้นมา แต่เนื่องจากเนื้อหาอาจจะเป็นปัญหา เรื่องเวลาของท่าน มันสั้นแล้วรายละเอียดไม่ได้บรรจุเข้ามา ตรงนี้จะเป็นปัญหาอยู่บ้าง เลยขาดเนื้อหาที่อธิบายในส่วนที่ควรดำเนินการ คือในส่วนนโยบายหลักการชัดเจน แต่บางที ต้องอธิบายหรือสาธยายในรายละเอียดลงไปด้วย ตรงนี้ดูเหมือนว่าจะขาดไปอยู่บ้าง แต่ผมก็เข้าใจปัญหาเรื่องเวลา ในส่วนของเป้าหมายควรมีการบรรจุเนื้อหาที่จำเป็นให้มากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามในส่วนที่เสนอมาเป็นแนวทางที่ท่านประสงค์จะนำเสนออยู่แล้ว โดยเน้น การมีส่วนร่วมที่สำคัญ ทำให้เห็นได้ว่าเป็นช่องทางหนึ่งที่ทำให้ชุมชนตรงนี้ดูก็ชัด ชุมชน คนในท้องถิ่น หรือชาวบ้านที่เป็นเจ้าของแหล่งท่องเที่ยวจะได้รับรายได้ ท่านอธิบายชัด ประโยชน์ในแหล่งท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น เป็นแนวทางที่อยากจะให้เพิ่มตรงนี้ส่วนนี้สักหน่อย จะได้มีน้ำหนักมากขึ้นไปอีก ผมเห็นว่าการดำเนินการเรื่องท่องเที่ยวยังเกิดปัญหา จะช่วยละลายความขัดแย้งในหลายกรณีที่มีอยู่เหมือนกัน เช่น เราอยากจะให้ขึ้นไปเที่ยว ภูกระดึง แล้วก็มีการทำกระเช้าให้คนได้ขึ้นไปได้บ้างก็มีความขัดแย้งในหลายแห่ง เกิดจากอะไร เกิดจากความไม่เข้าใจร่วมกันที่ถ่องแท้ ดังนั้นในการพยายามอธิบาย โดยใช้หลักของผลกระทบ ให้เห็นว่ามีผลกระทบอยู่แล้ว แต่ว่าผลที่ได้มากกว่าแค่ไหน เพียงใด อย่างไร ใครถูกกระทบบ้าง ตรงนี้เองจะเป็นข้อมูลที่ทุกคนรู้ว่าตัวเองรู้ตรงจุดไหน ของอินคลูซิฟ (Inclusive) ตรงนี้ ก็จะช่วยได้มาก ไม่อย่างนั้นจะเกิดความขัดแย้งขึ้น แล้วความขัดแย้งตัวนี้เองที่ส่งผลกระทบ ท่านเสนอเรื่องแคชเมียร์มา เสนอญี่ปุ่นมาเป็นหลัก สังคมไทยของเราจะมีความหลากหลายอยู่มาก การอธิบาย การทำความเข้าใจโดยรายละเอียด ถ้าเป็นการเทศน์ก็คือเทศน์แบบมีรายละเอียดครบ อุปมาอุปไมย เป็นนัยสำคัญที่จะต้อง เพิ่มเติมในความเห็น ดังนั้นขอเสนอความเห็นในเรื่องเชิงรายละเอียดตรงนี้ รายละเอียด เรื่องโครงสร้างผมเห็นว่าควรเสนอให้รัฐดำเนินการที่มีรูปแบบของรายละเอียดที่มีกำหนด ในหน่วยงานระดับนโยบายด้วย อย่างการกำหนดนโยบายท่านเสนอว่าคณะกรรมการ ท่องเที่ยวแห่งชาติ ททช. จะต้องกำหนดนโยบายในเรื่องการมีส่วนร่วมต่าง ๆ อย่างไร อยากจะให้กำหนดไปเลย คือตอนนี้เราชี้ไปที่ ททช. แต่ว่าอยากให้คณะกรรมการชี้ไปเลยว่า ให้ ททช. ชี้อะไร คือเราบอกให้คุณทำบางทีก็จะชี้ไปในทิศที่เราไม่ได้มองภาพรวมไว้ เพราะว่าอย่างที่ท่านเสนอนี้ท่านมองไปไม่ใช่งานของ ททช. อย่างเดียว ททช. ก็เป็นเหมือนกับผู้มีส่วนสเต๊กโฮลเดอร์ (Stakeholder) ในเรื่องการได้รับผลมาจากการท่องเที่ยว แต่จริง ๆ แล้วเวลาท่านมอง ท่านมองอินคลูซิฟ (Inclusive) คือมองทั้งระดับ ดังนั้นจะชี้ให้ ททช. ทำอย่างไรก็ชี้ไปเสียเลยว่าในการกำหนดนโยบาย ใช่ ให้ ททช. ทำ แต่ว่าส่งเสริมอย่างไร สนับสนุนอย่างไร ส่งเสริมการดำเนินการอย่างไร งบประมาณในการสนับสนุนจะกำหนด อย่างไร สนับสนุนการลงทุนหรือจะใช้มาตรการทางภาษีก็ชี้ให้ชัดเลย จะได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด จบครบถ้วนเป็นกระบวนความไปเสียเลยนะครับ ในการจัดทำข้อมูลเพื่อการวิเคราะห์จะเห็นว่า ควรวิเคราะห์ในภาพรวมทั้งประเทศ คือการท่องเที่ยวที่ท่านทำอยู่ขณะนี้ว่าดำเนินการ ไปกำหนดไว้ระดับต่ำ อย่างคลัสเตอร์ (Cluster) จังหวัด พื้นที่ท้องถิ่นขณะนี้เรามีแผนจังหวัด แล้วสังเกตว่าแผนของจังหวัด อบจ. อบต. ต่าง ๆ ก็จะทำเรื่องท่องเที่ยวทั้งนั้น แต่ว่า คุณอยู่ในคลัสเตอร์ (Cluster) ตรงไหน เป็นพื้นที่ภูเขาไหม พื้นที่ทะเล พื้นที่ท่องเที่ยว ทางฝั่งอันดามันไหมหรือทางฝั่ง ทุกอย่างมีลักษณะไม่เหมือนกันหมดในเชิงองค์รวม ดังนั้น การทำวิเคราะห์ในเรื่องข้อมูลผมเห็นว่าเกี่ยวกับเรื่องอาชีพจะมีอย่างไรบ้าง ต้องชี้พอสมควร จะเป็นประโยชน์ทำให้รวบรัดเวลาลงได้มากถ้าเป็นหน่วยงานกลาง ไม่อย่างนั้นแต่ละคลัสเตอร์ (Cluster) เขาจะสนใจแต่เรื่องของตัวเอง แต่การมองภาพรวม ท่านมองเห็นอยู่แล้ว มองตั้งแต่อินคลูซิฟ (Inclusive) มายาวในทางกว้างอยู่แล้ว เกี่ยวกับเรื่องการปกป้องประโยชน์ของคนท้องถิ่น ตรงส่วนนี้ลักษณะการสร้างกฎ ที่ผมกำลังพูด ลงรายละเอียดอาจจะนำเสนอไปว่าการสร้างกฎ ระเบียบในเรื่องใดบ้าง การใช้มัคคุเทศก์ท้องถิ่น อาจจะจำเป็น ไม่อย่างนั้นคนจากข้างนอกไปเขาไม่มีส่วนเขาก็ไม่อยากจะร่วมมือ ความภูมิใจมี รายได้ไม่มี การมีส่วนร่วมจะมีนัยสำคัญ การใช้ระบบการเดินทางของท้องถิ่นหรือการใช้ท้องถิ่น บริการด้านใด ซึ่งหน่วยงานที่ดำเนินการจะต้องรวบรวมข้อมูลให้ครอบคลุมในทุก ๆ ทาง แหล่งท่องเที่ยวและการกำหนดนโยบายเพื่อริเริ่มดำเนินการในพื้นที่นำร่องก่อน