กลินท์ สารสิน หารือแนวทางปฏิรูปการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโดยเน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนตั้งแต่ระดับนโยบาย ชุมชน ไปจนถึงประชาชนทั่วไป เพื่อส่งเสริมการแบ่งปันผลประโยชน์อย่างเท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความยั่งยืนผ่านการบูรณาการองค์กร หน่วยงาน และการมีส่วนร่วมในทุกระดับ โดยเสนอให้มีหน่วยงานกลางกำหนดมาตรฐาน สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งด้านดิจิทัล ภูมิปัญญาท้องถิ่น และการสร้างจิตสำนึกของคนรุ่นใหม่ พร้อมยกตัวอย่างความสำเร็จจากต่างประเทศและในประเทศเพื่อผลักดันโมเดลการท่องเที่ยวเชิงรวมกลุ่มที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
กราบเรียนท่านประธาน ผม กลินท์ สารสิน สปท. หมายเลข ๔ เรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน วันนี้จะมาเสนอ เรื่อง การปฏิรูปการมีส่วนร่วมด้านการท่องเที่ยวทั้งระบบเพื่อความยั่งยืน ซึ่งเรื่องการท่องเที่ยวนั้น การพัฒนาการท่องเที่ยวเราดูเรื่องเป้าประสงค์ ๓ เรื่องด้วยกัน
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน (Presentation))
เรื่องแรก คือการบูรณาการ ด้านการท่องเที่ยวเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ดำเนินงาน เรื่องที่ ๒ คือการมีส่วนร่วม ของชุมชนและประชาชนอย่างทั่วถึงเพื่อกระจายรายได้และลดความเหลื่อมล้ำ เรื่องที่ ๓ คือการเสริมสร้างการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ๓ เรื่องที่เป็นเป้าประสงค์ของการพัฒนา การท่องเที่ยว ซึ่งที่ผ่านมาคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ มีอนุกรรมาธิการด้านอุตสาหกรรมและบริการ เราก็ได้ทำ ๓ เรื่องด้วยกัน ที่ผ่านมา ๒ เรื่อง เสนอไปแล้ว
เรื่องที่ ๑ เรื่อง การปฏิรูปโครงสร้างองค์กรด้านการท่องเที่ยวทั้งระบบ และบูรณาการการทำงานของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เสนอไปแล้ว ก็ได้มีการติดตาม ตอนนี้ส่วนใหญ่ได้มีการปรับปรุงใช้งานเรียบร้อยแล้ว
เรื่องที่ ๒ เรื่อง การปฏิรูประบบที่พักแรมและข้อมูลคนเข้าเมือง ตอนนี้ ก็อยู่ระหว่างการปรับปรุงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เรื่องที่ ๓ เรื่อง การปฏิรูปการมีส่วนร่วมด้านการท่องเที่ยวทั้งระบบ เพื่อความยั่งยืน หรือภาษาอังกฤษว่าอินคลูซิฟทัวร์ริซึม (Inclusive Tourism) อยากถามว่า อินคลูซิฟทัวร์ริซึม (Inclusive Tourism) คืออะไร อินคลูซิฟทัวร์ริซึม (Inclusive Tourism) คือการการมีส่วนร่วมด้านการท่องเที่ยว หรือเรียกว่าร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมแบ่งปัน ทั้งผู้ที่ เกี่ยวข้องโดยตรงและเกี่ยวข้องทางอ้อม อันนี้เป็นเรื่องที่เราจะเสนอในวันนี้ วันนี้อธิบายง่าย ๆ คือมีอยู่ ๓ วงด้วยกัน ผู้ที่ร่วมระดับแรกคือวงใน เรียกว่าแวลูเชน (Value Chain) โดยตรง ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว วงที่ ๒ คือคนที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนการท่องเที่ยว วงที่ ๓ คือคนที่ได้รับผลกระทบจากการท่องเที่ยว จะทางลบทางบวกเดี๋ยวจะขออธิบาย ตามรายละเอียด วงแรกคือการมีส่วนร่วมของผู้ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวโดยตรง จะเป็นทางด้านบริษัทท่องเที่ยว โรงแรม บริษัททัวร์ท่องเที่ยว ชุมชน ร้านค้า ร้านอาหาร บริการ สถานบันเทิงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว อันนี้โดยตรงที่เกี่ยวข้องกับ การท่องเที่ยว หรือเรียกว่าทัวร์ริซึม แวลู เชน (Tourism Value Chain) การท่องเที่ยว หน้าถัดไปเป็นกลุ่มที่มีส่วนร่วมในการสนับสนุนการท่องเที่ยว ยกตัวอย่างถ้าโรงแรมดี ก็แสดงว่าคนก่อสร้างเพิ่มมากขึ้น ผู้รับเหมาก่อสร้างก็มีงานเพิ่มมากขึ้น คนขายวัสดุก่อสร้าง ก็สามารถขายได้ คนมีงานเพิ่มมากขึ้น ส่วนร้านอาหารถ้าขายได้ดีก็แสดงว่าพวกหมูเห็ดเป็ดไก่ หรือผัก ผลไม้ต่าง ๆ ก็ขายได้ด้วย แสดงว่าเกษตรกรสามารถปลูกแล้วขายได้ด้วย ส่วนภาครัฐนั้นผู้ที่ออกกฎ ระเบียบต่าง ๆ จะเป็นกระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุขก็ตาม ทางด้านกระทรวงคมนาคม หรือ กทม. ก็เกี่ยวข้อง อันนี้เป็นตัวที่ออกกฎหมายมาสนับสนุน เรื่องการท่องเที่ยว อันนี้คือวงที่ ๒ ส่วนวงที่ ๓ คือการมีส่วนร่วมที่อยู่นอกแวลูเชน (Value Chain) การท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากการท่องเที่ยว บางท่านก็บอกว่าผมไม่ได้อยู่ใน การท่องเที่ยว ไม่เห็นเกี่ยวเลย จริง ๆ แล้วเกี่ยวทุกคน ทุกคนเป็นคนไทยเกี่ยวทุกคน เพราะว่าต่างชาติตอนนี้ที่มาบ้านเราเขาอยากมาดูคนไทย อยากมากินอาหารไทย อยากมาดูนิสัยใจคอคนไทย อันนี้เป็นเรื่องสำคัญ เพราะฉะนั้นการมีส่วนร่วมของผู้ที่เกี่ยวข้อง ส่วนใหญ่ในประเทศไทยก็จะเกี่ยวข้องทั้งหมดเลย ยกตัวอย่าง บ้าน ที่อยู่อาศัย หรือชุมชน ประชาชนทั่วไป ที่มีนักท่องเที่ยวไปท่องเที่ยวก็สามารถบริการได้ ยกตัวอย่างนักท่องเที่ยว