แล้วก็ลักษณะของโมเดล (Model) อันนี้เอาไปจับตรงอื่น ๆ ผมเห็นว่าจะได้ง่าย เพราะว่า เรื่องนี้มันทำร่วมมือกันหลายคน การร่วมมือถ้าเราไม่แบ่งว่าใครทำตรงไหน เดี๋ยวจะมีคนมาถามว่า กระทะอยู่ตรงไหน อย่างไร ก็ให้ชัดว่ากระทะอยู่ตรงนี้จะได้ร่วมมือกันเหมือนงานวัด ก็จะเป็นตัวช่วยทำให้เร็ว ด้านความรู้ ควรเสนอให้รัฐกำหนดเป็นแนวทางปฏิรูป กำหนด แผนท่องเที่ยวในภูมิสังคมต่าง ๆ กัน การดำเนินการแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล บางทีเรา อาจจะไปใช้จนกระทั่งกระทบกระเทือนปะการังไปเสียหมด มีลักษณะในการดูแลต่างกัน อย่างเช่นภูฏานเข้าไปกำหนดจำนวนเพื่อจะรักษาสิ่งแวดล้อมของเขาไว้ ปรากฏว่าไม่ใช่ ได้น้อยกลายเป็นได้มาก สิ่งเหล่านี้เองที่จะต้องมีการดำเนินการขึ้น เพื่อรักษาความสมบูรณ์ ทางธรรมชาติ เพราะตรงนี้บางทีรีเคลม (Reclaim) ไม่ได้ การรักษาไว้ตรงนี้จะเป็นเรื่องนี้ การเที่ยวในโบราณสถานทางวัฒนธรรมก็เป็นหน่วยราชการดูแล การท่องเที่ยวในพื้นที่ภูเขาสูง ก็จะเป็นอีกแบบหนึ่ง ลักษณะเป็นเทรล (Trail) เป็นลักษณะการท่องเที่ยวอีกแบบหนึ่ง ดังนั้นการกำหนดวิธีการ แนวทางปฏิบัติ แผนปฏิบัติสำหรับหน่วยงานต่าง ๆ ในแต่ละพื้นที่ ตามพื้นที่ของตน ตามสถานะหรือภูมิสังคม ภูมิประเทศของตนจะมีความสำคัญ ดังนั้นคือไม่ใช่ เราลงไปเสียเองหมด แต่ว่าวางกรอบเอาไว้ให้ลึกกว่านี้จะได้เร็วขึ้น จะเป็นประโยชน์ขึ้น เป็นอย่างมาก ด้านความเข้าใจสุดท้าย ควรให้รัฐกำหนดนโยบายและแผนการดำเนินการ เพื่อสร้างความเข้าใจ ปลูกจิตสำนึก คือการท่องเที่ยวที่ใต้คนเหนือก็ต้องมีส่วน มีความภูมิใจด้วยว่าการท่องเที่ยวที่ใต้ดี เหมือนกับว่าทุกคนมีส่วนร่วมไม่ว่าจะอยู่ตรงไหน ในอินคลูซิฟ (Inclusive) ก็มีความรู้สึกที่ดี มีความรู้สึกร่วม แม้ว่าจะอยู่ไกลในฐานะที่เป็น คนไทยด้วยกันก็รู้สึกดีต่อสิ่งนี้ สิ่งนี้จะเป็นเหมือนน้ำใจที่เคยมีว่าเรายิ้มสยาม ผมเคยสงสัย ที่เขาบอกว่าการบินไทยนั่งแล้วมีบางอย่างที่คนมองไม่เห็น ผมได้มีโอกาสเดินทาง ไปต่างประเทศผมสังเกตว่าฝรั่งนอนอยู่ในสายการบินไทย โฮสเตส (Hostess) ของเรา มีความรู้สึกที่ดีแบบสยาม นอกจากยิ้มสยามแล้ว ผมสังเกตเวลาเขาจะเอาผ้าห่มมาคลุมให้แขก แม้แต่ผู้โดยสารเป็นฝรั่งหลับ เวลาเขาเอื้อมไปเปิดลิ้นชักข้างบน