เดินตามถนนเขาหลงทาง ผมสังเกตหลายครั้งแล้วคนไทยหลายคนก็ช่วยไปแนะนำว่า ทางไหนทางถูกจะต้องไป บางคนอาจจะไม่ทราบภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น ก็พยายามที่จะชี้ทางให้ อันนี้ก็มีส่วนร่วม บางทีบางท่านอาจจะไม่รู้สึกว่ามีส่วนร่วม ด้านการท่องเที่ยวก็เลยบอกว่าไม่สนใจ บางทีบางอย่างมันจำเป็น ยกตัวอย่าง เรื่องความสะอาดของถนน ท้องถนนต่าง ๆ พวกนี้ก็เหมือนกันเป็นหน้าที่ของทุกคน เวลาทำความสะอาดคนก็เห็นว่าบ้านเมืองสะอาดก็อยากมาเที่ยวบ้านเรามากขึ้น ให้ดูตัวอย่างหน้าถัดไป คนที่อยู่นอกแวลูเชน (Value Chain) ของการท่องเที่ยวที่ได้รับ ผลกระทบ อันนี้จะเป็นตัวอย่างที่อำเภออัมพวา สมุทรสงคราม หลายท่านคงได้ไปเที่ยวแล้วไปดูหิ่งห้อยว่าเป็นอย่างไร คนก็ไปดูตอนกลางคืนมีเรือหางยาว ไปมากเข้า ๆ ชาวบ้านในท้องถิ่นก็บอกว่าไม่ได้ผลประโยชน์เลย ขณะเดียวกันเขาได้รับ ผลกระทบคือเสียงดัง วันดีคืนดีชาวบ้านก็ตัดต้นลำพูทิ้งทำให้ไม่มีหิ่งห้อย กลับกลายเป็น ในอัมพวาบางส่วนมีการกระทบเรื่องการท่องเที่ยว อันนี้เป็นส่วนที่ต้องช่วยกันดูว่าทำอย่างไร กระจายรายได้ด้วยไหม ทำอย่างไรให้มีส่วนเกี่ยวข้อง อีกส่วนหนึ่งข้างล่างก็เป็นการยิ้มสยาม ทุกคนก็สามารถยิ้มได้ เวลานักท่องเที่ยวมาบ้านเราถามอะไรบางอย่างไม่รู้ก็จะยิ้มอย่างเดียว คนไทยมีนิสัยชอบยิ้ม เป็นเจ้าบ้านที่ดี วัฒนธรรมไทยซึ่งการบริการจากใจเป็นจุดขาย ของประเทศไทย อันนี้ก็เป็นจุดที่เราบอกไว้ แต่ถามว่าการมีส่วนร่วมทางการท่องเที่ยว สำคัญอย่างไร ด้านอินคลูซิฟทัวร์ริซึม (Inclusive Tourism) สำคัญอย่างไร
เรื่องแรก การกระจายรายได้และลดความเหลื่อมล้ำ อันนี้เป็นจุดที่เราบอกว่า การแบ่งปันผลประโยชน์ร่วมกันเป็นเรื่องที่สำคัญ ถ้าเรากระจายไม่ทั่วถึงก็จะเกิดปัญหา ตัดต้นลำพูเช่นนี้ การเติบโตต้องไปพร้อมกัน การยกระดับคุณภาพชีวิต การกระจายรายได้ การลดความเหลื่อมล้ำในสังคม
เรื่องที่ ๒ สร้างความแตกต่างอันนี้เป็นเรื่องสำคัญ เราเป็นเจ้าบ้านที่ดี มีวัฒนธรรมไทย สร้างความแตกต่างได้ ประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศก็พยายาม เลียนแบบบ้านเรา ก็คงลำบากเพราะบ้านเราบริการด้วยใจ สร้างความแตกต่าง
เรื่องที่ ๓ เรื่องการสร้างความยั่งยืนเป็นเรื่องที่สำคัญ เราสร้างความเข้าใจได้ไหม ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวในบ้านเรา ทั้งตนเอง ทั้งชุมชน แล้วก็คนที่เกี่ยวข้อง ทำอย่างไรให้ดูแลและพัฒนาการท่องเที่ยวในท้องถิ่นของเราให้เติบโตอย่างยั่งยืน อันนี้เป็นอีกตัวอย่างหนึ่ง คือพวกเราหลายท่านก็ชอบรับประทานอาหาร อาหารบ้านเรา อร่อยมาก ๆ โดยได้มีการแรงกิง (Ranking) อันดับ ๑ ของโลก ซีเอ็นเอ็น (CNN) บอกว่าบ้านเรา สตรีตฟู้ด (Street Food) มาอันดับ ๑ ของโลก คนต่างชาติก็ยังมากิน ยกตัวอย่าง ผัดไทยประตูผีก็มารับประทานกัน กลางคืนไปดูชาวต่างชาติมายืนรอคิวเยอะมาก อันนี้คือสตรีตฟู้ด (Street Food) บ้านเรา ต่างชาติเห็นว่าเรารับประทานก็มารับประทานบ้าง อันนี้ก็เกี่ยวข้อง วิถีเป็นอย่างไร อันนี้ให้ดูว่าหลังจากนั้นก็มีการจัดระเบียบ ทางด้าน กทม. ได้มี การจัดระเบียบมาตรฐานให้ความสะอาดเป็นอย่างไร ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย การทิ้งขยะต่าง ๆ ให้ดูดีด้วย ก็เป็นการเอาผู้เกี่ยวข้องมาดูให้มีมาตรฐานสูงขึ้น อันนี้อยู่ในส่วนอินคลูซิฟทัวร์ริซึม (Inclusive Tourism) ต่อมาที่เราบอกว่าจะทำอย่างไร วิธีการมีส่วนร่วมด้านการท่องเที่ยว จะทำอย่างไรดี ของอินคลูซิฟทัวร์ริซึม (Inclusive Tourism) เรื่องแรก คือต้องร่วมคิด ผ่านการพูดคุยหรือร่วมกันประชุม ขอความคิดเห็น รับฟังความคิดเห็นหรือประชาพิจารณ์ ร่วมกันทำ ร่วมกันดำเนินการแต่ละขั้นตอนต่าง ๆ ต้องร่วมกันตัดสินใจนำสู่เป้าหมายโดยรวม
อีกเรื่องหนึ่งเรื่องสุดท้าย สำคัญมาก ๆ คือร่วมแบ่งปัน กระจายผลประโยชน์ ไปสู่ผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ ทุกภาคส่วน ๓ เรื่องด้วยกัน คือ ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมแบ่งปัน อันนี้คือวิธีการมีส่วนร่วม ผมก็ไปดูในหนังสือของต่างประเทศเขาก็มีเหมือนกันเกี่ยวกับ เรื่องอินคลูซิฟทัวร์ริซึม (Inclusive Tourism) หนังสือชื่อเดสทิเนชัน มูชวล เบเนฟิต อะ ไกด์ ทู อินคลูซิฟ บิซิเนส อิน ทัวร์ริซึม (Destination : Mutual Benefit - A Guide to Inclusive Business in Tourism) อันนี้ก็เหมือนกัน คอนเซปต์ (Concept) คล้าย ๆ กัน บอกว่าทุกคน มีส่วนร่วมในเรื่องสำคัญตอนนี้
ปัจจัยแห่งความสำเร็จคืออะไร ปัจจัยสำเร็จคือว่าตอนนี้มีหลายคนจำนวนมาก ที่เกี่ยวข้องด้านอินคลูซิฟทัวร์ริซึม (Inclusive Tourism) การมีส่วนร่วม ทำอย่างไรเราจะมี หน่วยงานกลางได้ไหมหรือว่าองค์กรกลางต่าง ๆ มาช่วยดูแล เซตมาตรฐานทำให้ดีได้ไหม ทำให้มีความเหมาะสม มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น มี ๓ ระดับด้วยกัน