เหมือนมือจะตกท้องช้างนิดหนึ่ง คือเหมือนให้ความเคารพ เหมือนเราเอื้อมมือข้ามหัวคน ลักษณะแบบไทยจะมีลักษณะ ซิมพาที (Sympathy) หรือว่ามีความถ่อมตน สิ่งเหล่านี้มันอธิบายเป็นคำพูดไม่ได้ แล้วก็เป็น ลักษณะของหลาย ๆ อย่าง มีคนพูดอย่างมาร์ลอน แบรนโด เคยบอกว่ามาประเทศไทย เขารู้ว่าต่างจากที่อื่น คนไทยไม่รู้ว่าเขาเป็นดารา แต่คนไทยจะมีลักษณะที่เหมือนจะยืน แล้วก็มองด้วยความชื่นชม สิ่งเหล่านี้เองที่ทำให้คนต่างชาติเขาจะรู้สึกดีต่อคนไทยเป็นอย่างมาก ดังนั้นความรู้สึกความเข้าใจต่อเรื่องการท่องเที่ยว สิ่งที่เราต้องพึ่งพาว่ารายได้เท่าไร เป็นอย่างไร ทุกคนมีส่วนร่วมทั้งหมด ทำให้ความเป็นไทยมันจะโอบอุ้ม ทำให้เขามาแล้วมาอีก มันมีบางอย่างดึงมาก คนต่างชาติไม่เข้าใจ คุณไม่ต้องเข้าใจก็ได้คุณมาเถอะ แต่ว่าคนไทย ต้องเข้าใจว่าเรามีอะไรที่ดึงดูดเขามา ตรงนี้เราเองต้องเข้าใจเขาแค่มา สุดท้ายก็เลยอยากจะ เรียนว่าสิ่งที่ท่านทำมาผมเองเคยมีส่วนอยู่บ้าง ผมคิดว่านักท่องเที่ยวบางกลุ่มที่จะต้องแยก ก็คือว่าเขามาจากอังกฤษมานั่งเฟิสต์คลาส (First Class) ค่าโดยสารเป็นแสนกว่าบาท ซึ่งเขานั่งอีโคโนมี (Economy) มาก็ได้ทำไมเขามา เพราะเขามีฐานะ พอมาเขาก็ไปโรงแรม ๕ ดาว ก็อาจจะไปโรงแรมโอเรียนเต็ลหรือไปที่ไหน ที่เป็นโรงแรมชั้นหนึ่ง ก็เพราะว่าเขามีฐานะเขารวย สมัยหนึ่งผมก็เคยพยายามจะจัดรถบัส (Bus) ว่ารถบัส (Bus) ที่เราให้เขาต้อง ๕ ดาวด้วย มีคน ๒ คน รถใช้ยูดี (UD) แล้วคนขับ แทบจะใส่ถุงมือ เพราะว่าในเมื่อเฟิสต์คลาส (First Class) ก็ต้องเฟิสต์คลาส (First Class) หมด เมื่อวานนี้ได้ให้ความเห็นต่อเรื่องรถแท็กซี่ว่าขณะนี้เรามีปัญหาเรื่องอูเบอร์ (Uber) ท่านประธานก็คงทราบว่าทางกรมการขนส่งทางบกขณะนี้กำลังทำคล้าย ๆ ซูเปอร์ (Super) แล้ว วีไอพี (VIP) หรือเป็นลักษณะให้เป็นชั้นหนึ่ง ซึ่งตรงนี้ถ้าเก็บได้เราเก็บทุกมิติ พวกแบ็กแพ็กเกอร์ (Backpacker) ก็เรียกว่าใช่ ก็อยากจะเรียนว่าผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง ที่ท่านเสนอ ผมเข้าใจเรื่องเวลาที่มีจำกัด ถ้าลงรายละเอียดตามที่ผมได้กล่าวแล้วจะเป็น ประโยชน์มาก ไม่ต้องไปคิด เพราะท่านมองภาพรวมอยู่แล้ว คนที่เขามองจับภาพเป็นส่วน ๆ จะได้ง่ายในการเอาไปทำก็ยินดีสนับสนุนเป็นอย่างยิ่ง ขอบคุณครับ