ระดับแรก คือ ระดับนโยบาย คือดูแลนโยบายด้วยการส่งเสริมให้เกิดมีส่วนร่วม ทุกระดับ ทั้งวิธีการแบบพุช (Push) และพูล (Pull) พุช (Push) คือ มีการแนะนำ การชี้นำ หรืออาจจะมีการบังคับด้วยกฎหมาย ส่วนวิธี พูล (Pull) คือการส่งเสริมให้มีการมีส่วนร่วม แบบยินดีทำเอง อาจจะมีมาตรการจูงใจหรือลดหย่อนภาษีก็เป็นไปได้
ระดับที่ ๒ ระดับพื้นที่ หรือคลัสเตอร์ (Cluster) จังหวัดต่าง ๆ พวกนี้ รูปแบบการเชื่อมโยงแต่ละพื้นที่ก็มีความแตกต่างกัน ทำงานร่วมกัน ผู้มีส่วนร่วมต่าง ๆ ในพื้นที่ทำงานรูปแบบประชารัฐ คือ รัฐ เอกชน และประชาชน เพื่อสร้างความเข้าใจ ในเรื่องสำคัญ
ระดับที่ ๓ คือระดับท้องถิ่นและชุมชน การรวมกลุ่มในระดับต่าง ๆ เพื่อบริหารจัดการให้ไปในแนวทางเดียวกันเป็นเรื่องสำคัญ
สรุปเรื่องปัจจัยแห่งความสำเร็จก็มีอยู่ ๓ เลเวล (Level) ด้วยกัน ระดับที่ ๑ คือระดับนโยบาย ระดับที่ ๒ คือระดับคลัสเตอร์ (Cluster) พื้นที่ท้องถิ่น ระดับที่ ๓ คือระดับชุมชน ให้ดูตัวอย่าง อันนี้ที่ประเทศอินเดีย แคชเมียร์ ผมเพิ่งไปเมื่อ ๒-๓ เดือนที่ผ่านมา ภูเขาหิมาลัยมีชาวบ้าน มีม้าให้ขี่เยอะแยะเลย มีสโนว์โมบิล (Snowmobile) ด้วย แต่ต่างคนต่างมาแย่งนักท่องเที่ยว ไม่มีมาตรฐาน ไม่มีความปลอดภัย ไม่มีระเบียบเลย ให้ดูว่าอันนี้คืออินคลูซิฟทัวร์ริซึม (Inclusive Tourism) แต่ในขณะเดียวกันไม่มีการจัดระดับ ไม่มีการจัดระเบียบ ไม่มีมาตรฐาน ให้ดูข้างล่างมีอีกรูปแบบหนึ่ง อันนี้ก็คือการฟื้น ข้าวหอมนครชัยศรี ซึ่งมีคนท้องถิ่นบอกว่าจริง ๆ เมื่อก่อนนครชัยศรีมีข้าวพันธุ์ดีมาก ๆ ทนน้ำ ใช้ปุ๋ยน้อย วันดีคืนดีหายไป มีในกลุ่มชาวบ้านบอกว่ามารวมตัวกันทำไม มีนักวิชาการ ผู้ประกอบการ เครือข่ายชาวนา ทุกคนในจังหวัดนครปฐมมาช่วยกันดูแลเป็นอย่างไร ก็ออกขึ้นมา กลับกลายเป็นเอาพันธุ์เดิมกลับมา ตอนนี้ก็เป็นที่แพร่หลายในจังหวัดนครปฐม ภายใต้โครงการ เรียกว่าสามพรานโมเดล เป็นอินคลูซิฟทัวร์ริซึม (Inclusive Tourism)
อีกเรื่องหนึ่งให้ดู อันนี้ประเทศญี่ปุ่นเขาก็ทำเรียกว่าโรดไซด์สเตชัน (Roadside Station) อันนี้ที่ญี่ปุ่นมีทั้งหมดประมาณ ๑,๐๕๐ แห่ง ครอบคลุมไป ๔๗ จังหวัดทั่วญี่ปุ่น อันนี้เขาทำอย่างไร โรดไซด์สเตชัน (Roadside Station) คือเขาร่วมกันทำ มีร้านค้า ร้านอาหาร ห้องน้ำที่สะอาด มีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ที่จอดรถ มีการส่งเสริมการท่องเที่ยว แล้วก็มีสินค้าท้องถิ่นมาขายด้วย เขาเริ่มแล้วและเป็นที่นิยมมาก ๆ จนกลายเป็นจุดท่องเที่ยว ทุกคนต้องมาแวะที่จุด โรดไซด์สเตชัน (Roadside Station) มาท่องเที่ยวโดยเฉพาะ
ข้อเสนอการปฏิรูป เรื่องแรก คือทำอย่างไร เริ่มสตรักเจอร์ (Structure) ก่อน โครงสร้างก่อน ทำอย่างไรโครงสร้างเพื่อสนับสนุน มีส่วนร่วมด้านการท่องเที่ยวให้เกิดขึ้นจริง ทั้งระดับนโยบาย พื้นที่คลัสเตอร์ (Cluster) จังหวัด หรือว่าระดับท้องถิ่นชุมชน ซึ่งในสตรักเจอร์ (Structure) ก็จะมาสอดคล้องและเพิ่มความรู้หรือโนว์เลดจ์ (Knowledge) ความรู้ เพื่อพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือให้มีส่วนร่วม ขณะเดียวกันเกี่ยวกับเรื่องการสร้างจิตสำนึก หรือว่าไมนด์เซต (Mindset) ความเข้าใจ การทำด้วยใจ การมีส่วนร่วมในการท่องเที่ยว อันนี้สรุปคร่าว ๆ คือว่าเรื่องการสตรักเจอร์ (Structure) มีสตรักเจอร์ (Structure) แล้วจะเป็นการให้ความรู้และเปลี่ยนจิตสำนึกคนด้วย
เรื่องโครงสร้างนั้นทำอย่างไร ต้องมีผู้รับผิดชอบการบริหารจัดการให้เหมาะสม และมีประสิทธิภาพ มีการประสานงานและถ่ายทอดข้อมูลระหว่างทุกภาคส่วน เชื่อมโยงการท่องเที่ยวกับผู้มีส่วนร่วมในทุกระดับ
ระดับแรก ระดับนโยบายนั้นอยากจะมอบหมายให้ทางด้านคณะกรรมการนโยบาย ท่องเที่ยวแห่งชาติ ททช. ซึ่ง ณ ปัจจุบันมีอยู่แล้ว ประกอบด้วยหลาย ๆ หน่วยงานที่ดูแล นโยบายอยู่แล้ว ก็มีการเพิ่ม เป็นไปได้ไหมขอให้เพิ่มเรื่องนี้ด้วย ทั้งพุช (Push) และพูล (Pull) คือการแนะนำ การบังคับ หรือชี้นำต่าง ๆ ส่วนระดับพูล (Pull) คือส่งเสริมให้คนมีส่วนร่วม ยินดีทำเอง โดยอาจจะมีมาตรการจูงใจต่าง ๆ ส่วนเรื่องสตรักเจอร์ (Structure) เมื่อสักครู่นี้ พูดถึงระดับพื้นที่ คลัสเตอร์ (Cluster) ของจังหวัด อันนี้จะมอบหมายให้คณะกรรมการ พัฒนาท่องเที่ยวประจำเขตพัฒนาการท่องเที่ยวแต่ละคลัสเตอร์ (Cluster) ท่องเที่ยว คณะนี้มีอยู่แล้ว ก็ขอให้มอบอันนี้เป็นงานเสริมอีกเรื่องหนึ่ง และสำนักงานท่องเที่ยวจังหวัด เป็นผู้ดูแลแนวทางเรื่องนี้ การเชื่อมโยงต่าง ๆ เรื่องสร้างความแตกต่าง การมีส่วนร่วม แต่ละท้องถิ่น การประสานงานแบบประชารัฐ ประสานงานแล้วก็ถ่ายทอดข้อมูล สร้างความเข้าใจระหว่างทุกภาคส่วน ส่วนระดับท้องถิ่นและชุมชนนั้น สนับสนุน ให้แต่ละท้องถิ่นดำเนินการรวมกลุ่มร่วมกันตามความเหมาะสม จะเป็นสหกรณ์ จะเป็นสมาคม จะเป็นชมรมต่าง ๆ ชุมชนต่าง ๆ ชุมนุมต่าง ๆ หรือกลุ่มต่าง ๆ โดยมีคณะกรรมการระดับจังหวัดเป็นผู้สนับสนุนการขับเคลื่อนเพื่อร่วมกันวางแผน และบริหารจัดกลุ่มให้เกิดการมีส่วนร่วม
เรื่องความรู้ การให้ความรู้เป็นเรื่องสำคัญ การพัฒนาเครือข่ายความรู้ การเชื่อมโยงกันให้เข้มแข็งมากขึ้น การพัฒนาเรื่องการท่องเที่ยวให้เหมาะสม ให้มีประสิทธิภาพ และยั่งยืนด้วย โดยมีการจัดอบรม พัฒนาบุคลากร ทั้งภาครัฐ ผู้ประกอบการ แรงงาน ชุมชน ท้องถิ่น การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ การมีส่วนร่วมทุกระดับ มีเวทีพูดจาพบปะกัน การสื่อสารอย่างต่อเนื่อง ใช้ข้อมูลที่ถูกต้อง ทันเวลา และมีช่องทางที่เหมาะสมสื่อสารกัน การใช้ดิจิทัลแพลตฟอร์ม (Digital Platform) ในการเชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือ และการสื่อสารแบบออนไลน์ (Online) การพัฒนามาตรฐาน เช่น การบริการ ความปลอดภัย ความสะอาด การดูแลรักษา และความรู้เกี่ยวกับเรื่องอัตลักษณ์ท้องถิ่น เรื่องการนำนวัตกรรม มาปรับให้มีความคิดสร้างสรรค์ สร้างความแตกต่าง และมีมูลค่าเพิ่ม
เรื่องการจัดเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นประวัติเรื่องราว วัฒนธรรม ภูมิปัญญา ท้องถิ่นเพื่อมาต่อยอด โดยให้มีองค์กรเข้ามาร่วมในการบริหารจัดการซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ หน้าถัดมาจะเป็นตัวอย่างที่ประเทศอังกฤษ จะมีปราสาท มีบ้านเก่า ๆ มีสวนหลายแห่ง ที่สวยมากแต่ไม่มีเงินดูแลรักษา ที่เขาทำเรียกว่าเนชันนัลทรัสต์ (National Trust) เป็นองค์กรมาดูเกี่ยวกับเรื่องฮิสทอริคัลเพลซ (Historical Places) ก็คือเป็นโบราณสถานต่าง ๆ เป็นองค์กรเพื่อการอนุรักษ์ในประเทศอังกฤษ ที่ทำการอนุรักษ์และปกป้องสถานที่โบราณ อันทรงคุณค่าต่าง ๆ เช่น บ้านสวนโบราณ สถานที่ประวัติศาสตร์ต่าง ๆ ตอนนี้เขาดูแลอยู่ ทั้งหมด ๓๕๐ สถานที่ อันนี้ก็เป็นจุดที่น่าสนใจ รายได้จากค่าสมาชิก ค่าเข้าชมต่าง ๆ ขายของที่ระลึก หรือร้านอาหาร ก็มาจุนเจือในการดูแลรักษาสถานที่พวกนี้ อันนี้ก็เป็น ตัวอย่างให้ดู
เรื่องไมนด์เซต (Mindset) การสร้างความเข้าใจทำด้วยใจนี้ทำอย่างไร ให้คนบายอิน (By in) โดยทำการรณรงค์สร้างจิตสำนึกในทุกระดับ ช่วยกันดูแลสอดส่อง เป็นหูเป็นตา รักษาความสะอาด ความปลอดภัย รักษาขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรมไทย ดูแลนักท่องเที่ยว ให้บริการด้วยใจในฐานะเจ้าบ้านที่ดี รับผิดชอบต่อชุมชน สำนึกรักบ้านเกิด ด้วยการแบ่งปันผลประโยชน์ในทุกกิจกรรม แนะนำทางออกให้กับภาครัฐในการแก้ไขปัญหา และการพัฒนาการท่องเที่ยวเป็นเรื่องสำคัญ เพราะฉะนั้นกลุ่มผู้มีส่วนร่วมทั้งทางตรงและทางอ้อมควรจะสร้างจิตสำนึกตั้งแต่บริษัทนำเที่ยว มัคคุเทศก์ รวมถึงตัวนักท่องเที่ยวเองด้วย ส่วนในกลุ่มที่อยู่นอกแวลูเชน (Value Chain) การท่องเที่ยว ต้องรณรงค์สร้างจิตสำนึกสำหรับกลุ่มนี้ โดยเฉพาะเรื่องฐานะเจ้าบ้านที่ดี พวกเราทุกคนในทีนี้ก็เป็นเจ้าบ้านที่ดี ช่วยสร้างบรรยากาศ สร้างความประทับใจให้กับ นักท่องเที่ยวที่มาเยือน สร้างความแตกต่างให้ความเป็นไทย ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งคือกลุ่มคนรุ่นใหม่ อันนี้เป็นกลุ่มที่มีพลังสำคัญมากในการขับเคลื่อน ถือว่าเป็นเชนจ์เอเจนต์ (Change Agent) ก็ว่าได้
โดยสรุปคือผู้ที่จะดูแลเรื่องนี้ก็ขอเสนอกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงมหาดไทย กทม. อยากให้ได้ประมาณ ๖ เดือน ซึ่งทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ถือเป็นนโยบาย เป็นโพลิซีเบส (Policy based) ส่วนกระทรวงมหาดไทยก็ดี หรือว่า กทม. ก็ดี ถือว่าเป็นแอเรียเบส (Area based) ที่ต้องช่วยกัน เป้าหมายคือมีส่วนร่วมทุกระดับ ทั้งทางตรงและทางอ้อม ก็คือเรื่องสตรักเจอร์ (Structure) ทำอย่างไร ๑. ระดับนโยบาย ให้คณะกรรมการนโยบายท่องเที่ยวแห่งชาติ ๒. ระดับพื้นที่และคลัสเตอร์ (Cluster) คณะกรรมการพัฒนาการท่องเที่ยวประจำเขตพัฒนาการท่องเที่ยว และสำนักงานท่องเที่ยว จังหวัดร่วมกันทำงานแบบประชารัฐ ๓. ระดับท้องถิ่นและชุมชน ก็รวมกลุ่มกัน ตามความเหมาะสมภายใต้การสนับสนุนของจังหวัด เรื่องไมนด์เซต (Mindset) เรื่องโนว์เลดจ์ (Knowledge) ต่าง ๆ เมื่อสักครู่นี้บอกว่าเรื่องความรู้และการพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วม เรื่องสุดท้ายคือเรื่องไมนด์เซต (Mindset) การสร้างจิตสำนึก การเข้าใจ ทำด้วยใจ การมีส่วนร่วมด้านการท่องเที่ยว โดยสรุปสุดท้ายเป้าหมายคือทุกคน มีส่วนร่วม การเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืนอินคลูซิฟทัวร์ริซึม (Inclusive Tourism) ซ้ายสุด บอกว่าร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมแบ่งปัน การท่องเที่ยวเป็นเรื่องของเราทุกคน หลังจาก อินคลูซิฟทัวร์ริซึม (Inclusive Tourism) การมีส่วนร่วมของการท่องเที่ยวแล้ว ก็จะทำให้เกิด อินคลูซิฟอีโคโนมี (Inclusive Economy) ก็คือการกระจายรายได้ ลดความเหลื่อมล้ำ มีความเป็นธรรม ที่ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ถ้าเสร็จแล้วก็จะเกิด ซัสเทเนเบิลดีเวลอปเมนต์ (Sustainable Development) ก็คือประเทศไทยเติบโตได้ อย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ขอบคุณมากครับ